คาดการณ์ว่า All-New TOYOTA HILUX TRAVO Z-Edition กำลังเปิดตัวในไทย ภายในปีนี้

คาดการณ์ว่า All-New TOYOTA HILUX TRAVO Z-Edition กำลังเปิดตัวในไทย ภายในปีนี้
Spread the love
Advertisement Advertisement

กระแสความร้อนแรงของตลาดรถกระบะเมืองไทยกำลังจะทวีความเดือดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ TOYOTA HILUX TRAVO เจเนอเรชันที่ 9 ได้เปิดตัวโฉมตัวสูง Prerunner, 4TREX, รุ่นแต่งพิเศษ Overland รวมถึงขุมพลังทางเลือกไฟฟ้าอย่าง Travo-e ไปเป็นที่เรียบร้อย ล่าสุดมีกระแสข่าวเชิงลึกว่า โตโยต้า ประเทศไทย กำลังซุ่มพัฒนาและเตรียมแผนที่จะส่งสิงห์รถเตี้ยสายพันธุ์ดุอย่าง All-New TOYOTA HILUX TRAVO Z-Edition (โฉมโหลดเตี้ย) ลงสู้ศึกในประเทศไทยภายในปีนี้ เพื่อตอบโจทย์ทั้งสายซิ่งและกลุ่มขนส่งพาณิชย์ที่รอคอยมานาน

การมาของ Hilux Travo Z-Edition ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเปลือกนอก แต่เป็นการยกเครื่องงานวิศวกรรมครั้งใหญ่ โดยคาดว่าจะมาพร้อมกับขุมพลังตัวแรง ดีเซลเทอร์โบ 2.8 ลิตร ใหม่ ที่หลายคนจับตามอง มาร่วมวิเคราะห์เจาะลึกการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่คุณจะได้เห็นในโมเดลนี้กันครับ

ดีไซน์ภายนอกและมิติตัวถัง สปอร์ต ล่ำลึก ในสไตล์ Cyber Sumo

สิ่งแรกที่จะเปลี่ยนไปแบบก้าวกระโดดคือ “หน้าตา” โดยเวอร์ชัน Z-Edition ตัวเตี้ยใหม่ จะหยิบยกเอาภาษาการออกแบบ Cyber Sumo ที่เน้นความดุดัน บึกบึน และดูล้ำสมัยของโฉมยกสูง มาปรับอัตราส่วนและทรวดทรงให้เข้ากับระนาบรถที่เตี้ยลง สลัดภาพจำของรถใช้งานเชิงพาณิชย์แบบเดิม ๆ ออกไปอย่างสิ้นเชิง

  • ซุ้มล้อกว้างและบอดี้แน่นขึ้น แพลตฟอร์มโครงสร้างของ Hilux Travo มีการขยายโป่งซุ้มล้อและสัดส่วนตัวถังที่กว้างกว่า Revo โฉมเดิม ทำให้ตัวเตี้ยโฉมใหม่นี้จะดูเตี้ยล่ำ เต็มซุ้มล้อ (Flush) มากยิ่งขึ้น เหมาะมากสำหรับสายแต่งที่ต้องการจัดทรง จัดล้อแม็กขอบ 18 นิ้ว หรือ 20 นิ้ว ให้หล่อจบได้ง่ายโดยไม่ต้องดึงโป่งเพิ่ม
  • ระบบไฟส่องสว่างยุคใหม่ คาดว่าจะมีการติดตั้งชุดไฟหน้าแบบ Full LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Light) และไฟท้าย LED ดีไซน์สปอร์ตในรุ่นย่อยระดับกลางถึงรุ่นท็อป

ขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.8 ลิตร ใหม่ หัวฉีดอัจฉริยะ i-ART 204 แรงม้า

นี่คือไฮไลท์สำคัญที่แฟน ๆ คาดหวัง จากเดิมที่รถตัวเตี้ยมักจะถูกจำกัดไว้แค่เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร แต่การอัปเกรดครั้งนี้ โตโยต้าเตรียมปลดล็อกความแรงด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว 2.8 ลิตร GD Super Power (รหัส 1GD-FTV) พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน VN Turbo และอินเตอร์คูลเลอร์ โดยแบ่งสมรรถนะออกเป็น 2 รูปแบบตามระบบส่งกำลัง:

  • รุ่นเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ (6AT): ให้พละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,000 – 3,400 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุดสะใจถึง 500 นิวตัน-เมตร ที่ช่วงรอบกว้าง 1,600 – 2,800 รอบ/นาที ตอบสนองได้อย่างฉับไวและต่อเนื่อง
  • รุ่นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ (6MT): รีดกำลังได้ 204 แรงม้า เท่ากัน ส่วนแรงบิดสูงสุดจะอยู่ที่ 420 นิวตัน-เมตร มาพร้อมระบบ iMT (Intelligent Manual Transmission) ซึ่งเป็นเกียร์ธรรมดาอัจฉริยะที่จะช่วยปรับรอบเครื่องยนต์ให้สมูทและนุ่มนวลในทุกจังหวะการเปลี่ยนเกียร์

เทคโนโลยีจ่ายน้ำมัน i-ART คอมมอนเรลแรงดันสูง

ระบบจ่ายเชื้อเพลิงจะถูกควบคุมด้วยระบบ i-ART (Intelligent Accuracy Refinement Technology) ที่ฝังเซนเซอร์ตรวจวัดแรงดันและอุณหภูมิไว้ในหัวฉีดแต่ละหัว คอมพิวเตอร์จะสั่งการฉีดจ่ายน้ำมันอย่างแม่นยำแบบเรียลไทม์ ส่งผลให้การจุดระเบิดเผาไหม้สมบูรณ์หมดจด เครื่องยนต์เดินเรียบขึ้น ลดเสียงเขก และช่วยให้ประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นราว 3% – 6% เมื่อเทียบกับบล็อกเดิม นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบ Stop & Start System เพื่อดับเครื่องยนต์อัตโนมัติขณะจอดนิ่ง ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงในเมืองได้ดียิ่งขึ้น

Advertisement Advertisement

มุมมองสำหรับสายโมดิฟาย: เครื่องยนต์บล็อก 1GD-FTV ขึ้นชื่อเรื่องความเหนียวและอึดอยู่แล้ว การได้ระบบจ่ายน้ำมันแรงดันสูง i-ART เข้ามาเสริม จะช่วยให้สำนักแต่งสามารถเขียนโปรแกรม รีแมพ (Remap) หรือจูนกล่องดันราง-ยกหัวฉีด ได้เนียนและรีดแรงม้าลงพื้นได้สมบูรณ์แบบกว่าเดิมมาก

ช่วงล่าง Dynamic Cloud ลบภาพจำความกระด้างของรถตัวเตี้ย

หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของตระกูล Hilux Travo คือการใส่ใจเรื่องความนุ่มนวลและการเก็บเสียง โดยเวอร์ชัน Z-Edition ใหม่ คาดว่าจะได้รับอานิสงส์วิศวกรรมโครงสร้างและระบบซับแรงสั่นสะเทือนแบบยุคใหม่

  • ยางรองแท่นเครื่องแบบไฮดรอลิก: และการเพิ่มจุดเชื่อมตัวถัง (Additional Body Frame Connection Points) ช่วยทำหน้าที่ดูดซับแรงสั่นสะเทือนสะท้อนจากเครื่องยนต์และพื้นถนน ไม่ให้ส่งผ่านเข้าไปยังห้องโดยสารโดยตรง
  • พวงมาลัยควบคุมเฉียบคม: ด้วยการขยายขนาดแกนพวงมาลัยให้ใหญ่ขึ้น ช่วยซับแรงเตะจากผิวถนนที่ขรุขระ ทำให้นิ่ง ควบคุมง่าย และให้สัมผัสการเลี้ยวที่แม่นยำ คล่องตัวในเมืองมากขึ้น
  • ช็อกอัปและแหนบเซ็ตติ้งใหม่: ปรับเซ็ตติ้งในสไตล์ “นุ่ม หนึบ เกาะถนน” ไม่กระเด้งกระดอนเวลาตัวรถเปล่า แต่ยังคงความสามารถในการรองรับน้ำหนักบรรทุกตามมาตรฐานโตโยต้า

ห้องโดยสารพรีเมียมและระบบความปลอดภัยที่เหนือระดับ

ภายในห้องโดยสารจะถูกยกระดับสู่สไตล์โมเดิร์น คาดว่าจะมาพร้อมชุดเบาะนั่งสรีรศาสตร์แบบใหม่ที่โอบกระชับตัวผู้ขับขี่ได้ดีขึ้น พร้อมการอัปเกรดระบบอินโฟเทนเมนต์ให้ทันสมัย

  • หน้าจอระบบสัมผัสขนาดใหญ่: รองรับระบบความบันเทิงอย่าง Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย (Wireless Connection) พร้อมมาตรวัดการขับขี่แบบดิจิทัล
  • เบรกมือไฟฟ้า (EPB): พร้อมระบบ Auto Brake Hold คาดว่าจะถูกติดตั้งเข้ามาในรุ่นเกียร์อัตโนมัติเพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุดเวลาขับขี่ในสภาพจราจรที่ติดขัด
  • ระบบความปลอดภัยอัปเกรดครบ: ติดตั้งระบบควบคุมการทรงตัว (VSC), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TRC), ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (BSM), กล้องมองภาพขณะถอยหลัง และถุงลมนิรภัยที่ให้มาเป็นมาตรฐาน

สรุปกำหนดการเปิดตัวในไทย

คาดการณ์ว่า All-New TOYOTA HILUX TRAVO Z-Edition โฉมตัวเตี้ยและแต่งสปอร์ต จะทำการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ สำหรับใครที่กำลังมองหากระบะตัวเตี้ยที่เพียบพร้อมทั้งหน้าตาสุดล้ำ ขุมพลังดีเซล 2.8 ลิตรที่ขับสนุก ออปชันแน่น และช่วงล่างที่ขับสบายขึ้นอย่างชัดเจน เตรียมหยอดกระปุกรอได้เลยครับ ถือเป็นรุ่นที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งในปีนี้!

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้