วิเคราะห์เจาะลึกตลาดยานยนต์ไทย ไตรมาส 1 ปี 2569 ยอดขายพุ่งรับอานิสงส์ Motor Show ท่ามกลางวิกฤตสินเชื่อรถกระบะ


วิเคราะห์เจาะลึกตลาดยานยนต์ไทย ไตรมาส 1 ปี 2569 ยอดขายพุ่งรับอานิสงส์ Motor Show ท่ามกลางวิกฤตสินเชื่อรถกระบะ
ภาพรวมตลาดยานยนต์ไทยเปิดไตรมาสแรกของปี 2569 ด้วยทิศทางเชิงบวกจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเต็มรูปแบบ แม้ยังคงมีความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจฐานรากที่ฉุดรั้งยอดขายรถเพื่อการพาณิชย์
ทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม – มีนาคม) สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตที่สำคัญของตลาด โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากความสำเร็จของงานแสดงรถยนต์ระดับประเทศ ประกอบกับการตื่นตัวของผู้บริโภคต่อเทคโนโลยียานยนต์พลังงานทางเลือก อย่างไรก็ตาม ภายใต้ตัวเลขการเติบโตที่น่าประทับใจ ยังคงมีสัญญาณเตือนจากตลาดรถกระบะซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจระดับภูมิภาค
ยอดขายมีนาคมโตต่อเนื่อง รับแรงส่งจาก Motor Show ครั้งที่ 47
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ยอดขายรถยนต์ในเดือนมีนาคม 2569 สามารถทำตัวเลขได้ถึง 59,865 คัน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.29% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า
เครื่องยนต์สำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตในเดือนนี้ คือการทยอยส่งมอบรถยนต์ที่เกิดขึ้นจากการกระตุ้นตลาดในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (Motor Show 2026) ซึ่งจัดขึ้นคาบเกี่ยวระหว่างปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน โดยงานดังกล่าวสร้างปรากฏการณ์ยอดจองทะลุกว่า 130,000 คัน และที่นัยสำคัญคือ มากกว่า 50% ของยอดจองทั้งหมดตกเป็นของ รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงการยอมรับเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในหมู่ผู้บริโภคชาวไทยที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
วิกฤตตลาดรถกระบะ: ภาพสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจฐานรากและสินเชื่อตึงตัว
ในทางตรงกันข้ามกับกลุ่มรถยนต์นั่ง ตลาดรถกระบะซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจฐานรากที่สำคัญกลับเผชิญกับภาวะหดตัว โดยมียอดขายลดลง 6.36% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ปัจจัยหลักที่กดดันตลาดส่วนนี้ไม่ได้มาจากความต้องการ (Demand) ที่ลดลง แต่มาจากปัญหาด้านอุปทานทางการเงิน
“สถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์) ได้เพิ่มความเข้มงวดอย่างมากในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ เนื่องจากประเมินว่าเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมยังเติบโตในระดับต่ำ ส่งผลให้รายได้ของผู้ซื้อรถกระบะ ซึ่งมักเป็นผู้ประกอบการรายย่อยและเกษตรกร อาจไม่มีเสถียรภาพเพียงพอที่จะชำระค่างวดได้ครบตามสัญญา”
ข้อเสนอแนะจาก ส.อ.ท. สู่รัฐบาล: เร่งงบประมาณเพื่อหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง
เพื่อสร้างความสมดุลและกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม ส.อ.ท. ได้ส่งสัญญาณถึงรัฐบาลชุดใหม่ ให้เร่งผลักดันนโยบายและนำเสนองบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เม็ดเงินลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานกระจายลงสู่ระบบเศรษฐกิจ
- ฟื้นฟูความเชื่อมั่น: การลงทุนภาครัฐที่ชัดเจนจะดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
- เพิ่มอัตราการจ้างงาน: การกระตุ้นอุตสาหกรรมที่มีห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ขนาดใหญ่ จะช่วยสร้างงานและเพิ่มกำลังซื้อให้ภาคประชาชน
- ยกระดับดัชนีผลผลิต (MPI): ตั้งเป้าให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเติบโตในระดับเลขสองหลัก และกระตุ้นให้มีการใช้กำลังการผลิตรวมมากกว่า 70%
หากสามารถขับเคลื่อนฟันเฟืองเหล่านี้ได้ จะสร้างวัฏจักรเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพาประเทศไทยให้หลุดพ้นจากสภาวะประเทศรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) ได้ในที่สุด
เจาะลึกสถิติยอดขายรถยนต์สะสม ไตรมาส 1 ปี 2569 (ม.ค. – มี.ค.)
ตัวเลขสะสมตลอด 3 เดือนแรกของปี ทำยอดรวมได้ทั้งสิ้น 182,083 คัน เติบโตขึ้น 18.86% จากปีก่อนหน้า โดยสามารถจำแนกรายละเอียดตามกลุ่มประเภทรถยนต์และระบบขับเคลื่อนที่น่าสนใจได้ดังนี้:

1. กลุ่มรถยนต์นั่งและรถอเนกประสงค์
กลุ่มนี้ยังคงครองสัดส่วนหลักของตลาดด้วยยอดรวม 123,445 คัน (คิดเป็น 67.80% ของยอดขายทั้งหมด) และมีอัตราการเติบโตสูงถึง 28.69% โดยแบ่งตามประเภทพลังงาน ดังนี้:
- รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% (BEV): ถือเป็นกลุ่มที่มาแรงที่สุดด้วยยอดขาย 50,141 คัน ครองสัดส่วน 27.54% ของตลาดรวม และมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง +120.57%
- รถยนต์ไฮบริด (HEV): มียอดขาย 40,230 คัน ครองสัดส่วน 22.09% โดยเติบโตเพิ่มขึ้น +20.72%
- รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE): มียอดขาย 30,847 คัน ครองสัดส่วน 16.94% มีทิศทางชะลอตัวลง -17.54%
- รถยนต์ไฮบริดเสียบปลั๊ก (PHEV): มียอดขาย 1,955 คัน ครองสัดส่วน 1.07% ปรับตัวลดลง -20.53%
- รถยนต์ขยายระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้า (REEV): มียอดขาย 272 คัน ครองสัดส่วน 0.15% เติบโตเพิ่มขึ้น +100.00%
2. กลุ่มรถกระบะและรถเพื่อการพาณิชย์
ในส่วนของตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ยังคงมีความท้าทาย โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะสันดาปทั่วไป แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณบวกจากการเข้ามาของเทคโนโลยีไฟฟ้าในภาคขนส่ง:
- รถกระบะทั่วไป: มียอดขาย 38,493 คัน ปรับตัวลดลง -4.67%
- รถกระบะไฟฟ้า (BEV): เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น มียอดขาย 314 คัน เติบโตสูงถึง +227.08%
- รถบรรทุก 5 – 10 ตัน: มียอดขาย 4,722 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น +31.57%
- รถบรรทุก 5 – 10 ตัน พลังงานไฟฟ้า (BEV): เริ่มมีการบันทึกยอดขายเป็นครั้งแรกในปีนี้จำนวน 20 คัน
- รถประเภทอื่นๆ: มียอดขายรวม 2,950 คัน ปรับตัวลดลง -19.60%
* ข้อมูลเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY)
แนวโน้มตลาดเดือนเมษายน 2569: ชะลอตัวตามฤดูกาล (Seasonal Index)
ด้านมุมมองจากผู้นำตลาด นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ประเมินแนวโน้มตลาดรถยนต์ในเดือนเมษายนว่า ตัวเลขยอดขายรวมมีโอกาส ปรับตัวลดลง เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม
ทั้งนี้ การชะลอตัวดังกล่าวเป็นกลไกปกติที่สอดคล้องกับ ดัชนีทางฤดูกาล (Seasonal Index) เนื่องจากเดือนเมษายนของประเทศไทยมีช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ ส่งผลให้วันทำงานของสถาบันการเงิน กรมการขนส่งทางบก รวมถึงโชว์รูมและศูนย์บริการลดลง ประกอบกับกำลังซื้อจำนวนมากได้ถูกดูดซับไปล่วงหน้าผ่านแคมเปญส่งเสริมการขายในงาน Motor Show แล้ว จึงคาดว่าตลาดจะเข้าสู่ภาวะทรงตัวก่อนจะเริ่มฟื้นกลับมาแข่งขันกันอีกครั้งในช่วงกลางปี
> โตโยต้า มียอดขายสะสมสามเดือนแรก 62,196 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่ 34.16% เติบโต 7.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา นำโดย Pure Pick Up (Hilux Travo, Revo และ Champ) 19,630 คัน และ Eco segment (Yaris และ Yaris ATIV) 19,174 คัน
