ARGO Sasquatch XTX “ปิกอัพสะเทินน้ำสะเทินบก” จากแคนาดา ยาง 71 นิ้ว ลุยหิมะ-โคลน-ทะเลสาบได้จริง

ARGO Sasquatch XTX “ปิกอัพสะเทินน้ำสะเทินบก” จากแคนาดา ยาง 71 นิ้ว ลุยหิมะ-โคลน-ทะเลสาบได้จริง
ไฮไลต์: เครื่องดีเซลเทอร์โบ 1.8 ลิตรจาก Hyundai, ยาง 71 นิ้วช่วยลอยน้ำและเพิ่มแรงฉุด, ระบบปรับแรงดันยางอัตโนมัติหลายโหมด และเกิดมาเพื่อ “งานหนัก + งานกู้ภัย” มากกว่าความหล่อในเมือง
ตัวรถถูกพูดถึงอย่างมากในฐานะ “แคนาดาโต้กลับ” รถสายโหดอย่าง Sherp จากรัสเซีย ด้วยรูปทรงเหลี่ยมบึกบึนคล้ายกัน แต่ Argo เลือกเดินหมากต่าง: ทำให้มันเป็นทรง ปิกอัพพร้อมพื้นที่บรรทุกด้านหลัง เพื่อใช้งานเชิงพาณิชย์และงานกู้ภัยได้จริง มากกว่ารถเล่นของสะสมราคาแพง
ราคา: ระดับรถซูเปอร์คาร์ แต่ซื้อ “การเข้าถึง” ในที่ที่รถทั่วไปเข้าไม่ได้
ราคาบนเว็บไซต์ผู้ผลิตอาจไม่ได้แสดงชัดเจนทุกตลาด แต่จากแหล่งขาย/ดีลเลอร์มีการระบุราคาเริ่มต้นใกล้เคียง 189,999 ดอลลาร์สหรัฐ (ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น) และในข่าวต่างประเทศมักอ้างอิงเป็นราว 190,000 ดอลลาร์ ก่อนค่าขนส่งและค่าดีลเลอร์ โดยคันที่ออปชันแน่นอาจขยับเกิน 250,000 ดอลลาร์ ได้
- MSRP เริ่มต้น (อ้างอิงดีลเลอร์): 189,999 ดอลลาร์ หรือประมาณ 5.69 ล้านบาท
- ตัวเลขที่สื่อรถยนต์ต่างประเทศอ้างอิงบ่อย: 190,000 ดอลลาร์ ก่อนค่าขนส่ง/ค่าดีลเลอร์
- คันอุปกรณ์แน่น: อาจเกิน 250,000 ดอลลาร์ หรือ 7.84 ล้านบาท
คอนเซ็ปต์การออกแบบ: เหมือน Sherp แต่ “ใช้งานแบบปิกอัพ” มากกว่า
จุดที่ทำให้ Sasquatch XTX ต่างจากรถสายเดียวกันคือการให้ความสำคัญกับ พื้นที่บรรทุกด้านหลัง และการเข้าถึงห้องโดยสารหลายทิศทาง ตัวรถเป็นแบบ crew cab พร้อมประตูด้านหน้าแบบเฉพาะตัวที่มีบันไดพับ (ช่วยขึ้นลงเวลาพื้นต่างระดับหรือรถยกสูง) และมีประตูด้านข้างแบบปกติ เพื่อให้การขึ้นลงในพื้นที่ทุลักทุเล “ไม่ต้องเสี่ยง”
ภายในเน้นงานใช้จริง: มีที่นั่งหน้า 2 ที่นั่ง และที่นั่งหลังแบบพับได้ 2 ที่นั่ง เพิ่มความยืดหยุ่นระหว่าง “ขนคน” กับ “ขนของ” อุปกรณ์พื้นฐานที่พบในคำบรรยายรุ่นนี้คือระบบปรับอากาศ/ฮีตเตอร์ เครื่องเสียง Bluetooth และช่องเปิดหลังคา (roof hatch) สำหรับงานภาคสนาม
ไฮไลต์ที่ทำให้มัน “ลุยได้จริง”: ยาง 71 นิ้ว + ปรับแรงดันอัตโนมัติ
หัวใจของความสามารถแบบสะเทินน้ำสะเทินบกใน Sasquatch XTX คือ ยาง ARGO XT328 ขนาด 71 นิ้ว ที่ถูกออกแบบให้ “ว่ายน้ำได้” และสร้างแรงฉุดบนพื้นอ่อน/พื้นลื่นได้ดี แนวคิดสำคัญคือยางต้องทำหน้าที่ 2 อย่างพร้อมกัน ได้แก่ (1) เป็นจุดสัมผัสพื้นเพื่อไต่/ลุย และ (2) เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนในน้ำด้วยลายยางที่เอื้อการพายตัวเอง
เหนือกว่านั้นคือระบบ Argo Terrain Control ที่อนุญาตให้ผู้ขับเลือกโหมดตามสภาพพื้นผิว เช่น Water / Mud / Snow / Trail แล้วระบบจะ เติม-ปล่อยลมยางอัตโนมัติ เพื่อให้แรงดันเหมาะสมกับแรงฉุดและการลอยตัวในสถานการณ์นั้น ๆ
- แนวคิด “ยางคือช่วงล่าง”: ปรับแรงดันเพื่อซับแรงและเพิ่มหน้าสัมผัส
- เปลี่ยนโหมดได้ด้วยปุ่ม: โหมดน้ำ/โคลน/หิมะ/ทางวิบาก
- ประโยชน์จริง: ลดภาระคนขับ ไม่ต้องเดาแรงดันเองทุกครั้ง
สเปกเด่นที่ควรรู้ (ตัวเลขสำคัญ)
เครื่องยนต์/สมรรถนะ
- เครื่องยนต์: ดีเซลเทอร์โบ 1.8 ลิตร 3 สูบ (Hyundai/HD Hyundai)
- กำลังสูงสุด (ข้อมูลจากหน้าดีลเลอร์): 60 แรงม้า (41 kW) / แรงบิด 200 นิวตันเมตร
- เกียร์: อัตโนมัติ
- ความเร็วสูงสุดบนบก: 25 mph (40 กม./ชม.)
- ความเร็วในน้ำ: 4 mph (6 กม./ชม.)
มิติและความสามารถผ่านอุปสรรค
- ยาง: 71″x23″-25″ (หน้า/หลัง)
- ระยะต่ำสุดถึงพื้น: 26 นิ้ว (660 มม.)
- ความชันไต่/ลงสูงสุด: 35 องศา
- ความชันด้านข้าง (Sidehill): 30 องศา
- ขนาดตัวรถ (อ้างอิงสเปกดีลเลอร์): ยาว 157″ (3,988 มม.) / กว้าง 101″ (2,570 มม.) / สูง 113″ (2,882 มม.)
บรรทุก/ลากจูง/เชื้อเพลิง (เชิงงานหนัก)
- Payload พื้นฐาน: สูงสุดราว 2,645 ปอนด์ (1,200 กก.)
- ลากจูง: ราว 5,180 ปอนด์ (2,350 กก.)
- ถังเชื้อเพลิง: 26.5 แกลลอน (ประมาณ 100 ลิตร)
หมายเหตุ: ตัวเลขสเปกอาจต่างกันตามปีรุ่น/ตลาด/อุปกรณ์ติดตั้งจากดีลเลอร์ โปรดตรวจสอบเอกสารสเปกของรถคันจริงก่อนซื้อ
ทำไม “หมุนอยู่กับที่” ถึงสำคัญ?
หนึ่งในลูกเล่นที่คนพูดถึงคือความสามารถในการ หมุนตัวอยู่กับที่ (spin in place) แบบกลับทิศ 180 องศาโดยไม่ต้องเดินหน้าหรือถอยหลัง ฟังดูเหมือนโชว์เท่ ๆ แต่ในโลกงานจริงมันคือฟังก์ชันที่ช่วยชีวิตได้ เพราะในพื้นที่แคบ เช่น ป่าทึบ ร่องหิมะ หรือแนวโคลนลึก การถอยหลัง/กลับรถด้วยวิธีปกติอาจทำให้ล้อจม หรือเสียจังหวะจนหลุดไลน์
พูดง่าย ๆ คือ “กลับตัวได้ทันที” = ลดความเสี่ยง และทำงานได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในภารกิจค้นหาและกู้ภัยที่ทุกนาทีมีค่า
รถกู้ภัยตัวจริง: เคสใช้งานกับ GlobalMedic
Sasquatch XTX ไม่ได้ถูกมองเป็นแค่ของเล่นราคาแพง เพราะมีองค์กรกู้ภัยอย่าง GlobalMedic ในออนแทรีโอรับมอบไปใช้งานจริง โดยผู้ก่อตั้งกล่าวถึงสถานการณ์พายุหิมะและเหตุอากาศรุนแรงที่ถี่ขึ้นว่า บางครั้งสโนว์โมบิลเข้าไปช่วยได้ แต่ถ้าผู้ประสบภัยบาดเจ็บหนัก การพาออกมาด้วยสโนว์โมบิลไม่เหมาะ และยานพาหนะลักษณะนี้ช่วย “พาคนออกมาอย่างปลอดภัย” ได้มากกว่า
มุมมองที่น่าสนใจ: รถแบบนี้ถูกสร้างมาเพื่อ “การเข้าถึง” (access) มากกว่าความเร็ว — เข้าไปถึงจุดที่ถนนหายไป แล้วพาคน/อุปกรณ์ออกมาให้ได้
เหมาะกับใคร?
- หน่วยกู้ภัย/บรรเทาสาธารณภัย: น้ำท่วม หิมะถล่ม พายุ พื้นที่ถนนถูกตัดขาด
- งานเชิงพาณิชย์นอกโครงข่าย: เหมือง ป่าไม้ ไซต์งานพลังงาน/ท่อส่ง งานภาคสนาม
- พื้นที่ชุ่มน้ำ/ทะเลสาบ/น้ำแข็ง: ที่ต้องการยานพาหนะลอยน้ำได้
- สายออฟโรดตัวจริง: ที่ต้องการสุดทางและงบถึง (แต่ควรเข้าใจค่าใช้จ่ายดูแล/ขนส่ง)
ข้อดี-ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนหลงรัก
ข้อดี
- ลุยสุดในสภาพแวดล้อมสุดขั้ว ทั้งหิมะ โคลน น้ำแข็ง และลงน้ำได้
- ระบบปรับแรงดันยางอัตโนมัติ ช่วยลดภาระผู้ขับและเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะ
- บรรทุก/ลากจูงได้จริง เหมาะกับงานภาคสนามและกู้ภัย
- รูปทรงแบบปิกอัพ ใช้งานด้านท้ายรถได้คล่องกว่า “ทรงกล่องสั้น”
ข้อจำกัด
- ความเร็วไม่ใช่จุดเด่น บนบกสูงสุด 40 กม./ชม. ในน้ำ 6 กม./ชม.
- ราคาและโลจิสติกส์ ต้องคิดค่าใช้จ่ายขนส่ง การซ่อมบำรุง และการบริการหลังการขาย
- การใช้งานในเมือง/ถนนทั่วไป ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อวิ่งใช้งานทุกวันเหมือนรถกระบะ
FAQ: คำถามที่คนค้นหาบ่อย (ช่วย SEO)
ARGO Sasquatch XTX ลอยน้ำได้จริงไหม?
ได้จริง แนวคิดคือใช้ยางขนาด 71 นิ้วช่วยพยุงตัวและเป็นแรงขับเคลื่อนในน้ำ โดยความเร็วในน้ำอยู่ราว 4 mph (6 กม./ชม.)
เครื่องยนต์แรงแค่ไหน?
บางแหล่งข่าวไม่ได้ระบุตัวเลขชัด แต่มีหน้าดีลเลอร์ระบุว่าเป็นดีเซลเทอร์โบ 1.8 ลิตร 3 สูบ กำลังราว 60 แรงม้า แรงบิด 200 นิวตันเมตร (รายละเอียดอาจต่างตามปีรุ่น/สเปกตลาด)
ราคาเท่าไหร่?
ตัวเลขที่ถูกอ้างอิงบ่อยคือราว 190,000 ดอลลาร์สหรัฐก่อนค่าขนส่ง/ค่าดีลเลอร์ และคันออปชันแน่นอาจสูงกว่า 250,000 ดอลลาร์
ต่างจาก Sherp ยังไง?
แนวคิดใกล้เคียงกันในเรื่องความโหดและความสะเทินน้ำสะเทินบก แต่ Sasquatch XTX ชูจุดเด่นแบบ “ปิกอัพ” มีพื้นที่บรรทุกด้านหลัง และระบบปรับแรงดันยางตามโหมดการใช้งานที่กดเลือกได้
