Chery Fulwin T9L EREV วิ่งไฟฟ้า 135 – 230 กม. CLTC เปิดตัวในจีน 589,000 – 857,000 บาท








เปิดตัว Chery Fulwin T9L SUV ไฮบริดตัวท็อป วิ่งไกล 2,000 กม. เริ่มต้นเพียง 5.89 แสนบาท!
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2026 Chery (奇瑞) ได้ประกาศเปิดจองล่วงหน้า (Pre-sale) รถรุ่นใหม่ล่าสุด Fulwin T9L อย่างเป็นทางการ โดยวางตัวเป็นรถ SUV ขนาดกลาง 5 ที่นั่งระดับพรีเมียม (Large 5-seater Mid-size SUV) ที่โดดเด่นทั้งในเรื่องพื้นที่ใช้สอย เทคโนโลยีอัจฉริยะ และสมรรถนะการขับขี่ระยะไกลครับ
ราคาจำหน่าย
- รุ่น 135 Air: 139,900 หยวน ลดลงเหลือ 125,900 หยวน ประมาณ 589,000 บาท
- รุ่น 135 Pro: 149,900 หยวน ลดลงเหลือ 138,900 หยวน ประมาณ 650,000 บาท
- รุ่น 230 Pro: 159,900 หยวน ลดลงเหลือ 149,900 หยวน ประมาณ 702,000 บาท
- รุ่น 230 Max: 169,900 หยวน ลดลงเหลือ 163,900 หยวน ประมาณ 767,000 บาท
- รุ่น 200 AWD : 182,900 หยวน หยวน ประมาณ 857,000 บาท
ดีไซน์ภายนอก: ความหรูหราที่มาพร้อมมิติตัวถังขนาดใหญ่
Fulwin T9L มาพร้อมภาษาการออกแบบใหม่ที่เรียบหรูและทันสมัย:
- ไฟหน้า “Dianmo”: ดีไซน์โฉบเฉี่ยวแรงบันดาลใจจากปลายพู่กันจีน พร้อมไฟตัดหมอกแบบ 7 ชั้นเพิ่มมิติ
- ไฟท้าย OLED: ครั้งแรกกับไฟท้ายแบบลากยาวทะลุฝาท้ายโดยใช้เทคโนโลยี OLED
- มิติตัวถัง: ยาว 4,870 มม. กว้าง 1,930 มม. สูง 1,710 มม. และมี ระยะฐานล้อกว้างถึง 2,920 มม.
- ดีไซน์ทันสมัย: มือเปิดประตูแบบกึ่งซ่อน (Semi-hidden) และกระจกมองข้างแบบไร้ขอบ (Frameless)
- พื้นที่เก็บสัมภาระ: ปกติจุได้ 573 ลิตร และขยายได้สูงสุดถึง 1,597 ลิตรเมื่อพับเบาะ
ห้องโดยสารอัจฉริยะ “Lingxi Intelligent Cockpit”
ภายในอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีระดับเรือธงเพื่อความสบายสูงสุด:
- ประมวลผลแรง: ใช้ชิปขนาด 3 นาโนเมตร (3nm) พร้อมระบบปฏิบัติการ Fulwin UI 2.0 ที่ลื่นไหล
- ความบันเทิงเต็มรูปแบบ: หน้าจอแสดงผลความละเอียดสูง รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนทุกค่าย และมีระบบคาราโอเกะไร้ไมค์ (No-mic K歌)
- เบาะนั่ง Zero Gravity: เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 16 ทิศทาง พร้อมระบบระบายอากาศ อุ่นเบาะ และนวดไฟฟ้า
- ระบบเสียง AI Boya: ลำโพง 23 ตำแหน่ง พลังเสียง 1080W ในรูปแบบ 7.1.4 Surround
- ฟีเจอร์พรีเมียม: จอเพดานขนาด 17.3 นิ้วสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง, หลังคา Panoramic 2 ตร.ม. และไฟ Ambient Light 256 สี
ระบบช่วยขับขี่ “Falcon Intelligent Driving”
- Falcon 500: เป็นมาตรฐานในรุ่นส่วนใหญ่ รองรับระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง
- Falcon 700 (Option): รุ่นท็อปสามารถเลือกติดตั้ง LiDAR บนหลังคา พร้อมชิป Horizon Journey 6P พลังประมวลผล 560 TOPS รองรับการขับขี่อัตโนมัติทั้งในเมือง (City NOA) และไฮเวย์ (Highway NOA)
มิติตัวถังภายนอก
- ความยาวรวม: 4,870 มิลลิเมตร
- ความกว้างรวม: 1,930 มิลลิเมตร
- ความสูงรวม: 1,710 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ: 2,920 มิลลิเมตร
- ระยะห่างล้อคู่หน้า/หลัง: 1,641 / 1,644 มิลลิเมตร
พื้นที่เก็บสัมภาระและความจุ
ด้วยฐานล้อที่ยาวถึง 2,920 มม. ทำให้การจัดวางพื้นที่ใช้สอยภายในทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| จำนวนที่นั่ง | 5 ที่นั่ง |
| ความจุห้องสัมภาระท้าย (ปกติ) | 573 ลิตร |
| ความจุห้องสัมภาระ (เมื่อพับเบาะหลัง) | 1,597 ลิตร |
| ความจุถังน้ำมัน | 70 ลิตร |
น้ำหนักตัวรถและล้อ
- น้ำหนักตัวรถ (Curb Weight): 1,900 – 2,050 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่และรุ่นย่อย)
- ขนาดล้อและยาง:
- รุ่น 135 Air / 135 Pro / 230 Pro: ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว (235/55 R19)
- รุ่น 230 Max: ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว (245/50 R20)
จุดเด่นด้านขนาด: เมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน Fulwin T9L มีความยาวฐานล้อที่มากกว่า ช่วยให้พื้นที่วางขา (Legroom) ของผู้โดยสารแถวที่สองกว้างขวางระดับรถยนต์นั่งระดับพรีเมียม
เครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าแยกตามรุ่นย่อย
Chery Fulwin T9L ใช้เทคโนโลยี Kunpeng AI Super Hybrid CDM 6.0 ซึ่งมีความแตกต่างกันในด้านพละกำลังเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า รวมถึงขนาดของระบบชาร์จในแต่ละรุ่น ดังนี้ครับ
รุ่น 135 Air (รุ่นเริ่มต้น)
เน้นการใช้งานทั่วไปด้วยเครื่องยนต์แบบไม่มีเทอร์โบ แต่ยังคงให้สมรรถนะที่เพียงพอสำหรับการเดินทาง:
- เครื่องยนต์: เบนซิน 1.5 ลิตร (Natural Aspirated) 111 แรงม้า (PS) แรงบิด 137 นิวตันเมตร
- มอเตอร์ไฟฟ้า: กำลังสูงสุด 218 แรงม้า (PS) แรงบิด 175 นิวตันเมตร
- พละกำลังรวมทั้งระบบ: ประมาณ 329 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 312 นิวตันเมตร
- แบตเตอรี่: Rhino H (LFP) 19.52kWh วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 135 กม. (CLTC)
- การชาร์จ: รองรับชาร์จเร็ว DC 41kW (30-80% ใน 20 นาที) และชาร์จปกติ AC 6.6KW (10-100% ใน 3 ชม.)
- ระยะวิ่งรวมสูงสุด: 2,000 กิโลเมตร
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: ประมาณ 8.1 วินาที
- ความเร็วสูงสุด (Top Speed): 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
รุ่น 135 Pro (รุ่นกลาง แบตเตอรี่มาตรฐาน)
อัปเกรดขุมพลังเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบและมอเตอร์ขนาดใหญ่ เพื่อการเร่งแซงที่มั่นใจยิ่งขึ้น:
- เครื่องยนต์: เบนซิน 1.5 เทอร์โบ (Turbo) 156 แรงม้า (PS) แรงบิด 220 นิวตันเมตร
- มอเตอร์ไฟฟ้า: กำลังสูงสุด 354 แรงม้า (PS) แรงบิด 330 นิวตันเมตร
- พละกำลังรวมทั้งระบบ: สูงถึง 510 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร
- แบตเตอรี่: Rhino H (LFP) 19.52kWh วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 135 กม. (CLTC)
- การชาร์จ: รองรับชาร์จเร็ว DC 41kW (30-80% ใน 20 นาที) และชาร์จปกติ AC (10-100% ใน 3 ชม.)
- ระยะวิ่งรวมสูงสุด: 2,000 กิโลเมตร
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: ประมาณ 8.1 วินาที
- ความเร็วสูงสุด (Top Speed): 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
รุ่น 230 Pro (รุ่นรองท็อป แบตเตอรี่ใหญ่)
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนในระยะทางที่ไกลขึ้น พร้อมระบบชาร์จที่เร็วขึ้นเท่าตัว:
- เครื่องยนต์: เบนซิน 1.5 เทอร์โบ (Turbo) 156 แรงม้า (PS) แรงบิด 220 นิวตันเมตร
- มอเตอร์ไฟฟ้า: กำลังสูงสุด 354 แรงม้า (PS) แรงบิด 330 นิวตันเมตร
- พละกำลังรวมทั้งระบบ: สูงถึง 510 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร
- แบตเตอรี่: Rhino H (LFP) 32.7kWh วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 230 กม. (CLTC)
- การชาร์จ: รองรับชาร์จเร็ว DC 93kW (30-80% ใน 14.5 นาที) และชาร์จปกติ AC 6.6KW (10-100% ใน 5 ชม.)
- ระยะวิ่งรวมสูงสุด: 2,000 กิโลเมตร
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: ประมาณ 7.0 – 7.3 วินาที (สำหรับรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า FWD)
- ความเร็วสูงสุด (Top Speed): 180 – 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
รุ่น 230 Max รองท๊อป
- เครื่องยนต์: เบนซิน 1.5 เทอร์โบ (Turbo) 156 แรงม้า (PS) แรงบิด 220 นิวตันเมตร
- มอเตอร์ไฟฟ้า: กำลังสูงสุด 354 แรงม้า (PS) แรงบิด 330 นิวตันเมตร
- พละกำลังรวมทั้งระบบ: สูงถึง 510 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร
- แบตเตอรี่: Rhino H (LFP) 32.7kWh วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 230 กม. (CLTC)
- การชาร์จ: รองรับชาร์จเร็ว DC 93kW (30-80% ใน 14.5 นาที) และชาร์จปกติ AC 6.6KW (10-100% ใน 5 ชม.)
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: ต่ำกว่า 5 วินาที
- ความเร็วสูงสุด (Top Speed): สามารถทำได้ถึง 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
รุ่นท๊อป 200 AWD Super
เครื่องยนต์สันดาป (Engine)
ใช้เทคโนโลยี鲲鹏 (Kunpeng) AI Super Hybrid C-DM 6.0 ที่เน้นประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงสูงสุด:
- รหัสเครื่องยนต์: SQRH4J15
- ประเภท: เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ (Turbocharged)
- พละกำลังสูงสุด: 115 กิโลวัตต์ (kW)
- แรงบิดสูงสุด: 220 นิวตันเมตร (N·m)
- ระบบส่งกำลัง: เกียร์ไร้ระยะข้ามขั้น Dedicated Hybrid Transmission (DHT 260)
ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (Dual Motor AWD)
รุ่น AWD Super แตกต่างจากรุ่นอื่นด้วยการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง:
- มอเตอร์ไฟฟ้าหน้า: กำลังสูงสุด 260 kW / แรงบิดสูงสุด 330 N·m
- มอเตอร์ไฟฟ้าหลัง: กำลังสูงสุด 175 kW / แรงบิดสูงสุด 310 N·m
- พละกำลังรวมทั้งระบบ (System Total Output):
550 กิโลวัตต์ (ประมาณ 748 แรงม้า) - แรงบิดรวมทั้งระบบ: 860 นิวตันเมตร
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 5.0 วินาที
ะบบแบตเตอรี่ (Battery & Range)
ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ “Rhino H” (犀牛H) ที่มีความปลอดภัยสูงและจัดการความร้อนได้ดีเยี่ยม:
- ประเภทแบตเตอรี่: ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP)
- ระบบระบายความร้อน: แบบใช้ของเหลว (Liquid Cooling)
- ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน (CLTC): 200 กิโลเมตร
- ระยะทางวิ่งรวมสูงสุด (Combined Range): 1,600 กิโลเมตร
- อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน (เมื่อแบตเตอรี่ต่ำ): 5.5 ลิตร/100 กม. (CLTC)
การชาร์จและระบบจ่ายไฟ (Charging & Electrical)
- การชาร์จเร็ว (DC Fast Charge): รองรับสูงสุด 93 kW (ชาร์จจาก 30% – 80% ภายใน 14.5 นาที)
- การชาร์จปกติ (AC Slow Charge): ชาร์จจาก 10% – 100% ภายใน 5 ชั่วโมง
- ระบบจ่ายไฟภายนอก (V2L): รองรับกำลังไฟสูงถึง 6.6 kW (สามารถต่อพ่วงเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่พร้อมกันได้)
- ระบบความร้อน: มีระบบอุ่นแบตเตอรี่ (Battery Pre-heating) เพื่อรักษาประสิทธิภาพการชาร์จในสภาพอากาศหนาว
ระบบช่วงล่างและเทคโนโลยีแชสซี All-New Chery Fulwin T9L (2026)
Chery Fulwin T9L ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Feiyu Chassis” (飞鱼底盘) หรือช่วงล่างปลากระเบน ซึ่งเน้นความนุ่มนวลเสมือนการแหวกว่ายในน้ำ พร้อมเทคโนโลยีการควบคุมที่แม่นยำระดับรถยุโรป ดังนี้ครับ:
โครงสร้างระบบกันสะเทือน (Suspension System)
การเลือกใช้วัสดุน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งช่วยให้การตอบสนองของช่วงล่างมีความรวดเร็วและนุ่มนวล
- ช่วงล่างด้านหน้า: แบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut) พร้อมเหล็กกันโค้ง
- ช่วงล่างด้านหลัง: แบบอิสระ All-aluminum H-arm 4-Link (มัลติลิงก์แบบ 4 จุด) ซึ่งการเลือกใช้อลูมิเนียมช่วยลดน้ำหนักใต้สปริง (Unsprung Weight) ทำให้ซับแรงกระแทกได้ดียิ่งขึ้น
ะบบควบคุมความหนุ่มนวลอัจฉริยะ (CDC Electromagnetic Dampers)
จุดเด่นที่สุดของ Fulwin T9L คือการติดตั้งระบบ CDC (Continuous Damping Control) หรือโช้คอัพไฟฟ้าแม่เหล็กไฟฟ้า:
- การปรับอัตโนมัติ: ระบบสามารถปรับความหนืดของโช้คอัพได้แบบเรียลไทม์ตามสภาพถนน
- โหมดการขับขี่: ปรับเปลี่ยนบุคลิกได้ตามใจชอบ ทั้งแบบนุ่มนวล (Comfort) เมื่อใช้งานในเมือง และแบบแน่นหนึบ (Sport) เมื่อใช้ความเร็วสูง
- ประโยชน์: ช่วยลดอาการหน้าทิ่มขณะเบรก และลดอาการท้ายปัดขณะเข้าโค้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบเบรกและพวงมาลัย (Braking & Steering)
- IPB 2.0 (Intelligent Integrated Brake System): ระบบเบรกไฟฟ้าอัจฉริยะที่รวมการทำงานของหม้อลมเบรกและระบบควบคุมการทรงตัวไว้ด้วยกัน ให้การตอบสนองที่ไวและนุ่มนวล ไม่เกิดอาการเบรกจิก
- พวงมาลัย DP-EPS: ระบบพาวเวอร์ไฟฟ้าแบบ Dual-pinion ที่ให้ความรู้สึกที่แม่นยำกว่าระบบทั่วไป มีโหมดปรับน้ำหนักพวงมาลัยได้ 2 รูปแบบ (Light / Sport)
- ระบบดิสก์เบรก: ติดตั้งดิสก์เบรกพร้อมครีบระบายความร้อนทั้ง 4 ล้อเป็นมาตรฐาน
การออกแบบภายนอก
Chery Fulwin T9L ฉีกกฎการออกแบบ SUV แบบเดิม ๆ ด้วยการนำปรัชญาศิลปะจีนมาประยุกต์ใช้ ทำให้ตัวรถดูเรียบหรู ทันสมัย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นบนท้องถนน ดังนี้ครับ:
ดีไซน์ด้านหน้า: ความเรียบง่ายที่ทรงพลัง (Leave White Concept)
กระจังหน้าถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “การเว้นที่ว่าง” (Leave White) เพื่อให้ตัวรถดูสะอาดตาแต่มีระดับ:
- ไฟหน้า LED “Dianmo”: ดีไซน์โฉบเฉี่ยวสไตล์พู่กันจีน (Ink Stroke) ที่ให้ความรู้สึกพริ้วไหวแต่เฉียบคม พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติและไฟส่องสว่างหลังจากดับเครื่อง (Follow Me Home)
- ช่องดักอากาศชั้นสูง: บริเวณไฟตัดหมอกมีการออกแบบเป็นวงแหวนซ้อนกัน 7 ชั้น เพิ่มมิติและความกว้างให้กับส่วนหน้ารถ
- โลโก้เรืองแสง: สัญลักษณ์ Fulwin กึ่งกลางกระจังหน้าเพิ่มความโดดเด่นในยามค่ำคืน
เส้นสายด้านข้าง: มั่นคงและปราดเปรียว
- กระจกมองข้างไร้ขอบ (Frameless): เพิ่มทัศนวิสัยและลดเสียงรบกวนจากลม (Wind Noise) มาพร้อมระบบพับอัตโนมัติและหน่วยความจำตำแหน่ง
- มือจับประตูแบบกึ่งซ่อน (Semi-hidden): ออกแบบให้เรียบเนียนไปกับตัวรถเพื่อลดแรงต้านอากาศ แต่ยังคงใช้งานง่ายในทุกสภาพอากาศ
- ล้อและเบรก: รุ่นสูงสุดมาพร้อมล้ออัลลอย “Starry/Cyclone” ขนาด 20 นิ้ว พร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีเหลือง (Speed Yellow) เพิ่มลุคสปอร์ต
- หลังคา Panoramic: กระจกบานใหญ่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2 ตารางเมตร พร้อมราวหลังคาแบบ Built-in ที่เนียนตา
ดีไซน์ด้านหลัง: เทคโนโลยีส่องสว่างล้ำสมัย
- ไฟท้าย OLED “Shuimo Changhong”: ไฟท้ายแบบลากยาวทะลุฝาท้าย (Full-width) ซึ่งรุ่นท็อปมีการใช้เทคโนโลยี OLED ที่แสดงกราฟิกดิจิทัลได้คมชัดและสวยงามกว่าไฟ LED ทั่วไป
- กันชนหลังแบบสะอาดตา: ออกแบบให้ซ่อนท่อไอเสียไว้ด้านล่าง (Hidden Exhaust) เพื่อคงความหรูหราแบบรถยนต์พลังงานใหม่
- ฝาท้ายไฟฟ้า: ระบบเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชันบันทึกความสูงและเซนเซอร์จดจำตำแหน่ง
ตัวเลือกสีตัวถัง (Exterior Colors)
Chery Fulwin T9L นำแรงบันดาลใจจากธรรมชาติมาเป็นโทนสีให้เลือกถึง 6 สี:
- สีม่วง (Mountain Smoke Purple): สีไฮไลท์ที่ให้ความรู้สึกลึกลับหรูหรา
- สีฟ้า (Qin Lake Blue): สีแห่งความสดใสและเทคโนโลยี
- สีเขียว (Mingsha Green): สะท้อนภาพลักษณ์รักษ์โลก
- และสีมาตรฐาน: ดำ (Danxia Black), ขาว (Snow Mountain White), เทา (Rock Grey)
การออกแบบภายในห้องโดยสาร
ภายในของ Chery Fulwin T9L ถูกออกแบบภายใต้คอนเซปต์ที่เน้นความสงบ หรูหรา และความอัจฉริยะ โดยใช้วัสดุซอฟต์ทัชคุณภาพสูงและตกแต่งด้วยโทนสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะจีนโบราณ:
- ธีมสีภายใน: มีให้เลือก 3 โทนสีหลัก ได้แก่ สีส้มทอง (Warm Sunset Gold), สีฟ้าคราม (Ink Blue) และสีม่วงออโรร่า (Aurora Purple)
- ความกว้างขวาง: ด้วยระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,920 มม. ทำให้พื้นที่วางขา (Legroom) ของผู้โดยสารตอนหลังกว้างขวางระดับรถลิมูซีน
- บรรยากาศ: ติดตั้งไฟสร้างบรรยากาศ (Ambient Light) 256 สี แบบ律动 (Rhythmic) ที่สามารถกะพริบตามจังหวะเพลงได้
เบาะนั่งระดับ First Class (Seating & Comfort)
ความสบายคือจุดเด่นที่สุดของรุ่นนี้ โดยเฉพาะในรุ่นท็อปที่จัดเต็มฟังก์ชันเพื่อการผ่อนคลาย:
- เบาะคู่หน้า Zero Gravity: มาพร้อมระบบปรับไฟฟ้า 16 ทิศทาง, ที่รองขา (Leg Rest), ระบบนวดไฟฟ้า 10 จุด, ระบบอุ่นเบาะ และระบายอากาศ (Ventilation)
- เบาะหลังอัจฉริยะ: พนักพิงเบาะแถวที่ 2 สามารถปรับเอนด้วยไฟฟ้าได้ 25-35 องศา พร้อมระบบอุ่นเบาะและระบายอากาศในรุ่นท็อป
- ความอเนกประสงค์: ติดตั้งโต๊ะพับขนาดเล็ก (Picnic Table) หลังเบาะคู่หน้า และพนักพิงศีรษะแบบโอบกระชับ (Aviation Headrest)
- หลังคาแก้ว: Panoramic Sunroof ขนาดใหญ่ 2 ตารางเมตร พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า ช่วยให้ห้องโดยสารดูโปร่งสบาย
ระบบความบันเทิงและเทคโนโลยี (Infotainment & Audio)
Fulwin T9L ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลขนาด 3 นาโนเมตร (3nm) รุ่นล่าสุด ให้การทำงานที่ลื่นไหลระดับสมาร์ทโฟนเรือธง:
- หน้าจอหลัก: หน้าจอกลางสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 15.6 นิ้ว และหน้าจอมาตรวัดดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว
- โรงภาพยนตร์เคลื่อนที่: รุ่นสูงสุดสามารถเลือกติดตั้ง หน้าจอเพดานขนาด 17.3 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
- ระบบเสียง AI Boya: ลำโพงระดับพรีเมียม 23 ตำแหน่ง พลังเสียง 1080W จัดวางแบบ 7.1.4 เซอร์ราวด์ พร้อมลำโพงที่พนักพิงศีรษะเบาะคู่หน้า
- ฟังก์ชันพิเศษ: รองรับระบบไร้สาย Apple CarPlay / Android Auto และมีระบบ “No-mic Karaoke” ร้องเพลงในรถได้โดยไม่ต้องใช้ไมโครโฟน
สิ่งอำนวยความสะดวกสบาย (Convenience Features)
- การชาร์จไร้สาย: แท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สายความเร็วสูง 50W พร้อมระบบแจ้งเตือนหากลืมโทรศัพท์ไว้ในรถ
- ระบบปรับอากาศ: แบบอัตโนมัติแยกอิสระ 2 โซน พร้อมไส้กรอง PM 0.3 และระบบตรวจสอบคุณภาพอากาศอัจฉริยะ
- การควบคุมด้วยเสียง: ระบบสั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะที่สามารถแยกแยะตำแหน่งผู้พูดได้ถึง 4 โซน (คนขับ, ผู้โดยสารหน้า, และเบาะหลังซ้าย-ขวา)
- หน้าจอหลัง: มีหน้าจอควบคุมฟังก์ชันขนาดเล็กบริเวณที่พักแขนแถวที่ 2 สำหรับปรับแอร์และเครื่องเสียง
ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ Chery Fulwin T9L (2026)
Chery Fulwin T9L ถูกออกแบบภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว ด้วยการผสมผสานโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งเข้ากับระบบสมองกลอัจฉริยะ “Falcon” (猎鹰) ที่ทำงานร่วมกับเซนเซอร์รอบคันถึง 27 จุด เพื่อการปกป้องแบบ 360 องศาครับ
โครงสร้างตัวถังและความปลอดภัยเชิงปกป้อง (Passive Safety)
มั่นใจได้ในทุกการปะทะด้วยการออกแบบโครงสร้างที่เน้นความแข็งแรงสูง:
- โครงสร้างตัวถังนิรภัย: ใช้เหล็กกล้าความแข็งแรงสูงเป็นส่วนประกอบหลัก ออกแบบเป็นกรงนิรภัยเพื่อปกป้องห้องโดยสารจากการชนทุกทิศทาง
- ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง (SRS Airbags): ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานทุกรุ่นย่อย ประกอบด้วย:
- ถุงลมคู่หน้า (คนขับและผู้โดยสาร)
- ถุงลมด้านข้างคู่หน้า
- ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างแบบยาวคลุมถึงแถวหลัง
- พิเศษ: ถุงลมนิรภัยคั่นกลาง (Far-side Airbag) ระหว่างเบาะหน้า เพื่อป้องกันการกระแทกกันเองของผู้โดยสารตอนหน้าเมื่อเกิดการชนด้านข้าง
- จุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX: พร้อมระบบล็อคประตูป้องกันเด็ก (Electronic Child Lock)
สมองกลอัจฉริยะและเซนเซอร์ (Driving Intelligence)
Fulwin T9L ยกระดับเทคโนโลยีการขับขี่ด้วยระบบ Falcon Intelligent Driving ที่แบ่งความสามารถตามรุ่นย่อย:
- Falcon 200/500: เป็นระบบมาตรฐานในรุ่นทั่วไป รองรับการขับขี่อัตโนมัติระดับ L2+
- Falcon 700 (รุ่นท็อป Option): อัปเกรดสูงสุดด้วย LiDAR (เลเซอร์สแกน) บนหลังคา และชิปประมวลผล Horizon Journey 6P ที่มีพลังประมวลผลสูงถึง 560 TOPS
- ระบบเซนเซอร์ 27 จุด: ประกอบด้วย LiDAR, กล้องความละเอียดสูง, เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร และเรดาร์อัลตราโซนิก ทำงานร่วมกันเพื่อวิเคราะห์สภาพถนนแบบเรียลไทม์
เทคโนโลยีช่วยขับขี่ขั้นสูง (Advanced ADAS)
ระบบความปลอดภัยเชิงรุกที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ:
- ระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติ (NOA): รองรับทั้ง Highway NOA (บนทางหลวง) และ City NOA (ในเมือง) โดยรถสามารถเร่งแซง เปลี่ยนเลน และเข้าทางแยกได้เองภายใต้การดูแลของผู้ขับขี่
- ระบบเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (AEB): พร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนนและจักรยาน
- ระบบรักษาเลนอัจฉริยะ: ประกอบด้วย LCC (รักษาเลน), LDW (เตือนออกนอกเลน) และ ELK (ระบบช่วยดึงรถกลับเข้าเลนฉุกเฉิน)
- ระบบเตือนจุดอับสายตา (BSD): พร้อมระบบเตือนขณะเปิดประตู (DOW) และเตือนการชนด้านหลัง (RCW/RCTA)
- ไฟสัญญาณอัจฉริยะ: มีไฟแสดงสถานะการทำงานของระบบขับขี่อัตโนมัติ (智驾小蓝灯) บริเวณภายนอกรถ
ระบบจอดรถและทัศนวิสัย (Parking & Vision)
- APA (All-automatic Parking): ระบบจอดรถอัตโนมัติเต็มรูปแบบ สามารถค้นหาที่จอดและนำรถเข้าจอดเองได้ทั้งแบบขนานและเข้าซอง
- กล้อง 360° High Definition: ทำงานร่วมกับ ระบบพื้นที่ใต้ท้องรถโปร่งใส (Transparent Chassis) ช่วยให้มองเห็นสิ่งกีดขวางที่อยู่ใต้ตัวรถได้อย่างชัดเจน
- DMS (Driver Monitoring System): ระบบกล้องตรวจจับพฤติกรรมผู้ขับขี่ เพื่อเตือนเมื่อมีอาการเหนื่อยล้าหรือเสียสมาธิ



โดย: Autohome )
