Chevrolet ยุติขายรถยนต์ใหม่ในจีน หลังทำตลาดเกือบ 21 ปี แต่ยังผลิตเพื่อส่งออก

Chevrolet ยุติขายรถยนต์ใหม่ในจีน หลังทำตลาดเกือบ 21 ปี แต่ยังผลิตเพื่อส่งออก
Spread the love
Advertisement Advertisement

Chevrolet ยุติขายรถยนต์ใหม่ในจีน หลังทำตลาดเกือบ 21 ปี แต่ยังผลิตเพื่อส่งออก

General Motors หรือ GM ยืนยันว่า Chevrolet จะยุติการจำหน่ายรถยนต์ใหม่ในประเทศจีนอย่างเป็นทางการ หลังเข้าทำตลาดมานานเกือบ 21 ปี จากแบรนด์ที่เคยมียอดขายมากกว่า 760,000 คันต่อปี เหลือต่ำกว่า 9,000 คันในปี 2025

อย่างไรก็ตาม Chevrolet ไม่ได้ถอนตัวออกจากจีนทั้งหมด เนื่องจากบริษัทร่วมทุน SAIC-GM จะยังคงผลิตรถยนต์ Chevrolet ภายในประเทศ โดยเปลี่ยนบทบาทของจีนจากตลาดจำหน่ายหลักไปเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ

Chevrolet หยุดขายในจีน แต่โรงงานยังเดินหน้าผลิต

GM China ให้ข้อมูลกับ National Business Daily เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2026 ว่า SAIC-GM จะยังคงรักษาสายการผลิตรถยนต์ Chevrolet ในประเทศจีน เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ในปัจจุบันมีความเหมาะสมกับความต้องการของตลาดส่งออกมากกว่า

ตลาดเป้าหมายประกอบด้วยตะวันออกกลาง แอฟริกา อเมริกาใต้ เม็กซิโก และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยจะใช้เครือข่ายจำหน่ายและบริการหลังการขายของ GM ที่มีอยู่ทั่วโลกสนับสนุนการขยายตลาด

ข้อมูลจากสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน หรือ CPCA ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 Chevrolet ส่งออกรถยนต์ที่ผลิตในจีนจำนวน 6,930 คัน เพิ่มขึ้น 6.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

GM และ SAIC ต่อสัญญาร่วมทุนถึงปี 2047

การปรับยุทธศาสตร์ของ Chevrolet เกิดขึ้นหลังจาก GM และ SAIC Motor ลงนามต่ออายุความร่วมมือของบริษัทร่วมทุน SAIC-GM ออกไปอีก 20 ปี จนถึงปี 2047 นับเป็นหนึ่งในระยะเวลาต่อสัญญาที่ยาวนานที่สุดของบริษัทร่วมทุนรถยนต์รายใหญ่ในจีน

ทั้งสองบริษัทมีแผนเปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่ หรือ NEV อย่างน้อย 30 รุ่นภายในปี 2030 โดยจะเน้นการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ Cadillac และ Buick เป็นหลัก

John Roth รองประธานบริหาร GM Global และประธาน GM China ระบุว่า SAIC-GM มีศักยภาพทั้งด้านวิศวกรรม การผลิต และการควบคุมคุณภาพ ซึ่งสามารถนำมาใช้สนับสนุนการขยายตลาดนอกประเทศจีนได้

ลูกค้า Chevrolet กว่า 7.5 ล้านรายยังได้รับบริการ

GM ยืนยันว่าจะยังคงดูแลเจ้าของรถ Chevrolet ในจีนมากกว่า 7.5 ล้านราย แม้จะหยุดจำหน่ายรถยนต์ใหม่แล้วก็ตาม เครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการจะยังดำเนินงานต่อ พร้อมให้บริการบำรุงรักษาและจัดหาอะไหล่ โดยบริษัทระบุว่าบริการหลังการขายของลูกค้าเดิมจะไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับแผนธุรกิจครั้งนี้

จากยอดขาย 767,000 คัน เหลือต่ำกว่า 9,000 คัน

Chevrolet เข้าสู่ตลาดจีนอย่างเป็นทางการในปี 2005 และเติบโตจนมียอดขายสูงสุดประมาณ 767,000 คันในปี 2014 โดยมีรถยนต์รุ่นสำคัญอย่าง Chevrolet Cruze ช่วยผลักดันยอดขาย

หลังจากนั้นสถานการณ์เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ผลิตรถยนต์จีน การขยายตัวอย่างรวดเร็วของรถยนต์พลังงานใหม่ รวมถึงกระแสตอบรับด้านลบต่อการใช้เครื่องยนต์ 3 สูบในรถยนต์บางรุ่น

เมื่อเข้าสู่ปี 2025 ยอดขาย Chevrolet ในจีนลดลงเหลือไม่ถึง 9,000 คัน สวนทางกับช่วงสูงสุดที่เคยจำหน่ายได้มากกว่า 760,000 คันต่อปี

Chevrolet ไม่ได้ออกจากจีนทั้งหมด

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงไม่ใช่การปิดกิจการหรือถอนการผลิตออกจากประเทศจีน แต่เป็นการยุติธุรกิจค้าปลีกรถยนต์ใหม่ภายในประเทศ และเปลี่ยนโรงงานของ SAIC-GM ให้เน้นผลิตรถยนต์ Chevrolet สำหรับตลาดส่งออกมากขึ้น

ขณะเดียวกัน GM จะให้ความสำคัญกับ Cadillac และ Buick ในตลาดจีน โดยเฉพาะการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์พลังงานใหม่ เพื่อแข่งขันกับผู้ผลิตท้องถิ่นที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว


ประวัติ Chevrolet ในประเทศจีน จากแบรนด์ยอดขาย 7.67 แสนคัน สู่การยุติขายรถใหม่ในปี 2026

Chevrolet มีประวัติในประเทศจีนยาวนานกว่า 20 ปี เคยเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์ร่วมทุนที่ได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่งราคาจับต้องได้ ก่อนที่ยอดขายจะลดลงอย่างหนักจากการแข่งขันของแบรนด์จีนและการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์พลังงานใหม่

จุดเริ่มต้นก่อนเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการ

ความเคลื่อนไหวของ Chevrolet ในจีนเริ่มต้นก่อนปี 2005 โดยเดือนธันวาคม 2000 บริษัท Jinbei-GM เคยผลิต Chevrolet Blazer รุ่นแรกในประเทศจีน แต่รถยนต์อเนกประสงค์เครื่องยนต์ขนาดใหญ่รุ่นนี้ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก และยุติการผลิตในเวลาต่อมา

ส่วน General Motors หรือ GM เข้ามาวางฐานธุรกิจในจีนอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 1997 ผ่านการก่อตั้งบริษัทร่วมทุน SAIC-GM ระหว่าง GM และ SAIC Motor ในสัดส่วนฝ่ายละ 50% โดยเริ่มผลิตรถยนต์ Buick ในเซี่ยงไฮ้ตั้งแต่ปี 1999

ปี 2005: Chevrolet เข้าสู่ตลาดจีนอย่างเป็นทางการ

เดือนมกราคม 2005 Shanghai GM หรือ SAIC-GM ในปัจจุบัน ประกาศเปิดตัวแบรนด์ Chevrolet อย่างเป็นทางการ เพื่อจับตลาดรถยนต์ระดับแมสและวางตำแหน่งต่ำกว่า Buick และ Cadillac

รถยนต์กลุ่มแรกประกอบด้วย

  • Chevrolet Sail รถเก๋งขนาดเล็กสำหรับครอบครัว
  • Chevrolet Aveo หรือ Lova
  • Chevrolet Epica
  • Chevrolet Spark

โดยเฉพาะ Sail กลายเป็นรถยนต์ร่วมทุนราคาประหยัดที่ช่วยให้ครอบครัวชาวจีนจำนวนมากสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์คันแรกได้ง่ายขึ้น

ปี 2009–2014: ยุคทองของ Chevrolet

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2009 เมื่อ Chevrolet Cruze เปิดตัวในจีน รถรุ่นนี้ได้รับความนิยมจากการออกแบบสปอร์ต ราคาเข้าถึงง่าย และภาพลักษณ์ของ Chevrolet Camaro จากภาพยนตร์ Transformers

เฉพาะปี 2009 Cruze สามารถทำยอดขายในจีนได้มากกว่า 92,000 คัน แม้จำหน่ายเพียงประมาณ 9 เดือน ขณะที่ยอดขายรวมของ Chevrolet เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 332,774 คัน ข้อมูลยอดขาย GM ปี 2009

หลังจากนั้น Chevrolet ขยายผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ได้แก่

  • Sail
  • Cruze
  • Malibu
  • Captiva
  • Trax
  • Equinox
  • Orlando
  • Cavalier

ปี 2010 Chevrolet มียอดขายสะสมในจีนทะลุ 1 ล้านคัน และมีเครือข่ายผู้จำหน่ายมากกว่า 500 แห่ง จุดสูงสุดเกิดขึ้นในปี 2014 เมื่อ Chevrolet ทำยอดขายในจีนได้ประมาณ 767,000 คัน กลายเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 ของ Chevrolet รองจากสหรัฐอเมริกา พร้อมเครือข่ายผู้จำหน่ายหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ

ปี 2015–2018 ยอดขายเริ่มชะลอตัว

หลังผ่านจุดสูงสุด Chevrolet เริ่มเผชิญปัญหาหลายด้าน ทั้งการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้น การเติบโตของผู้ผลิตรถยนต์จีน และความทับซ้อนกับ Buick ซึ่งเป็นอีกแบรนด์หนึ่งภายใต้ SAIC-GM

Chevrolet ถูกวางตำแหน่งเป็นแบรนด์ราคาจับต้องได้ แต่เมื่อ Buick ลดราคาและขยายผลิตภัณฑ์ลงมาสู่ตลาดระดับกลาง ลูกค้าจำนวนหนึ่งจึงเลือก Buick ซึ่งมีภาพลักษณ์พรีเมียมกว่าในราคาที่แตกต่างกันไม่มาก

ช่วงปี 2018 Chevrolet ยังนำเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบมาใช้กับรถยนต์หลายรุ่น แต่ผู้บริโภคจีนในเวลานั้นกังวลเรื่องความสั่นสะเทือน ความทนทาน และราคาขายต่อ ส่งผลต่อความนิยมของรุ่นอย่าง Cruze, Monza และ Trax

ปี 2019–2023 ถูกแบรนด์จีนและรถ NEV แย่งตลาด

ยอดขาย Chevrolet ในจีนลดลงเหลือประมาณ 418,000 คันในปี 2019 ก่อนลดลงต่อเนื่องในช่วงหลายปีถัดมา

แม้ Chevrolet จะพยายามเข้าสู่ตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ด้วยรุ่น Menlo EV รวมถึงการเตรียมนำแพลตฟอร์ม Ultium มาใช้ แต่ความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นช้ากว่าผู้ผลิตจีนอย่าง BYD, Geely, GAC Aion และแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่

ในปี 2021 GM เคยประกาศว่าแพลตฟอร์ม Ultium จะครอบคลุมรถยนต์ไฟฟ้าของ Chevrolet และ Buick ในจีน แต่ Chevrolet ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ที่สร้างยอดขายในตลาด NEV ได้อย่างชัดเจน รายงานความยั่งยืนของ GM China

ยอดขาย Chevrolet ลดลงเหลือประมาณ 200,000 คันในปี 2022 และประมาณ 169,000 คันในปี 2023 แตกต่างจากช่วงรุ่งเรืองอย่างมาก

ปี 2024–2026: ยอดขายเข้าสู่ภาวะวิกฤต

ยอดขาย Chevrolet ในจีนลดเหลือประมาณ 52,700 คันในปี 2024 และเหลือเพียง 8,747 คันในปี 2025

สถานการณ์รุนแรงขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 โดยมียอดขายปลีกเพียง 36 คัน ได้แก่

  • มกราคม 8 คัน
  • กุมภาพันธ์ 14 คัน
  • มีนาคม 11 คัน
  • เมษายน 2 คัน
  • พฤษภาคม 0 คัน
  • มิถุนายน 1 คัน

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าระบบจำหน่ายรถใหม่ของ Chevrolet ในจีนแทบหยุดดำเนินงานไปแล้ว National Business Daily

สิงหาคม 2026: ยุติขายรถใหม่ แต่ยังผลิตในจีน

วันที่ 10 สิงหาคม 2026 GM China ยืนยันว่า Chevrolet จะค่อยๆ ยุติการจำหน่ายรถยนต์ใหม่ในตลาดจีน หลังดำเนินธุรกิจค้าปลีกมาเกือบ 21 ปี และมีฐานลูกค้าสะสมมากกว่า 7 ล้านราย

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่การถอนตัวออกจากจีนทั้งหมด เพราะ SAIC-GM จะยังคงผลิตรถยนต์ Chevrolet ในประเทศจีน แต่เปลี่ยนบทบาทโรงงานให้เป็นฐานผลิตเพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศนอกสหรัฐอเมริกา

ช่วงครึ่งแรกของปี 2026 Chevrolet ส่งออกรถยนต์ที่ผลิตในจีนประมาณ 6,930 คัน มากกว่ายอดขายภายในประเทศอย่างชัดเจน นอกจากนี้ GM ยืนยันว่าจะยังดูแลบริการหลังการขาย การรับประกัน อะไหล่ และการซ่อมบำรุงให้เจ้าของรถเดิมต่อไป National Business Daily

Chevrolet ออกจากตลาดจีน แต่ GM ยังไม่ออกจากจีน

ควรแยกให้ชัดเจนว่า การยุติจำหน่ายรถใหม่ครั้งนี้เกิดขึ้นเฉพาะกับแบรนด์ Chevrolet ไม่ได้หมายความว่า General Motors ถอนตัวจากประเทศจีน

GM และ SAIC เพิ่งต่ออายุความร่วมมือของ SAIC-GM อีก 20 ปี ไปจนถึงปี 2047 โดยจะให้ความสำคัญกับ Buick, Cadillac และรถยนต์พลังงานใหม่ที่พัฒนาสำหรับตลาดจีนมากขึ้น พร้อมใช้จีนเป็นฐานพัฒนาและส่งออกรถยนต์ไปตลาดโลก Reuters

สรุปเส้นทาง Chevrolet ในจีน

Chevrolet เดินทางจากรถยนต์ราคาจับต้องได้สำหรับครอบครัวจีน สู่หนึ่งในแบรนด์ร่วมทุนที่เคยมียอดขายสูงกว่า 760,000 คันต่อปี โดยมี Sail, Cruze และ Malibu เป็นรุ่นสำคัญในแต่ละยุค

แต่การแข่งขันจากแบรนด์จีน ความทับซ้อนกับ Buick กลยุทธ์เครื่องยนต์ 3 สูบ และการปรับตัวเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลง ทำให้ยอดขายลดจาก 767,000 คันในปี 2014 เหลือเพียง 36 คันในครึ่งแรกของปี 2026

ดังนั้น คำอธิบายที่แม่นยำที่สุดคือ Chevrolet “ยุติขายรถใหม่ในจีน แต่ไม่ได้ยุติการผลิตในจีน” เพราะโรงงานของ SAIC-GM จะยังผลิตรถ Chevrolet เพื่อส่งออก และดูแลลูกค้าเดิมต่อไป.

carnewschina

nbd

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้