รายงานข่าวจาก IT Home วันที่ 22 เมษายน ในรายการ 焦点访谈
(Focus Report) ของสถานีโทรทัศน์ CCTV ที่ออกอากาศในคืนวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา ได้มีการเปิดเผยรายงานเจาะลึกเกี่ยวกับ บริษัท Hozon Auto (合众新能源) หรือที่รู้จักกันในนามผู้ผลิตรถยนต์ Neta ( เนต้า) ซึ่งผลาญเงินลงทุนไปกว่า 18,300 ล้านหยวน (ประมาณ 8.6 หมื่นล้านบาท) ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี ส่งผลให้เงินลงทุนมหาศาลจากรัฐวิสาหกิจท้องถิ่นหลายแห่งตกอยู่ในสภาวะที่ยากจะทวงคืน
ภาพสะท้อนจากโรงงาน สายการผลิตที่ถูกทิ้งร้าง
ที่เมืองอี๋ชุน (Yichun) มณฑลเจียงซี สภาพปัจจุบันของโรงงานผลิตรถยนต์ Neta พบว่าสายการผลิตเต็มไปด้วยฝุ่นและถูกทิ้งร้าง ย้อนกลับไปในตอนต้น เพื่อผลักดันให้โครงการรถยนต์พลังงานใหม่ของ Neta เข้ามาตั้งฐานการผลิตได้อย่างรวดเร็ว รัฐบาลท้องถิ่นได้ทุ่มเทมอบสิทธิประโยชน์มากมาย ทั้งการร่วมลงทุนในหุ้น, การรับเหมาก่อสร้างโรงงานให้ และการยกเว้นค่าเช่าโรงงานนานถึง 10 ปี ซึ่งสิทธิพิเศษหลายประการเหล่านี้เข้าข่ายละเมิดหรือมีพฤติการณ์หลบเลี่ยงนโยบายและข้อบังคับของรัฐ
ในทำนองเดียวกัน ที่เมืองหนานหนิง (Nanning) มณฑลกว่างซี ที่ดินและโรงงานซึ่งเป็นฐานการผลิตของ Neta Auto ก็ล้วนได้รับการจัดซื้อและก่อสร้างโดยใช้เม็ดเงินการลงทุนจากทางรัฐบาลท้องถิ่นหนานหนิงทั้งสิ้น
วิกฤตการเงินและหนี้สินที่พอกพูน
แม้จะมีการอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนราวกับ “ต่อสายน้ำเกลือ” จากรัฐบาลท้องถิ่นบางแห่ง แต่การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากลับโหดร้ายและไร้ความปรานี ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า ในช่วงปี 2021 ถึง 2023 Hozon Auto (บริษัทแม่ของ Neta Auto) ขาดทุนสุทธิสะสมสูงถึง 18,300 ล้านหยวน
ล่วงเลยมาถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2025 Hozon Auto ได้ถูกกลุ่มเจ้าหนี้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอ “ล้มละลายเพื่อฟื้นฟูกิจการ” (Bankruptcy Reorganization) วิกฤตครั้งนี้ทำให้บริษัทลงทุนของรัฐหลายแห่งต้องติดหล่ม โดยเฉพาะบริษัทแพลตฟอร์มของรัฐแห่งหนึ่งในเมืองอี๋ชุน ที่ทุ่มเงินลงทุนสะสมไปกว่า 1,420 ล้านหยวน และประเมินว่ามีเงินลงทุนอย่างน้อย 800 ล้านหยวนที่ยากจะเรียกคืนกลับมาได้
กับดักการดึงดูดการลงทุน เมื่อรัฐท้องถิ่นเป็นผู้จ่าย
รายงานข่าวระบุเพิ่มเติมว่า ในอดีตเมืองอี๋ชุนไม่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตรถยนต์ และไม่มีจุดเด่นทางภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวย เพื่อดึงดูดโครงการนี้ รัฐบาลท้องถิ่นจึงต้องทุ่มเทอย่างหนัก สัญญาที่ลงนามระหว่าง คณะกรรมการบริหารเขตพัฒนาเศรษฐกิจอี๋ชุน และ Hozon Auto เผยว่า โครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนรวม 5,000 ล้านหยวน หรือ 23,000 ล้านบาท ซึ่งเงินลงทุนส่วนใหญ่นั้นมาจากฝ่ายคณะกรรมการฯ เป็นผู้รับผิดชอบจัดหา แม้หน้าฉากจะเรียกว่าเป็นการ “ดึงดูดการลงทุน” (Foreign/External Investment) แต่ในความเป็นจริง เงินส่วนใหญ่คือเงินที่ไหลออกจากกระเป๋าของเขตพัฒนาเศรษฐกิจอี๋ชุนเอง
มีข้อมูลระบุว่า บริษัทภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริหารทรัพย์สินของรัฐ (SASAC) และสำนักงานการคลังเมืองอี๋ชุน ได้ทุ่มเงินเกือบ 2,000 ล้านหยวนในการเข้าซื้อหุ้น นอกจากนี้ เฉพาะการแก้ปัญหาเรื่องที่ดินและโรงงานผ่านบริษัทร่วมทุนของรัฐ ก็กินงบประมาณไปอีกเกือบ 300 ล้านหยวน
- ลงทุนด้วยการเข้าถือหุ้น
- รับหน้าที่เป็นผู้สร้างโรงงานผลิต
- ให้สิทธิยกเว้นค่าเช่าโรงงานยาวนานถึง 10 ปี
- อัดฉีดเงินอุดหนุนเพิ่มเติม: รัฐบาลยังให้เงินรางวัล 20,000 หยวน หรือ 94,000 บาท สำหรับรถยนต์ Neta ทุกคันที่ขายได้ในเมืองอี๋ชุน
นอกจากเมืองอี๋ชุนแล้ว Neta Auto ยังใช้กลยุทธ์ดึงดูดการสนับสนุนจากรัฐท้องถิ่น ในการสร้างฐานการผลิตที่เมืองถงเซียง (Tongxiang) มณฑลเจ้อเจียง และเขตชิงซิ่ว ในเมืองหนานหนิง มณฑลกว่างซี อีกด้วย
การอุดหนุนที่เลี่ยงบาลี และการจัดระเบียบใหม่จากรัฐบาลกลาง
สวนอุตสาหกรรมในเขตชิงซิ่ว เมืองหนานหนิง เกิดขึ้นจากความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง Hozon Auto และรัฐบาลเมืองหนานหนิง โดยตั้งเป้าสร้างฐานการผลิตรถยนต์นั่งพลังงานไฟฟ้าล้วน กำลังการผลิต 100,000 คันต่อปี แน่นอนว่าการลงทุนส่วนใหญ่ รวมถึงค่าที่ดินและค่าก่อสร้างโรงงาน มาจากงบประมาณของหนานหนิง โดยมีรายงานว่า เพียงแค่เดือนธันวาคม ปี 2020 เดือนเดียว เมืองหนานหนิงได้จ่ายเงินอุดหนุนโครงการนี้สูงถึง 550 ล้านหยวน หรือ 2,596 ล้านบาท
แม้รัฐบาลกลางจะมีนโยบายควบคุมอย่างเข้มงวด แต่หลายพื้นที่มีการใช้ “กลยุทธ์เลี่ยงบาลี”:
“เมื่อรัฐไม่อนุญาตให้ลดราคาที่ดิน ท้องถิ่นก็เปลี่ยนไปใช้วิธี ‘สร้างโรงงานให้ฟรี’ แทน เมื่อไม่อนุญาตให้สิทธิพิเศษแก่เอกชนรายใดรายหนึ่ง ก็พลิกแพลงไปใช้รูปแบบ ‘กองทุนการลงทุน’ ท้องถิ่นหลายแห่งตกอยู่ในความเคยชินของการพัฒนาที่ต้องพึ่งพานโยบายสิทธิพิเศษ เกิดเป็นวงจรอุบาทว์ในการแข่งขันแย่งชิงการลงทุน”
ด้วยเหตุนี้ ในเดือนสิงหาคม ปี 2024 “ระเบียบการตรวจสอบการแข่งขันที่เป็นธรรม” จึงถูกประกาศใช้ รัฐบาลกลางกำลังเร่งจัดตั้งกลไกควบคุมการให้เงินอุดหนุนของท้องถิ่น (Negative List) อย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้ท้องถิ่นแข่งขันกันเองด้วยการลดแลกแจกแถม ซึ่งก่อให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรและเป็นอุปสรรคต่อการสร้างตลาดเสรีระดับชาติ โดยตั้งเป้าให้ท้องถิ่น

