BYD มีกำไรในปี 2025 : 155,230 ล้านบาท จากการขายรถ 4.6 ล้านคัน ขึ้น TOP 10 ของโลก

BYD ทุบสถิติปี 2025! รายได้ทะลุ 3.8 ล้านล้านบาท พร้อมก้าวขึ้นแท่น Top 5 ผู้ผลิตรถยนต์โลก
เมื่อเย็นวันที่ 27 มีนาคม 2026 BYD ได้เผยแพร่รายงานผลประกอบการประจำปี 2025 อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ที่บริษัทสามารถสร้างรายได้ทะลุหลัก 800 พันล้านหยวนได้เป็นครั้งแรก ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ระดับโลกด้วยยอดขายสะสมรวมกว่า 15 ล้านคันแล้ว
สรุปตัวเลขทางการเงินปี 2025 (คำนวณ 1 หยวน = 4.759 บาท)
- รายได้จากการดำเนินงาน: 803.965 พันล้านหยวน (ประมาณ 3,826.07 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้น 3.46% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
- กำไรสุทธิ (ส่วนของผู้ถือหุ้น): 32.619 พันล้านหยวน (ประมาณ 155.23 พันล้านบาท) ลดลง 18.97% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
- งบลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D): 63.4 พันล้านหยวน (ประมาณ 301.72 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อน
*หมายเหตุ: แม้รายได้จะเติบโต แต่กำไรสุทธิที่ลดลงสะท้อนถึงสภาวะการแข่งขันที่ดุเดือดในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าปัจจุบัน
ยอดขายถล่มทลาย: ผงาดขึ้นสู่ Top 10 ของโลก
ในปี 2025 BYD ไม่ได้เป็นเพียงผู้นำในตลาด NEV เท่านั้น แต่ยังขยับขึ้นไปเทียบชั้นกับยักษ์ใหญ่รถยนต์น้ำมันเดิมได้สำเร็จ:
- ยอดขายรถยนต์ NEV รวม: 4.6 ล้านคัน ครองอันดับ 1 ของโลกเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน
- อันดับโลก: ก้าวเข้าสู่กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ 10 อันดับแรกของโลก ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
- ตลาดต่างประเทศ: ส่งออกรถยนต์พุ่งสูงเกิน 1 ล้านคันเป็นครั้งแรก (เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า) แสดงถึงความสำเร็จของกลยุทธ์การขยายธุรกิจสู่ระดับสากล
โครงสร้างธุรกิจที่หลากหลาย: มากกว่าแค่บริษัทรถยนต์
BYD ยังคงรักษาสมดุลของรายได้จากหลายภาคส่วนเพื่อความมั่นคงในระยะยาว:
- กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน: เป็นแหล่งรายได้หลัก สนับสนุนรายได้ประมาณ 640 พันล้านหยวน (ประมาณ 3.04 ล้านล้านบาท)
- กลุ่มแบตเตอรี่ (EV & Solar): เติบโตอย่างต่อเนื่องและมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
- กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์: ธุรกิจประกอบโทรศัพท์มือถือและชิ้นส่วนยังคงพัฒนาอย่างมั่นคง
นวัตกรรมนำหน้า: ลงทุน R&D สะสมทะลุ 1.1 ล้านล้านบาท
กุญแจสำคัญที่ทำให้ BYD รักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้คือการอัดฉีดงบประมาณด้านเทคโนโลยีอย่างมหาศาล:
- ในปี 2025 เพียงปีเดียว ลงทุนไปกว่า 63.4 พันล้านหยวน
- มุ่งเน้น 4 สาขาหลัก: ระบบขับขี่อัจฉริยะ, เทคโนโลยีพลังงานใหม่, วัสดุใหม่ และระบบพลังงานหลัก
- ยอดลงทุน R&D สะสมรวมทั้งหมดของบริษัททะลุ 240 พันล้านหยวน (ประมาณ 1.14 ล้านล้านบาท) ไปแล้ว
ความท้าทายและก้าวต่อไปในปี 2026
แม้จะมีความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ แต่ BYD ก็ไม่ประมาทต่อ “สงครามราคา” และความท้าทายในอนาคต โดยมีแผนการดำเนินงานดังนี้:
- เน้นรุ่นไฮเอนด์: ปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มสัดส่วนกำไรต่อคันให้สูงขึ้น
- ประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน: ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในทุกขั้นตอน
- เร่งขยายตัวทั่วโลก: เสริมสร้างตำแหน่งผู้นำในตลาดต่างประเทศเพื่อสร้างการเติบโตใหม่ๆ
บทสรุปจากมุมมองนักวิเคราะห์: BYD ในปี 2025 คือยักษ์ใหญ่ที่ยอมเฉือนกำไรบางส่วนเพื่อแลกกับการครองส่วนแบ่งการตลาดที่เบ็ดเสร็จและก้าวข้ามขีดจำกัดไปสู่การเป็น Top 5 ของโลก การลงทุนใน R&D ที่สูงเป็นประวัติการณ์คือคำตอบว่า BYD ไม่ได้มองแค่ยอดขายในวันนี้ แต่กำลังวางรากฐานเพื่อครองโลกยานยนต์ในทศวรรษหน้าครับ

10 แบรนด์รถยนต์ยอดขายสูงสุดในโลก ประจำปี 2025 TOYOTA ยังนำที่ 1 VW อันดับ 2
