CHERY ประเทศไทย ยืนยันเปิดตัว Chery QQ3 EV เร็วๆนี้ ระยะวิ่ง 310 – 420 กม./ชาร์จ CLTC ลุ้นราคาไม่เกิน 6 แสนบาท



CHERY ยืนยัน! เตรียมเปิดตัว Chery QQ3 EV ในไทย ปี 2569 ลุ้นราคาไม่เกิน 6 แสน
CHERY ประเทศไทย เดินหน้ารุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ยืนยันแผนนำ Chery QQ3 EV เข้าทำตลาดในประเทศไทยภายในปี 2569 (2026) โดยคาดว่าจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งปีแรก หรืออาจโชว์ตัวครั้งแรกในงาน Motor Show 2026
การมาของ QQ3 EV ถือเป็นการเติมช่องว่างสำคัญในตลาด “รถไฟฟ้าราคาจับต้องได้” ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไทย
สเปค Chery QQ3 EV (อ้างอิงเวอร์ชันจีน)
Chery QQ3 EV ถูกพัฒนาใหม่ทั้งหมด ต่างจาก QQ รุ่นเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยขยับขึ้นมาเป็นรถไฟฟ้าขนาด B-Segment ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
รายละเอียดเบื้องต้นมีดังนี้:
- รูปแบบตัวถัง Hatchback 5 ประตู
- ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
- กำลังสูงสุดประมาณ 78 – 121 แรงม้า
- แบตเตอรี่ LFP (Lithium Iron Phosphate) ความจุ 29.48 kWh (วิ่งได้ 310 กม.) และ 41.28 kWh (วิ่งได้ 420 กม.) ตามมาตรฐาน CLTC
- รองรับระบบช่วยขับขี่ ADAS
- หน้าจอกลางขนาด 15.6 นิ้ว
จุดที่น่าสนใจคือ QQ3 EV ไม่ได้มาในรูปแบบ “รถจิ๋วราคาประหยัด” แบบในอดีตอีกต่อไป แต่ยกระดับเป็นรถไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีและฟีเจอร์ใกล้เคียงรถระดับสูงกว่า
Chery QQ3 EV เปิดตัวพรีเซลล์อย่างเป็นทางการ ในประเทศจีน
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม Chery ได้ประกาศราคาพรีเซลล์สำหรับ QQ3 EV รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Small EV) โดยมีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ในราคาตั้งแต่ 68,920 – 89,985 หยวน หรือประมาณ 316,687 – 413,481 บาท
ตารางราคาพรีเซลล์
| รุ่นย่อย | ราคา (หยวน) | ราคา (บาท) |
| 310km รุ่น Love | 68,920 | 316,687 |
| 310km รุ่น Share | 78,920 | 362,637 |
| 420km รุ่น Love | 78,985 | 362,936 |
| 420km รุ่น Share | 89,985 | 413,481 |
มอเตอร์ไฟฟ้าและพละกำลัง (Motor & Power)
ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์วางหลัง ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) พร้อมช่วงล่างหลังแบบมัลติลิงก์ (Multi-link)
- รุ่น Standard: กำลังสูงสุด 58 kW (78 hp) / แรงบิดสูงสุด 90 นิวตันเมตร
- รุ่น High-Power: กำลังสูงสุด 90 kW (121 hp) / แรงบิดสูงสุด 115 นิวตันเมตร
-
ความจุแบตเตอรี่: มี 2 ขนาดคือ
-
29.48 kWh
- รุ่นแบตเตอรี่เล็ก: วิ่งได้สูงสุด 310 กม. ต่อการชาร์จ CLTC
- DC 62kWh ชาร์จ 30-80% 15 นาที (ความเร็วชาร์จ 2.1C)
-
41.28 kWh
- รุ่นแบตเตอรี่ใหญ่: วิ่งได้สูงสุด 420 กม. ต่อการชาร์จ CLTC
- DC 87kWh ชาร์จ 30-80% 14 นาที (ความเร็วชาร์จ 2.1C)
การชาร์จ (Charging AC/DC)
- ชาร์จเร็ว (DC Fast Charge): 100kW รองรับการชาร์จจาก 30% ถึง 80% ภายในเวลาเพียง 16.5 นาที (ถือว่าเร็วมากสำหรับรถระดับนี้)
- ใช้สถาปัตยกรรมแรงดันสูง 800V High-Voltage Platform (ซึ่งเป็นรุ่นแรกในระดับราคาต่ำกว่า 70,000 หยวนที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้)
- ชาร์จปกติ (AC Charge): 7KW รองรับการชาร์จผ่าน Wallbox (ระยะเวลาชาร์จเต็มประมาณ 5-7 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่)
- ฟังก์ชันพิเศษ: รองรับระบบจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก V2L (Vehicle-to-Load) สูงสุดที่ 6.6 kW
ความเร็วและอัตราเร่ง (Speed & Acceleration)
- อัตราเร่ง 0–50 กม./ชม.: ทำได้ใน 3.8 วินาที (ในรุ่นมอเตอร์ 90 kW)
- ความเร็วสูงสุด (Top Speed): 125 – 135 กม./ชม. (ถูกจำกัดไว้เพื่อความปลอดภัยและการประหยัดพลังงาน)
ข้อมูลมิติตัวถัง
- ความยาว: 4,195 มิลลิเมตร
- ความกว้าง: 1,811 มิลลิเมตร
- ความสูง: 1,569 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ: 2,700 มิลลิเมตร
ข้อมูลเพิ่มเติมด้านพื้นที่และการบรรทุก
- พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk): มีความจุ 70 ลิตร ซึ่งถือว่าใหญ่มากสำหรับรถระดับนี้ และสามารถเปิดได้ถึง 8 รูปแบบ
- พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย: 375 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังจะขยายได้สูงสุดถึง 1,450 ลิตร
- การจัดการพื้นที่: แม้ตัวรถจะยาวเพียง 4.2 เมตร แต่ด้วยฐานล้อที่ยาวถึง 2.7 เมตร (เท่ากับรถ Sedan ขนาดกลางหลายรุ่น) ทำให้มีอัตราการใช้พื้นที่ (Space Utilization) สูงถึง 85% ช่วยให้ภายในห้องโดยสารกว้างขวางเกินตัวครับ
ช่วงล่าง
- ช่วงล่างด้านหน้า: ใช้แบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เน้นความนุ่มนวลและการประหยัดพื้นที่
- ช่วงล่างด้านหลัง: เป็นแบบอิสระ มัลติลิงก์ (Multi-link Independent Suspension) ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ “ว้าว” มากสำหรับรถระดับราคานี้ เพราะโดยปกติรถขนาดเล็กมักจะใช้ช่วงล่างหลังแบบคานบิด (Torsion Beam) เพื่อลดต้นทุน แต่การใช้มัลติลิงก์จะช่วยให้การซับแรงกระแทกทำได้ละเอียดกว่า และเพิ่มการยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น
- ระบบขับเคลื่อน: การที่ QQ3 EV ใช้ระบบ ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ร่วมกับช่วงล่างหลังแบบอิสระ ช่วยให้รถมีสมดุลที่ดีขึ้น มีรัศมีวงเลี้ยวที่แคบเพียง 5.2 เมตร ทำให้ขับขี่ในเมืองได้อย่างคล่องตัวและมีความเสถียรในช่วงความเร็วสูงมากกว่าคู่แข่งหลายรุ่น
- โครงสร้างตัวถัง: ตัวรถสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม T12 ใหม่ล่าสุดของ Chery ที่เน้นความแข็งแกร่งและการจัดการพื้นที่ (Space Utilization) ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
การออกแบบภายนอก
- แนวคิดการออกแบบ: ใช้ดีไซน์ทรงกลมมน (Rounded Design) ตลอดทั้งคัน เพื่อให้ดูเป็นมิตรและล้ำสมัยในสไตล์ Minimalist ที่เข้ากับคนรุ่นใหม่
- ด้านหน้า: กระจังหน้าเป็นแบบปิดทึบตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า โดเด่นด้วยไฟหน้า LED ทรงกลมขนาดใหญ่ ภายในโคมมีไฟ DRL (Daytime Running Light) เป็นเส้นแนวนอน 2 เส้นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
- ด้านข้าง: เส้นสายตัวถังเน้นความเรียบง่ายแต่ดูมีมิติ มีการใช้มือจับประตูแบบกึ่งซ่อน (Semi-hidden Door Handles) เพื่อช่วยลดแรงต้านอากาศ (Aerodynamics) และทำให้ตัวรถดูคลีนมากขึ้น
- เอกลักษณ์เฉพาะรุ่น: บริเวณเสา C จะมีการประดับโลโก้ตัวอักษร “Q” และที่ส่วนล่างของบานประตูจะติดโลโก้ “CHERY” เพื่อย้ำเตือนถึงตำนานของรุ่นนี้
- ล้อและยาง: มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ลายเครื่องหมายบวก (+) ที่เน้นผลทางอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic Wheels) ตัดกับซุ้มล้อสีดำที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตเล็กน้อย
- ด้านท้าย: ไฟท้ายออกแบบให้มีทรงกลมมนล้อไปกับไฟหน้า สร้างความสมดุลในการออกแบบหน้า-หลังได้อย่างลงตัว
- สีตัวถัง: มีให้เลือกถึง 6 เฉดสี โดยเน้นโทนสีพาสเทลที่ดูนุ่มนวล เช่น สีชมพูเบจ (Pink-beige) และสีขาว (Feather White) รวมถึงมีออปชันหลังคาสีตัดกัน (Two-tone) และกระจกมองข้างแบบทูโทนให้เลือกด้วย
การออกแบบภายในห้องโดยสาร
- หน้าจอกลางยักษ์: โดดเด่นด้วยหน้าจอสัมผัสแบบลอยตัวขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K ซึ่งถือว่าใหญ่มากสำหรับรถระดับนี้
- ชิปประมวลผล: ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 8155 ทำให้การใช้งานหน้าจอไหลลื่น รองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่านระบบ Carmind AI ที่โต้ตอบได้เป็นธรรมชาติ
- ชุดมาตรวัด: หน้าจอแสดงผลผู้ขับขี่เป็นแบบดิจิทัลทรงสี่เหลี่ยม วางตัวอยู่หลังพวงมาลัยทูโทนทรง Flat-bottom
- พื้นที่กว้างเกินตัว: ด้วยระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,700 มม. ทำให้มีพื้นที่วางขา (Legroom) ด้านหลังกว้างขวางเทียบเท่ารถ Sedan ขนาดกลาง โดยมีอัตราการใช้พื้นที่ภายในสูงถึง 85%
- ช่องเก็บของอัจฉริยะ: ภายในห้องโดยสารมีจุดเก็บของกระจายอยู่มากถึง 38 จุด รอบคัน
- เกียร์อยู่ที่คอพวงมาลัย: การย้ายคันเกียร์ไปไว้ที่คอพวงมาลัย (Column Shifter) ช่วยให้คอนโซลกลางโล่งขึ้น เพิ่มพื้นที่วางของและที่วางแก้วได้มากขึ้น
- เบาะนั่ง: เบาะคู่หน้ามาพร้อมระบบ ระบายอากาศ (Ventilated) และ ระบบอุ่นเบาะ (Heated) ซึ่งมักพบในรถระดับพรีเมียม
- บรรยากาศในรถ: ติดตั้งไฟ Ambient Light ปรับได้ถึง 256 สี ที่สามารถเปลี่ยนสีตามจังหวะเพลงได้
- กระจกแต่งหน้าอัจฉริยะ: มีกระจกแต่งหน้าพร้อมไฟส่องสว่างที่ปรับอุณหภูมิสี (Color Temperature) ได้ตามต้องการ
- ชาร์จไร้สาย: มีแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สายความเร็วสูง 50W พร้อมช่องเป่าลมเย็นเพื่อลดความร้อนขณะชาร์จ
- ธีมการออกแบบ: เน้นความเรียบง่ายแต่สดใส มีการนำเส้นสายทรงกลมและทรงรีมาใช้ เช่น ช่องแอร์ทรงรี เพื่อให้สอดคล้องกับดีไซน์ภายนอก
- โทนสี: มีสีภายในให้เลือก 2 โทนสีหลัก โดยเน้นสีที่ดูสว่างและสะอาดตา ช่วยให้ห้องโดยสารดูโปร่งโล่ง
ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ Falcon 500
นี่คือหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีการขับขี่ในรุ่นนี้ ซึ่งทำงานร่วมกับชิป Qualcomm Snapdragon 8155 (พลังประมวลผลสูงถึง 128 TOPS):
- Urban & Highway NOA (Navigate on Autopilot): เป็นรถในกลุ่มราคา 7 หมื่นหยวนรุ่นแรกที่รองรับระบบนำทางกึ่งอัตโนมัติ ทั้งบนทางหลวง (เปลี่ยนเลน เข้า-ออกทางแยกอัตโนมัติ) และในเขตเมือง
- City Memory Navigation: ระบบสามารถจดจำเส้นทางที่ใช้บ่อยได้สูงสุด 20 เส้นทาง เพื่อช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติในเส้นทางเดิมที่คุ้นเคย
- เซนเซอร์รอบคัน: ติดตั้งเรดาร์อัลตราโซนิก 12 จุด และกล้องรอบคัน 4 ตัว ซึ่งช่วยในการตรวจจับวัตถุได้อย่างแม่นยำแม้ไม่มี Lidar
ระบบจอดรถอัตโนมัติ (Full-Scene Automatic Parking)
- รองรับการจอดรถอัตโนมัติมากกว่า 100 รูปแบบ (บางข้อมูลระบุว่าครอบคลุมถึง 300 ประเภท) ไม่ว่าจะเป็นการจอดขนาน เข้าซอง แนวเฉียง หรือแม้แต่ในพื้นที่แคบมาก ๆ
- มาพร้อมระบบ One-click Parking ที่สั่งการได้ง่ายเพียงปุ่มเดียว
ระบบภาพและวิสัยทัศน์
-
กล้อง 540 องศา: ให้ภาพพาโนรามาหน้า-หลัง-ซ้าย-ขวา 360 องศา และเพิ่มมุมมอง “ใต้ท้องรถแบบโปร่งใส” (Transparent Chassis) อีก 180 องศา ช่วยให้ขับผ่านทางแคบหรืออุปสรรคได้ง่ายขึ้น
ความปลอดภัยเชิงโครงสร้างและอุปกรณ์ (Passive Safety)
- โครงสร้างตัวถัง Rock-solid: ใช้เหล็กกล้าความแข็งแรงสูง (High-strength steel) ถึง 72% และเหล็กขึ้นรูปร้อน (Hot-formed steel) 19% เพื่อเสริมความแกร่งของห้องโดยสาร
- ถุงลมนิรภัย: ติดตั้งมาให้สูงสุดถึง 6 ตำแหน่ง รอบคัน
- Sentry Mode: ระบบเฝ้าระวังขณะจอดรถ (โหมดโจรเรียกพี่) ที่จะบันทึกภาพและแจ้งเตือนเมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นรอบตัวรถ
ฟีเจอร์ล้ำสมัยอื่น ๆ
- External Speaker: สามารถส่งเสียงพูดออกไปนอกรถเพื่อสื่อสารกับคนเดินถนนหรือเตือนรถคันอื่นได้
- AI Lingxi & Voiceprint: ระบบจำเสียงเจ้าของรถ (Voiceprint replication) เพื่อยืนยันตัวตนและปรับตั้งค่าส่วนตัวโดยอัตโนมัติ



