All-NEW BYD SEALION 06 DM-i เจนใหม่ เปิดขายจีน 720,000 บาท วิ่งไฟฟ้า 310 กม.

All-NEW BYD SEALION 06 DM-i เจนใหม่ เปิดขายจีน 720,000 บาท วิ่งไฟฟ้า 310 กม.
Spread the love
Advertisement Advertisement

BYD เปิดตัว Sealion 06 DM-i รุ่นปี 2026 อย่างเป็นทางการในประเทศจีน มาพร้อม 4 รุ่นย่อย อัปเกรดเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด DM เจเนอเรชันที่ 5 (DM 5.0) ช่วยให้ขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนตามมาตรฐาน CLTC ได้สูงสุดถึง 310 กิโลเมตร โดยเคาะราคาจำหน่ายระหว่าง 129,900 – 159,900 หยวน (ประมาณ 624,000 – 768,000 บาท)

ราคาและรุ่นย่อย

(คำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 1 หยวน = 4.808 บาท)

  • 205 Pilot Edition: 129,900 หยวน (ประมาณ 624,500 บาท)
  • 205 Pilot Pro Edition: 139,900 หยวน (ประมาณ 672,600 บาท)
  • 310 Voyage Edition: 149,900 หยวน (ประมาณ 720,700 บาท)
  • 310 Flagship Edition: 159,900 หยวน (ประมาณ 768,800 บาท)

การออกแบบดีไซน์

2026 Sealion 06 DM-i ยังคงรักษาเอกลักษณ์การออกแบบเฉพาะตัวของแบรนด์ (Ocean Aesthetic) เอาไว้ พร้อมเพิ่มตัวเลือกสีตัวถังภายนอกสีใหม่ “สีเงินเคลือบเงา” (Glazed Silver) และธีมห้องโดยสารภายใน “สีน้ำเงินทไวไลท์” (Twilight Blue)

ภายในห้องโดยสารยกระดับความสะดวกสบายของผู้โดยสารอย่างชัดเจน ด้วยการเพิ่มระบบเบาะนั่งคู่หน้าพร้อมฟังก์ชันบันทึกตำแหน่ง (Memory) และระบบนวด รวมถึงเพิ่มที่รองขา (Leg rest) สำหรับผู้โดยสารตอนหน้า และติดตั้งระบบน้ำหอมอัจฉริยะ (Intelligent fragrance system) เข้ามาด้วย

ระบบขับขี่อัจฉริยะและห้องโดยสาร

รุ่นใหม่นี้มาพร้อมตัวเลือกระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง “God’s Eye B” (DiPilot 300) ซึ่งรองรับการทำงานครอบคลุมทุกสถานการณ์ ได้แก่:

  • City Navigate on Autopilot (CNOA): ระบบขับขี่อัตโนมัติในเมือง
  • High-speed Navigate on Autopilot (HNOA): ระบบขับขี่อัตโนมัติบนทางหลวงความเร็วสูง
  • ระบบตรวจจับสัญญาณไฟจราจรพร้อมนับถอยหลังแบบเรียลไทม์
  • ระบบปรับเปลี่ยนการเดินรถตามสภาพจราจร และระบบนำทางเมื่อขับผ่านวงเวียน

ทำงานร่วมกับระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ DiLink 150 ระดับไฮเอนด์ ที่ปรับปรุง UI (User Interface) ดีไซน์ใหม่ พร้อมติดตั้งระบบแผนที่ AutoNavi Maps เวอร์ชันปรับแต่งพิเศษ เพื่อมอบประสบการณ์การโต้ตอบระหว่างผู้ขับขี่และระบบตัวรถที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น

ขุมพลังและสมรรถนะ

ด้วยอานุภาพของเทคโนโลยี DM เจเนอเรชันที่ 5 ทำให้รถคันนี้ทำระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้สูงสุด 310 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC) และเมื่อแบตเตอรี่ต่ำ ตัวรถจะมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน NEDC ต่ำเพียง 3.3 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (ประมาณ 30.3 กม./ลิตร) ส่งผลให้ระยะทางวิ่งรวมสูงสุดเมื่อน้ำมันเต็มถังและแบตเตอรี่เต็มทำได้ถึง 1,845 กิโลเมตร

ระบบช่วงล่างและความปลอดภัย

2026 Sealion 06 DM-i ติดตั้งระบบควบคุมตัวถังหน่วงแดมเปอร์อัจฉริยะ DiSus-C ซึ่งเพิ่มฟังก์ชัน “สแกนพื้นผิวถนนล่วงหน้า” สามารถตรวจจับความไม่ราบเรียบของพื้นผิว เช่น ฝาท่อหรือลูกระนาด เพื่อปรับค่าความหนืดของโช้คอัพแบบเรียลไทม์

นอกจากนี้ ยังเปิดตัว “โหมดป้องกันอาการเมารถ” (Motion sickness prevention mode) ที่จะช่วยปรับการทำงานของแชสซี, ระบบปรับอากาศ และระบบส่งกำลังให้สมดุลเพื่อความนุ่มสบายสูงสุด ด้านความปลอดภัย มีการเพิ่มระบบรักษาเสถียรภาพรถเมื่อยางระเบิดที่ความเร็วสูง ซึ่งสามารถตอบสนองได้ในระดับมิลลิวินาที เพื่อให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถต่อได้อย่างปลอดภัยแม้เกิดยางระเบิดที่ความเร็วสูงสุดถึง 140 กม./ชม.

Advertisement Advertisement

FULL SPEC

ขนาดและมิติตัวถัง

  • ความยาว: 4,810 มม.
  • ความกว้าง: 1,920 มม.
  • ความสูง: 1,675 มม.
  • ระยะฐานล้อ: 2,820 มม.
  • ระยะห่างระหว่างล้อ คู่หน้า / คู่หลัง: 1,650 / 1,670 มม.

ขุมพลังและระบบส่งกำลังพื้นฐาน (ทุกรุ่นย่อย)

  • รูปแบบการขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD)
  • เครื่องยนต์: เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร (สำหรับระบบปลั๊กอินไฮบริดโดยเฉพาะ)
  • กำลังสูงสุดเครื่องยนต์: 74 กิโลวัตต์ (kW) / ประมาณ 101 แรงม้า
  • แรงบิดสูงสุดเครื่องยนต์: 126 นิวตันเมตร (N·m)
  • ระบบส่งกำลัง: ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าไฮบริด EHS
  • ขนาดถังน้ำมัน: 60 ลิตร

รุ่น 205 Pilot Edition

  • กำลังสูงสุดมอเตอร์ไฟฟ้า: 175 กิโลวัตต์ (kW) / ประมาณ 238 แรงม้า
  • แรงบิดสูงสุดมอเตอร์ไฟฟ้า: 270 นิวตันเมตร (N·m)
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 7.5 วินาที
  • ขนาดแบตเตอรี่: 26.6 kWh
  • ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน: 190 กม. (เปิดโหมดระยะทางไกลพิเศษได้ถึง 205 กม.) ตามมาตรฐาน CLTC / 143 กม. ตามมาตรฐาน WLTC
  • ระยะทางขับขี่รวมสูงสุด: 1,705 กิโลเมตร
  • การชาร์จกระแสสลับ AC: รองรับสูงสุด 7 กิโลวัตต์ (kW)
  • การชาร์จกระแสตรง DC: รองรับสูงสุด 57 กิโลวัตต์ (kW)
  • อัตราสิ้นเปลืองเมื่อแบตเตอรี่ต่ำ: 3.3 ลิตร / 100 กม. (มาตรฐาน NEDC) / 4.6 ลิตร / 100 กม. (มาตรฐาน WLTC)

รุ่น 205 Pilot Pro Edition

  • กำลังสูงสุดมอเตอร์ไฟฟ้า: 160 กิโลวัตต์ (kW) / ประมาณ 218 แรงม้า
  • แรงบิดสูงสุดมอเตอร์ไฟฟ้า: 260 นิวตันเมตร (N·m)
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 7.8 วินาที
  • ขนาดแบตเตอรี่: 26.6 kWh
  • ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน: 190 กม. (เปิดโหมดระยะทางไกลพิเศษได้ถึง 205 กม.) ตามมาตรฐาน CLTC / 140 กม. ตามมาตรฐาน WLTC
  • ระยะทางขับขี่รวมสูงสุด: 1,705 กิโลเมตร
  • การชาร์จกระแสสลับ AC: รองรับสูงสุด 7 กิโลวัตต์ (kW)
  • การชาร์จกระแสตรง DC: รองรับสูงสุด 57 กิโลวัตต์ (kW)
  • อัตราสิ้นเปลืองเมื่อแบตเตอรี่ต่ำ: 3.5 ลิตร / 100 กม. (มาตรฐาน NEDC) / 4.7 ลิตร / 100 กม. (มาตรฐาน WLTC)

รุ่น 310 Voyage Edition

  • กำลังสูงสุดมอเตอร์ไฟฟ้า: 175 กิโลวัตต์ (kW) / ประมาณ 238 แรงม้า
  • แรงบิดสูงสุดมอเตอร์ไฟฟ้า: 270 นิวตันเมตร (N·m)
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 7.9 วินาที
  • ขนาดแบตเตอรี่: 38.0 kWh
  • ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน: 310 กม. ตามมาตรฐาน CLTC / 205 กม. ตามมาตรฐาน WLTC
  • ระยะทางขับขี่รวมสูงสุด: 1,845 กิโลเมตร
  • การชาร์จกระแสสลับ AC: รองรับสูงสุด 7 กิโลวัตต์ (kW)
  • การชาร์จกระแสตรง DC: รองรับสูงสุด 82 กิโลวัตต์ (kW)
  • อัตราสิ้นเปลืองเมื่อแบตเตอรี่ต่ำ: 3.3 ลิตร / 100 กม. (มาตรฐาน NEDC) / 4.65 ลิตร / 100 กม. (มาตรฐาน WLTC)

รุ่น 310 Flagship Edition

  • กำลังสูงสุดมอเตอร์ไฟฟ้า: 175 กิโลวัตต์ (kW) / ประมาณ 238 แรงม้า
  • แรงบิดสูงสุดมอเตอร์ไฟฟ้า: 270 นิวตันเมตร (N·m)
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 7.9 วินาที
  • ขนาดแบตเตอรี่: 38.0 kWh
  • ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน: 310 กม. ตามมาตรฐาน CLTC / 205 กม. ตามมาตรฐาน WLTC
  • ระยะทางขับขี่รวมสูงสุด: 1,845 กิโลเมตร
  • การชาร์จกระแสสลับ AC: รองรับสูงสุด 7 กิโลวัตต์ (kW)
  • การชาร์จกระแสตรง DC: รองรับสูงสุด 82 กิโลวัตต์ (kW)
  • อัตราสิ้นเปลืองเมื่อแบตเตอรี่ต่ำ: 3.3 ลิตร / 100 กม. (มาตรฐาน NEDC) / 4.65 ลิตร / 100 กม. (มาตรฐาน WLTC)
  • ฟังก์ชันจ่ายกระแสไฟภายนอก (VTOL): รองรับการปล่อยกำลังไฟสูงสุด 6 กิโลวัตต์ (kW) ทุกรุ่นย่อย

ระบบเบรกและช่วงล่างมาตรฐาน (ทุกรุ่นย่อย)

  • ระบบเบรกหน้า: ดิสก์เบรกแบบมีครีบระบายความร้อน (Ventilated Disc)
  • ระบบเบรกหลัง: ดิสก์เบรก (Solid Disc)
  • ระบบกันสะเทือนหน้า: แม็คเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut)
  • ระบบกันสะเทือนหลัง: มัลติลิงก์แบบ 4 ลิงก์ (Four-link)
  • ระบบพวงมาลัย: พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า (EPS)

ระบบแชสซีและเทคโนโลยีอัจฉริยะ (เฉพาะรุ่น 310 Flagship Edition)

  • ระบบควบคุมตัวถังหน่วงแดมเปอร์อัจฉริยะ DiSus-C: ปรับค่าความหนืดของโช้คอัพแบบเรียลไทม์เพื่อความนุ่มนวลสูงสุด
  • ระบบสแกนพื้นผิวถนนล่วงหน้า (Road Surface Pre-scanning): ตรวจจับฝาท่อหรือลูกระนาดล่วงหน้าเพื่อเตรียมปรับช่วงล่างรองรับ
  • โหมดอัจฉริยะป้องกันอาการเมารถ (Motion Sickness Prevention Mode): ปรับการทำงานของแชสซีและระบบส่งกำลังให้สมดุลเพื่อความสบายของผู้โดยสาร
  • ระบบรักษาเสถียรภาพรถเมื่อยางระเบิดที่ความเร็วสูง: ช่วยควบคุมรถในระดับมิลลิวินาทีเมื่อเกิดยางระเบิดที่ความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม.

 

ดีไซน์และการตกแต่งภายนอกมาตรฐาน (ทุกรุ่นย่อย)

  • แนวคิดการออกแบบ: ดีไซน์แห่งท้องทะเล (Ocean Aesthetic) อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
  • สีตัวถังภายนอกไฮไลท์: สีเงินเคลือบเงา (Glazed Silver) ซึ่งเป็นสีใหม่ของรุ่นปี 2026
  • มือจับเปิดประตูรถ: ดีไซน์แบบกึ่งซ่อน (Semi-hidden Door Handles) ช่วยลดแรงต้านอากาศ
  • หลังคาและกระจังหน้า: หลังคากระจกพาโนรามา (Panoramic Sunroof) พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า, ราวหลังคา และกระจังหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ (Active Grille Shutter)
  • ฝากระโปรงหน้า: ระบบค้ำฝากระโปรงแบบช็อกอัพไฮดรอลิก (ก๊าซสปริง) ช่วยผ่อนแรงขณะเปิด

ระบบไฟส่องสว่างภายนอก (ทุกรุ่นย่อย)

  • ชุดไฟหน้า: ไฟหน้าแบบ LED พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ, ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (LED DRL), ไฟหน้าเปิดล่วงหน้า/หน่วงเวลาปิด (Follow Me Home) และระบบไฟหน้าต้อนรับแบบไดนามิก
  • ชุดไฟท้าย: ไฟท้ายแบบ LED ลากยาวเชื่อมถึงกันเต็มความกว้างตัวรถ พร้อมไฟเลี้ยววิ่งแบบไดนามิกด้านหลัง และไฟตัดหมอกหลัง
  • ไฟส่องสว่างจุดอื่น: ไฟส่องมุมถนนขณะเลี้ยว (Cornering Light), ไฟส่องพื้นใต้กระจกมองข้าง (Welcome Light) และไฟส่องสว่างที่ช่องชาร์จไฟ

ข้อแตกต่างของอุปกรณ์ภายนอกในแต่ละรุ่นย่อย

  • ฝาท้ายระบบไฟฟ้า: มีติดตั้งมาให้ในรุ่น 205 Pilot Pro, 310 Voyage และ 310 Flagship *(รุ่นเริ่มต้น 205 Pilot จะเป็นฝาท้ายธรรมดา)*
  • ลายล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว:• รุ่น 205 Pilot, 205 Pilot Pro และ 310 Voyage ได้ล้ออัลลอยดีไซน์ “ลายคลื่นสลับซี่”• รุ่นท็อป 310 Flagship ได้ล้ออัลลอยดีไซน์ “ลดแรงต้านอากาศความเร็วสูง”
  • โลโก้เรืองแสงรอบคัน: มีเฉพาะรุ่นท็อป 310 Flagship เท่านั้นที่จะได้โลโก้เรืองแสงทั้งด้านหน้าและด้านหลังตัวรถ

ดีไซน์และอุปกรณ์ตกแต่งภายในมาตรฐาน (ทุกรุ่นย่อย)

  • พวงมาลัยและระบบเกียร์: พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนังปรับได้ 4 ทิศทาง พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์อิเล็กทรอนิกส์แบบแผงคุมหลังพวงมาลัย (Column Shifter)
  • วัสดุและเบาะนั่ง: เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังระดับพรีเมียม แผงบุหลังคาแบบผ้าถัก และติดตั้งแผ่นกันรอยขอบประตูสแตนเลส
  • พื้นที่จัดเก็บและอุปกรณ์เสริม: กล่องเก็บแว่นตาบนเพดาน, ที่พักแขนตรงกลางเบาะหลังพร้อมที่วางแก้วน้ำคู่, ช่องจ่ายไฟ 12V และระบบติดตั้งบัตรทางด่วน (Built-in ETC) มาจากโรงงาน

ระบบหน้าจอ ความบันเทิง และการเชื่อมต่อ

  • ระบบหน้าจอหลัก: หน้าจอสัมผัสอัจฉริยะปรับหมุนได้ขนาด 15.6 นิ้ว และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 10.25 นิ้ว ทุกรุ่นย่อย
  • ช่องเชื่อมต่อ USB: มีให้รอบคันรวม 4 ช่อง (ด้านหน้า 1 Type-A / 1 Type-C และด้านหลัง 1 Type-A / 1 Type-C)
  • ออปชันความบันเทิงมาตรฐาน: รองรับการเชื่อมต่อ 5G, ระบบนำทางอัจฉริยะ, ระบบสั่งการด้วยเสียงแยก 4 ตำแหน่ง, ไมโครโฟนสำหรับร้องคาราโอเกะ และการอัปเกรดแบบ OTA
  • ระบบเครื่องเสียงและลำโพง:• รุ่น 205 Pilot และ 205 Pilot Pro: ลำโพงคุณภาพสูง 8 ตำแหน่ง• รุ่น 310 Voyage: ลำโพงคุณภาพสูง 12 ตำแหน่ง

    • รุ่น 310 Flagship: ระบบเสียงระดับไฮเอนด์แบรนด์ Dynaudio พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง

ระบบปรับอากาศและระบบจัดการสิ่งแวดล้อม

  • ระบบปรับอากาศมาตรฐาน: แอร์อัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง, ระบบสั่งเปิดแอร์ระยะไกล และแผ่นกรองอากาศ PM2.5 ทุกรุ่นย่อย
  • ไฟสร้างบรรยากาศ (Ambient Light):• รุ่น 205 Pilot Pro และ 310 Voyage: ไฟแอมเบียนต์ไลท์แบบมัลติคัลเลอร์ พร้อมไฟส่องเท้าคู่หน้า• รุ่น 310 Flagship: อัปเกรดเป็นไฟแอมเบียนต์ไลท์แบบขยับลวดลายและแสงตามจังหวะดนตรี (Dynamic Light Painting) บนคอนโซลฝั่งผู้โดยสารหน้า

ข้อแตกต่างของอุปกรณ์ภายในห้องโดยสารในแต่ละรุ่นย่อย

  • แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย 50W และ กระจกซับเสียงคู่หน้า 2 ชั้น: มีติดตั้งมาให้ในรุ่น 205 Pilot Pro, 310 Voyage และ 310 Flagship *(รุ่นเริ่มต้น 205 Pilot จะไม่มีอุปกรณ์สองสิ่งนี้)*
  • กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ และ กระจกแถวหลังแบบ Privacy Glass: มีให้เฉพาะในรุ่น 310 Voyage และ 310 Flagship *(รุ่นซีรีส์ 205 จะเป็นกระจกมองหลังตัดแสงด้วยมือ และกระจกหลังแบบใสธรรมดา)*
  • ธีมสีภายในห้องโดยสาร (Interior Color):• รุ่น 205 Pilot, 205 Pilot Pro และ 310 Voyage: เลือกได้ระหว่าง สีเทาซีบรีซ (Sea Breeze Grey) หรือ สีดำมิดไนท์ (Midnight Black)• รุ่นท็อป 310 Flagship: มาพร้อมธีมสีพิเศษเฉพาะรุ่นคือ สีน้ำเงินทไวไลท์ (Twilight Blue) เท่านั้น

ออปชันพรีเมียมภายในห้องโดยสาร (เฉพาะรุ่น 310 Flagship Edition)

  • ระบบเบาะนั่งคู่หน้าอัจฉริยะ: เพิ่มฟังก์ชันนวดเบาะคู่หน้า, ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะคนขับ (Memory), ที่รองขาปรับไฟฟ้า (Leg Rest) สำหรับผู้โดยสารตอนหน้า และระบบระบายอากาศ/ระบบอุ่นเบาะสำหรับผู้โดยสารหน้า *(รุ่นอื่นมีระบบลมและอุ่นเฉพาะเบาะคนขับ)*
  • เทคโนโลยีความสะดวกสบายส่วนบุคคล: หน้าจอแสดงผลบนกระจกหน้า (W-HUD) ขนาด 26 นิ้ว, พวงมาลัยไฟฟ้าตรวจจับความพร้อมพร้อมระบบอุ่นพวงมาลัย และกระจกมองข้างพร้อมระบบบันทึกความจำตำแหน่ง
  • สิ่งอำนวยความสะดวกพิเศษ: ตู้เย็นอัจฉริยะ (รองรับทั้งแช่เย็นและทำความร้อน) ติดตั้งบริเวณคอนโซลกลาง และระบบน้ำหอมปรับอากาศอัจฉริยะ (Smart Fragrance System)

ระบบความปลอดภัยมาตรฐาน (มีให้ทุกรุ่นย่อย)

  • ระบบถุงลมนิรภัยรอบคัน: ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ถุงลมนิรภัยด้านข้างคู่หน้า, ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างยาวตลอดแนวหน้า-หลัง และถุงลมนิรภัยคั่นกลางระหว่างเบาะหน้า (Front Far-side Airbag) ช่วยป้องกันการกระแทกระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสารหน้า
  • ระบบควบคุมการทรงตัวและเบรก: ระบบควบคุมเสถียรภาพตัวรถ (ESC), ระบบกระจายแรงเบรก (EBD), ระบบเสริมแรงเบรกไฮดรอลิก (HBA), ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCS) และระบบควบคุมการทรงตัวอัจฉริยะ
  • ระบบช่วยขับขี่บนทางลาดชัน: ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HHC) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)
  • ระบบล็อกและจุดยึดนิรภัย: ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) พร้อมระบบ Auto Hold, ระบบล็อกประตูป้องกันเด็กเปิดจากภายในรถแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Child Lock) และจุดยึดเบาะนั่งเด็กมาตรฐาน ISO-FIX ที่เบาะหลัง
  • ระบบเตือนและตรวจจับรอบคัน: ระบบเตือนแรงดันลมยางอัจฉริยะแบบแสดงตัวเลขดิจิทัลรายล้อ (TPMS), เซนเซอร์กะระยะช่วยจอด (PDC) และระบบกล้องมองภาพรอบคันความละเอียดสูง (HD Panoramic Imaging)

ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ DiPilot (รุ่น 205 Pilot Pro / 310 Voyage / 310 Flagship)

*หมายเหตุ: รุ่นเริ่มต้น 205 Pilot จะไม่มีระบบช่วยเหลือการขับขี่ในกลุ่มนี้

  • ระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะ: ระบบควบคุมความเร็วอัตโนบัติตามรถคันหน้าแบบแปรผัน (ACC), ระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะ (ISLC) และระบบตรวจจับ/แจ้งเตือนป้ายจำกัดความเร็ว (ISA / SLIF)
  • ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันด้านหน้า: ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB), ระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCW) รวมถึงระบบแจ้งเตือนและช่วยเบรกเมื่อมีรถตัดผ่านด้านหน้า (FCTA / FCTB)
  • ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันด้านหลัง: ระบบเตือนการชนด้านหลัง (RCW) และระบบเตือนพร้อมช่วยเบรกเมื่อมีรถตัดผ่านด้านหลังขณะถอย (RCTA / RCTB)
  • ระบบควบคุมรถในเลนและจุดอับสายตา: ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกเลน (LDA), ระบบเตือนจุดอับสายตา (BSD), ระบบเตือนอันตรายเมื่อเปิดประตูรถ (DOW) และระบบช่วยหักหลบหลีกเลี่ยงการชนรถในเลนข้างๆ (ELKA)
  • เทคโนโลยีช่วยเหลืออื่นๆ: ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ (AFL), ระบบแจ้งเตือนเมื่อใช้ความเร็วเกินกำหนดขณะเข้าโค้ง (CSW) และระบบจำลองสภาพแวดล้อมเสมือนจริงรอบตัวรถ (SR) บนหน้าจอ

ระบบขับขี่อัจฉริยะและระบบความปลอดภัยขั้นสูง (เฉพาะรุ่น 310 Flagship Edition)

  • ระบบประมวลผลการขับขี่ขั้นสูง: อัปเกรดเป็นระบบขับขี่อัจฉริยะ DiPilot 100 (God’s Eye C)
  • ระบบนำทางขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ: ระบบขับขี่อัตโนมัติในเมือง (CNOA) และระบบขับขี่อัตโนมัติบนทางหลวงความเร็วสูง (HNOA) ควบคู่กับระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติเมื่อเปิดไฟเลี้ยว (ILCA) และระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลนอัจฉริยะ (ICC)
  • ระบบช่วยจอดอัจฉริยะเต็มระบบ: ระบบจอดรถอัตโนมัติแบบวาเลต์ (AVP), ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ (APA), ระบบช่วยจอดรถผ่านรีโมทคอนโทรล (RPA), ระบบแจ้งเตือนระยะห่างด้านข้างตัวรถ (SDW) และระบบเบรกฉุกเฉินขณะถอยจอดความเร็วต่ำ (MEB)
  • ระบบตรวจจับพฤติกรรมผู้ขับขี่: ระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ และระบบตรวจจับการเสียสมาธิของผู้ขับขี่ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการเดินทางไกล
  • ระบบรักษาเสถียรภาพตัวรถเมื่อยางระเบิดความเร็วสูง: ช่วยควบคุมและประมวลผลตัวรถในระดับมิลลิวินาที เพื่อประคองรถให้ปลอดภัยหากเกิดยางระเบิดที่ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 140 กม./ชม.

 

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้