วิกฤต GAC Honda ยอดขายดิ่งหนัก 72% จ่อหั่นกำลังผลิตและปิดโรงงาน เซ่นกระแสยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
วิกฤต GAC Honda ยอดขายดิ่งหนัก 72% จ่อหั่นกำลังผลิตและปิดโรงงาน เซ่นกระแสยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
รายงานข้อมูลการผลิตและยอดขายประจำเดือนเมษายน 2026 จาก GAC Group (Guangzhou Automobile Group) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศจีน เมื่อตัวเลขยอดขายของ GAC Honda ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายปี สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายอย่างหนักที่ค่ายรถยนต์ร่วมทุน (Joint Venture) กำลังเผชิญ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ยอดขายเดือนเมษายน สถิติที่น่าตกใจ
จากรายงานล่าสุดพบว่า ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา GAC Honda ทำยอดขายรายเดือนได้เพียง 5,100 คัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลดลงอย่างน่าใจหาย โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (YoY): ยอดขายลดลงอย่างรุนแรงถึง 72.42%
- เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM): ยอดขายหดตัวลงมากกว่า 80%
การลดลงอย่างฮวบฮาบนี้ ถือเป็นการสร้างสถิติยอดขายที่ต่ำที่สุดในรอบหลายปีของบริษัท และเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงวิกฤตความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่มีต่อรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE)
แผนลดกำลังการผลิตและปิดโรงงานครั้งประวัติศาสตร์
ผลกระทบจากยอดขายที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง บีบบังคับให้ Honda ต้องตัดสินใจดำเนินมาตรการลดขนาดองค์กรและปรับโครงสร้างการผลิตครั้งใหญ่ในประเทศจีน เพื่อควบคุมต้นทุนและประคองสถานการณ์ธุรกิจ:
- ปิดโรงงาน GAC Honda (กว่างโจว หวงผู่): มีกำหนดการยุติการผลิตอย่างเป็นทางการในเดือน มิถุนายน 2026 นี้
- ปิดโรงงาน Dongfeng Honda (อู่ฮั่น): มีแผนจะปิดตัวลงภายในปี 2027
“การปรับโครงสร้างครั้งนี้ จะส่งผลให้กำลังการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) ของ Honda ในประเทศจีน ถูกปรับลดลงจากประมาณ 1.2 ล้านคันต่อปี เหลือเพียง 720,000 คันต่อปี ซึ่งคิดเป็นการหั่นกำลังการผลิตทิ้งไปเกือบ 40%”
Advertisement Advertisement
อวสานยุคทองของ “3 ทหารเสือค่ายรถญี่ปุ่น”?
ย้อนกลับไปในอดีต Honda, Toyota และ Nissan เคยได้รับการขนานนามว่าเป็น “3 ทหารเสือแห่งค่ายรถญี่ปุ่น” (日系三剑客) พวกเขาครองตลาดและสร้างความเชื่อมั่นอย่างสูงในประเทศจีนมาอย่างยาวนาน ผ่านรถยนต์รุ่นคลาสสิกที่มียอดขายถล่มทลาย เช่น Honda Accord, Nissan Teana และ Toyota Camry
แต่ในปัจจุบัน เมื่อเผชิญกับคลื่นลูกใหม่ของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ค่ายรถยนต์ร่วมทุนเหล่านี้กลับถูกบีบให้มีพื้นที่ยืนน้อยลงเรื่อยๆ นอกเหนือจาก Toyota ที่ยังพอมียอดขายทรงตัวได้แล้ว ทั้ง Nissan และ Honda ต่างตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก โดยเฉพาะ Honda ที่มีแนวโน้มถดถอยอย่างเห็นได้ชัดเจนที่สุด
ย้อนรอยปี 2025 สัญญาณเตือนที่ชัดเจน
ความอ่อนแอของ GAC Group ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในปีนี้ หากย้อนกลับไปดูผลประกอบการตลอดปี 2025 จะพบว่าเกือบทุกกลุ่มธุรกิจหลักมีผลงานที่ต่ำกว่าเป้าหมาย:
- GAC Honda: มียอดขายรวมทั้งปีอยู่ที่ 351,900 คัน ซึ่งลดลง 25.22% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
- แบรนด์รถยนต์ของจีนเองในเครือ GAC (Trumpchi และ Aion): ยอดขายร่วงลงมากกว่า 20% เช่นเดียวกัน
- GAC Toyota: เป็นเพียงแบรนด์เดียวในเครือที่ยังสามารถรักษาการเติบโตไว้ได้เพียงเล็กน้อย
ความล้มเหลวในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานใหม่ (EV)
จุดที่น่ากังวลที่สุดสำหรับ GAC Group คือผลงานในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ในขณะที่ภาพรวมของอุตสาหกรรม NEV ในประเทศจีนยังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่สูงกว่า 25% ตลอดปี 2025 แต่ยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ของ GAC Group กลับสวนทาง โดยลดลง 4.64% ทำยอดขายรวมทั้งปีได้เพียง 433,600 คัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าแบรนด์สตาร์ทอัพของจีนอย่าง Leapmotor (零跑汽车) เสียด้วยซ้ำ
บทสรุป
วิกฤตของ GAC Honda และภาพรวมที่อ่อนแอของ GAC Group มีสาเหตุหลักมาจาก “ความล่าช้าในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า” (Electric Transition) และ “ความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ที่ลดลง” (Lack of Product Competitiveness) ในยุคที่ผู้บริโภคชาวจีนมองหาเทคโนโลยีอัจฉริยะ ซอฟต์แวร์ที่ทันสมัย และความคุ้มค่าจากรถ EV แบรนด์ท้องถิ่น นี่คือบททดสอบครั้งสำคัญที่ค่ายรถยนต์ดั้งเดิมต้องเร่งปรับตัว หากไม่อยากสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดไปมากกว่านี้ในอนาคต

