HONDA ยกเลิกจำหน่าย e:NY1/e:N1 ในยุโรปส่งขายแค่ Super-N EV

Honda ปรับทัพใหญ่ ยกเลิกแผน EV ระดับโลก ถอด e:Ny1 เตรียมดัน Super-N ลุยตลาดยุโรป
ฮอนด้า (Honda) สร้างความประหลาดใจให้กับวงการยานยนต์อีกครั้ง ด้วยการประกาศปรับเปลี่ยนแผนยุทธศาสตร์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ครั้งสำคัญ โดยเตรียมยุติการจำหน่าย e:Ny1 รถยนต์ไฟฟ้า 100% เพียงรุ่นเดียวที่วางขายอยู่ในตลาดยุโรปขณะนี้ หลังจากเปิดตัวได้เพียง 3 ปี พร้อมกับการยกเลิกแผนพัฒนารถ EV ระดับโลกอีกหลายรุ่น ทว่านี่ไม่ใช่การยอมแพ้ในตลาดนี้แต่อย่างใด เพราะฮอนด้าเตรียมส่ง Super-N แฮทช์แบ็กไฟฟ้ารุ่นใหม่เข้ามาลุยตลาดแทนในเดือนกรกฎาคมนี้
การยุติบทบาทของ e:Ny1 ท่ามกลางสมรภูมิ EV ที่ดุเดือด
e:Ny1 เป็นผลผลิตจากการร่วมทุนระหว่าง Honda และ Dongfeng ซึ่งเปิดตัวในยุโรปช่วงกลางปี 2023 ในฐานะรถไฟฟ้าฝาแฝดของ HR-V มีต้นกำเนิดการพัฒนาจากประเทศจีน (วางจำหน่ายในชื่อ e:NS1 และ e:NP1 ตั้งแต่ปี 2022) ขุมพลังขับเคลื่อนสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม e:N Architecture F ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว กำลังสูงสุด 201 แรงม้า (150 kW) พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 68.8 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 412 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP
อย่างไรก็ตาม การทำตลาดในยุโรปของ e:Ny1 ต้องเผชิญกับอุปสรรคครั้งใหญ่จากการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะจากแบรนด์ผู้ผลิตสัญชาติจีนที่ขนทัพรถยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicles) เข้ามาตีตลาดด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ก้าวหน้าและราคาที่ดึงดูดใจกว่า แม้ว่าฮอนด้าจะพยายามกระตุ้นยอดขายด้วยการลดราคาในเยอรมนีลงจาก 47,590 ยูโร (1.79 ล้านบาท) เหลือ 38,990 ยูโร (1.47 ล้านบาท) แต่ในปีที่ผ่านมากลับทำยอดขายในเยอรมนีได้เพียง 105 คันเท่านั้น
ปัจจุบัน e:Ny1 ได้ถูกถอดออกจากระบบสั่งซื้อในหลายตลาดหลักแล้ว เช่น เยอรมนี อิตาลี และสเปน โดยทางค่ายกำลังเร่งระบายสต็อกที่เหลือไปยังสหราชอาณาจักรและกลุ่มประเทศนอร์ดิกแทน
พับแผนระดับโลก ถอยเพื่อตั้งหลัก
การลดขนาดตลาดในยุโรปเป็นเพียงภาพสะท้อนของการปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างระดับโลก เมื่อไม่นานมานี้ ฮอนด้าได้ยืนยันการยกเลิกแผนผลิตรถ EV ขนาดใหญ่หลายรุ่นสำหรับตลาดอเมริกาเหนือ ได้แก่ Acura RSX, ซีรีส์ 0 Series (ทั้งรูปแบบ Saloon และ SUV) รวมถึงโปรเจกต์ Afeela ที่พัฒนาร่วมกับ Sony Honda Mobility ก็ถูกระงับแผนการผลิตระดับโกลบอลด้วยเช่นกัน
Super-N: ความหวังใหม่ในพิกัด City Car
ช่องว่างที่หายไปจะถูกเติมเต็มด้วย Super-N รถแฮทช์แบ็กไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดที่เตรียมเข้าทำตลาดในยุโรปและสหราชอาณาจักรหลังจากการเปิดตัวที่ญี่ปุ่น รถรุ่นนี้โดดเด่นด้วยดีไซน์เรโทร-สปอร์ตที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนาน Honda City Turbo II ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 94 แรงม้า เน้นความคล่องตัวสำหรับการใช้งานในเมือง
ทิศทางตลาดในอนาคต
คาดการณ์ว่า Super-N จะทำราคาเปิดตัวได้ต่ำกว่า 20,000 ปอนด์ (900,000 บาท) ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์มาเน้นกลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าราคาเข้าถึงได้ ในขณะที่ไลน์อัปยานยนต์อื่นๆ ของฮอนด้าในยุโรป จะมุ่งเน้นไปที่ระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริด (e:HEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เป็นหลัก เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม
