GEELY ท้าชนเทคโนโลยีชาร์จเร็ว BYD ชาร์จ 10%-70% ใน 4 นาที 22 วินาที และ 10%-97% ใน 8 นาที 42 วินาที





สงคราม “Megawatt Charging”! เมื่อ Lynk & Co 10 ท้าชน BYD Blade Battery 2.0 ใครคือเจ้าแห่งความเร็วตัวจริง?
วงการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในปี 2026 กำลังเข้าสู่ยุค “ชาร์จหลักนาที” อย่างเต็มตัว ล่าสุดหลังจากที่ BYD เพิ่งเปิดตัวแบตเตอรี่ Blade Battery เจนเนอเรชั่นที่ 2 พร้อมเทคโนโลยี Megawatt Flash Charging ที่เคลมว่าชาร์จเร็วที่สุดในโลกได้ไม่นาน ทางฝั่ง Geely โดยแบรนด์พรีเมียมอย่าง Lynk & Co ก็ออกมาประกาศกร้าวด้วยตัวเลขที่เหนือกว่า พร้อมโชว์ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ 900V Energee Golden Brick หรือ Golden Battery
เปิดสถิติใหม่: Lynk & Co 10 ปะทะ BYD
จากการทดสอบล่าสุดของ Lynk & Co Z10 ที่ใช้ระบบไฟฟ้าแรงดันสูงระดับ 900V ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่งและทำลายสถิติที่ BYD เคยทำไว้ก่อนหน้า ดังนี้
| สถานะการชาร์จ (SOC) | Lynk & Co 10 (Energee Battery) | BYD (Blade Battery 2.0) |
|---|---|---|
| 10% – 70% | 4 นาที 22 วินาที | 5 นาที |
| 10% – 80% | 5 นาที 32 วินาที | – |
| 10% – 97% | 8 นาที 42 วินาที | 9 นาที |
สิ่งที่น่าสนใจคือ Peak Power หรือกำลังไฟสูงสุดขณะชาร์จของ Lynk & Co Z10 พุ่งไปถึง 1,100kW และแม้แบตเตอรี่จะเต็มไปถึง 80% แล้ว แต่ระบบยังสามารถรักษาการรับไฟได้สูงกว่า 500kW ซึ่งถือเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม
โครงสร้างพื้นฐาน: ศึกชิงจำนวนสถานีชาร์จ
เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ล้ำหน้าต้องมาคู่กับตู้ชาร์จที่จ่ายไฟได้มหาศาล:
- Geely/Zeekr: ใช้ตู้ชาร์จ Zeekr V4 Megawatt ที่จ่ายไฟสูงสุดได้ถึง 1,300kW และกระแสไฟ 1,300A มาพร้อมระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบเต็มระบบ (Full Liquid-cooling) เพื่อจัดการกับความร้อนมหาศาลขณะชาร์จ
- BYD: ปัจจุบันมีสถานี Megawatt Flash Charging แล้วกว่า 5,000 แห่ง และตั้งเป้าจะขยายให้ถึง 20,000 แห่งภายในสิ้นปี 2026 เพื่อรองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก
วิเคราะห์เจาะลึก: ถ้าสลับค่ายชาร์จ จะยังแรงอยู่ไหม?
คำถามที่สำคัญคือ “ถ้าเอา BYD ไปชาร์จตู้ Zeekr หรือเอา Lynk & Co ไปชาร์จตู้ BYD จะยังทำความเร็วระดับเทพได้หรือไม่?”
คำตอบคือ “มีความเป็นไปได้ยากที่จะทำความเร็วสูงสุด (Peak Speed) ตามสเปกของค่ายได้” ด้วยเหตุผลทางเทคนิค 3 ประการดังนี้ครับ:
แรงดันไฟฟ้าอ้างอิง (Voltage Architecture)
Lynk & Co 10 ใช้ระบบ 900V ในขณะที่ BYD Blade 2.0 ออกแบบมาบนพื้นฐานที่ต่างออกไป หากแรงดันไฟฟ้าของตู้ชาร์จและตัวรถไม่สัมพันธ์กันอย่างสมบูรณ์ ระบบ BMS (Battery Management System) จะทำการปรับลดกำลังไฟลงเพื่อความปลอดภัย ทำให้ไม่สามารถดึงพลังงาน 1,100kW ออกมาใช้ได้เต็มที่
โปรโตคอลการสื่อสาร (Handshake Protocol)
แม้ในจีนจะใช้มาตรฐาน GB/T เหมือนกัน แต่สำหรับการชาร์จระดับ Megawatt (MW) แต่ละค่ายมักจะมี “ซอฟต์แวร์สื่อสารเฉพาะ” ระหว่างรถและตู้ชาร์จของตัวเอง เพื่อจัดการความร้อนและความปลอดภัยของเซลล์แบตเตอรี่แบบ Real-time หากข้ามค่าย ระบบอาจจะมองเห็นกันเป็นเพียง “ตู้ชาร์จความเร็วสูงทั่วไป” และจ่ายไฟในระดับมาตรฐาน (เช่น 250-350kW) แทนที่จะเป็นระดับ 1,000kW+
ขีดจำกัดของเซลล์แบตเตอรี่ (C-Rate)
แบตเตอรี่แต่ละค่ายมีเคมีและโครงสร้างภายในที่รับกระแสไฟ (Amperage) ได้ต่างกัน แบตเตอรี่ Energee ของ Geely ถูกออกแบบมาให้รับกระแสสูงถึง 1,300A ในขณะที่ Blade Battery ของ BYD เน้นความปลอดภัยและความหนาแน่นของพลังงาน ซึ่งอาจจะมีจุดรับกระแสสูงสุดที่ต่างกัน ดังนั้นต่อให้ตู้ชาร์จจ่ายไหว แต่ถ้าแบตเตอรี่รับไม่ได้ รถก็จะสั่งลดไฟลงเอง
บทสรุป
เทคโนโลยีการชาร์จในระดับ 1,100kW – 1,300kW ในปัจจุบันเปรียบเสมือน “ระบบปิดที่ปรับแต่งมาเพื่อกันและกัน” (Optimized Ecosystem) เพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด ดังนั้นหากมีการสลับค่ายชาร์จ ความเร็วที่ได้จะยังถือว่า “เร็วมาก” เมื่อเทียบกับมาตรฐานทั่วไป แต่อาจจะไม่เห็นตัวเลข 4-5 นาทีตามที่โชว์ในคลิปทดสอบครับ

Golden Battery (หรือในชื่อทางการว่า Golden Brick Battery) เป็นเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบ LFP (Lithium Iron Phosphate) ที่พัฒนาขึ้นเองโดย Geely Group ซึ่งปัจจุบันในปี 2026 ได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่ 2 และ 3 ที่ทำลายสถิติการชาร์จเร็วที่สุดในโลกไปแล้วครับ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน นี่คืออัปเดตล่าสุดของเทคโนโลยีนี้
วิวัฒนาการและรุ่นปัจจุบัน (ปี 2026)
- Generation 2 (5.5C): เป็นรุ่นที่ใช้แพร่หลายในตอนนี้ (เช่นใน Zeekr 007 และ Zeekr 7X) รองรับการชาร์จจาก 10% ถึง 80% ภายในเวลาเพียง 10.5 นาที
- 2026 Update (12C Tech): ในรุ่นเรือธงอย่าง Zeekr 001 ปี 2026 เทคโนโลยีนี้ถูกอัปเกรดให้รองรับอัตราการชาร์จสูงถึง 12C ซึ่งทำงานร่วมกับตู้ชาร์จ 1.5 MW (1,500 kW) ของ Geely ทำให้ชาร์จ 10-80% ได้ในเวลาเพียง 7 นาที เท่านั้น
จุดเด่นที่ทำให้แตกต่าง
- Volume Efficiency สูงสุดในโลก: แบตเตอรี่รุ่นนี้มีการจัดเรียงเซลล์ที่หนาแน่นมาก โดยมีค่า Volume Utilization สูงถึง 83.7% (ในขณะที่แบตเตอรี่ LFP ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 50-60%) ทำให้ใส่ความจุได้เยอะในขนาดที่เล็กลง
- Aegis Short-Blade Technology: ในกลุ่มรถ Hybrid (เช่น Geely Galaxy M7) จะใช้ชื่อว่า Aegis Gold Brick ซึ่งเป็นเซลล์แบบใบมีดสั้น (Short-blade) ที่ทนทานต่อการใช้งานหนักและให้พละกำลังต่อเนื่องได้ดีกว่า
- ความทนทานต่ออากาศหนาว: ปัญหาใหญ่ของ LFP คือชาร์จช้าเมื่อเจออากาศหนาว แต่ Golden Battery รุ่นใหม่สามารถรักษาประสิทธิภาพการชาร์จได้ถึง 90% แม้ในอุณหภูมิต่ำถึง -30°C
มาตรฐานความปลอดภัยระดับ “8 ชั้น”
Geely เคลมว่านี่คือหนึ่งในแบตเตอรี่ที่ปลอดภัยที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา โดยผ่านบททดสอบสุดโหด
- ทนความร้อน: ไม่ระเบิดแม้จะเผาด้วยไฟแรงสูงนานต่อเนื่อง
- การทุบทำลาย: ผ่านการทดสอบถูกรถบรรทุก 22 ตันเหยียบ และการยิงด้วยกระสุนปืนหรือเจาะด้วยตะปูโดยไม่เกิด Thermal Runaway (ไฟลุกไหม้ลาม)
- กันน้ำ: ทนการแช่น้ำเค็มนานเกินมาตรฐานปกติหลายเท่า
การใช้งานในรถยนต์รุ่นต่างๆ
ในปัจจุบันคุณจะเห็นแบตเตอรี่ตระกูล Golden Battery นี้อยู่ใน
- Zeekr: รุ่น 001, 007, 7X, และ MIX
- Geely Galaxy: รุ่น E5, M7 (Hybrid) และ Starship series
- Lynk & Co: รุ่นใหม่ๆ ที่ใช้แพลตฟอร์ม 800V
ZEEKR เปิดตัว BRIC Battery รุ่นที่ 2 ชาร์จ 10-80% ภาสยใน 10.5 นาที หรือ 610 กม. ภายใน 15 นาที

Zeekr V4 Megawatt (หรือ Zeekr Power V4) คือเทคโนโลยีเครื่องชาร์จไฟฟ้าความเร็วสูงพิเศษ (Ultra-fast Charger) เจนเนอเรชันที่ 4 ของแบรนด์ Zeekr (ในเครือ Geely) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่พาอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เข้าสู่ “ยุคเมกะวัตต์” (Megawatt Era) อย่างเต็มตัว
นี่คือสรุปข้อมูลสำคัญของเทคโนโลยีนี้ครับ:
ประสิทธิภาพการชาร์จที่สูงที่สุดในโลก
Zeekr V4 ไม่ได้ใช้หน่วยวัดเป็นกิโลวัตต์ (kW) เหมือนตู้ชาร์จทั่วไป แต่ก้าวข้ามไปถึงระดับ เมกะวัตต์ (MW)
- กำลังไฟสูงสุด: รองรับได้ถึง 1.2 MW (1,200 kW) ต่อหนึ่งหัวชาร์จ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในโลกสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (Passenger Cars)
- แรงดันและกระแสไฟ: สามารถจ่ายไฟได้สูงสุดที่ 800V – 1,000V และกระแสไฟสูงถึง 1,200A – 1,488A
- ระบบระบายความร้อน: ใช้เทคโนโลยี Liquid-cooled (ระบายความร้อนด้วยของเหลว) ทั้งระบบ ตั้งแต่ตัวตู้ไปจนถึงสายชาร์จ เพื่อจัดการกับความร้อนมหาศาลขณะจ่ายไฟระดับเมกะวัตต์
ความเร็วในการชาร์จที่ “เร็วกว่าเติมน้ำมัน”
เมื่อใช้ Zeekr V4 คู่กับรถที่รองรับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ใหม่ (เช่น Zeekr 001 รุ่นปี 2025 ที่ใช้แบตเตอรี่ LFP 5C หรือ 12C):
- 4% ถึง 80%: ใช้เวลาเพียงประมาณ 5 – 6 นาที เท่านั้น
- ชาร์จ 1 วินาที: สามารถเพิ่มระยะทางวิ่งได้ประมาณ 2 กิโลเมตร
- ชาร์จ 5 นาที: ได้ระยะทางวิ่งเพิ่มขึ้นกว่า 400 – 500 กิโลเมตร
Zeekr เริ่มติดตั้งสถานี V4 ในประเทศจีนอย่างกว้างขวางตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 โดยตั้งเป้าที่จะติดตั้งหัวชาร์จความเร็วสูงให้ครอบคลุมกว่า 10,000 หัวชาร์จภายในปี 2026 เพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ที่สามารถรับไฟได้สูงเกิน 500 kW ขึ้นไป
เกร็ดเพิ่มเติม: แม้ตู้ชาร์จจะปล่อยไฟได้ถึง 1.2 MW แต่ตัวรถที่จะนำมาชาร์จก็ต้องมีระบบจัดการความร้อนและเทคโนโลยีเซลล์แบตเตอรี่ที่รองรับ (เช่น แบตเตอรี่แบบ 5C หรือสูงกว่า) มิฉะนั้นรถจะรับไฟได้ตามขีดจำกัดสูงสุดของระบบออนบอร์ดเท่านั้นครับ
