ยอดขายรถยนต์ในจีน 2 เดือนแรกปี 2025 : GEELY นำอันดับ 1 ที่ยอดขาย 476,327 คัน ส่วน BYD อันดับ 2

ศึก 3 ก๊ก ยานยนต์จีน 2026 เมื่อ BYD ถูกล้อมกรอบ ทั้งในบ้านโดย Geely และนอกบ้านโดย Chery
วงการยานยนต์โลกต้องจารึกปี 2025-2026 ไว้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อรายงานผลประกอบการและยอดขายล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ยักษ์ใหญ่อย่าง BYD ที่เคยครองบัลลังก์อย่างโดดเดี่ยว กำลังเผชิญกับการรุกคืบอย่างหนักจากสองคู่แข่งสำคัญอย่าง Geely และ Chery ที่เดินเกมรุกทั้งในแง่ของเทคโนโลยีและยอดขายครับ
เปิดงบการเงินปี 2025: Chery กำไรพุ่ง – Geely รายได้นำ
เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ทั้ง Chery และ Geely ได้เปิดเผยรายงานประจำปี 2025 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางการเงินที่น่ากลัว (คำนวณ 1 หยวน = 4.759 บาท):
- Chery Automobile:
- รายได้: 300.29 พันล้านหยวน (ประมาณ 1,429 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้น 11.3%
- กำไรสุทธิ: 19.51 พันล้านหยวน (ประมาณ 92.8 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้นถึง 36.1%
- Geely Auto:
- รายได้: 345.23 พันล้านหยวน (ประมาณ 1,643 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้น 25%
- กำไรสุทธิ: 16.63 พันล้านหยวน (ประมาณ 79.1 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้น 2%
*วิเคราะห์: แม้ Geely จะมีรายได้รวมที่สูงกว่า แต่ Chery กลับทำอัตรากำไรได้โดดเด่นกว่ามากในปีที่ผ่านมา
ศึกในบ้าน (Domestic Market): Geely ผงาดเบียด BYD
ในปี 2025 แม้ BYD จะมียอดขายรวม (รวมส่งออก) สูงถึง 4.6 ล้านคัน แต่หากเจาะลึกลงไปใน “ตลาดในประเทศจีน” จะพบสัญญาณอันตราย:
- BYD: ยอดขายปลีกในจีนลดลง 6.3% เหลือ 3.48 ล้านคัน
- Geely: ยอดขายปลีกในจีนพุ่งขึ้นถึง 46.9% เป็น 2.6 ล้านคัน
สถานการณ์ปี 2026: ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2026 Geely ได้แซงหน้า BYD ขึ้นเป็นอันดับ 1 ในแง่ยอดขายรวมไปแล้ว (4.76 แสนคัน vs 3.93 แสนคัน) โดย CEO ของ Geely ตั้งเป้าชัดเจนว่า “ปี 2026 Geely จะต้องโค่น BYD และคว้าแชมป์ยอดขายในจีนให้ได้”
ศึกนอกบ้าน (Overseas Market): Chery ป้องกันแชมป์ส่งออก
ในขณะที่ BYD พยายามรุกตลาดต่างประเทศเพื่อชดเชยยอดขายที่ลดลงในบ้าน แต่ก็ต้องเจอกับ “เจ้าป่า” อย่าง Chery ที่ครองแชมป์ส่งออกมาอย่างยาวนาน:
- Chery: แชมป์ส่งออกปี 2025 ด้วยจำนวน 1.29 ล้านคัน (+33.2%) รายได้มากกว่า 52% ของบริษัทมาจากต่างประเทศ
- BYD: ตามมาเป็นอันดับสองด้วยจำนวน 1.05 ล้านคัน (+145%)
เป้าหมายปี 2026: BYD ตั้งเป้าส่งออก 1.3 ล้านคัน ในขณะที่ Chery Group ตั้งเป้าไกลถึง 1.6 ล้านคัน (โดยเป็นรถจาก Chery Auto กว่า 1.5 ล้านคัน) นี่คือศึกสายเลือดจีนในตลาดโลกที่น่าจับตาที่สุด
จุดอ่อนของ BYD และหมัดเด็ด “Blade Battery Gen 2”
ความเสียเปรียบอย่างหนึ่งของ BYD คือการ “ไม่มีรถยนต์น้ำมัน (ICE)” ในพอร์ตโฟลิโอเลย ในขณะที่ Geely และ Chery ยังมียอดขายรถน้ำมันช่วยประคอง (Geely ขายรถน้ำมัน 1.33 ล้านคัน, Chery ขาย 1.8 ล้านคันในปี 2025)
อย่างไรก็ตาม BYD ไม่ยอมนั่งรอความตาย แต่เลือกที่จะใช้เทคโนโลยี “หมัดเดียวจอด” ด้วยการเปิดตัว:
- Blade Battery รุ่นที่ 2: พัฒนาความหนาแน่นพลังงานให้สูงขึ้น
- เทคโนโลยี Flash Charge: ชาร์จเพียง 9 นาที (10% – 97%) ซึ่ง BYD เคลมว่านี่คือความเร็วที่ใกล้เคียงกับการเติมน้ำมันที่สุด
บทวิเคราะห์ส่งท้าย: “ความเร็วในการชาร์จ” คือกุญแจตัดสินชัยชนะ
ในปี 2025 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีนมีส่วนแบ่งเกิน 50% แล้ว แต่คนอีกครึ่งหนึ่งยังเลือกซื้อรถน้ำมันอยู่ ปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่ “ระยะทางวิ่ง” เพราะรถไฟฟ้าหลายรุ่นวิ่งได้ไกลกว่ารถน้ำมันแล้ว แต่อยู่ที่ “ความเร็วในการเติมพลังงาน”
เมื่อเราขับรถน้ำมัน เราไม่เคยสนใจว่าถังน้ำมันจะใหญ่แค่ไหน เพราะเรารู้ว่าเติมน้ำมัน 3 นาทีก็เต็ม แต่กับรถไฟฟ้า ความกังวลเรื่องระยะทาง (Range Anxiety) จะหายไปก็ต่อเมื่อ **”การชาร์จไฟทำได้เร็วเท่าการเติมน้ำมัน”**
บทสรุป: ปี 2026 จะเป็นบทพิสูจน์ว่า เทคโนโลยีชาร์จ 9 นาทีของ BYD จะสามารถดึงลูกค้าจากรถน้ำมันของ Geely และ Chery มาได้สำเร็จหรือไม่ หรือ Geely จะอาศัยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์แซงหน้าขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของจีนอย่างถาวร!


