เตรียมเปิดตัว NEW HONDA CIVIC , HR-V , ACCORD งบปี 2027-2028 บนระบบไฮบริดใหม่ เน้นลงทุนไฮบริดมากขึ้น

เตรียมเปิดตัว NEW HONDA CIVIC , HR-V , ACCORD งบปี 2027-2028 บนระบบไฮบริดใหม่ เน้นลงทุนไฮบริดมากขึ้น
Spread the love
Advertisement Advertisement

All-NEW Honda CIVIC ฮอนด้า ซีวิค เจนที่ 12 ใหม่ ขุมพลังไฮบริด คาดเปิดตัวปี 2027 อาจประหยัดถีง 30 กม./ลิตร

 

 

ผ่าแผนกู้วิกฤต Honda: ขาดทุนครั้งแรกในรอบ 70 ปี สู่การพลิกเกมด้วย Next-Gen e:HEV 13 รุ่น และ AI อัจฉริยะ

วงการยานยนต์โลกกำลังจับตาความเคลื่อนไหวครั้งประวัติศาสตร์ของ Honda (ฮอนด้า) อย่างใกล้ชิด เมื่อสื่อรถยนต์ชั้นนำในญี่ปุ่นอย่าง Best Car Web ได้รายงานถึงทิศทางใหม่ของค่าย ที่ต้องปรับรื้อกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อรับมือกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งยอดขายรถยนต์ 4 ล้อที่ลดลง ตลาดรถ EV ที่เติบโตช้ากว่าคาด และตัวเลข “ขาดทุน” ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1957 ทำให้ฮอนด้าต้องงัด “ท่าไม้ตาย” กลับมาโฟกัสเทคโนโลยีที่ตนเองถนัดที่สุด นั่นคือ ระบบไฮบริด (Next-Generation e:HEV) และระบบช่วยขับขี่ขั้นสูงด้วย AI พร้อมการเปิดตัว HONDA CIVIC , ACCORD , HR-V ใหม่ บนพื้นฐานเดียวกัน ในงบปี 2027-2028

สึนามิทางการเงิน: วิกฤตหนักสุดนับตั้งแต่ปี 1957

ธุรกิจรถยนต์ 4 ล้อของฮอนด้ากำลังเผชิญกับพายุลูกใหญ่ที่กดดันอย่างหนัก ซึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านตัวเลขผลประกอบการและยอดขายระดับโลกที่น่าตกใจ:

  • ขาดทุนครั้งประวัติศาสตร์: รายงานเมื่อเดือนมีนาคมระบุว่า ปีงบประมาณ 2025-2026 (เม.ย. 2025 – มี.ค. 2026) ฮอนด้าคาดการณ์ว่าจะขาดทุนสุทธิสูงถึง 4.2 – 6.9 แสนล้านเยน (ราว 8.47 หมื่นล้าน – 1.39 แสนล้านบาท) ซึ่งถือเป็นการขาดทุนครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 1957 พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือจากที่เคยประเมินว่าจะมีกำไร 3 แสนล้านเยน
  • ผู้นำแสดงความรับผิดชอบ: คณะกรรมการบริหารตัดสินใจลดเงินเดือนตนเอง 20-30% เป็นเวลา 3 เดือน และงดจ่ายโบนัสระยะสั้นแก่ผู้บริหารระดับสูงทั้งหมด เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการประเมินกลยุทธ์ EV ที่ผิดพลาด
  • ยอดขายหดตัวในตลาดหลัก: ยอดขายในญี่ปุ่นร่วงลง 7.3% (เหลือ 6.2 แสนคัน) ตกไปอยู่อันดับ 3 รองจาก Toyota และ Suzuki ขณะที่ตลาดจีนซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำก็มียอดขายหดตัวรุนแรงถึง 20%
  • เดิมพัน BEV ที่สะดุด: การทุ่มสรรพกำลังไปที่รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV / FCEV) ไม่สร้างผลตอบแทนตามที่หวัง เนื่องจากผู้บริโภคยังกังวลเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและราคา ทำให้ฮอนด้าต้อง “เหยียบเบรก” ยุทธศาสตร์นี้ชั่วคราว

ยุทธศาสตร์พลิกเกม: กลับสู่รากฐานด้วย Next-Gen e:HEV

แทนที่จะฝืนเดินหน้าในสงคราม EV ฮอนด้าเลือกที่จะกลับมาตั้งหลักกับความต้องการที่แท้จริงของตลาด โดยเตรียมประกาศเปิดตัว รถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ (Next-Generation e:HEV) หรือเจเนอเรชันที่ 3 อย่างเต็มรูปแบบ

ฮอนด้าตั้งเป้าส่ง e:HEV รุ่นใหม่ลงตลาดถึง 13 รุ่นทั่วโลก ภายใน 4 ปี (เริ่มปี 2027) โดยตลาดญี่ปุ่นคาดว่าจะได้สัมผัส 3 รุ่นแรก ได้แก่ Accord, Civic และ Vezel (HR-V) รุ่นถัดไป ซึ่งจุดแข็งคือการทำให้ระบบมีต้นทุนต่ำลง ประหยัดน้ำมันขึ้น ขับขี่ได้เนียนเหมือนรถไฟฟ้า และคาดว่าจะเพิ่มระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบ 4WD (e-4WD) เข้ามาเป็นตัวเลือก

ในขณะเดียวกัน สำหรับตลาดสหรัฐฯ ฮอนด้าเตรียมส่งเครื่องยนต์ V6 ไฮบริด มาตอบโจทย์รถยนต์ขนาดใหญ่ ซึ่งจะให้พละกำลังสูงกว่าเครื่องยนต์เบนซินเดิม แต่ประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นถึง 30%

Advertisement Advertisement

“Enjoy the Drive” รักษา DNA ความสนุกด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย

แม้จะโฟกัสเรื่องความประหยัดและรักษ์โลกภายใต้เป้าหมาย “คาร์บอนนิวทรัล 100% ภายในปี 2050” แต่ฮอนด้าย้ำชัดในงาน Honda Four-Wheel Technology Workshop ว่ารถยุค “หลังปี 2026” จะต้องไม่ทิ้ง DNA ความสนุกในการขับขี่ (Enjoy the Drive)

นวัตกรรมหลัก (Core Technology) รายละเอียดและจุดเด่น
แพลตฟอร์มใหม่ (เบาลง 90 กก.) ใช้โครงสร้าง Modular ที่สามารถแชร์ชิ้นส่วนร่วมกันได้กว่า 60% ลดน้ำหนักรถลง 90 กิโลกรัม เปลี่ยนจุดศูนย์ถ่วงให้รถเกาะถนนและขับสนุกยิ่งขึ้น พร้อมลดต้นทุนการผลิต
ระบบขับขี่อัจฉริยะ NOA (Navigation on Pilot) อัปเกรดระบบ ADAS เดิม สู่การใช้ AI แบบ End-to-End รถสามารถคิดวิเคราะห์ คาดการณ์ ตัดสินใจเปลี่ยนเลน และขับตามเส้นทางเนวิเกเตอร์ได้เองตั้งแต่ต้นจนจบ เตรียมติดตั้งในรถผลิตจริงปี 2027
Motion Management System ประยุกต์เทคโนโลยีรักษาความสมดุลจาก “หุ่นยนต์ ASIMO” มาใช้คุมอาการหน้าทิ่ม (Pitch Control) และท้ายยกเวลาเข้าโค้งหรือเบรก ทำให้ควบคุมรถได้เฉียบคมและนุ่มนวล
Super-ONE EV โปรเจกต์รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ไม่ได้แข่งเรื่องระยะทาง แต่เน้นอารมณ์สปอร์ตและการขับขี่ที่เร้าใจ เพื่อพิสูจน์ว่า EV ของฮอนด้าก็ขับสนุกได้

ทิศทางตลาดไทยและอาเซียน: สัญญาณบวกของสายไฮบริด

การปรับแผนของฮอนด้าถือเป็นผลดีอย่างยิ่งต่อตลาดประเทศไทยและอาเซียน เพราะ “ไฮบริด (HEV) คือเซกเมนต์ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงมากที่สุดในยุคนี้” ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมสำหรับรถ BEV 100% เนื่องจากข้อจำกัดด้านที่อยู่อาศัย สถานีชาร์จต่างจังหวัด และความกังวลเรื่องราคาขายต่อ

การที่ฮอนด้าเร่งพัฒนา e:HEV ให้มีต้นทุนที่ถูกลง ประกอบกับการพ่วงเทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะ NOA เข้ามา จะทำให้ราคารถไฮบริดเข้าถึงง่ายขึ้น และกลายเป็นแพ็กเกจที่แข็งแกร่งพอจะต่อกรกับค่ายรถยนต์จากจีนที่เน้นขายออปชันและเทคโนโลยีได้อย่างสูสี


สรุปประเด็นหลัก (Key Takeaways)

  • วิกฤตหนักสุดรอบ 7 ทศวรรษ: Honda คาดการณ์ขาดทุนประจำปี 2025-2026 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1957 ทำให้ผู้บริหารระดับสูงต้องลดเงินเดือนเพื่อแสดงความรับผิดชอบ
  • เลี้ยวกลับมาซบไฮบริด: ยอมรับว่าเกม BEV สะดุด จึงหันมาลุยตลาดด้วย รถไฮบริด Next-Gen e:HEV ถึง 13 รุ่น ภายในปี 2027 เพื่อเจาะตลาดอเมริกา เอเชีย และญี่ปุ่น
  • อาวุธใหม่ AI ขับขี่อัตโนมัติ: เตรียมติดตั้งระบบ NOA (Navigation on Pilot) ใช้ AI คุมรถเปลี่ยนเลนและขับตามเนวิเกเตอร์ เพื่อสู้กับค่ายรถจีน
  • โครงสร้างใหม่ขับสนุกกว่าเดิม: แพลตฟอร์มใหม่ลดน้ำหนักได้ 90 กก. พร้อมนำเทคโนโลยีคุมการทรงตัวจากหุ่นยนต์ ASIMO มาใช้ เพื่อรักษา DNA ความสนุกในการขับขี่เอาไว้

อ้างอิงข้อมูล: บทวิเคราะห์เชิงลึกจาก Best Car Web และรายงานผลประกอบการฉบับล่าสุดของ Honda Motor

ด่วน! HONDA ยกเลิกแผนผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ซีรีย์ 0 รุ่นใหม่ ยืนยันเน้นไฮบริดเป็นหลัก

การออกแบบในจินตนาการโดย Best Car Web

การออกแบบในจินตนาการโดย Best Car Web
การออกแบบในจินตนาการโดย Best Car Web

https://www.car250.com/honda-civic-new-gen.html

HONDA VEZEL/HRV ปรับปรุงเจนที่ 3 ในญี่ปุ่น เตรียมเปิดตัวปี 2027 ออกแบบใหม่ทั้งหมด

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้