BYD ยืนยันพวกเขารับผิดชอบต่อุบัติเหตุหากใช้ BYD City Navigator คุ้มครองความรับผิดแบบไม่จำกัด

BYD ยืนยันพวกเขารับผิดชอบต่อุบัติเหตุหากใช้ BYD City Navigator คุ้มครองความรับผิดแบบไม่จำกัด
Spread the love
Advertisement Advertisement

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน (30 พฤษภาคม) — ยักษ์ใหญ่ค่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD (บีวายดี) ประกาศยกระดับความเชื่อมั่นครั้งใหญ่ด้วยการปล่อยรายละเอียดมาตรการ “ค้ำประกันความปลอดภัยระบบขับขี่อัจฉริยะ CNOA” (Safety Backing) ภายใต้ระบบอันชาญฉลาด “Eye of the Gods”โดยสรุป 8 ประเด็นสำคัญที่ผู้บริโภคตั้งคำถามและกังวลใจมากที่สุด เพื่อเสริมความมั่นใจให้ผู้ขับขี่สามารถเปิดใจใช้งานระบบขับขี่อัตโนมัติในเมืองได้อย่างไร้กังวล

BYD ใจป้ำ! ประกาศอุบัติเหตุจากระบบขับขี่อัจฉริยะ CNOA ค่ายรถพร้อมแบกรับค่าเสียหาย 100%

มาตรการค้ำประกันความปลอดภัยนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับรถยนต์ BYD ที่ติดตั้งระบบขับขี่อัจฉริยะ Eye of the Gods เวอร์ชัน A และ B โดยมีใจความสำคัญระบุว่า “หากผู้ขับขี่เปิดใช้งานฟังก์ชัน CNOA (City Navigation on Autopilot) อย่างถูกต้องตามกฎหมายและข้อกำหนด แล้วเกิดอุบัติเหตุที่ระบุว่ารถคันดังกล่าวต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ทาง BYD จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายทางเศรษฐกิจโดยตรงทั้งหมดที่เกิดขึ้น”

ขอบเขตความคุ้มครองและค่าเสียหายที่ BYD ครอบคลุม:

  • ค่าความเสียหายของตัวรถยนต์  ค่าซ่อมแซมตัวรถยนต์ BYD คันที่เกิดเหตุ
  • ค่าความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลที่สาม : สินไหมทดแทนกรณีทรัพย์สิน คู่กรณี หรือสิ่งสาธารณะได้รับความเสียหาย
  • ค่ารักษาพยาบาลและการบาดเจ็บ  ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านร่างกายและชีวิตของบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุ

ข้อควรทราบสำคัญ: มาตรการนี้เป็น “สิทธิประโยชน์เสริมความปลอดภัยจากค่ายผู้ผลิต” ไม่ใช่ประกันภัยรถยนต์ จึงไม่สามารถนำมาทดแทนประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) หรือประกันภัยภาคสมัครใจ (ประกันภัยชั้น 1, 2+, 3) ที่กฎหมายกำหนดได้ แต่ข้อดีคือผู้ใช้บริการไม่ต้องจ่ายเงินซื้อเพิ่มแม้แต่บาทเดียว

ใครบ้างที่มีสิทธิ์ได้รับมาตรการค้ำประกันความปลอดภัยนี้?

BYD ได้แบ่งกลุ่มผู้ได้รับสิทธิประโยชน์นี้ออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ เพื่อให้ครอบคลุมทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน ดังนี้:

  • กลุ่มผู้ซื้อรถยนต์ใหม่: สำหรับผู้ที่ตัดสินใจซื้อรถยนต์ BYD รุ่นที่ติดตั้งระบบ Eye of the Gods เวอร์ชัน A หรือ B ภายในระยะเวลาก่อนกำหนดคือ ก่อนวันที่ 28 พฤษภาคม 2027 โดยสิทธิ์ค้ำประกันจะมีผลบังคับใช้ทันทีนับตั้งแต่วันส่งมอบรถ (Delivery Date)
  • กลุ่มผู้ใช้รถยนต์เดิม: ระบบจะเริ่มเปิดใช้งานและมีผลคุ้มครองทันที หลังจากที่เจ้าของรถทำการอัปเดตระบบปฏิบัติการผ่านทาง OTA เป็นเวอร์ชัน Eye of the Gods 5.0 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ดังกล่าวจะมีระยะเวลาคุ้มครองนาน 1 ปี นับจากวันที่สิทธิ์เริ่มมีผล โดยระบบจะส่ง “บัตรสิทธิ์ดิจิทัล” (权益卡) เข้าไปยังศูนย์สิทธิประโยชน์ในแอปพลิเคชัน BYD App ของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ โดยที่ผู้ขับขี่ไม่ต้องกดลงทะเบียนหรือแย่งสิทธิ์ใดๆ ให้ยุ่งยาก

เงื่อนไขและข้อจำกัด สิทธิ์ผูกกับตัวรถ ไม่จำกัดเจ้าของมือแรก

เพื่อให้เกิดความชัดเจนและป้องกันการเข้าใจผิด BYD ได้ระบุข้อจำกัดและเงื่อนไขในการเคลมสิทธิ์ไว้ชัดเจน:

1. จำกัดเฉพาะฟังก์ชันขับขี่อัจฉริยะในเมือง (CNOA) เท่านั้น

มาตรการค้ำประกันนี้จะทำงานและคุ้มครองเฉพาะตอนที่ระบบระบบขับขี่อัจฉริยะในเมือง (City Navigation on Autopilot) เปิดใช้งานอยู่เท่านั้น ไม่รวมถึง ระบบช่วยขับขี่ระดับพื้นฐานอื่นๆ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผัน (ACC), ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัจฉริยะ (ICC) หรือระบบขับขี่อัจฉริยะบนทางหลวง (Highway Navigation)

2. สิทธิ์ผูกกับตัวรถยนต์ (ไม่จำกัดผู้ขับขี่)

สิทธิประโยชน์นี้จะติดอยู่กับหมายเลขตัวถังรถยนต์ ทำให้ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นเจ้าของมือแรกเท่านั้น (รถมือสองก็ได้รับสิทธิ์หากยังอยู่ในเงื่อนไขเวลา) และไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเจ้าของรถขับเอง ขอเพียงแค่ผู้ขับขี่รถยนต์คันนั้นในขณะเกิดเหตุ ได้ผ่านการเรียนรู้หลักสูตรและทำแบบทดสอบ (Exam) ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ บนแอปพลิเคชันตามที่ BYD กำหนดไว้ล่วงหน้าอย่างถูกต้อง

ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุขณะเปิดใช้ CNOA

ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขณะที่ระบบนำทางอัจฉริยะในเมืองทำงานอยู่ เพื่อให้การเคลมสิทธิ์เป็นไปอย่างราบรื่น ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  1. แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ: โทรเรียกตำรวจจราจรในพื้นที่ทันทีเพื่อเข้าตรวจสอบ ตรวจเช็กพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และออกเอกสารชี้ขาดความรับผิดชอบ (定责)
  2. แจ้งเหตุสองทาง: หากผลการตัดสินระบุว่ารถของเราเป็นฝ่ายผิด (มีส่วนรับผิดชอบในอุบัติเหตุ) แนะนำให้โทรแจ้งบริษัทประกันภัยรถยนต์ส่วนตัว และแจ้งเรื่องไปยัง BYD Official พร้อมๆ กัน
  3. ตรวจสอบเงื่อนไขค้ำประกัน: รอให้ทีมบริการหลังการขายของ BYD ตรวจสอบข้อมูลรถและระบบ หากยืนยันว่าเข้าเงื่อนไขมาตรการค้ำประกันความปลอดภัย CNOA ทาง BYD จะเข้ามาแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด จากนั้นผู้ใช้จึงค่อยทำการ “ยกเลิกใบคำขอเคลมกับบริษัทประกันภัยเดิม” ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเซฟประวัติ และไม่ส่งผลกระทบต่อเบี้ยประกันภัยในปีถัดไป
  4. เอกสารที่ต้องใช้จัดส่งให้ BYD:
    • ไฟล์วิดีโอบันทึกเหตุการณ์จากกล้องหน้ารถ (Dashcam)
    • ใบรายงานผลการตัดสินอุบัติเหตุจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ (事故认定书)
    • ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ (驾照) และสมุดจดทะเบียนรถยนต์ (行驶证)

สรุปข้อดี จุดเด่นที่เหนือกว่า “ประกันภัยระบบช่วยขับขี่” ทั่วไปในตลาด

มาตรการค้ำประกันความปลอดภัย CNOA ของ BYD ในครั้งนี้ มีจุดเด่นสำคัญ 3 ประการที่เหนือกว่าประกันภัยระบบขับขี่อัจฉริยะ (智驾险) รูปแบบเดิมๆ อย่างชัดเจน คือ:

Advertisement Advertisement
  • ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม: ไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อเบี้ยประกันเพิ่มเหมือนค่ายอื่น เพราะ BYD มอบสิทธิ์ให้โดยอัตโนมัติ
  • ไม่มีเพดานจำกัดวงเงิน: พร้อมจ่ายตามจริงสำหรับค่าเสียหายทางเศรษฐกิจโดยตรงทั้งหมด โดยไม่มีการระบุวงเงินชดเชยสูงสุด
  • ไม่กระทบต่อเบี้ยประกันปีถัดไป: เมื่อ BYD เข้ามาแบกรับค่าใช้จ่ายและตรวจสอบว่าเข้าเงื่อนไข ผู้ใช้สามารถถอนเคลมจากประกันเดิมได้ ทำให้ไม่เสียประวัติและไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันแพงขึ้นในปีต่อไป

การขยับตัวของ BYD ในครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ช่วยทำลายกำแพงความกลัวของผู้บริโภคที่มีต่อระบบขับขี่อัตโนมัติ เพราะการที่ค่ายรถออกมายืดอกรับผิดชอบค่าเสียหายให้ทั้งหมดแบบไม่มีเพดานกั้น ย่อมสะท้อนให้เห็นถึง “ความมั่นใจในความปลอดภัยขั้นสูงสุด” ของเทคโนโลยี Eye of the Gods 5.0 และระบบ CNOA ของทางค่ายนั่นเอง


BYD City Navigator (หรือที่ในภาษาจีนเรียกว่า 城市领航 – Chéngshì Lǐngháng) คือ ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะในเขตเมือง ของ BYD ซึ่งเป็นฟังก์ชันระดับสูงที่รวมอยู่ในระบบขับขี่อัตโนมัติ “天神之眼” (Eye of the Gods) โดยมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการในทางเทคนิคว่า CNOA (City Navigation on Autopilot)

ระบบนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้รถยนต์สามารถขับเคลื่อน ข้ามแยก และจัดการกับสถานการณ์ซับซ้อนบนท้องถนนในเมืองได้โดยอัตโนมัติภายใต้การกำกับดูแลของผู้ขับขี่

ฟังก์ชันหลักของ BYD City Navigator (CNOA)

เมื่อเปิดใช้งานในเขตเมืองที่ระบบรองรับ รถยนต์จะสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้เอง:

  • ขับเคลื่อนตามเส้นทางนำทาง (Navigation-led Driving): เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา และวิ่งไปตามเส้นทางบนแผนที่ที่ตั้งไว้โดยอัตโนมัติ
  • จัดการกับสัญญาณไฟจราจร: สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสัญญาณไฟแดง-ไฟเขียว รวมถึงหยุดรถอย่างปลอดภัยเมื่อถึงทางแยก
  • เปลี่ยนเลนอัตโนมัติ: เลือกเปลี่ยนเลนเพื่อแซงรถที่ช้ากว่า หรือเปลี่ยนเข้าเลนที่ถูกต้องเมื่อใกล้ถึงจุดเลี้ยวหรือทางออก
  • หลบหลีกสิ่งกีดขวาง: ตรวจจับและขับหลบหลีกคนเดินถนน, รถจักรยานยนต์, รถขับย้อนศร หรือสิ่งกีดขวางที่คาดไม่ถึงบนท้องถนนในเมือง
  • ผ่านวงเวียนและทางแยกซับซ้อน: คำนวณจังหวะและแล่นผ่านวงเวียนหรือทางแยกขนาดใหญ่ที่มีกระแสจราจรหนาแน่นได้อย่างชาญฉลาด

โครงสร้างระบบและฮาร์ดแวร์ที่ใช้

เพื่อให้ระบบ City Navigator ทำงานในเมืองได้อย่างแม่นยำ BYD ได้ติดตั้งฮาร์ดแวร์ระดับท็อป (โดยเฉพาะในเวอร์ชันสูง เช่น DiPilot 100 / 300 หรือ Eye of the Gods ระดับ A/B) ประกอบด้วย:

  • LiDAR (เซนเซอร์ตรวจจับด้วยเลเซอร์): สำหรับสร้างแผนที่ 3 มิติรอบตัวรถแบบ Real-time
  • กล้องความละเอียดสูงรอบคัน: ใช้ตรวจจับเส้นเลน ป้ายจราจร และสัญญาณไฟ
  • เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร (Millimeter-wave Radar): ตรวจจับระยะห่างและความเร็วของวัตถุรอบตัว
  • ชิปประมวลผลพลังงานสูง: เช่น ชิป NVIDIA Drive Orin เพื่อคำนวณและตัดสินใจในเสี้ยววินาที

ข้อแตกต่างระหว่าง CNOA กับระบบช่วยเหลือื่นๆ

ผู้ใช้มักจะสับสนระหว่างระบบช่วยขับขี่ทั่วไปกับ City Navigator ซึ่งมีความสามารถต่างกันชัดเจน:

  • ACC / ICC (ระบบพื้นฐาน): ทำได้แค่ประคองรถให้อยู่ในเลนและขับตามรถคันหน้าบนทางตรง ไม่สามารถเลี้ยวตามทางแยก หรือจอดไฟแดงเองได้
  • HNOA (Highway NOA): เป็นระบบนำทางอัจฉริยะบนทางหลวง/ทางด่วน ซึ่งขับง่ายกว่าเพราะไม่มีไฟแดง ไม่มีมอเตอร์ไซค์ และไม่มีคนเดินถนน
  • CNOA (City Navigator): คือขั้นสูงสุด (ณ ปัจจุบัน) เพราะต้องเจอกับสภาพจราจรที่วุ่นวาย มีทั้งไฟแดง วงเวียน และสิ่งกีดขวางรอบทิศทางในเมือง

นโยบาย “ค้ำประกันความปลอดภัย” (Safety Backing) ที่สร้างเสียงฮือฮา

ล่าสุด BYD ได้ประกาศมาตรการเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานระบบ City Navigator (CNOA) นี้ โดยระบุว่า หากผู้ใช้เปิดฟังก์ชัน CNOA ใช้งานในเมืองอย่างถูกต้องตามเงื่อนไข แล้วเกิดอุบัติเหตุที่ระบุว่ารถของเราเป็นฝ่ายผิด BYD จะเป็นผู้แบกรับค่าเสียหายทางเศรษฐกิจโดยตรงทั้งหมด ทั้งค่าซ่อมรถเรา ค่าเสียหายทรัพย์สินคู่กรณี และค่ารักษาพยาบาล (จำกัดสิทธิ์ในรถกลุ่ม Eye of the Gods เวอร์ชัน A/B เป็นเวลา 1 ปี) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจในความปลอดภัยของระบบนี้เป็นอย่างมาก

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้