Denza D9 2026 เปิดจองจีน 1.85 ล้านบาท ชาร์จเร็ว 10-97% 9 นาที EV : 800 กม./ชาร์จ Blade Battery รุ่นที่ 2 และระบบ Flash Charge

Denza D9 2026 เปิดจองจีน 1.85 ล้านบาท ชาร์จเร็ว 10-97% 9 นาที EV : 800 กม./ชาร์จ Blade Battery รุ่นที่ 2 และระบบ Flash Charge
Spread the love
Advertisement Advertisement

สรุปการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่: New Denza D9 2026 (Flash Charge)

การกลับมาของ New Denza D9 2026 ในปีนี้ไม่ใช่แค่การไมเนอร์เชนจ์ธรรมดา แต่เป็นการยกเครื่องเทคโนโลยีขับเคลื่อนและระบบอัจฉริยะใหม่ทั้งหมด ภายใต้ชื่อซีรีส์ “Flash Charge” ซึ่งถือเป็นการแก้ Pain Point สำคัญของคนใช้รถไฟฟ้าได้อย่างเบ็ดเสร็จ

 ปฏิวัติระบบพลังงาน (Battery & Charging)

  • Blade Battery รุ่นที่ 2: เปลี่ยนมาใช้แบตเตอรี่เจนเนอเรชันใหม่ที่มีความหนาแน่นพลังงานสูงขึ้น และทนทานต่อสภาพอากาศสุดขั้วได้ดีกว่าเดิม
  • Flash Charge 9 นาที: ระบบชาร์จใหม่ล่าสุดที่ทำสถิติชาร์จจาก 10% ถึง 97% ได้ภายในเวลาเพียง 9 นาที (รุ่นเดิมใช้เวลามากกว่า 30-40 นาที)
  • ระยะวิ่งไฟฟ้าล้วน (DM-i): รุ่นปลั๊กอินไฮบริดอัปเกรดให้วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 401 กม. (CLTC) ซึ่งมากกว่ารุ่นเดิมเกือบเท่าตัว

อัปเกรดช่วงล่างและระบบควบคุม (Chassis & Handling)

  • DiSus-C + Road Pre-scan: ติดตั้งเป็นมาตรฐานทุกรุ่นย่อย โดยใช้ LiDAR สแกนสภาพถนนล่วงหน้าเพื่อปรับความหนืดโช้คอัพให้พร้อมรับแรงกระแทกก่อนที่ล้อจะถึงหลุม
  • ขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ: รุ่น Flash Charge เปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเป็นมาตรฐาน เพื่อการยึดเกาะและการทรงตัวที่ดีขึ้นในรถ MPV ขนาดใหญ่

ดีไซน์ภายนอกและฮาร์ดแวร์ (Exterior & Hardware)

  • กระจังหน้า 3D Layering: เปลี่ยนดีไซน์กระจังหน้าใหม่ให้ดูมีมิติและหรูหรากว่าเดิม
  • การติดตั้ง LiDAR: มีการเพิ่มเซนเซอร์ LiDAR บริเวณเหนือกระจกหน้า (ทรงเขาวัว) เพื่อรองรับระบบขับขี่อัตโนมัติขั้นสูง
  • ไฟท้ายใหม่: ปรับรายละเอียดภายในโคมไฟท้ายเป็นลาย “Star-feather” ที่ดูทันสมัยและคมชัดขึ้น

ความหรูหราและระบบบันเทิงภายใน (Interior & Infotainment)

  • ระบบ 9 หน้าจอ: เพิ่มจอความบันเทิงรอบคันรวมเป็น 9 จุด (จากเดิมที่มีน้อยกว่า) รวมถึงจอติดหัวหมอนแบบแม่เหล็กในรุ่น Flagship
  • เครื่องเสียง DEVIALET® 30 ลำโพง: อัปเกรดจำนวนลำโพงสูงสุดเป็น 30 จุด พร้อมลำโพงฝังพนักพิงศีรษะ (รุ่นเดิมมีสูงสุด 14-22 จุด)
  • เบาะ Air SPA Zero Gravity: พัฒนาเบาะแถว 2 ให้มีระบบระบายอากาศและโหมดการนวดที่ละเอียดขึ้น พร้อมวัสดุหนัง NAPPA เกรดพรีเมียม
  • ตู้เย็นอัจฉริยะ Dual-mode: รองรับทั้งการแช่แข็ง (-6°C) และการทำความร้อน (50°C) สั่งงานผ่าน Cloud ได้

ระบบความปลอดภัยและสมองกล (Safety & Intelligence)

  • Eye of the Gods 5.0 (DiPilot 300): อัปเกรดซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ช่วยขับขี่ให้ฉลาดขึ้น รองรับการขับขี่อัตโนมัติบนทางหลวง (Highway NOA) และการจอดรถอัตโนมัติ

เขย่าวงการ MPV! New Denza D9 2026 เปิดจองแล้ว พร้อมแบตเตอรี่ Blade Gen 2 ชาร์จเต็มใน 9 นาที

หลังจากที่สร้างปรากฏการณ์ยอดขายถล่มทลายในฐานะรถ MPV หรูที่มาแรงที่สุด ล่าสุด Denza (腾势) แบรนด์หรูภายใต้การดูแลของ BYD ได้ประกาศเปิดตัวและเปิดรับจอง (Pre-sale) New Denza D9 รุ่นปรับโฉมปี 2026 อย่างเป็นทางการ โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การติดตั้งเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery รุ่นที่ 2 และระบบ Flash Charge ที่ลบข้อจำกัดเรื่องการรอชาร์จไปโดยสิ้นเชิงครับ

ราคาเปิดตัวพรีเซลล์ (Pre-sale Price)

New Denza D9 มาพร้อมตัวเลือกทั้งระบบปลั๊กอินไฮบริด (DM-i) และไฟฟ้าล้วน (EV) โดยมีราคาดังนี้ (คำนวณ 1 หยวน = 4.759 บาท):

รุ่นย่อย (Variant) ราคาหยวน (CNY) ราคาไทยโดยประมาณ (บาท)
Flash Charge Noble (尊贵型) – DM-i / EV 389,800 1,855,000
Flash Charge Premium (尊荣型) – DM-i / EV 429,800 2,045,000
Flash Charge Flagship (旗舰型) – DM-i / EV 489,800 2,330,000

ปฏิวัติระบบชาร์จ: 10% ถึง 97% ในเวลาเพียง 9 นาที!

หัวใจสำคัญของ New Denza D9 คือ Blade Battery รุ่นที่ 2 ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Flash Charge ซึ่งทำลายสถิติเดิมๆ ของรถยนต์ไฟฟ้า:

  • ชาร์จปกติ: จาก 10% ถึง 70% ใช้เวลาเพียง 5 นาที และ 10% ถึง 97% ในเวลาเพียง 9 นาที
  • ในที่หนาวจัด: แม้ในอุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส ก็ยังชาร์จจาก 20% ถึง 97% ได้ภายใน 12 นาที
  • ประสิทธิภาพ: ชาร์จเร็วกว่ารถยนต์ไฟฟ้าทั่วไปในตลาดถึง 30% – 50% เมื่อใช้กับตู้ชาร์จสาธารณะปกติ

มิติตัวถัง New Denza D9 (2026)

สำหรับ New Denza D9 รุ่นปี 2026 ที่เพิ่งเปิดตัวพรีเซลล์ในประเทศจีน (และเริ่มทำตลาดในหลายประเทศรวมถึงออสเตรเลียและฟิลิปปินส์) ยังคงรักษาจุดเด่นเรื่องขนาดตัวถังที่ใหญ่โตระดับ “Gigantic” เพื่อเน้นพื้นที่ใช้สอยภายในแบบ First Class โดยมีตัวเลขมิติตัวถังอย่างเป็นทางการดังนี้ครับ:

  • ความยาว (Length): 5,250 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง (Width): 1,960 มิลลิเมตร
  • ความสูง (Height): 1,900 – 1,920 มิลลิเมตร (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและอุปกรณ์ติดตั้งบนหลังคา)
  • ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 3,110 มิลลิเมตร
  • ระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance): 155 มิลลิเมตร
  • รัศมีวงเลี้ยว (Turning Radius): 5.95 เมตร

พื้นที่ใช้สอยและบรรจุสัมภาระ

ด้วยฐานล้อที่ยาวถึง 3.1 เมตร ทำให้ Denza D9 สามารถจัดการพื้นที่ภายในได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะพื้นที่เก็บสัมภาระที่ยังคงใช้งานได้จริงแม้จะนั่งเต็มทุกที่นั่ง:

  • พื้นที่เก็บสัมภาระท้าย (เมื่อกางเบาะครบ 3 แถว): 410 ลิตร (ใส่กระเป๋าเดินทางขนาด Carry-on ได้สูงสุด 7 ใบ)
  • พื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุด (เมื่อพับเบาะแถว 2 และ 3): 2,310 ลิตร
  • พื้นที่เหนือศีรษะ (Headroom): มากกว่า 1,500 มิลลิเมตร ช่วยให้การขึ้น-ลงรถสะดวกสบายโดยไม่ต้องก้มมาก

เจาะลึกสมรรถนะ

New Denza D9 2026 รุ่นปรับโฉมใหม่ (Flash Charge Series) มาพร้อมกับการอัปเกรดระบบไฟฟ้าและมอเตอร์ให้ทรงพลังยิ่งขึ้น โดยหัวใจหลักคือการใช้ Blade Battery รุ่นที่ 2 ที่รองรับการชาร์จมหาศาล และมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นเดิม ดังนี้ครับ

รุ่น DM-i (Plug-in Hybrid) – ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ

ในรุ่น Flash Charge (Noble / Premium / Flagship) จะใช้ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดที่เน้นทั้งความแรงและการวิ่งไฟฟ้าล้วนที่ไกลเป็นพิเศษ

องค์ประกอบขุมพลัง กำลัง (kW) กำลัง (แรงม้า PS)
เครื่องยนต์ 1.5T Turbo 115 kW 156 PS
มอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้า 200 kW 272 PS
มอเตอร์ไฟฟ้าคู่หลัง 45 kW 61 PS
รวมพละกำลังทั้งระบบ (ประมาณ) 360 kW 489 PS
  • แบตเตอรี่: Blade Battery Gen 2 ความจุ 66.5 kWh
  • ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน (CLTC): 401 กม.
  • อัตราสิ้นเปลืองขณะแบตเตอรี่ต่ำ (NEDC): 5.7 ลิตร / 100 กม.

รุ่น EV (ไฟฟ้า 100%) – ความแรงระดับ Super MPV

รุ่นไฟฟ้าล้วนมีการอัปเกรดมอเตอร์หน้าให้มีกำลังสูงถึง 340 kW เพื่อรองรับน้ำหนักตัวถังและมอบอัตราเร่งที่เร้าใจยิ่งขึ้น

รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD)

  • มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว: 340 kW = 462 PS
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC): 800 กม.

รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD Flagship)

องค์ประกอบขุมพลัง กำลัง (kW) กำลัง (แรงม้า PS)
มอเตอร์ไฟฟ้าหน้า 340 kW 462 PS
มอเตอร์ไฟฟ้าหลัง 70 kW 95 PS
พละกำลังรวมสูงสุด 410 kW 557 PS
  • แบตเตอรี่: Blade Battery Gen 2 ความจุ 115 kWh
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC): 750 กม.

 ระบบชาร์จกระแสตรง (DC Fast Charge) – หมัดเด็ด 9 นาที

ทุกรุ่นย่อยของ Denza D9 2026 ที่ใช้รหัส “Flash Charge” (ทั้ง DM-i และ EV) จะได้รับเทคโนโลยีการชาร์จระดับ Megawatt-level ซึ่งเป็นสถิติใหม่ของวงการรถ MPV:

  • ความเร็วสูงสุด (Peak Power): รองรับการชาร์จแรงดันสูงพิเศษ (High-Voltage Platform) ทำให้สามารถอัดประจุไฟฟ้าได้มหาศาลในเวลาอันสั้น
  • สถิติการชาร์จ (Room Temperature):
    • ชาร์จจาก 10% ถึง 70% ใช้เวลาเพียง 5 นาที
    • ชาร์จจาก 10% ถึง 97% ใช้เวลาเพียง 9 นาที
  • การชาร์จในที่เย็นจัด (-30°C): ระบบอุ่นแบตเตอรี่อัจฉริยะช่วยให้ชาร์จจาก 20% ถึง 97% ได้ภายใน 12 นาที เท่านั้น
  • ระบบ Dual Gun Charging: รองรับการเสียบหัวชาร์จ DC พร้อมกัน 2 หัว เพื่อเพิ่มกำลังไฟในการชาร์จให้ถึงขีดสุด (ในบางรุ่นย่อย)

ระบบชาร์จกระแสสลับ (AC Charging) – สำหรับการชาร์จที่บ้าน

สำหรับการใช้งานทั่วไปผ่าน Wallbox ที่บ้าน Denza D9 2026 ก็มีการอัปเกรดออนบอร์ดชาร์จเจอร์ (On-board Charger) ให้รองรับมาตรฐานระดับสูง:

  • กำลังการชาร์จสูงสุด (AC): ทุกรุ่นย่อยรองรับการชาร์จ AC สูงสุด 11 kW (3-Phase)
  • ระยะเวลาการชาร์จ (0-100%):
    • รุ่น DM-i (แบตฯ 66.5 kWh): ใช้เวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมง
    • รุ่น EV (แบตฯ 115 kWh): ใช้เวลาประมาณ 10-11 ชั่วโมง

ระบบช่วงล่าง

ระบบช่วงล่างของ New Denza D9 2026 (รุ่น Flash Charge) ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้รถ MPV รุ่นนี้โดดเด่นกว่าคู่แข่ง โดยมีการนำเทคโนโลยี DiSus-C (Yun-Nian-C) ซึ่งเป็นระบบควบคุมตัวถังอัจฉริยะของ BYD มาใช้เพื่อมอบความนุ่มนวลสูงสุดและการทรงตัวที่ดีเยี่ยมครับ

โครงสร้างพื้นฐาน (Hardware)

  • ด้านหน้า: แม็คเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut) พร้อมเหล็กกันโคลง
  • ด้านหลัง: มัลติลิงก์ (Multi-Link) อิสระ ซึ่งช่วยให้การซับแรงกระแทกในแต่ละล้อทำได้อย่างเป็นอิสระ เพิ่มความสบายให้ผู้โดยสารแถว 2 และ 3

ระบบควบคุมตัวถังอัจฉริยะ DiSus-C (Yun-Nian-C)

Denza D9 2026 ติดตั้งระบบ Intelligent Damping Body Control System หรือ DiSus-C ซึ่งแตกต่างจากโช้คอัพทั่วไปดังนี้ครับ:

  • การปรับความหนืดแบบ Real-time: ระบบจะใช้โซลินอยด์วาล์วไฟฟ้าในการปรับความหนืดของโช้คอัพได้ในระดับมิลลิวินาที (Millisecond) ตามสภาพถนน
  • ลดอาการ “หน้าทิ่ม-ท้ายกระดก”: มีเทคโนโลยีช่วยควบคุมอาการขณะเร่งแซงหรือเบรกกะทันหัน เพื่อรักษาความสมดุลของตัวรถไม่ให้ผู้โดยสารรู้สึกเวียนหัว
  • โหมดการขับขี่: ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับความนุ่มนวลของช่วงล่างได้ตามความต้องการ (Comfort / Standard / Sport)

เทคโนโลยีสแกนถนนล่วงหน้า (Yun-Nian Pre-scan System)

จากข้อมูลสเปกใหม่ล่าสุด ระบบสแกนถนน (Road Preview) ถูกติดตั้งมาให้เป็น มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย (Noble, Premium, Flagship) ของรุ่น Flash Charge 2026:

Advertisement Advertisement
  • การทำงาน: ระบบจะใช้เซนเซอร์ LiDAR และกล้องความละเอียดสูงด้านหน้า สแกนสภาพพื้นผิวถนนข้างหน้า
  • การประมวลผล: เมื่อระบบตรวจพบหลุม บ่อ หรือลูกระนาด จะส่งข้อมูลไปที่สมองกลเพื่อสั่งการ “ปรับความอ่อน-แข็ง” ของโช้คอัพล่วงหน้า ก่อนที่ล้อจะสัมผัสกับอุปสรรคนั้นจริงๆ
  • ผลลัพธ์: ช่วยให้การขับผ่านทางขรุขระมีความนุ่มนวลเหมือนรถ “ลอย” อยู่บนถนน ลดแรงสั่นสะเทือนที่จะส่งถึงห้องโดยสารได้อย่างมหาศาลครับ

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อไฟฟ้าอัจฉริยะ (Super Intelligent Electric 4WD)

ในรุ่น Flash Charge ทุกรุ่นย่อยจะมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งทำงานร่วมกับช่วงล่างเพื่อช่วยในด้าน:

  • การยึดเกาะถนน: กระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้าและล้อหลังอย่างรวดเร็ว (ไวกว่าระบบ Mechanical ทั่วไป 20 เท่า)
  • ความปลอดภัย: ช่วยรักษาเสถียรภาพขณะเข้าโค้งหรือบนถนนที่ลื่น

สรุปภาพรวม: ช่วงล่างของ Denza D9 2026 ไม่ได้เน้นแค่ความนิ่มเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการใช้ “Intelligence” หรือความฉลาดของเซนเซอร์ LiDAR มาช่วยอ่านใจถนนล่วงหน้า ทำให้มันเป็นรถ MPV ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริหารที่ต้องการความสงบ และครอบครัวที่ต้องการความนุ่มนวลในการเดินทางไกลครับ

ภายนอก New Denza D9 2026

การปรับโฉมของ New Denza D9 2026 (รุ่น Flash Charge) ในปีนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการอัปเกรดไส้ในอย่างแบตเตอรี่และระบบชาร์จเท่านั้น แต่ยังมีการปรับปรุงงานดีไซน์ภายนอกให้ดูมีความเป็น “Flagship MPV” ที่ชัดเจนและดูแพงยิ่งขึ้น โดยยังคงเอกลักษณ์ความหรูหราแบบดั้งเดิมเอาไว้ครบถ้วน

การปรับโฉมด้านหน้า (New Front Fascia)

จุดที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุดคือส่วนของ “ใบหน้า” ที่มีการยกระดับความหรูหราขึ้นไปอีกขั้น:

  • กระจังหน้าดีไซน์ใหม่: เปลี่ยนจากลายเส้นน้ำตก (Waterfall) แบบเดิม มาเป็นลาย “3D Layering” ที่มีความซับซ้อนและดูมีมิติมากขึ้น โดยใช้การจัดวางแพทเทิร์นแบบเพชร (Diamond-cut) ที่ดูมีระดับกว่าเดิม
  • วัสดุโครเมียม: มีการใช้โครเมียมรมดำและแบบเงาปัดสลับกัน เพื่อสร้างเอฟเฟกต์ที่ดูภูมิฐานเมื่อแสงตกกระทบ
  • ไฟหน้าอัจฉริยะ: ชุดไฟหน้า LED แบบเมทริกซ์ (Matrix LED) เชื่อมต่อกันด้วยแถบไฟ Daytime Running Light ที่พาดผ่านใต้กระจังหน้า ช่วยให้รถดูมีความกว้างและมั่นคง

 เส้นสายด้านข้างและมิติตัวถัง (Side Profile & Dimensions)

ด้านข้างยังคงเน้นความสง่างามสไตล์ MPV ทรงกล่อง แต่เพิ่มลูกเล่นเพื่อความทันสมัย:

  • เส้นสายไหล่รถ (Meteor Trajectory): เส้นที่พาดจากซุ้มล้อหน้าไปยังไฟท้าย ถูกออกแบบให้ดูต่อเนื่องและพริ้วไหว ช่วยลดความเทอะทะของตัวรถ
  • ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่: มีให้เลือกหลายขนาด โดยรุ่นท็อปจะมาพร้อมล้อ “Star Forged” ขนาด 18 นิ้ว ลายพิเศษที่ช่วยเสริมความโดดเด่น
  • ประตูสไลด์ไฟฟ้า: มาพร้อมระบบ Soft Close ที่เงียบและนุ่มนวล พร้อมระบบกันหนีบที่ปรับปรุงใหม่ให้ทำงานไวขึ้น
  • สีตัวถังทูโทน: ยังคงมีออปชันสีทูโทน (Dual-color body) ให้เลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความพิเศษเลียนแบบรถหรูระดับ Ultra-Luxury

ดีไซน์ด้านท้าย (Rear Design)

ส่วนท้ายมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดไฟท้ายเพื่อให้เป็นภาพจำใหม่บนท้องถนน:

  • ไฟท้าย Star-feather (หรือ Arrow-feather): เป็นไฟท้ายแบบ LED ลากยาวพาดเต็มความกว้างของรถ ภายในโคมมีการจัดวางรายละเอียดคล้ายกับ “ขนนกดาว” หรือ “หัวลูกศร” ที่ดูเทคโนโลยีจ๋าและโดดเด่นมากในตอนกลางคืน
  • สปอยเลอร์หลัง: ออกแบบให้กลมกลืนกับหลังคา พร้อมฝังไฟเบรกดวงที่ 3 แบบยาวพิเศษ

การติดตั้งเทคโนโลยีเซนเซอร์รอบคัน

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ New Denza D9 2026 แตกต่างจากรุ่นก่อนๆ คือการติดตั้งฮาร์ดแวร์เพื่อรองรับระบบขับขี่อัจฉริยะ Eye of the Gods 5.0:

  • Roof-mounted LiDAR: มีการติดตั้งเซนเซอร์ LiDAR ไว้ที่บริเวณเหนือกระจกบังลมหน้า (ทรง “เขาวัว”) สำหรับสแกนสภาพถนนล่วงหน้าเพื่อใช้ในระบบช่วงล่าง DiSus-C และระบบขับขี่อัตโนมัติ
  • ระบบกล้อง 360 องศา: กล้องความละเอียดสูงถูกฝังไว้ตามจุดต่างๆ อย่างแนบเนียน ทั้งใต้กระจกมองข้าง และบริเวณโลโก้หน้ารถ

ภายในห้องโดยสาร

หัวใจสำคัญที่ทำให้ New Denza D9 2026 ครองใจผู้บริหารและครอบครัวยุคใหม่ คือการออกแบบภายในห้องโดยสารที่ผสมผสานระหว่าง “ความสบายสูงสุด” และ “เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย” โดยในรุ่นปี 2026 นี้มีการอัปเกรดวัสดุและระบบบันเทิงให้เหนือชั้นยิ่งขึ้นไปอีกครับ

เบาะนั่งอัจฉริยะ: ความสบายแบบไร้แรงโน้มถ่วง (Zero Gravity)

Denza D9 ขึ้นชื่อเรื่องเบาะนั่งแถวที่ 2 ที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด โดยในรุ่น 2026 มีรายละเอียดดังนี้:

  • เบาะนั่ง Air SPA Dual Zero Gravity: (มาตรฐานในรุ่น Premium และ Flagship) ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อลดแรงกดทับของร่างกาย ให้ความรู้สึกเหมือนลอยอยู่ในอากาศ
  • ระบบนวด 10 จุด: มาพร้อมโหมดการนวดที่หลากหลาย รวมถึงระบบทำความร้อน (Heating) และระบบระบายอากาศ (Ventilation)
  • หน้าจอควบคุมที่ที่พักแขน: เบาะแถว 2 มีหน้าจอสัมผัสส่วนตัวสำหรับปรับเบาะ, ระบบนวด, แอร์ และความบันเทิง
  • วัสดุพรีเมียม: เลือกใช้หนัง NAPPA เกรดสูงสุด มอบสัมผัสที่นุ่มนวลและระบายอากาศได้ดีเยี่ยม
  • เบาะแถวที่ 3: ออกแบบให้กว้างขวางเป็นพิเศษ (พื้นที่วางขา 980 มม.) สามารถนั่งผู้ใหญ่ 3 คนได้จริงโดยไม่รู้สึกอึดอัด

มหาอำนาจความบันเทิง: ระบบ 9 หน้าจออัจฉริยะ

New Denza D9 2026 รองรับการเชื่อมต่อและมอบความบันเทิงแยกส่วนกันอย่างอิสระผ่านหน้าจอสูงสุดถึง 9 จุดทั่วคัน:

  • ส่วนหน้า (4 จอ):
    • หน้าจอกลางขนาด 15.6 นิ้ว
    • จอหน้าคนขับ (Instrument) 3D ขนาด 10.25 นิ้ว
    • จอฝั่งผู้โดยสารหน้า 15.6 นิ้ว
    • จอแสดงผลบนกระจก HUD ขนาด 12 นิ้ว
  • ส่วนหลัง (5 จอ):
    • จอเพดาน (Ceiling Screen) 2.5K ขนาด 17.3 นิ้ว พับเก็บด้วยไฟฟ้า
    • จอติดหัวหมอนแบบแม่เหล็ก (Magnetic Headrest Screens) ขนาด 13 นิ้ว จำนวน 2 จอ (รุ่น Flagship)
    • จอสัมผัสควบคุมที่ที่พักแขนเบาะแถว 2 จำนวน 2 จอ

 ระบบเสียงระดับโลก DEVIALET® และ Dolby Atmos

ประสบการณ์การฟังเพลงใน Denza D9 ถูกยกระดับด้วยความร่วมมือกับแบรนด์เครื่องเสียงไฮเอนด์จากฝรั่งเศส:

  • ลำโพงสูงสุด 30 ตำแหน่ง: (ในรุ่น Flagship) รวมถึงลำโพงที่ฝังอยู่ในพนักพิงศีรษะของผู้ขับขี่และผู้โดยสารแถวที่ 2 เพื่อมอบเสียงแบบส่วนตัว (Private Audio)
  • Dolby Atmos: รองรับระบบเสียงรอบทิศทางเสมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์
  • ความเงียบระดับ Acoustic: ใช้กระจกกันเสียง 2 ชั้นรอบคัน ช่วยให้เสียงภายในห้องโดยสารเงียบเพียง 64.6 เดซิเบล ขณะวิ่งที่ความเร็ว 120 กม./ชม.

สิ่งอำนวยความสะดวกที่มากกว่าคำว่า MPV

  • ตู้เย็นอัจฉริยะ (Dual-mode): ติดตั้งบริเวณคอนโซลกลาง รองรับทั้งการแช่เย็น (-6°C ถึง 6°C) และการทำความร้อน (35°C ถึง 50°C) สั่งงานผ่านหน้าจอหรือแอปพลิเคชันได้
  • เพดานหนังกลับ (Suede): เพิ่มความหรูหราด้วยวัสดุหนังกลับคุณภาพสูง (รุ่น Flagship)
  • กระจกมองหลัง Digital: แสดงภาพจากกล้องหลังความละเอียดสูง ช่วยให้มองเห็นชัดเจนแม้มีผู้โดยสารนั่งเต็มคัน
  • ระบบปรับอากาศอัจฉริยะ: พร้อมระบบกรองอากาศ PM 2.5 และระบบปล่อยกลิ่นหอม (Fragrance System)

ความปลอดภัยระดับ High-End ใน New Denza D9 2026: ป้อมปราการอัจฉริยะที่ปกป้องทุกคนในครอบครัว

เมื่อพูดถึงรถ MPV สำหรับครอบครัวหรือผู้บริหาร สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่ความสบาย แต่คือ “ความปลอดภัย” ครับ New Denza D9 2026 จึงไม่ได้มาพร้อมแค่ความหรูหรา แต่ยังอัดแน่นด้วยโครงสร้างนิรภัยระดับ 5 ดาว และระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ฉลาดที่สุดเท่าที่ BYD เคยพัฒนามาครับ

โครงสร้างตัวถังและมาตรฐานความปลอดภัย (Passive Safety)

Denza D9 ถูกออกแบบมาเพื่อรับแรงกระแทกจากรอบทิศทางด้วยโครงสร้างที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ:

  • เหล็กกล้าความแข็งแรงสูง (High-Strength Steel): ตัวถังใช้เหล็กกล้าความแข็งแรงสูงในสัดส่วนที่มากเป็นประวัติการณ์ พร้อมคานเหล็กนิรภัยเสริมในจุดสำคัญเพื่อป้องกันการยุบตัวของห้องโดยสาร
  • ถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง: ติดตั้งเป็นมาตรฐานทุกรุ่นย่อย ประกอบด้วย ถุงลมคู่หน้า, ด้านข้าง, หัวเข่าคนขับ และที่สำคัญที่สุดคือ ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างที่ยาวคลุมไปถึงผู้โดยสารแถวที่ 3
  • ความปลอดภัยของแบตเตอรี่: ใช้ Blade Battery รุ่นที่ 2 ที่ผ่านการทดสอบ “เจาะด้วยตะปู” (Nail Penetration Test) โดยไม่เกิดไฟลุกไหม้ และโครงสร้างแพ็กแบตเตอรี่แบบแซนวิชที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้พื้นตัวถังรถ

ระบบขับขี่อัจฉริยะ DiPilot 300 “Eye of the Gods 5.0”

นี่คือไฮไลท์ของรุ่นปี 2026 ครับ กับการติดตั้งระบบ DiPilot 300 (天神之眼 – Eye of the Gods 5.0) ซึ่งทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ระดับเทพ:

  • เซนเซอร์รอบคัน 33 จุด: รวมถึง LiDAR (Dual LiDARs), กล้องความละเอียดสูง, และเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร ช่วยให้รถ “เห็น” สภาพแวดล้อมได้แบบ 360 องศาแม้ในทัศนวิสัยแย่
  • High-Speed AEB (120 km/h): ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติเวอร์ชันล่าสุด สามารถตรวจจับสิ่งกีดขวางและช่วยหยุดรถได้ที่ความเร็วสูงสุดถึง 120 กม./ชม.
  • Highway NOA (Navigation on Autopilot): ระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติบนทางหลวงที่สามารถเปลี่ยนเลน แซงรถช้า และขึ้น-ลงทางด่วนได้เองภายใต้การดูแลของผู้ขับขี่

ระบบความปลอดภัยเชิงรุก (Active Safety Features)

นอกเหนือจากระบบเบรกอัตโนมัติแล้ว New Denza D9 ยังมีเทคโนโลยีที่คอยระวังภัยรอบด้าน:

  • LCA (Lane Change Assist): ระบบช่วยเตือนและช่วยควบคุมรถเมื่อเปลี่ยนเลน
  • RCTA / RCTB: ระบบเตือนและ ช่วยเบรกอัตโนมัติขณะถอยหลัง เมื่อมีรถวิ่งตัดผ่าน
  • DOW (Door Open Warning): ระบบเตือนขณะเปิดประตูเมื่อมีรถหรือจักรยานวิ่งมาจากด้านหลัง
  • ระบบตรวจจับความเหนื่อยล้า: ใช้กล้องภายในรถวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ขับขี่เพื่อแจ้งเตือนเมื่อพบอาการง่วงนอน

ทัศนวิสัยและการมองเห็นอัจฉริยะ

  • กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา: พร้อมฟังก์ชัน Transparent Chassis (540 องศา) ที่ช่วยให้คนขับเห็นภาพใต้ท้องรถ ป้องกันการชนหินหรือขอบฟุตบาท
  • กระจกมองหลัง Digital: แสดงภาพจากกล้องหลังความละเอียดสูง ตัดปัญหาการมองไม่เห็นด้านหลังเวลาผู้โดยสารนั่งเต็มคันหรือบรรจุสัมภาระสูง
  • W-HUD 12 นิ้ว: หน้าจอแสดงผลบนกระจกบังลมหน้า ช่วยให้คนขับไม่ต้องละสายตาจากถนนเพื่อดูข้อมูลการขับขี่

บทสรุปด้านความปลอดภัย: New Denza D9 2026 ก้าวข้ามขีดจำกัดของรถ MPV แบบเดิมด้วยการนำเทคโนโลยี LiDAR มาใช้ร่วมกับระบบ AEB ความเร็วสูง ทำให้มันเป็นรถที่ไม่ได้แค่ปกป้องคุณเมื่อเกิดอุบัติเหตุ แต่เป็นรถที่ฉลาดพอจะ “หลีกเลี่ยง” อุบัติเหตุในทุกสถานการณ์ครับ!

 

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้