BYD บ้าไปแล้ว เปิดขายรถยนต์ไฟฟ้า SEAGULL ใหม่ 381,000 บาทในจีน รองรับ Flash Charging 10-70% ภายใน 5 นาที
BYD SEAGULL Gen 2 เปิดตัวจีน 2026 ราคาเริ่ม 331,500 บาท สเปกเต็ม 5 รุ่น แบต 30.1–39.2 kWh วิ่ง 320–420 กม. (CLTC)
BYD SEAGULL เจเนอเรชันที่ 2 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2026 พร้อมทางเลือก 5 รุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 65,900 หยวน หรือประมาณ 331,500 บาท และรุ่นสูงสุด 99,900 หยวน หรือประมาณ 502,500 บาท รถรุ่นใหม่นี้ขยายตัวถังเป็น 5 ที่นั่ง เปลี่ยนไปใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และช่วงล่างหลังอิสระแบบ Multi-link พร้อมแบตเตอรี่ BYD Blade Battery รุ่นที่ 2 และระบบ Flash Charging ในรุ่นที่รองรับ
สรุป BYD SEAGULL Gen 2 แบบเข้าใจเร็ว
- ประเภท: รถยนต์ไฟฟ้า 100% แบบแฮตช์แบ็ก 5 ประตู 5 ที่นั่ง
- ราคาในจีน: 65,900–99,900 หยวน หรือประมาณ 331,500–502,500 บาท
- ขนาดตัวถัง: ยาว 4,205 มม. กว้าง 1,810 มม. สูง 1,570 มม.
- ฐานล้อ: 2,650 มม.
- มอเตอร์: 85 หรือ 95 kW แรงบิดสูงสุด 130 Nm
- ระบบขับเคลื่อน: ล้อหลัง (RWD)
- แบตเตอรี่: LFP Blade Battery รุ่นที่ 2 ขนาด 30.1 หรือ 39.2 kWh
- ระยะทาง: 320 หรือ 420 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
- ชาร์จ AC: สูงสุด 7 kW ตามตารางสเปกทางการของ 4 รุ่นแรก
- ชาร์จ DC: รุ่นระยะทาง 420 กม. รองรับ BYD Flash Charging; ยังไม่มีตัวเลขกำลัง DC สูงสุดเป็น kW ในตารางสเปกที่ตรวจสอบ
- ช่วงล่าง: ด้านหน้า MacPherson Strut และด้านหลังอิสระ Multi-link
- ระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง: รุ่นบนรองรับ DiPilot 300 พร้อม LiDAR ตามข้อมูลการเปิดตัว
ราคา BYD SEAGULL Gen 2 ในประเทศจีน แปลงเป็นเงินบาท
BYD ประกาศราคา 5 รุ่นย่อย โดยชื่อ Vitality, Freedom, Comfort, Flying และ Smart ด้านล่างเป็น คำแปลภาษาอังกฤษเพื่อให้อ่านง่าย ไม่ใช่ชื่อรุ่นที่ประกาศจำหน่ายในประเทศไทย
- Vitality 320 km: 65,900 หยวน ≈ 331,500 บาท | ราคาโครงการเปลี่ยนรถ 62,900 หยวน ≈ 316,400 บาท
- Freedom 320 km: 72,900 หยวน ≈ 366,700 บาท | ราคาโครงการเปลี่ยนรถ 69,900 หยวน ≈ 351,600 บาท
- Comfort 420 km: 75,900 หยวน ≈ 381,800 บาท | ราคาโครงการเปลี่ยนรถ 72,900 หยวน ≈ 366,700 บาท
- Flying 420 km: 82,900 หยวน ≈ 417,000 บาท | ราคาโครงการเปลี่ยนรถ 79,900 หยวน ≈ 401,900 บาท
- Smart 420 km: 99,900 หยวน ≈ 502,500 บาท | ราคาโครงการเปลี่ยนรถ 96,900 หยวน ≈ 487,400 บาท
หมายเหตุเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน: คำนวณที่ 1 หยวน ≈ 5.03 บาท อ้างอิงระดับอัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 20 ตุลาคม 2569 และปัดเศษใกล้เคียงหลักร้อยบาท ตัวเลขนี้เป็นเพียงการแปลงราคาจีน ไม่ใช่ราคา BYD SEAGULL ในประเทศไทย และไม่รวมผลจากภาษี ค่าขนส่ง หรือการกำหนดราคาของผู้แทนจำหน่ายไทย ส่วนราคาพิเศษต้องเข้าเงื่อนไขโครงการเปลี่ยนรถของจีน

ขนาดตัวถัง BYD SEAGULL Gen 2
จุดเปลี่ยนสำคัญคือการขยายมิติตัวรถอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับรุ่นเดิมที่มีความยาว 3,780 มม. และฐานล้อ 2,500 มม. รุ่นใหม่มีความยาวเพิ่มขึ้น 425 มม. และฐานล้อเพิ่มขึ้น 150 มม. พร้อมเปลี่ยนจาก 4 ที่นั่งเป็น 5 ที่นั่ง
- ความยาว 4,205 มม.
- ความกว้าง 1,810 มม.
- ความสูง 1,570 มม.
- ระยะฐานล้อ 2,650 มม.
- ระยะห่างล้อคู่หน้า/หลัง (Track Width) 1,570 / 1,570 มม.
- รัศมีวงเลี้ยวต่ำสุด 4.95 เมตร
- ขนาดยางที่ระบุในตารางสเปกทางการ 205/60 R16
- จำนวนประตู 5 ประตู และที่นั่ง 5 ตำแหน่ง
พื้นที่เก็บสัมภาระ
- พื้นที่เก็บของด้านหน้า (Frunk) 94 ลิตร
- พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ 380 ลิตร
- เมื่อพับเบาะหลัง ขยายพื้นที่ท้ายรถได้สูงสุด 1,380 ลิตร
- มีช่องเก็บของเพิ่มเติมภายในห้องโดยสารและพื้นที่ซ่อนใต้เบาะหลังในรุ่นที่รองรับ
ตัวเลขที่ยังไม่ยืนยันจากตารางที่ตรวจสอบ: ระยะใต้ท้องรถ น้ำหนักรถเปล่า และน้ำหนักบรรทุกสูงสุด จึงไม่นำตัวเลขคาดเดามาใส่เป็นสเปกทางการ
มอเตอร์ไฟฟ้าและสมรรถนะ
BYD SEAGULL ใหม่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC Permanent Magnet Synchronous Motor ติดตั้งด้านหลัง ขับเคลื่อนล้อหลัง ต่างจาก SEAGULL รุ่นก่อนที่เป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า
- Vitality และ Freedom: กำลังสูงสุด 85 kW หรือประมาณ 116 PS
- Comfort และ Flying: กำลังสูงสุด 95 kW หรือประมาณ 129 PS
- แรงบิดสูงสุด: 130 Nm สำหรับทั้ง 4 รุ่นที่ตรวจสอบในตารางทางการ
- อัตราเร่ง 0–50 กม./ชม.: 4.9 วินาที ตามสเปกทางการ 4 รุ่น
- ความเร็วสูงสุดที่รายงานในการเปิดตัว: 150 กม./ชม.
- โหมดการขับขี่: Eco, Comfort, Sport และ Snow
กำลังมอเตอร์ 85 และ 95 kW เป็นค่าคนละรุ่นย่อย ไม่ใช่กำลังของมอเตอร์สองตัวหรือระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ สำหรับรุ่น Smart ข้อมูลที่เผยแพร่ยืนยันว่าเป็นรุ่นระยะทาง 420 กม. แต่ตารางรายละเอียดของรุ่นนี้ไม่ได้อยู่ในชุดเปรียบเทียบ 4 รุ่นที่บันทึกไว้
แบตเตอรี่ Blade Battery รุ่นที่ 2 และระยะทางวิ่ง
SEAGULL เจเนอเรชันที่ 2 ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนชนิด LFP ภายใต้เทคโนโลยี BYD Blade Battery รุ่นที่ 2 โดยแยกเป็น 2 ความจุหลัก
รุ่น Standard Range 320 กม. (CLTC)
- แบตเตอรี่ 30.1 kWh
- ระยะทางสูงสุด 320 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
- กำลังมอเตอร์สูงสุด 85 kW
- อยู่ในรุ่น Vitality และ Freedom
รุ่น Long Range 420 กม. (CLTC)
- แบตเตอรี่ 39.2 kWh
- ระยะทางสูงสุด 420 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
- กำลังมอเตอร์ 95 kW ในรุ่น Comfort และ Flying ตามสเปกทางการ
- อยู่ในรุ่น Comfort, Flying และ Smart ตามข้อมูลการเปิดตัว
ระบบชาร์จ AC, DC และ Flash Charging
- AC Charging: ตารางสเปกทางการของ Vitality, Freedom, Comfort และ Flying ระบุรองรับสูงสุด 7 kW ภายใต้อุณหภูมิปกติ
- DC Charging: รถรุ่นระยะทาง 420 กม. ได้แก่ Comfort, Flying และ Smart รองรับระบบ BYD Flash Charging ตามการประกาศเปิดตัว
- ตัวเลขการชาร์จ Flash Charging ที่ BYD สื่อสาร: เพิ่มระดับแบตเตอรี่จาก 10% เป็น 70% ภายในประมาณ 5 นาที เมื่อใช้เครื่องชาร์จที่รองรับและอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม
- V2L / VTOL: ตารางเปรียบเทียบยืนยันความสามารถจ่ายไฟให้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอกใน 4 รุ่นแรก แต่ไม่ได้ระบุกำลังจ่ายสูงสุดในข้อมูลที่ตรวจสอบ
ต้องแยกให้ชัดว่า รุ่น 320 กม. ไม่ใช่รุ่น Flash Charging และตัวเลข 5 นาทีไม่ใช่เวลาชาร์จ 0–100% ส่วนกำลังชาร์จ DC สูงสุดกี่ kW ยังไม่มีการยืนยันที่ชัดเจนจากตารางสเปกหลักที่ใช้อ้างอิง จึงไม่ใส่ตัวเลขประมาณการแทนค่าทางการ
BYD Flash Charging รุ่นที่ 2 มีกำลังชาร์จสูงสุด 1.5 MW (1,500 kW) ต่อหัวชาร์จ ตามข้อมูลจาก BYD
แต่สำหรับ BYD SEAGULL Gen 2 ต้องแยกกำลังของสถานีออกจากกำลังที่รถรับได้จริง
- กำลังสูงสุดของสถานี: 1.5 MW (1,500 kW)
- แบตเตอรี่ SEAGULL รุ่น Flash Charging: 39.2 kWh
- ระยะเวลาชาร์จ: 10–70% ประมาณ 5 นาที
- กำลังชาร์จเฉลี่ยที่คำนวณได้: ประมาณ 282 kW หรือ 0.282 MW
- กำลังชาร์จ DC สูงสุดของตัวรถ: ยังไม่มีตัวเลขยืนยันอย่างเป็นทางกา
ช่วงล่าง ระบบเบรก และล้อ
- ช่วงล่างหน้าอิสระแบบ MacPherson Strut
- ช่วงล่างหลังอิสระแบบ Multi-link
- ระบบเบรกหน้าดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน
- ระบบเบรกหลังดิสก์เบรก
- เบรกมือไฟฟ้า (EPB)
- ระบบ Auto Hold
- พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า (EPS)
- ยาง 205/60 R16
- ล้อเหล็ก 16 นิ้ว ในรุ่น Vitality และ Comfort
- ล้ออัลลอย 16 นิ้ว ในรุ่น Freedom และ Flying
การเปลี่ยนไปใช้ช่วงล่างหลัง Multi-link เป็นการเปลี่ยนทางวิศวกรรมจากระบบคานบิดของรุ่นก่อน แต่สมรรถนะการซับแรงสะเทือนและการควบคุมรถจริงยังต้องประเมินจากการทดลองขับ
อุปกรณ์ภายนอกและการใช้งาน
- ไฟหน้า LED พร้อมระบบเปิดไฟอัตโนมัติ
- ระบบปรับระดับไฟหน้า
- ไฟท้าย LED และไฟเบรกดวงที่สาม LED
- ไฟตัดหมอกหลัง
- ไฟส่องป้ายทะเบียนหลังและไฟส่องห้องเก็บสัมภาระ
- ระบบหน่วงเวลาดับไฟหน้า Follow Me Home
- ที่ปัดน้ำฝนแบบไร้โครง
- กระจกไฟฟ้าทั้ง 4 บานพร้อมระบบ One-touch และป้องกันการหนีบ
- กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าและมีระบบไล่ฝ้า
- กระจกมองหลังภายในปรับลดแสงสะท้อนด้วยมือ
- ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง
- ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าในรุ่น Freedom และ Flying ตามตารางเปรียบเทียบ

ห้องโดยสาร หน้าจอ และระบบอินโฟเทนเมนต์
รายละเอียดส่วนนี้ควรอ่านแยกตามรุ่น เพราะข่าวเปิดตัวมักนำภาพและอุปกรณ์ของรุ่นสูงสุดมาใช้ประกอบจนเกิดความเข้าใจว่าทุกรุ่นติดตั้งเหมือนกัน
- หน้าจอกลาง 12.8 นิ้ว: เป็นขนาดที่แสดงในตารางทางการของ Vitality, Freedom, Comfort และ Flying
- หน้าจอกลาง 15.6 นิ้ว: มีการนำเสนอในข่าวเปิดตัวและภาพรุ่นอุปกรณ์สูง แต่ไม่ใช่อุปกรณ์ของ 4 รุ่นดังกล่าวตามตารางทางการ
- ระบบแสดงข้อมูลผู้ขับขี่ผ่านชุดจออัจฉริยะ
- ระบบเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนกับรถ
- ระบบสั่งงานด้วยเสียงแยก 2 โซน
- ระบบเชื่อมต่อเครือข่าย 5G และบริการคลาวด์ของ BYD
- ระบบอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่าน OTA
- พอร์ต USB ด้านหน้าแบบ Type-A และ Type-C
- แหล่งจ่ายไฟ 12V ภายในรถ
- พวงมาลัยหุ้มวัสดุสังเคราะห์ ปรับได้ 4 ทิศทาง
- เกียร์ไฟฟ้าแบบก้านบริเวณคอพวงมาลัย
- แท่นชาร์จมือถือไร้สาย 50W ในรุ่น Freedom และ Flying
- ระบบเสียง 4 ลำโพงในรุ่น Vitality และ Comfort
- ระบบเสียง 8 ลำโพงในรุ่น Freedom และ Flying
- ไฟตกแต่งห้องโดยสารหลายสีในรุ่น Freedom และ Flying
สำหรับระบบห้องโดยสาร DiLink 150 และการรองรับผู้ช่วยอัจฉริยะ DeepSeek มีการนำเสนอในข่าวเปิดตัว แต่การจับคู่อุปกรณ์ทุกอย่างกับรุ่น Smart ต้องใช้ใบสเปกเฉพาะรุ่นยืนยันอีกครั้ง
เบาะนั่งและระบบปรับอากาศ
- เบาะนั่ง 5 ตำแหน่ง หุ้มวัสดุสังเคราะห์
- เบาะคนขับปรับมือ 6 ทิศทางใน Vitality และ Comfort
- เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางใน Freedom และ Flying
- เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับมือ 4 ทิศทางใน Vitality และ Comfort
- เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทางใน Freedom และ Flying
- ระบบอุ่นเบาะคู่หน้าใน Freedom และ Flying
- ระบบระบายอากาศเบาะคู่หน้าใน Freedom และ Flying
- ระบบนวดเบาะคนขับใน Freedom และ Flying
- เบาะหลังพับเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้
- จุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX
- ที่พักแขนกลางด้านหน้า
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติใน 4 รุ่นแรก
- ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังใน Freedom และ Flying
- ช่องเก็บของเพิ่มเติมบริเวณแถวที่ 2 ใน Freedom และ Flying

อุปกรณ์ความปลอดภัย
รายการต่อไปนี้แยกตามสถานะที่ปรากฏในตารางสเปกทางการของ 4 รุ่น ได้แก่ Vitality, Freedom, Comfort และ Flying
ระบบที่มีในทั้ง 4 รุ่น
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
- ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับเบาะคู่หน้า
- ระบบเบรก ABS และกระจายแรงเบรก EBD
- ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESC
- ระบบควบคุมการยึดเกาะถนนและช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
- ระบบช่วยเบรกและระบบควบคุมแรงเบรกแบบประสานกับการคืนพลังงาน
- ระบบตรวจวัดแรงดันลมยางแบบแจ้งเตือน
- กล้องมองภาพรอบคันความละเอียดสูง
- ระบบช่วยจอดพร้อมเซนเซอร์จอด 3 จุด ตามรายการในตารางทางการ
- ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยคู่หน้า
- ระบบล็อกประตูจากรีโมต กุญแจดิจิทัลแบบ Bluetooth และ NFC
- ระบบเข้าและสตาร์ตรถโดยไม่ต้องใช้กุญแจ
- ระบบ Sentry Mode ตามชื่อฟังก์ชันในรายการอุปกรณ์
อุปกรณ์ที่แตกต่างกัน
- ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างตลอดแนว: ตารางทางการระบุว่ามีใน Freedom และ Flying แต่ไม่มีใน Vitality และ Comfort
- ระบบรักษาเสถียรภาพขณะยางระเบิดที่ความเร็วสูง: ตารางทางการระบุว่าไม่มีใน 4 รุ่นแรก ขณะที่ข่าวเปิดตัวกล่าวถึงความสามารถนี้ในรุ่นบน
- ระบบเตือนการชนและเบรกอัตโนมัติ AEB: ไม่ปรากฏเป็นอุปกรณ์ใน 4 รุ่นแรกตามตารางทางการที่บันทึกไว้
ดังนั้นไม่ควรสรุปว่า SEAGULL Gen 2 ทุกรุ่นมี AEB, ระบบช่วยขับขี่บนทางหลวง หรือเซนเซอร์ LiDAR เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
ระบบช่วยขับขี่ DiPilot 300 และ LiDAR
จุดเด่นด้านเทคโนโลยีของ SEAGULL รุ่นใหม่คือการนำเสนอระบบ BYD DiPilot 300 พร้อม LiDAR สำหรับกลุ่มรุ่นบน โดยมีฟังก์ชันที่ BYD และสื่อรายงาน เช่น ระบบช่วยขับขี่ตามเส้นทางนำทางบนถนนในเมือง (CNOA), ทางหลวง (HNOA) และระบบช่วยจอดขั้นสูง
ข้อควรทราบ: ตารางทางการที่บันทึกจาก BYD แสดง 4 รุ่นแรก และระบุว่าไม่มีระบบ DiPilot 300, ACC, AEB และ LiDAR ในทั้ง 4 รุ่นดังกล่าว ส่วนรุ่น Smart เป็นรุ่นที่สื่อการเปิดตัวระบุว่ารองรับระบบช่วยขับขี่พร้อม LiDAR แต่สถานะอุปกรณ์มาตรฐานกับอุปกรณ์เลือกติดตั้ง รวมทั้งเงื่อนไขการเปิดใช้งาน ควรตรวจสอบใบสเปกของรุ่น Smart อีกครั้ง
ระบบช่วยขับขี่ไม่ใช่ระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ ผู้ขับขี่ยังต้องควบคุมและเฝ้าระวังการทำงานอยู่ตลอดเวลา
อุปกรณ์เด่น 5 รุ่นย่อย ต่างกันอย่างไร
1. BYD SEAGULL Vitality 320 km
- ราคา 65,900 หยวน หรือประมาณ 331,500 บาท
- แบตเตอรี่ 30.1 kWh ระยะทาง 320 กม. (CLTC)
- มอเตอร์ 85 kW แรงบิด 130 Nm
- ล้อเหล็ก 16 นิ้ว ยาง 205/60 R16
- จอ 12.8 นิ้ว และลำโพง 4 ตัว
- เบาะคู่หน้าปรับมือ ไม่มีอุ่น/ระบายอากาศ/นวด
- ไม่มีแท่นชาร์จไร้สาย 50W และไม่มีช่องแอร์หลังตามตารางเปรียบเทียบ
2. BYD SEAGULL Freedom 320 km
- ราคา 72,900 หยวน หรือประมาณ 366,700 บาท
- แบตเตอรี่ 30.1 kWh ระยะทาง 320 กม. (CLTC)
- มอเตอร์ 85 kW แรงบิด 130 Nm
- ล้ออัลลอย 16 นิ้ว
- จอ 12.8 นิ้ว และลำโพง 8 ตัว
- เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมอุ่นและระบายอากาศ; เบาะคนขับมีนวด
- แท่นชาร์จไร้สาย 50W ช่องแอร์หลัง ม่านถุงลมนิรภัย และฝาท้ายไฟฟ้า
3. BYD SEAGULL Comfort 420 km
- ราคา 75,900 หยวน หรือประมาณ 381,800 บาท
- แบตเตอรี่ 39.2 kWh ระยะทาง 420 กม. (CLTC)
- มอเตอร์ 95 kW แรงบิด 130 Nm
- รองรับ BYD Flash Charging
- ล้อเหล็ก 16 นิ้ว
- จอ 12.8 นิ้ว และลำโพง 4 ตัว
- เบาะปรับมือ และไม่มีอุปกรณ์เบาะสบายหลายรายการของรุ่น Freedom ตามตารางทางการ
4. BYD SEAGULL Flying 420 km
- ราคา 82,900 หยวน หรือประมาณ 417,000 บาท
- แบตเตอรี่ 39.2 kWh ระยะทาง 420 กม. (CLTC)
- มอเตอร์ 95 kW แรงบิด 130 Nm
- รองรับ BYD Flash Charging
- ล้ออัลลอย 16 นิ้ว
- จอ 12.8 นิ้ว และลำโพง 8 ตัว
- เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า อุ่น ระบายอากาศ และนวดเบาะคนขับ
- แท่นชาร์จไร้สาย 50W ฝาท้ายไฟฟ้า ม่านถุงลมนิรภัย และช่องแอร์หลัง
5. BYD SEAGULL Smart 420 km
- ราคา 99,900 หยวน หรือประมาณ 502,500 บาท
- ระยะทางสูงสุด 420 กม. (CLTC) ตามข้อมูลการเปิดตัว
- อยู่ในกลุ่มรุ่นที่รองรับ Flash Charging
- เป็นรุ่นบนที่นำเสนอระบบช่วยขับขี่ DiPilot 300 พร้อม LiDAR และเทคโนโลยีห้องโดยสารระดับสูง
- การยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติม: รายการอุปกรณ์เฉพาะรุ่น Smart เช่น ขนาดหน้าจอที่ติดตั้งจริง สถานะ LiDAR แบบมาตรฐานหรือออปชัน กำลังมอเตอร์ และระบบความปลอดภัยแต่ละรายการ ต้องตรวจใบสเปก Smart โดยตรง เนื่องจากไม่ปรากฏในข้อมูลเปรียบเทียบทางการ 4 รุ่นที่บันทึกไว้
สีตัวถังและสีภายใน
BYD ประกาศสีตัวถังสำหรับตลาดจีนทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีเขียวมะนาว สีชมพูเบอร์รี สีขาวครีม สีส้มมะม่วง สีฟ้าอ่อน และสีเทา ส่วนโทนสีภายในที่สื่อการเปิดตัวนำเสนอประกอบด้วยสีขาว สีชมพู และสีเทา ทั้งนี้การจับคู่สีและความพร้อมจำหน่ายอาจแตกต่างกันตามรุ่นย่อย
การรับประกันในประเทศจีน
ตารางสเปกทางการของ 4 รุ่นแรกระบุ ประกันตัวรถ 6 ปี หรือ 150,000 กม. และการรับประกันระบบขับเคลื่อนหลัก 3 ส่วนตลอดอายุการใช้งานสำหรับเจ้าของรายแรกที่ใช้รถแบบไม่เชิงพาณิชย์ โดยเป็นไปตามข้อกำหนดของ BYD ในประเทศจีน การรับประกันดังกล่าวไม่ควรถูกนำไปอ้างเป็นเงื่อนไขรับประกันรถในประเทศไทย
วิเคราะห์ BYD SEAGULL ใหม่: จุดไหนเปลี่ยนจากรุ่นเดิมมากที่สุด
เมื่อดูจากข้อมูลทางวิศวกรรม รถรุ่นใหม่นี้ไม่ได้เปลี่ยนเพียงหน้าตาหรือออปชัน แต่เปลี่ยนโจทย์การใช้งานหลายด้านพร้อมกัน ได้แก่ ขนาดตัวถังที่เพิ่มขึ้นจนรองรับ 5 ที่นั่งจริง การเปลี่ยนจากมอเตอร์หน้าเป็นมอเตอร์หลัง การใช้ช่วงล่างหลังอิสระ และทางเลือกระบบชาร์จ Flash Charging ในรุ่นแบตเตอรี่ 39.2 kWh
อย่างไรก็ตาม รุ่นแพงกว่าไม่ได้แปลว่าจะได้ทุกอุปกรณ์เพิ่มแบบขั้นบันได เพราะกลุ่ม Vitality/Comfort และ Freedom/Flying แบ่งระดับอุปกรณ์ความสะดวกสบายกันค่อนข้างชัดเจน ตัวอย่างเช่น Comfort ที่แบตเตอรี่ใหญ่กว่า Freedom กลับใช้ล้อเหล็ก เบาะปรับมือ และลำโพง 4 ตัวตามตารางทางการ ดังนั้นผู้ซื้อควรพิจารณาว่าต้องการระยะทางมากขึ้นหรืออุปกรณ์ห้องโดยสารมากขึ้น
สำหรับตลาดประเทศไทย ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2569 ยังไม่มีการยืนยันราคาจำหน่ายและรายการอุปกรณ์ของ BYD SEAGULL Gen 2 เวอร์ชันไทยอย่างเป็นทางการ ราคาเงินบาทในบทความนี้จึงมีไว้เปรียบเทียบระดับราคาในจีนเท่านั้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ BYD SEAGULL Gen 2
BYD SEAGULL Gen 2 ราคาเท่าไหร่?
ราคาทางการในจีนอยู่ที่ 65,900–99,900 หยวน หรือประมาณ 331,500–502,500 บาท หากใช้อัตรา 1 หยวนเท่ากับ 5.03 บาท ส่วนราคาโครงการเปลี่ยนรถเริ่ม 62,900 หยวน หรือประมาณ 316,400 บาท ยังไม่ใช่ราคาไทย
BYD SEAGULL ใหม่ วิ่งได้กี่กิโลเมตรต่อการชาร์จ?
มีระยะทาง 320 กม. และ 420 กม. ตามมาตรฐาน CLTC ของจีน ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและความจุแบตเตอรี่ 30.1 หรือ 39.2 kWh
BYD SEAGULL Gen 2 ชาร์จ AC ได้สูงสุดกี่ kW?
ตารางสเปกทางการของ Vitality, Freedom, Comfort และ Flying ระบุกำลังชาร์จ AC สูงสุด 7 kW ในสภาวะอุณหภูมิปกติ
BYD SEAGULL รุ่นไหนรองรับ Flash Charging?
กลุ่มรุ่นระยะทาง 420 กม. ได้แก่ Comfort, Flying และ Smart รองรับ Flash Charging ตามข้อมูลเปิดตัว ส่วน Vitality และ Freedom ระยะทาง 320 กม. ไม่อยู่ในกลุ่ม Flash Charging
BYD SEAGULL Gen 2 เป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้าหรือล้อหลัง?
BYD SEAGULL เจเนอเรชันที่ 2 เป็นรถไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าหนึ่งตัวด้านหลัง ต่างจากรุ่นเดิมที่เป็น FWD
BYD SEAGULL ใหม่มี LiDAR ทุกรุ่นหรือไม่?
ไม่ใช่ทุกรุ่น ตารางทางการของ 4 รุ่นแรกไม่แสดง LiDAR หรือ DiPilot 300 เป็นอุปกรณ์ติดรถ ส่วนระบบ LiDAR เป็นจุดเด่นของรุ่นบน Smart ตามข้อมูลการเปิดตัว โดยควรตรวจสอบเงื่อนไขการติดตั้งหรือการเลือกออปชัน

BYD Seagull เจเนอเรชันใหม่เปิดรับจองล่วงหน้าในประเทศจีนเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2026 พร้อมขยายตัวถังและฐานล้อ ปรับห้องโดยสารใหม่ และเพิ่มสีเขียวมะนาว โดยการจองครั้งนี้เป็นแบบ Blind Booking หรือจองก่อนเปิดเผยรายละเอียดการจำหน่ายครบถ้วน
ตัวถังใหญ่ขึ้น ขนาดใกล้เคียง BYD Dolphin
- ความยาว 4,205 มม.
- ความกว้าง 1,810 มม.
- ความสูง 1,570 มม.
- ฐานล้อ 2,650 มม.
เมื่อเทียบกับรุ่นที่จำหน่ายอยู่ ตัวถังยาวขึ้น 425 มม. และฐานล้อยาวขึ้น 150 มม. จนมีขนาดใกล้เคียง Dolphin
ดีไซน์ใหม่ มีสีให้เลือก 6 สี
ภายนอกใช้ด้านหน้าแบบปิด ไฟหน้าทรงเหลี่ยม มือจับประตูแบบกึ่งซ่อน ล้อสีดำเงา และไฟท้ายดีไซน์ใหม่ พร้อมสีตัวถัง 6 สี รวมถึงสีเขียวมะนาวที่เพิ่มเข้ามา







