ทำถึง ? BYD ผลิตในประเทศไทย หลังจากที่ผมได้ไปดูโรงงานสายการผลิต 21 กันยายน 2569

ทำถึง ? BYD ผลิตในประเทศไทย หลังจากที่ผมได้ไปดูโรงงานสายการผลิต 21 กันยายน 2569
Spread the love

ขอบคุณ BYD ที่เปิดโรงงานให้เห็นของจริง งานนี้ต้องยอมรับว่า “ทำถึง” เกือบ 3 ปีได้ขนาดนี้ดีแล้วนะ

ขอบคุณ BYD ที่เชิญสื่อ CAR250 / AEROMECHX เข้าไปเยี่ยมชมโรงงานและสายการผลิตรถยนต์ BYD ทั้ง 5 รุ่นในประเทศไทย ถือเป็นโอกาสที่ดีมากในการได้เข้าไปเห็นกระบวนการผลิตด้วยตาตัวเอง ท่ามกลางกระแสคำถามเรื่องการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ และประเด็น Local Content ที่สังคมกำลังให้ความสนใจ

สำหรับคนทำสื่อ การได้เข้าไปดูโรงงานจริงมีความหมายครับ เพราะช่วยให้เราเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นมากกว่าการอ่านข้อมูลจากเอกสารหรือฟังคำอธิบายเพียงอย่างเดียว และสามารถนำสิ่งที่เห็นกลับมาเล่าให้ผู้อ่านได้เห็นภาพชัดขึ้นว่า รถที่ผลิตในไทยมีขั้นตอนและกระบวนการอย่างไร บางสายการผลิตใช้คนเยอะ บางสายการผลิตใช้หุ่นยนต์เยอะ แต่ที่เห็นก็คนไทยนะ…

ครั้งนี้ต้องยอมรับว่า BYD ทำถึงครับ การสร้างฐานการผลิตในประเทศไทยจนมาถึงจุดที่ผลิตรถยนต์ได้ถึง 5 รุ่น ภายในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี เป็นความคืบหน้าที่ควรได้รับคำชื่นชม ทั้งในแง่การลงทุน การวางระบบ และการเดินหน้าผลิตจริง

ส่วนเรื่อง Local Content ผมมองว่าเป็นคำถามที่สังคมมีสิทธิ์ตั้ง และเป็นเรื่องที่ผู้ผลิตควรเปิดเผยข้อมูลให้ชัดเจน เพราะคุณค่าของการตั้งโรงงานในประเทศไทยยังรวมถึงโอกาสที่ผู้ผลิตชิ้นส่วน แรงงาน และอุตสาหกรรมไทยจะเติบโตไปด้วยกัน

การเปิดให้สื่อเข้าไปเห็นกระบวนการผลิตครั้งนี้จึงเป็นก้าวที่ดีในการสร้างความเข้าใจ ขณะที่รายละเอียดสัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศของแต่ละรุ่น ก็ควรพิจารณาจากข้อมูลและหลักเกณฑ์การรับรองประกอบกัน

ในมุมของ CAR250 / AEROMECHX อะไรที่เป็นคำถาม เรายังติดตามและถามต่อครับ และอะไรที่ได้เห็นว่าเดินหน้าทำจริง มีความคืบหน้าจริง เราก็พร้อมชื่นชมอย่างตรงไปตรงมาเช่นกัน

ขอบคุณ BYD สำหรับโอกาสครั้งนี้ครับ สิ่งที่ได้เห็นทำให้เข้าใจฐานการผลิตในไทยมากขึ้น และหวังว่าจะได้เห็นการเพิ่มบทบาทของชิ้นส่วนไทย บุคลากรไทย และผู้ประกอบการไทยต่อไปในระยะยาว


BYD ผลิตรถในไทยครบ 100,000 คัน ชู Local Content ราว 50% ผลิต 5 รุ่น ส่งออกกว่า 10 ประเทศและภูมิภาค

BYD ประเทศไทย และเรเว่ ฉลองการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทยครบ 100,000 คัน โดยมี BYD ATTO 3 เป็นรถคันสำคัญ พร้อมเปิดเผยรายละเอียดฐานการผลิตในจังหวัดระยอง ซึ่งรองรับรถยนต์ 5 รุ่น มีกำลังผลิตสูงสุด 150,000 คันต่อปี และใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หรือ Local Content ประมาณ 50% ตามข้อมูลของบริษัท

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับบริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ประกาศความสำเร็จของโรงงาน BYD ประเทศไทย หลังผลิตรถยนต์พลังงานใหม่สะสมครบ 100,000 คัน สะท้อนการขยายบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตสำหรับตลาดภายในประเทศและการส่งออก

ภายในงานมีนายเบนสัน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด และนายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ เข้าร่วม พร้อมจัดพิธีส่งมอบรถยนต์ BYD ที่ผลิตจากสายการผลิตในประเทศไทยให้แก่ลูกค้า

จาก DOLPHIN คันแรก สู่ ATTO 3 คันที่ 100,000

โรงงาน BYD ประเทศไทยส่งมอบ BYD DOLPHIN เป็นรถยนต์คันแรกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 โดยรถคันดังกล่าวยังเป็นรถยนต์พลังงานใหม่คันที่ 8 ล้านของ BYD ในระดับโลก

ต่อมา โรงงานเดินหน้าผลิตรถยนต์สะสมจนถึงหลัก 100,000 คัน โดยรถยนต์ที่ออกจากสายการผลิตเป็นคันที่ 100,000 คือ BYD ATTO 3

ฐานการผลิตแห่งนี้ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ จังหวัดระยอง มีกำลังการผลิตสูงสุด 150,000 คันต่อปี ขณะที่กลุ่มบริษัทฯ ระบุว่ามีการลงทุนในประเทศไทยรวมกว่า 30,000 ล้านบาท

BYD ผลิตรถยนต์ในประเทศไทยแล้ว 5 รุ่น

ปัจจุบัน โรงงาน BYD ประเทศไทยผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ทั้งประเภทไฟฟ้าแบตเตอรี่ หรือ BEV และปลั๊กอินไฮบริด หรือ PHEV รวม 5 รุ่น ได้แก่

  • BYD DOLPHIN รถยนต์ไฟฟ้า 100%
  • BYD ATTO 3 รถยนต์ไฟฟ้า 100%
  • BYD SEAL 5 DM-i รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด
  • BYD SEALION 5 DM-i รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด
  • BYD SEALION 6 DM-i รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด

บริษัทระบุว่ารถยนต์ทั้ง 5 รุ่นที่ผลิตจากโรงงานในจังหวัดระยองได้รับใบรับรอง Made in Thailand จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย อย่างเป็นทางการแล้ว

Local Content ประมาณ 50% ร่วมมือผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายในไทยกว่า 266 ราย

หนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ BYD เปิดเผยคือการพัฒนาเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานในประเทศไทย โดยบริษัทมีความร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายชิ้นส่วนในประเทศไทยแล้วกว่า 266 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ผลิตวัสดุและชิ้นส่วนภายในประเทศ 125 ราย พร้อมดำเนินการรับรองชิ้นส่วนตามมาตรฐาน TAI แล้วกว่า 1,090 รายการ BYD ระบุว่ามีสัดส่วน Local Content ประมาณ 50% ซึ่งเป็นข้อมูลภาพรวมที่บริษัทเปิดเผยในข่าวประชาสัมพันธ์ครั้งนี้ ไม่ใช่การระบุว่ารถยนต์ทุกรุ่นและทุกรุ่นย่อยมีสัดส่วนเท่ากันทั้งหมด การขยายเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศมีความสำคัญต่อการเชื่อมโยงฐานผลิตรถยนต์เข้ากับอุตสาหกรรมไทย ทั้งด้านการจัดหาวัสดุ การผลิตชิ้นส่วน และการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน

จ้างงานกว่า 6,000 อัตรา พนักงานไทยราว 95%

ด้านบุคลากร บริษัทเปิดเผยว่ามีการจ้างงานกว่า 6,000 อัตรา โดยเป็นพนักงานสัญชาติไทยประมาณ 95%

สำหรับหน่วยงานผลิตบางส่วน มีสัดส่วนพนักงานไทยสูงกว่าตัวเลขภาพรวม ได้แก่

  • โรงงานเชื่อม มีพนักงานมากกว่า 600 คน และเป็นพนักงานไทยราว 98%
  • โรงงานผลิตสายไฟรถยนต์ มีพนักงานไทยราว 99.3%

นอกจากการจ้างงาน บริษัทระบุถึงแนวทางพัฒนาบุคลากรไทยให้สามารถรับผิดชอบงานบริหารได้มากขึ้น เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยระยะยาว

ส่งออกสะสมกว่า 24,000 คัน ครอบคลุมกว่า 10 ประเทศและภูมิภาค

โรงงาน BYD ประเทศไทยรองรับทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ โดยบริษัทระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 การส่งออกคิดเป็น 40% ของการผลิตทั้งหมดในช่วงดังกล่าว ขณะเดียวกัน บริษัทเปิดเผยยอดส่งออกสะสมแล้วกว่า 24,000 คัน ครอบคลุมตลาดรวมกว่า 10 ประเทศและภูมิภาค ทั้งในอาเซียน เอเชียใต้ ออสเตรเลีย และยุโรป ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นบทบาทของโรงงานในจังหวัดระยองในฐานะฐานผลิตเพื่อส่งออก ควบคู่กับการรองรับความต้องการซื้อรถยนต์ BYD ในประเทศไทย

เปิดรายละเอียดกระบวนการผลิตของ BYD ในไทย

ข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยครอบคลุมตั้งแต่งานปั๊มขึ้นรูปชิ้นส่วนตัวถัง งานเชื่อม งานพ่นสี ไปจนถึงการผลิตแพ็กแบตเตอรี่และชุดสายไฟรถยนต์ โดยแต่ละส่วนมีรายละเอียดดังนี้

โรงงานปั๊มขึ้นรูป ใช้เครื่องจักรแรงกด 7,900 ตัน

โรงงานปั๊มขึ้นรูป หรือ Stamping รองรับการผลิตจำนวนมาก โดยปัจจุบันมียอดจัดส่งชิ้นส่วนอยู่ที่ประมาณ 6,000 ชุดรถต่อเดือน

กระบวนการทำงานครอบคลุมการขึ้นรูปลึก การเจาะรู การพับขอบ และการปรับรูปทรงหรือตัดแต่งชิ้นงาน พร้อมเครื่องจักรสำคัญ ได้แก่

  • เครื่องปั๊มขึ้นรูปอัตโนมัติขนาดใหญ่ แรงกด 7,900 ตัน
  • เครื่องทดลองแม่พิมพ์ขนาด 2,500 ตัน
  • คลังเก็บอุปกรณ์จับชิ้นงานแบบอัตโนมัติ

โรงงานเชื่อมมีหุ่นยนต์ 520 ตัว รองรับการผลิตหลายรุ่น

โรงงานเชื่อมมีพื้นที่ประมาณ 70,000 ตารางเมตร ออกแบบเป็นโครงสร้างสองชั้นเพื่อใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วยสายการผลิต 20 สาย และสถานีการผลิต 200 สถานี ภายในติดตั้งหุ่นยนต์รวม 520 ตัว และมีพนักงานมากกว่า 600 คน โดยบริษัทระบุว่าสายการผลิตมีความยืดหยุ่น รองรับรถยนต์ได้สูงสุด 10 รุ่น และมีกำลังการผลิตสูงสุด 45 คันต่อชั่วโมง ความสามารถในการรองรับ 10 รุ่นเป็นศักยภาพของสายการผลิต ส่วนรถยนต์ที่บริษัทระบุว่าผลิตอยู่ในประเทศไทยปัจจุบันมี 5 รุ่น

โรงงานพ่นสี ใช้หุ่นยนต์ร่วมกับการตรวจสอบของพนักงาน

โรงงานพ่นสีใช้กระบวนการพ่นสีแบบน้ำ 3C2B ร่วมกับห้องพ่นสีแบบแห้ง และระบบบำบัดด้วยความร้อน RTO เพื่อลดการปล่อยสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOC จากกระบวนการอบ ขั้นตอนการผลิตครอบคลุมการทำความสะอาดและเคลือบสีกันสนิมตัวถัง หรือ PT/ED การทากาว และการพ่นสี โดยมีอุปกรณ์หลัก ได้แก่

  • หุ่นยนต์ทากาวภายในและด้านล่างตัวรถ 19 ตัว
  • หุ่นยนต์พ่นสีรองพื้นและสีจริง 64 ตัว

นอกจากนี้ ยังมีพนักงานฝ่ายผลิตตรวจสอบข้อบกพร่องของฟิล์มสีแต่ละชั้น เพื่อควบคุมคุณภาพร่วมกับระบบอัตโนมัติ

โรงงานแพ็กแบตเตอรี่ รองรับสูงสุด 150,000 ชุดต่อปี

โรงงาน Blade Battery ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม WHA ระยอง 36 โดยบริษัทระบุว่าเป็นฐานการผลิตแบตเตอรี่ PACK แห่งแรกของ BYD นอกประเทศจีน โรงงานมีสายการผลิต 3 สาย กำลังการผลิตรวมสูงสุด 150,000 ชุดต่อปี รองรับรถยนต์พลังงานใหม่ได้สูงสุด 150,000 คันต่อปี เพื่อให้บริการตลาดไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ข้อมูลส่วนนี้กล่าวถึงการผลิต แพ็กแบตเตอรี่ โดยข่าวประชาสัมพันธ์ไม่ได้ระบุว่าเป็นการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ในประเทศไทย

โรงงานสายไฟ ผลิตประมาณ 6,500 ชุดต่อเดือน

โรงงานผลิตชุดสายไฟรถยนต์ หรือ Wire Harness เริ่มดำเนินการผลิตตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 ปัจจุบันมีกำลังการผลิตประมาณ 6,500 ชุดต่อเดือน และรองรับกำลังการผลิตสูงสุดประมาณ 10,000 ชุดต่อเดือน บริษัทใช้เครื่องจักรอัตโนมัติร่วมกับระบบ Monitor Board และระบบ MES เพื่อติดตามการผลิต รวมถึงจำนวนชิ้นงานต่อชั่วโมงและประสิทธิภาพของเครื่องจักรแบบเรียลไทม์

ก้าวต่อไปของฐานการผลิต BYD ในประเทศไทย

การผลิตรถยนต์สะสมครบ 100,000 คันเป็นอีกหมุดหมายของ BYD ในประเทศไทย ขณะที่รายละเอียดด้านการผลิตสะท้อนให้เห็นการลงทุนในหลายส่วน ตั้งแต่การขึ้นรูปและเชื่อมตัวถัง การพ่นสี ไปจนถึงแพ็กแบตเตอรี่และชุดสายไฟ

ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือการเพิ่มสัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศ การขยายความร่วมมือกับผู้ผลิตในไทย และการเติบโตของตลาดส่งออก ซึ่งจะมีส่วนกำหนดบทบาทระยะยาวของฐานผลิต BYD ประเทศไทยในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่

ที่มา: ข่าวประชาสัมพันธ์ บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด วันที่ 21 กันยายน 2569

 

BYD ปักฐานไทย! ผลิตในประเทศครบ 100,000 คัน ส่งมอบลูกค้าไทยแล้วกว่า 140,000 คัน

ณ วันที่ 21 กันยายน 2569 BYD เดินหน้าธุรกิจในประเทศไทยไปอีกขั้น หลังยอดการผลิตรถยนต์จากฐานการผลิตในไทยสะสมแตะ 100,000 คัน ขณะที่ยอดส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าในประเทศไทยสะสมมากกว่า 140,000 คัน

จุดที่น่าสนใจคือ ฐานการผลิตของ BYD ในไทยไม่ได้มีเพียงขั้นตอนการประกอบรถยนต์สำเร็จรูปเท่านั้น แต่ครอบคลุมกระบวนการผลิตสำคัญ ตั้งแต่ การขึ้นรูปชิ้นส่วนตัวถัง การเชื่อมตัวถัง การทำสี ไปจนถึงการประกอบรถยนต์

BYD ระบุว่ามีความร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายชิ้นส่วนในประเทศไทยแล้วกว่า 266 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ผลิตวัสดุและชิ้นส่วนภายในประเทศ 125 ราย และรับรองชิ้นส่วนตามมาตรฐาน TAI แล้วกว่า 1,090 รายการ
รถทั้ง 5 รุ่นที่ผลิตในระยองได้รับใบรับรอง Made in Thailand และมีสัดส่วน Local Content ประมาณ 50% งานกว่า 6,000 คน

โรงงานสร้างการจ้างงานมากกว่า 6,000 อัตรา โดยประมาณ 95% เป็นพนักงานสัญชาติไทย

โรงงานไม่ได้ผลิตเพื่อขายในไทยอย่างเดียว แต่ยังเป็นฐานส่งออกด้วย ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 การส่งออกคิดเป็นประมาณ 40% ของการผลิตทั้งหมด และมียอดส่งออกสะสมกว่า 24,000 คัน ไปยังอาเซียน เอเชียใต้ ออสเตรเลีย และยุโรป รวมมากกว่า 10 ประเทศและภูมิภาค

นอกจากนี้ BYD ยังเดินหน้าสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ โดยมีการทำงานร่วมกับ ซัพพลายเออร์ในไทยมากกว่า 100 ราย ทำให้การลงทุนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะตัวโรงงาน แต่เชื่อมโยงไปถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนและธุรกิจที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยด้วย

โรงงาน BYD ประเทศไทยตั้งอยู่ที่ จังหวัดระยอง และถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของบริษัทนอกประเทศจีน รองรับทั้งตลาดภายในประเทศและการส่งออก

ตัวเลข ผลิตในไทย 100,000 คัน เทียบกับ ส่งมอบในไทยกว่า 140,000 คัน ยังสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านที่น่าสนใจ เพราะรถ BYD ที่จำหน่ายในไทยช่วงแรกมาจากการนำเข้า ก่อนที่โรงงานในประเทศไทยจะเริ่มเดินสายการผลิตและเพิ่มสัดส่วนรถที่ผลิตในประเทศมากขึ้น

จากช่วงแรกที่เข้ามาทำตลาดด้วยรถนำเข้า วันนี้ BYD ขยับมาเป็นผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น ทั้ง โรงงาน กระบวนการผลิต และ Supply Chain ในประเทศ
100,000 คัน อาจเป็นเพียงตัวเลขการผลิต แต่สิ่งที่น่าจับตามากกว่าคือ หลังจากนี้ BYD จะเพิ่มสัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศและดึงซัพพลายเออร์ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตได้มากแค่ไหน


เมื่อวาน BYD ทำถึงนะ พาไปดูโรงงานที่ผลิตจริงๆ แถมมีเครื่องจากจีน ผสมผสานของเยอรมัน ก็ OK เข้าใจกันได้อย่างน้อยเป็นการลงทุนจริงๆในประเทศไทย ผสมผสานซัพพลายเชนของไทย แต่อยากให้เปิดมากขึ้นนะเรื่องนี้

แต่สิ่งที่หาไม่เจอคือ รายชื่อของ ซัพพลายเออร์หลักๆของ BYD ไม่ค่อยเปิดอย่างเป็นทางการ แต่เห็นพูดว่าเปรยๆออกมาว่าใช้เหล็กจาก Toyota Tsusho / TT Automotive Steel (ผลิตให้แบรนด์อื่นนอกโตโยต้าเช่นกัน) ตอนนี้ยังไม่มีเอกสารยืนยันในรายชื่อนี้นะ

*BYD ยังยืนยันข้อมูลสำคัญอีกอย่างว่า เหล็กที่ใช้ในกระบวนการ Stamping ตัวถังมาจาก Supplier ในประเทศไทย แต่ยังไม่ได้เปิดชื่อผู้จัดหาเหล็ก ส่วนชิ้นส่วนรถมีทั้งที่ผลิตในไทยและนำเข้าจากจีน

ส่วนรายชื่อซัพพลายเออร์ไทยที่ยืนยันได้คือ FORVIA / Faurecia (บริษัทสัญชาติฝรั่งเศส) รายนี้ชัดที่สุด เพราะ BYD กับ FORVIA มี JV ชื่อ Shenzhen Faurecia Automotive Parts และเปิดโรงงานประกอบเบาะที่ระยอง ผลิต Complete Seat Sets รองรับรถ BYD ที่ผลิตในไทย รวม ATTO 3 และ Song Plus/SEALION 6 โดยโรงงานมีกำลังสูงสุดประมาณ 180,000 ชุดรถ/ปี.

กลุ่มบริษัทที่ BOI ยืนยันว่าเข้าร่วม BYD Sourcing Day และถูกเชื่อมเข้ากระบวนการพัฒนา Supply Chain ได้แก่

  • Summit Electronic Components
  • Thai Summit Harness PCL, SVI PCL
  • KCE Electronics PCL
  • Sammitr Tech
  • Robert Bosch, BorgWarner (Thailand)
  • Mektec Manufacturing Corporation (Thailand)

โดย BOI ระบุชื่อบริษัทเหล่านี้โดยตรง แต่หลักฐานนี้หมายถึง เข้าร่วมการจับคู่/เจรจากับ BYD ไม่ได้ยืนยันว่าทุกรายได้รับ Purchase Order และส่งชิ้นส่วนให้โรงงานแล้ว

BYD ปัจจุบันผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทย 5 รุ่น ได้แก่

  • BYD DOLPHIN
  • BYD ATTO 3
  • BYD SEAL 5 DM-i
  • BYD SEALION 5 DM-i
  • BYD SEALION 6 DM-i

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้