เปิดขายจีน BYD Song Ultra DM-i : 672,000 บาท วิ่งไฟฟ้า 310 กม. แบตขนาด 38kWh

เปิดขายจีน BYD Song Ultra DM-i : 672,000 บาท วิ่งไฟฟ้า 310 กม. แบตขนาด 38kWh
Spread the love
Advertisement Advertisement

 

BYD Song Ultra DM-i เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เคาะราคา 12.99-15.99  (ราว 6.24-7.68 แสนบาท) พร้อมเผยกลยุทธ์ระบบอัจฉริยะสุดล้ำ

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา BYD Song Ultra DM-i ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่นย่อย ในราคาจำหน่ายช่วง 12.99 – 15.99 หมื่นหยวน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 624,500 – 768,800 บาท) นอกจากนี้ ภายในงานแถลงข่าวกลยุทธ์ระบบอัจฉริยะ (BYD Intelligence Strategy Conference) ที่จัดขึ้นในวันเดียวกัน BYD ยังได้ประกาศเปิดตัวชิปประมวลผลระบบขับขี่อัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นเองในชื่อ Xuanji A3  ที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 4 นาโนเมตร พร้อมทั้งเปิดตัวเทคโนโลยี LiDAR ที่มีเส้นสแกนมากกว่า 1,000 เส้น, กล้องถ่ายภาพความเร็วสูง (Flash Camera) และกล้องอินฟราเรดคู่ ยิ่งไปกว่านั้น BYD ยังสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคด้วยการประกาศการรับประกันความปลอดภัยระบบขับขี่นำทางในเมือง (City Navigation) เป็นเวลา 1 ปีสำหรับรถยนต์ที่ติดตั้งระบบ God’s Eye A  และ God’s Eye B

ราคาจำหน่ายมาตรฐาน BYD Song Ultra DM-i ทุกรุ่นย่อย

  • รุ่น 205KM Leading Edition  ราคา 12.99 หมื่นหยวน (ประมาณ 624,559 บาท)
  • รุ่น 205KM Transcend Edition  ราคา 13.99 หมื่นหยวน (ประมาณ 672,639 บาท)
  • รุ่น 310KM Leading Edition  ราคา 13.99 หมื่นหยวน (ประมาณ 672,639 บาท)
  • รุ่น 310KM Transcend Edition  ราคา 14.99 หมื่นหยวน (ประมาณ 720,719 บาท)
  • รุ่น 310KM Excellent Edition ) ราคา 15.99 หมื่นหยวน (ประมาณ 768,799 บาท)

สำหรับผู้ที่จองซื้อรถยนต์รุ่นนี้ จะได้รับสิทธิประโยชน์และแพ็กเกจของแถมมากมาย อาทิ แพ็กเกจสีตัวถังพิเศษ, แพ็กเกจการเงิน, แพ็กเกจแลกเปลี่ยนรถเก่าเป็นรถใหม่, แพ็กเกจระบบชาร์จไฟ, แพ็กเกจการรับประกันคุณภาพ, แพ็กเกจระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ, ชุดไลฟ์สไตล์แบบผ่อนคลาย (Relaxed Life Set) และบริการขยายระยะเวลารับประกัน รวมมูลค่าสิทธิประโยชน์สูงสุดถึง 20,199 หยวน (ประมาณ 97,100 บาท) นอกจากนี้ BYD Tang  รุ่นใหม่ มีกำหนดการจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้อีกด้วย

ดีไซน์ภายนอก สปอร์ตล้ำสมัย อิงอารมณ์รถยนต์ไฟฟ้า 100%

ในแง่ของรูปลักษณ์ภายนอก BYD Song Ultra DM-i ยังคงสืบทอดปรัชญาการออกแบบมาจากเวอร์ชันรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) ด้านหน้าตัวรถเน้นเส้นสายที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความล้ำสมัย ช่องดักอากาศสีดำบริเวณกันชนช่วยเพิ่มมิติและความดุดัน ไฟหน้าทรงเรียวยาวผสานเข้ากับกระจังหน้าได้อย่างลงตัว มาพร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRL) แบบทะลุผ่านสองฝั่งที่มีดีไซน์เฉียบคมและเชิดขึ้นเล็กน้อย เชื่อมรับกับเส้นสายบนฝากระโปรงหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมฟังก์ชันไฟต้อนรับแบบ Breathing Effect ที่ขยับตามจังหวะอย่างมีชีวิตชีวา สีตัวถังภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีเทาภูเขาไฟ (Fire Rock Gray), สีขาวหิมะ (Snow Mountain White), สีม่วงหมอก (Yanlan Purple), สีข้าวทางช้างเผือก (Galaxy Rice) และสีเขียวต้นปาล์ม (Palm Green)

ด้านข้างตัวรถ โดดเด่นด้วยเส้นสายช่วงเอวแบบ 3 ส่วนสไตล์ “ปีกโบยบิน” (Three-stage flying wing waistline) บริเวณเสา D-pillar ตกแต่งด้วยสีดำเพื่อสร้างเอฟเฟกต์หลังคาลอยตัว (Floating Roof) พร้อมติดตั้งมือเปิดประตูแบบซ่อนครึ่งหนึ่ง (Semi-hidden door handles) มิติตัวถัง มีความยาว 4,850 มม., กว้าง 1,910 มม., สูง 1,670 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,840 มม. โดยทุกรุ่นย่อยจะติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วเป็นมาตรฐาน ส่วนท้ายรถติดตั้งไฟท้าย LED ลากยาวทะลุสองฝั่งแบบ Flowing Light Ruiwei ผสานกับสปอยเลอร์หลังคาแบบชิ้นเดียว ย้ำภาพลักษณ์ความสปอร์ตที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่

ดีไซน์ภายในและเทคโนโลยีอัจฉริยะ

ภายในห้องโดยสาร มีธีมสีให้เลือก 2 รูปแบบ คือ สีเทาเกลือทะเล (Sea Salt Gray) และสีเทาเมฆพลบค่ำ (Muyun Gray) หน้าจอจัดเต็มด้วยหน้าจอกลางควบคุมความบันเทิงขนาด 15.6 นิ้วที่สามารถหมุนปรับแนวตั้ง-แนวนอนได้อัตโนมัติ, แผงหน้าปัด LCD ขนาด 10.25 นิ้ว และหน้าจอแสดงผลบนกระจกหน้า W-HUD ขนาดใหญ่ถึง 26 นิ้ว ที่สำคัญคือรถรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่ประเดิมติดตั้งระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ “DiDiXia Super Intelligent Body” 

ในส่วนของระบบช่วยเหลือการขับขี่ รถรุ่นนี้มาพร้อมระบบ God’s Eye C  เป็นมาตรฐาน และสามารถเลือกอัปเกรดเป็นระบบ God’s Eye B- Laser Edition (DiPilot 300) ได้ ซึ่งจะช่วยรองรับฟังก์ชันขั้นสูงอย่างระบบนำทางอัจฉริยะในเมือง (City Navigation Online Assistant: CNOA)

สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ในรุ่นท็อป (卓越型) จะมาพร้อมเบาะนั่งคู่หน้าที่มีระบบระบายอากาศ, ระบบทำความร้อน, ระบบบันทึกตำแหน่ง (Memory), ระบบนวดแยกจุด 10 จุด รวมถึงเบาะนั่งฝั่งผู้โดยสารตอนหน้าสไตล์ “Queen Seat” นอกจากนี้ยังมีระบบอุ่นพวงมาลัย, ตู้แช่เย็นและอุ่นภายในรถ, ระบบน้ำหอมอัจฉริยะ และระบบเครื่องเสียง DiSound พร้อมลำโพง 16 ตำแหน่ง พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุปกติที่ 680 ลิตร และสามารถขยายได้สูงสุดถึง 1,659 ลิตร เมื่อพับเบาะแถวหลัง

ขุมพลังและสมรรถนะการขับขี่

BYD Song Ultra DM-i ขับเคลื่อนด้วยระบบปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) ที่ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบอร์ 1.5L (กำลังสูงสุด 74 กิโลวัตต์ หรือ 104 แรงม้า PS) และมอเตอร์ไฟฟ้า (กำลังสูงสุด 175 กิโลวัตต์ หรือ 238 แรงม้า PS) มอบระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนตามมาตรฐาน CLTC ที่ 205 กิโลเมตร และ 310 กิโลเมตร ตามลำดับ โดยสามารถทำระยะทางขับขี่รวมสูงสุด (รวมน้ำมันและไฟฟ้า) ได้ไกลถึง 1,845 กิโลเมตร นอกจากนี้ รถทุกรุ่นย่อยยังได้รับการติดตั้งระบบควบคุมตัวถังอัจฉริยะ Yunnian-C (DiSus-C) Intelligent Damping Body Control System และระบบควบคุมเสถียรภาพเมื่อยางระเบิดที่ความเร็วสูง TBC (High-speed Blowout Stability System) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

สรุปสาระสำคัญจากงาน BYD Intelligence Strategy Conference

ทิศทางการลงทุนและเป้าหมาย: BYD จะลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในอนาคตมากกว่า 100,000 ล้านหยวน (ประมาณ 4.8 แสนล้านบาท) โดยตั้งเป้าหมายภายใน 3-5 ปี เพื่อบรรลุเป้าหมายหลัก 3 ประการ ได้แก่ “อุบัติเหตุจราจรเป็นศูนย์ (Zero Traffic Accidents)”, “สุดยอดคนขับ (Super Driver)” และ “สุดยอดเลขาอัจฉริยะ (Super Secretary)” ทั้งนี้ รถยนต์ทุกรุ่นของ BYD จะสามารถเลือกติดตั้งระบบ God’s Eye B ได้ในราคาออปชันเสริม 12,000 หยวน (ประมาณ 57,700 บาท) พร้อมนโยบายคุ้มครองพิเศษจากทางค่าย สำหรับผู้ใช้ระบบ God’s Eye A และ B ทั้งรายเก่าและรายใหม่ ด้วยการรับประกันความปลอดภัยระบบขับขี่นำทางในเมืองเป็นเวลา 1 ปี โดยจะชดเชยค่าเสียหายให้เต็มจำนวนและไม่จำกัดวงเงินสูงสุด!

  • ชิปประมวลผลอัจฉริยะ Xuanji A3 : ชิปเซ็ตระดับ 4nm สำหรับระบบขับขี่อัจฉริยะ มีแบนด์วิดท์สูงถึง 273GB/s โดยการใช้ชิป 3 ตัวร่วมกันจะให้กำลังการประมวลผลรวม (Computing Power) สูงกว่า 2,100 TOPS มีอัตราการบริโภคพลังงานต่อหน่วยคำนวณต่ำกว่าชิปในระดับเดียวกันถึง 20% ด้าน CPU มาพร้อมโครงสร้าง 16 Cores 420K DMIPS นอกจากนี้ การผสานการทำงานระหว่างชิปและอัลกอริทึมที่ได้รับการปรับแต่งขั้นสูงยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานประมวลผลขึ้นอีก 100% รองรับระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ L3 และ L4 ซึ่งปัจจุบันชิปนี้ได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตจำนวนมาก (Mass Production) แล้ว
  • การอัปเกรดระบบขับขี่อัจฉริยะ God’s Eye (天神之眼): ประกาศอัปเกรดครั้งใหญ่ 4 ด้าน รวมถึงสถาปัตยกรรม Xuanji Architecture 2.0 ที่รวมระบบห้องโดยสาร (Cockpit), ระบบขับขี่ (Driving) และระบบไฟฟ้า (Electric) เข้าไว้ด้วยกันในกล่องควบคุมกลางเดียว (Central Brain) ร่วมกับสถาปัตยกรรมเซนเซอร์ดาวเทียม เชื่อมโยงระบบทั้งหมดผ่านแนวคิด “1 สมอง, 2 ปลายทาง, 3 เครือข่าย, 4 ห่วงโซ่” ยกระดับตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงระบบคลาวด์
  • ฮาร์ดแวร์เซนเซอร์เจเนอเรชันใหม่:
      • Ultra-thousand-line LiDAR: ให้ภาพความละเอียดสูงระดับ 4K ระยะตรวจจับไกลสุดถึง 600 เมตร
      • Flash Camera: กล้องจับภาพความเร็วสูงที่มีอัตราเฟรมเรตสูงสุด 1,000fps และมีค่าความหน่วง (Latency) ต่ำกว่า 1 มิลลิวินาที
      • Dual Far-Infrared Cameras: กล้องอินฟราเรดระยะไกลคู่ ที่ให้คอนทราสต์สูงกว่าปกติ 10 เท่า ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการรับรู้สภาพแวดล้อมในสถานการณ์ที่ทัศนวิสัยแย่ขั้นสุด

    *หมายเหตุ: ระบบ God’s Eye C จะเริ่มทยอยได้รับการอัปเกรดสถาปัตยกรรมแบบ ไร้แผนที่ (Mapless End-to-End Architecture) ผ่านการอัปเดต OTA ในเดือนธันวาคมปีนี้ ซึ่งจะทำให้รถสามารถใช้งานฟังก์ชันขับขี่นำทางจดจำเส้นทางในเมือง (City Memory Navigation Assistant) ได้

  • Super Intelligent Body “DiDiXia” เลขาอัจฉริยะตัวใหม่ล่าสุด รองรับการจดจำพฤติกรรมทั้งห้องโดยสาร, การโต้ตอบข้ามโดเมน, การทำงานประสานกันระหว่างตัวรถและคลาวด์, ระบบคิดวิเคราะห์แบบเร็วและช้า (Fast & Slow Thinking), การเข้าใจความหมายที่กำกวม (Blurry Semantics), รองรับการสั่งการหลายภาษาและภาษาท้องถิ่น, การย่อยคำสั่งที่ซับซ้อน ตลอดจนการตอบสนองที่รวดเร็วเป็นพิเศษ

เจาะลึกสเปกและออปชัน BYD Song Ultra DM-i แยกตามรุ่นย่อยอย่างละเอียด

บทความนี้เป็นการรวบรวมและแปลข้อมูลพารามิเตอร์เชิงเทคนิค รวมถึงระบบออปชันสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบช่วยขับขี่ของ BYD Song Ultra DM-i ทั้ง 5 รุ่นย่อยอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างในแต่ละรุ่นได้อย่างชัดเจน

มิติตัวถังและพารามิเตอร์พื้นฐาน (เหมือนกันทุกรุ่นย่อย)

  • ขนาดตัวรถ (กว้าง × ยาว × สูง): 4,850 × 1,910 × 1,670 มม.
  • ระยะฐานล้อ: 2,840 มม.
  • ระยะห่างระหว่างล้อ (หน้า/หลัง): 1,637 / 1,641 มม.
  • รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด: 5.5 เมตร
  • ความจุห้องสัมภาระท้าย: 680 ลิตร (และขยายได้สูงสุด 1,659 ลิตร เมื่อพับเบาะแถวหลัง)
  • ความจุถังน้ำมัน: 60 ลิตร
  • ขนาดและสเปกยาง: 235/50 R19
  • การรับประกันรถยนต์: สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล (ไม่ใช่อาชีพเชิงพาณิชย์) ระบบสามไฟฟ้า (แบตเตอรี่, มอเตอร์, ระบบควบคุม) รับประกันตลอดอายุการใช้งานสำหรับเจ้าของรถคนแรก, ตัวรถรับประกันคุณภาพ 6 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

สมรรถนะและระบบขับเคลื่อน (แบ่งตามขนาดแบตเตอรี่)

กลุ่มรุ่นย่อยความยาวระยะทาง 205KM (รุ่น 205KM Leading และ 205KM Transcend)

  • เครื่องยนต์: เบนซิน 1.5L High-efficiency สำหรับระบบ Plug-in Hybrid โดยเฉพาะ (4 สูบแถวเรียง, 16 วาล์ว, ระบบจ่ายน้ำมัน Multi-point EFI, ระบายความร้อนด้วยของเหลว, DOHC, ระบบแปรผันวาล์วไอดี VVT)
  • กำลังเครื่องยนต์สูงสุด: 74 กิโลวัตต์ (ประมาณ 101 แรงม้า PS) / แรงบิดสูงสุด 126 นิวตันเมตร
  • มอเตอร์ไฟฟ้า: มอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet Synchronous Motor)
  • กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด: 175 กิโลวัตต์ (ประมาณ 238 แรงม้า PS) / แรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร
  • ระบบส่งกำลัง: EHS ระบบไฮบริดไฟฟ้าอัจฉริยะ
  • ความจุแบตเตอรี่: 26.6 kWh – แบตเตอรี่ Blade Battery สำหรับปลั๊กอินไฮบริด)
  • ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน (CLTC): 205 กิโลเมตร
  • อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันขณะแบตเตอรี่หมด (NEDC): 3.3 ลิตร / 100 กิโลเมตร
  • มาพร้อมถังน้ำมัน 60 ลิตร และแบตเตอรี่ขนาด 26.6 kWh ระยะทางวิ่งรวมสูงสุด (Comprehensive Range) อยู่ที่ 1,750 – 1,800 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับรูปแบบออปชันและน้ำหนักบรรทุก) มอบความประหยัดขั้นสุดในการเดินทางไกล
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 7.5 วินาที
  • มาตรฐานไอเสีย: China VI (国Ⅵ)

กลุ่มรุ่นย่อยความยาวระยะทาง 310KM (รุ่น 310KM Leading, 310KM Transcend และ 310KM Excellent)

  • เครื่องยนต์ และ มอเตอร์ไฟฟ้า: สเปกเดียวกันกับรุ่น 205KM (เครื่องยนต์ 74 kW / มอเตอร์ 175 kW)
  • ความจุแบตเตอรี่: อัปเกรดเป็น 38.0 kWh (แบตเตอรี่ Blade Battery)
  • ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน (CLTC): 310 กิโลเมตร
  • อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันขณะแบตเตอรี่หมด (NEDC): 3.3 ลิตร / 100 กิโลเมตร
  • ด้วยการอัปเกรดแบตเตอรี่ให้ใหญ่ขึ้นเป็น 38.0 kWh ทำงานประสานกับน้ำมันเต็มถัง 60 ลิตร ส่งผลให้โมเดลนี้สามารถทำระยะทางการขับขี่รวมสูงสุดได้ไกลทะลุไมล์ถึง 1,845 กิโลเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดของซีรีส์นี้ ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเดินทางระยะไกลแบบไร้กังวลเรื่องการแวะสถานีบริการอย่างแท้จริง
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 7.9 วินาที (เนื่องจากน้ำหนักแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้น)
  • มาตรฐานไอเสีย: China VI (国Ⅵ)

ระยะทางการขับขี่รวมสูงสุด (ครอบคลุมการวิ่งต่อถังน้ำมันและแบตเตอรี่เต็ม)

ด้วยการจับคู่กันระหว่างระบบปลั๊กอินไฮบริด DM-i เจเนอเรชันใหม่, เครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง 1.5L และถังน้ำมันขนาดใหญ่ความจุ 60 ลิตร ทำให้ BYD Song Ultra DM-i มีตัวเลขระยะทางการขับขี่ที่น่าทึ่งเมื่อเติมน้ำมันเต็มถังและชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% โดยแบ่งตามรุ่นย่อยได้ดังนี้:

  • ระยะทางวิ่งรวมสูงสุด (Comprehensive Range): สามารถทำระยะทางได้ไกลสูงสุดถึง 1,845 กิโลเมตร ต่อการเติมน้ำมันเต็มถัง (60 ลิตร) และชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ประหยัดและเดินทางไกลได้อย่างอุ่นใจ เหมาะสำหรับการเดินทางข้ามจังหวัดในประเทศไทยโดยไม่ต้องแวะปั๊มบ่อยๆ
  • อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยขณะแบตเตอรี่หมด (NEDC): อยู่ที่เพียง 3.3 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร (หรือคิดเป็นอัตราประหยัดน้ำมันประมาณ 30.3 กิโลเมตรต่อลิตร) ซึ่งแม้ว่าผู้ขับขี่จะไม่ได้ชาร์จไฟ และใช้งานด้วยโหมดไฮบริดขณะแบตเตอรี่ต่ำ ตัวรถก็ยังคงรักษาประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันได้อย่างยอดเยี่ยม

*หมายเหตุ: ตัวเลข 1,845 กิโลเมตร เป็นตัวเลขจากการทดสอบตามมาตรฐานห้องปฏิบัติการ ในการใช้งานจริงระยะทางอาจมีการแปรปรวนตามสภาพการจราจร พฤติกรรมการขับขี่ และการเปิดเครื่องปรับอากาศ

ระบบเบรก ช่วงล่าง และระบบประจุไฟฟ้า

  • ระบบเบรก: ด้านหน้า ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน (Ventilated Disc) / ด้านหลัง ดิสก์เบรกมาตรฐาน
  • ระบบกันสะเทือน: ด้านหน้า อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut) / ด้านหลัง อิสระมัลติลิงก์ (Multi-link)
  • ระบบควบคุมตัวถังอัจฉริยะ: มีระบบ Yunnian-C (DiSus-C) แดมเปอร์ปรับหนืดอัจฉริยะ และระบบควบคุมเสถียรภาพเมื่อยางระเบิดความเร็วสูง TBC ติดตั้งเป็นมาตรฐานในทุกรุ่นย่อย
  • ระบบชาร์จไฟกระแสสลับ (AC): รองรับสูงสุด 7kW ทุกรุ่นย่อย
  • ระบบชาร์จไฟกระแสตรง (DC Fast Charge):
    • รุ่นความยาว 205KM: รองรับกำลังไฟสูงสุด 57kW (ชาร์จ 30%-80% ภายใน 17 นาที)
    • รุ่นความยาว 310KM: รองรับกำลังไฟสูงสุด 82kW (ชาร์จ 30%-80% ภายใน 17 นาที)
  • ระบบจ่ายกระแสไฟภายนอก (VTOL): รองรับระบบสถานีไฟฟ้าเคลื่อนที่ จ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกรถ พร้อมแถมปลั๊กพ่วงพาวเวอร์บาร์เป็นมาตรฐานทุกรุ่นย่อย

Advertisement Advertisement

 รายละเอียดออปชันและการจัดหมวดหมู่ระบบแยกตามรุ่นย่อย

รุ่นเริ่มต้น: 205KM Leading Edition  – ราคา 129,900 หยวน

เป็นรุ่นพื้นฐานที่ให้ระบบหลักมาครบถ้วน คุ้มค่าสำหรับผู้เน้นใช้งานทั่วไป

  • ระบบช่วยขับขี่: ติดตั้งระบบ God’s Eye C (天神之眼C) มาให้เป็นมาตรฐาน ประกอบด้วยระบบรักษาเลน (LDA), ระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCW) และเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (ACC), กล้องมองภาพรอบทิศทาง (AVM), และเซนเซอร์กะระยะถอยจอด (PDC)
  • ระบบความบันเทิงและห้องโดยสาร: หน้าจอควบคุมตรงกลางขนาด 15.6 นิ้ว, แผงหน้าปัด LCD ขนาด 10.25 นิ้ว, ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ DiLink 100, รองรับเครือข่าย 5G, และเครื่องเสียงมาตรฐานระดับไฮไฟ 8 ลำโพง
  • ความสะดวกสบายภายใน: เบาะนั่งหนังคุณภาพสูง, พวงมาลัยปรับมือ 4 ทิศทาง, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระสองโซน (Dual-zone), ไส้กรองแอร์ประสิทธิภาพสูง CN95 และมีระบบสตาร์ทและเข้าออกรถอัจฉริยะโดยไม่ต้องใช้กุญแจ (NFC / Bluetooth Key)
  • ดีไซน์ภายนอก: ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว, มือเปิดประตูแบบซ่อนครึ่งหนึ่ง, หลังคาพาโนรามิกซันรูฟพร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า, ไฟหน้า-ไฟท้าย LED เต็มระบบ พร้อมแถบไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบลากทะลุสองฝั่ง

รุ่นอัปเกรด: 205KM Transcend Edition – ราคา 139,900 หยวน

มีการเพิ่มฟังก์ชันความปลอดภัยอัจฉริยะและระบบความบันเทิงระดับพรีเมียมขึ้นจากรุ่นเริ่มต้นอย่างชัดเจน

สิ่งที่เพิ่มเข้ามาจากรุ่น 205KM Leading:

  • ระบบขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง: อัปเกรดเป็น ระบบ AI-DiLink 150 ทำงานร่วมกับเลขาอัจฉริยะ “DiDiXia”  รองรับคำสั่งเสียงขั้นสูงและการคิดวิเคราะห์ที่ซับซ้อน
  • หน้าจอ HUD: ติดตั้งระบบหน้าจอแสดงผลบนกระจกหน้าหน้าขนาดใหญ่ 26 นิ้ว W-HUD เพิ่มความปลอดภัยโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน
  • ระบบช่วยเหลือรอบคันเพิ่มเติม: เพิ่มระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ (APA), ระบบรีโมทช่วยจอด (RPA), ระบบเตือนมุมอับสายตา (BSD), ระบบเตือนและเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA/RCTB) และระบบเตือนเปิดประตู (DOW)
  • ความพรีเมียมภายใน: ระบบเครื่องเสียงอัปเกรดเป็นแบรนด์หรู DiSound พร้อมลำโพง 16 ตำแหน่ง, ติดตั้งระบบน้ำหอมปรับอากาศอัจฉริยะ, และแท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือไร้สาย (Wireless Charger) กำลังไฟสูง 50W พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยลมเย็น

รุ่นเน้นระยะทาง: 310KM Leading Edition ) – ราคา 139,900 หยวน

รุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นระยะทางการวิ่งด้วยระบบไฟฟ้าล้วนที่ไกลขึ้นถึง 310 กม. โดยสเปกออปชันสิ่งอำนวยความสะดวกภายในตัวรถทั้งหมดจะถอดแบบมาจากรุ่น 205KM Leading Edition (รุ่นเริ่มต้น) ทุกประการ แต่จะได้รับการเปลี่ยนสเปกฮาร์ดแวร์ระบบไฟฟ้าดังนี้:

  • อัปเกรดขนาดแบตเตอรี่: เพิ่มเป็น 38.0 kWh (เพิ่มระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วนเป็น 310 กม.)
  • อัปเกรดระบบชาร์จไว DC: เพิ่มกำลังการชาร์จสูงสุดขึ้นเป็น 82kW เพื่อให้แมตช์กับขนาดแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น

รุ่นจัดเต็มระยะทาง: 310KM Transcend Edition  – ราคา 149,900 หยวน

เป็นการผสมผสานความอัจฉริยะและสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นสูง เข้ากับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 38.0 kWh โดยสเปกออปชันภายในห้องโดยสาร และระบบขับขี่อัตโนมัติจะเหมือนกับรุ่น 205KM Transcend Edition ทุกประการ แต่ได้ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน 310 กม. และระบบชาร์จเร็ว DC 82kW

รุ่นท็อปสุดเรือธง: 310KM Excellent Edition – ราคา 159,900 หยวน

นี่คือรุ่นท็อปสุด (Top-of-the-line) ที่รวมที่สุดของเทคโนโลยีความหรูหรา และระบบขับเคลื่อนของตระกูล Song Ultra ไว้อย่างครบครัน

สิ่งที่เพิ่มเข้ามาพิเศษและมีเฉพาะในรุ่นท็อปเท่านั้น:

  • ระบบขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงสุด (ออปชันเลือกอัปเกรด): สามารถเลือกติดตั้ง (Optional) ระบบ God’s Eye B- Laser Edition (DiPilot 300) ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี LiDAR ได้ ซึ่งจะช่วยปลดล็อกฟังก์ชันขั้นสูงอย่างระบบนำทางขับขี่อัตโนมัติในเมือง (City Navigation Online Assistant: CNOA) และระบบจอดรถระดับสูงแบบลงรถแล้วปล่อยให้รถไปจอดเอง (AVP)
  • ความหรูหราระดับเฟิร์สคลาสในห้องโดยสาร:
    • ติดตั้ง ตู้แช่เย็นและอุ่นเครื่องดื่มแบบฝังคอนโซลกลาง 
    • เบาะนั่งคู่หน้าอัปเกรดเต็มสูบ: เพิ่มระบบระบายอากาศ (Ventilation), ระบบทำความร้อน (Heated), ระบบบันทึกตำแหน่ง (Memory) และระบบนวดแยกจุด 10 จุด (10-point Massage) ทั้งฝั่งคนขับและผู้โดยสาร
    • เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าอัปเกรดเป็นสไตล์ “Queen Seat” พร้อมระบบปรับไฟฟ้าและมีแผ่นรองขาไฟฟ้า (Electric Leg Rest)
    • เพิ่มระบบทำความร้อนที่พวงมาลัย (Heated Steering Wheel) และพวงมาลัยแบบปรับไฟฟ้าจับสัญญาณมือ (Capacitive Steering Wheel)
  • ระบบความปลอดภัยขั้นสูงเพิ่มเติม: ระบบตรวจจับการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (DFM), ระบบตรวจจับผู้ขับขี่เสียสมาธิ (DAM) และกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ

dongchedi

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้