รีวิว GEELY EX2 รถ 4.5 แสนบาท ที่ทำให้คำว่า “ขาดนิดขาดหน่อยก็ไม่ว่ากัน” ฟังดูมีเหตุผลขึ้นมาทันที

รีวิว GEELY EX2 รถ 4.5 แสนบาท ที่ทำให้คำว่า “ขาดนิดขาดหน่อยก็ไม่ว่ากัน” ฟังดูมีเหตุผลขึ้นมาทันที
Spread the love
Advertisement Advertisement

รีวิว GEELY EX2 รถ 4.5 แสนบาท ที่ทำให้คำว่า “ขาดนิดขาดหน่อยก็ไม่ว่ากัน” ฟังดูมีเหตุผลขึ้นมาทันที

มีประโยคหนึ่งที่น่าจะเหมาะกับ GEELY EX2 มากที่สุดคือ “โถ่ว…ราคามัน 4.5 แสนบาทเอง ขาดนิดขาดหน่อยก็ไม่ว่ากัน”

และพูดตรง ๆ ว่า ประโยคนี้ไม่ได้เกินจริงเลยสำหรับรถคันนี้ เพราะ EX2 เป็นรถที่หน้าตาน่ารัก น่าเอ็นดู โค้งมน ดูเป็นมิตรจนรู้สึกว่าเวลาจะด่าอะไร ก็ต้องหยุดคิดก่อนนิดหนึ่ง เหมือนกำลังจะดุแมวที่ทำแก้วตก แต่พอเห็นหน้ามันแล้วก็พูดไม่ออก

รูปลักษณ์ภายนอกของน้องดูดีเกินกว่าราคาพอสมควร ไม่ได้หล่อดุดัน ไม่ได้พยายามเป็นรถหรู แต่มีความน่ารักแบบรถเมืองที่ขับแล้วคนมองแล้วรู้ว่า “คันนี้น่าใช้ดีนะ” และคงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้รถทรงนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดรถไฟฟ้า

แต่แน่นอนว่า รถราคา 4 แสนกลางๆ ก็ต้องมีอะไรให้เราได้คุยกันบ้าง

เริ่มจากฝาท้ายก่อนเลย บางครั้งปิดง่าย บางครั้งปิดยาก เหมือนน้องมีอารมณ์ของตัวเอง วันไหนอารมณ์ดีก็ปิดเบา ๆ แล้วล็อกให้ วันไหนงอแงก็ต้องฟาดให้รู้ว่าใครเป็นเจ้าของรถ สำหรับคนมือหนักอย่างเรา ไม่มีปัญหาอะไรครับ ฟาดทีเดียวจบข่าว ฝาท้ายปิดสนิทเหมือนไม่เคยมีดราม่ามาก่อน

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ EX2 มีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้าขนาด 70 ลิตร หรือ Frunk นั่นเอง อันนี้มีประโยชน์จริง เพราะเวลาซื้อของมีกลิ่นแรงอย่างทุเรียน ปลาร้า หรือของทอดหนัก ๆ ก็เอาใส่ไว้ด้านหน้าไปเลย ผู้โดยสารด้านหลังจะได้ไม่ต้องร่วมรับรู้ชะตากรรมไปด้วย แต่จบด้วยการฟาดปิด เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่เก็บของที่เป็นพระคุณต่อคนในรถอย่างแท้จริง

ส่วนกระจกมองข้าง รุ่นนี้ปรับไฟฟ้าได้นะ หมุนได้ครบ แต่พับไฟฟ้าไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกแบบ…อุตส่าห์มีมอเตอร์แล้ว ทำไมไม่ทำต่อให้จบ เหมือนซื้อข้าวกะเพราไข่ดาว แต่ร้านให้ไข่ดาวมาแล้วไม่ให้ช้อน ต้องใช้มือกินเอาเองนิดหนึ่ง แต่เอาเถอะครับ ถ้าจะพับก็ใช้มือกดเบา ๆ ทั้งสองข้าง เป็นกิจกรรมออกกำลังกายข้อมือไปในตัว

อีกอย่างที่ไม่มีคือ ที่ปัดน้ำฝนหลัง ซึ่งสำหรับรถใช้งานในเมือง หลายคนอาจรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะกระจกหลังของ EX2 ค่อนข้างชัน น้ำไม่ได้เกาะหนักมากนัก แต่ถ้าอยากให้ชีวิตดีขึ้น ก็เคลือบกระจกดี ๆ ไว้หน่อย ช่วยได้เยอะ รถไม่ได้ให้ที่ปัดน้ำฝนหลังมา แต่เปิดโอกาสให้เจ้าของรถได้สร้างกิจกรรมดูแลรถเอง ถือว่าได้ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับรถเพิ่มขึ้นมาอีกระดับ

ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อเดินห่างจากตัวรถก็ไม่มีเช่นกัน เวลาลงจากรถแล้วเดินไปสักพัก จะไม่มีเสียง “ปิ๊บ” บอกว่ารถล็อกให้แล้ว ต้องกดรีโมตเองนะครับ แต่พอคิดอีกที น้องมันราคา 4.5 แสนบาท จะเอาอะไรเยอะ กดเปิด กดปิด รีโมตเองนิดหน่อย ถือเป็นการบริหารกล้ามเนื้อนิ้วโป้งก่อนเริ่มวันใหม่

เข้ามาดูภายในกันบ้าง จุดเด่นคือหน้าจอกลาง Touchscreen ขนาด 14.6 นิ้ว รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto แต่เป็นแบบต่อสาย ใครอยากใช้แบบไร้สายก็ต้องหากล่องแปลงหรือจัดสายดี ๆ เอาเอง

หน้าจอใช้งานง่าย เมนูหลัก ๆ อยู่รวมกันที่นี่แทบทั้งหมด การจัดวางจอถือว่าทำได้ดี ไม่สูงเกินไป ไม่ต่ำเกินไป มองง่าย ไม่ต้องก้มจนเหมือนกำลังหาของตกใต้เบาะ

คอนโซลหน้าก็ออกแบบเรียบง่าย อ่านง่าย ไม่รกตา แต่มีอย่างหนึ่งที่ยังสงสัยคือไฟ Ambient Light ลายตึกเมือง ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ตอนออกแบบ บางคนบอกว่าแสงอาจสะท้อนเข้าตาได้ แต่ส่วนตัวรับรถมาไม่กี่วัน ฝนตกแทบทุกวัน ยังไม่ได้เจอแสงแดดแรงพอจะพิสูจน์ว่ามันจะรบกวนจริงไหม ตอนนี้จึงขอเก็บไว้เป็นปริศนาประจำรถไปก่อน

วัสดุภายในโดยรวมไม่ได้ให้ความรู้สึกพรีเมียม แต่ก็ไม่ได้ดูแย่จนรับไม่ได้ เป็นแนวพลาสติกแข็งที่จับแล้วรู้เลยว่า “โอเค ประหยัดต้นทุนมาแหละ” แต่ก็ยังดูแข็งแรง ใช้งานจริงไม่น่ามีอะไรน่าห่วง

แอร์หน้าเย็นมาก เย็นแบบบางครั้งต้องลดพัดลม เพราะถ้าปล่อยไปนาน ๆ มีสิทธิ์รู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในตู้แช่ไอศกรีม แต่พอหันไปด้านหลัง แอร์หลังกลับไม่ได้เย็นทั่วถึงนัก ช่องแอร์ปรับซ้าย-ขวาได้พอประมาณ แต่แรงลมและการกระจายความเย็นยังไม่ใช่จุดเด่น

ระบบเสียงถือว่าฟังได้ในระดับราคา รายละเอียดเสียงทั่วไปโอเค แต่เสียงเบสยังออกแนวกลม ๆ ตุ้บ ๆ แบบรถราคาประหยัด ปรับยังไงก็ไม่ได้กลายเป็นห้องฟังเพลงระดับไฮเอนด์แน่นอน แต่ก็ไม่ถึงขั้นฟังไม่ได้ เปิดเพลงขับรถในเมือง ฟังข่าว ฟังพอดแคสต์ หรือเปิดเพลงลูกทุ่งไปตลาดก็เพียงพอแล้ว

เบาะคนขับปรับไฟฟ้าได้ ส่วนเบาะผู้โดยสารหน้าเป็นแบบปรับมือ เบาะนั่งถือว่านั่งสบาย ไม่เมื่อยง่าย และมีพื้นที่รองรับต้นขาพอสมควร ขับไกล ๆ ไม่ได้ทรมานตัวเอง

กระจกแต่งหน้ามีไฟให้ อันนี้น่าจะถูกใจหลายคน เพราะเป็นอุปกรณ์เล็ก ๆ ที่ใช้งานจริงได้บ่อยกว่าที่คิด

ส่วน Wireless Charger มีข้อสังเกตนิดหนึ่ง ใครใช้เคสมือถือหนา ๆ อาจเจออาการวางแล้วชาร์จไม่ติด ต้องขยับตำแหน่ง หรือลดความหนาของเคสลงหน่อยเรื่องนี้อาจไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ แต่เป็นจุดที่ทำให้รู้ว่าเทคโนโลยีไร้สาย บางครั้งก็ยังต้องใช้ความพยายามแบบมีสายอยู่เหมือนกัน

ขณะขับขี่ EX2 ให้ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่มาอย่างค่อนข้างครบสำหรับรถระดับนี้ ทั้งกล้องรอบคัน เซ็นเซอร์หน้า-หลัง และระบบช่วยเตือนต่าง ๆ อย่าเพิ่งคาดหวังว่าจะเป็นระบบขับขี่อัจฉริยะระดับรถแพง เพราะมันคือระบบช่วยเตือนและช่วยประคองมากกว่า แต่มีให้ครบก็นับว่าดีแล้ว

กล้องรอบคันใช้งานได้ แต่ระยะในจอบางครั้งดูเหมือนยังเหลืออีกเยอะ ทั้งที่ชีวิตจริงใกล้จะทักทายกำแพงแล้ว ดังนั้นใช้กล้องเป็นตัวช่วยได้ แต่อย่าเชื่อแบบถวายชีวิต ยังไงก็ต้องเหลือพื้นที่ให้สัญชาตญาณคนขับได้ทำงานบ้าง

จุดที่เซอร์ไพรส์ที่สุดของ EX2 คือช่วงล่างหลังแบบ Multi-link พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง RWD รถราคาไม่ถึง 4.6 แสนบาท แต่ให้โครงสร้างช่วงล่างมาแบบนี้ ถือว่าเกินคาดมาก

ฟีลลิ่งการขับขี่นุ่มกว่าที่คิด มีอาการเด้งบ้าง แต่เป็นเด้งแบบพอดี ๆ ไม่ใช่เด้งจนผู้โดยสารด้านหลังเริ่มสงสัยว่ากำลังนั่งรถหรือเรือหางยาว

พวงมาลัยมีน้ำหนักติดมือเล็กน้อย ไม่เบาหวิวจนเหมือนหมุนพวงมาลัยเล่นเกม แต่ก็ไม่ได้หนักจนต้องกินเวย์โปรตีนก่อนขับ ข้อเสียคือปรับน้ำหนักพวงมาลัยไม่ได้

แต่เอาหน่า รถราคาเท่านี้ อย่าเพิ่งเยอะ ไปกันต่อ

เรื่องอัตราเร่ง โหมด Comfort ก็สมชื่อครับ นุ่มนวล ค่อย ๆ ไป ไม่กระโชก ไม่กระชาก เหมาะกับตอนขับรถตอนเช้าที่สมองยังไม่พร้อมเจอโลก แต่พอเปลี่ยนเป็น Sport Mode คาแรกเตอร์รถเปลี่ยนทันที คันเร่งตอบสนองไวขึ้น รถพุ่งขึ้นแบบรู้สึกได้ อารมณ์คล้าย MG4 EV ในโหมดขับปกติ คือไม่ได้ถึงกับยิงหนังสติ๊กใส่เบาะ แต่ก็มีแรงพอให้แซงรถในเมืองได้อย่างมั่นใจ

ส่วนความเร็วสูงสุด ลองในพื้นที่ที่เหมาะสม ได้เต็มกราฟที่ประมาณ 140 กม./ชม. ช่วง 100 กม./ชม. เริ่มได้ยินเสียงลมชัดขึ้น และพอ 120 กม./ชม. เสียงลมก็เริ่มเข้ามาทักทายแบบจริงจัง รถรุ่นนี้ไม่ใช่สายเก็บเสียงเงียบกริบแน่นอน

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ตัวรถยังนิ่งพอสมควร ฟีลเหมือนรถบอกว่า “ไปต่อก็ได้นะ” แต่พอความสำนึกผิดเริ่มทำงาน ก็ผ่อนคันเร่งกลับมาใช้ชีวิตตามกฎหมายกันต่อดีกว่า

เรื่องระยะทางใช้งานจริง หลังจากพา “น้อง 2” ไปใช้ทั้งในเมือง รถติด ทางด่วน ฝนตก และขับแบบชีวิตจริง ไม่ได้ขับประหยัด ไม่ได้เปิดแอร์เบา ไม่ได้เลี้ยงคันเร่งเหมือนกลัวแบตหมดกลางทาง

ตอนแบตเตอรี่เหลือ 9% รถวิ่งไปแล้วประมาณ 280 กม. เฉลี่ยคร่าว ๆ แบตเตอรี่ 1% วิ่งได้ประมาณ 3 กม. ถ้าใช้จนหมดจริง ๆ ก็มีลุ้นระยะทางประมาณ 307 กม./ชาร์จ ถือว่าเหมาะกับการใช้งานจริงในเมืองมาก ขับไปทำงาน ไปตลาด ไปส่งลูก รถติดบ้าง เร่งแซงบ้าง เปิดแอร์เต็มบ้าง ก็ยังใช้ชีวิตได้สบาย

และหากใครขับในเมืองเป็นหลัก ขับเรื่อย ๆ ไม่กดหนักเกินไป มีสิทธิ์เห็นตัวเลขระยะทางระดับ 400 กม. ต่อการชาร์จได้ไม่ยาก เพราะคันนี้เกิดมาเพื่อเมืองชัดเจน

แต่สำหรับคนที่เดินทางไกลบ่อย ต้องเข้าใจคาแรกเตอร์ของมันนิดหนึ่ง เพราะเมื่อใช้ความเร็วสูงต่อเนื่อง ระยะทางจะลดลงตามธรรมชาติของรถไฟฟ้า และการชาร์จ DC รองรับสูงสุดประมาณ 70 kW

ไม่ได้เร็วระดับคนลืมชาร์จเมื่อคืนแล้วต้องรีบไปประชุมเช้า แต่ข้อดีคือไม่ต้องกังวลมากว่าหัวชาร์จตรงหน้าจะแรง 120 kW หรือ 360 kW เพราะยังไง EX2 ก็รับไม่เกิน 70 kW อยู่ดี

รอบนี้ลองชาร์จที่ตู้ SPARK จากแบตเตอรี่ 9% ไป 80% ใช้เวลา 29 นาที

กำลังไฟสูงสุดที่รับได้ประมาณ 68 kW จากสเปกเคลม 70 kW ถือว่าทำได้ใกล้เคียงมาก ช่วงแรกยังรับไฟแรงดี จากนั้นลดลงมาแถว 59 kW ตอนแบตราว 50% และช่วง 70–80% ลดลงมาเหลือประมาณ 45 kW

เป็นสไตล์รถที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อแข่งทำเวลาอยู่หน้าหัวชาร์จ แต่ก็ไม่ได้ช้าจนน่าหงุดหงิด

สรุปแล้ว GEELY EX2 คือรถไฟฟ้าที่เหมาะกับคนเมืองมาก ๆ

เหมาะกับคนที่ชาร์จบ้านได้ ขับไปทำงาน ขับไปตลาด ขับรถติดทุกวัน แล้วกลับมาชาร์จตอนนอน ใช้เป็นรถคันแรกในบ้าน หรือรถคันที่สองสำหรับวิ่งในเมืองก็เหมาะ

มันมีข้อขาดอยู่บ้าง กระจกไม่พับไฟฟ้า ไม่มีที่ปัดน้ำฝนหลัง ไม่มีระบบล็อกเมื่อเดินห่าง เก็บเสียงไม่ได้เด่น กล้องกะระยะต้องใช้สติร่วมด้วย และชาร์จไม่ได้เร็วระดับรถแพง

แต่พอหันกลับมาดูราคาแล้ว ก็ต้องพูดประโยคเดิมอีกครั้ง

“โถ่ว…ราคามัน 4.5 แสนบาทเอง ขาดนิดขาดหน่อยก็ไม่ว่ากัน”

เพราะสิ่งที่ได้กลับมาคือรถ EV ขับหลัง ช่วงล่าง Multi-link ห้องโดยสารใช้งานง่าย อุปกรณ์พื้นฐานค่อนข้างครบ แอร์หน้าเย็น เบาะนั่งสบาย และขับในเมืองได้สนุกกว่าที่หลายคนคิด

มีอีกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนซื้อ คือ EX2 ไม่สามารถจอดซ้อนคันได้ แม้รถจะมีโหมดลากจูง แต่เมื่อเปิดโหมดนี้ รถจะไม่ล็อก ดังนั้นคนที่อยู่คอนโด หรือมีพื้นที่จอดรถจำกัดและต้องจอดซ้อนคัน อาจต้องคิดเรื่องนี้ให้ดี เพราะน้อง 2 อาจน่ารัก ขับดี และให้อภัยได้หลายเรื่อง แต่ถ้าต้องเข็นรถออกจากที่จอดทุกเช้า…อาจเริ่มมองหน้าน้องไม่เหมือนเดิมก็ได้

GEELY EX2 ข้อดี-ข้อเสีย แบบใช้จริง

✅ ข้อดี
• ราคาเข้าถึงง่าย ใช้งานในเมืองคุ้มมาก
• ดีไซน์น่ารัก ขนาดกำลังดี ขับง่าย จอดง่าย
• ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD
• ช่วงล่างหลัง Multi-link ถือว่าเกินราคา
• ช่วงล่างนุ่ม ขับในเมืองสบาย Sport Mode มีแรงพอแซง
• จอกลาง 14.6 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay / Android Auto
• มี Frunk 70 ลิตร เก็บทุเรียน ปลาร้า ของทอดได้สบาย ไม่รบกวนคนในรถ
• กล้องรอบคัน เซ็นเซอร์หน้า-หลัง และระบบช่วยขับให้มาค่อนข้างครบ
• เบาะคนขับปรับไฟฟ้า เบาะนั่งสบาย
• แอร์หน้าเย็นแบบพร้อมแช่แข็งคนขับ
• ใช้งานจริงมีลุ้นราว 300 กม./ชาร์จ และขับในเมืองดี ๆ อาจใกล้ 400 กม.
• ชาร์จ DC 9–80% ราว 29 นาที รับไฟได้สูงสุดประมาณ 68 kW

⚠️ ข้อเสีย / จุดที่ต้องรับได้
• ฝาท้ายบางครั้งปิดยาก ต้องฟาดนิดหนึ่งถึงจะจบ
• กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าได้ แต่พับไฟฟ้าไม่ได้
• ไม่มีที่ปัดน้ำฝนหลัง
• ไม่มีระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อเดินห่าง ต้องกดรีโมตเอง
• Apple CarPlay / Android Auto ต้องต่อสาย
• Wireless Charger อาจไม่ถูกกับเคสมือถือหนา
• แอร์หลังยังไม่เย็นทั่วถึงเท่าไร
• ระบบเสียงพอใช้ เบสไม่ได้แน่นแบบรถแพง
• กล้องรอบคันกะระยะอย่าเชื่อเต็มร้อย ใช้สายตาร่วมด้วย
• เกิน 100 กม./ชม. เริ่มได้ยินเสียงลมชัด
• ปรับน้ำหนักพวงมาลัยไม่ได้
• ชาร์จ DC สูงสุด 70 kW ไม่เหมาะกับสายเดินทางไกลที่รีบมาก
• ไม่เหมาะกับการจอดซ้อนคัน เพราะโหมดลากจูงทำให้รถไม่ล็อก

Advertisement Advertisement

สำหรับรุ่นที่นำเอามารีวิวคือ GEELY EX2 ชุดแต่ง Shooting Star ราคารวมชุดแต่ง 475,000 บาท

จุดเด่นของรุ่น Shooting Star

  • ชุดสเกิร์ตหน้า
  • ชุดสเกิร์ตข้าง
  • ชุดสเกิร์ตหลัง
  • ชุดตกแต่งกันชนหน้าดีไซน์สปอร์ต
  • สปอยเลอร์หลัง
  • เลือกเส้นสายชุดแต่งได้ 2 แบบ
    • ชุดแต่งสีเดียวกับตัวรถ
    • ชุดแต่งตกแต่งสีเหลือง
  • รับประกันอุปกรณ์ตกแต่ง 3 ปี หรือ 100,000 กม.

สีตัวถัง

มีให้เลือก 2 สีทูโทน หลังคาดำ

  • สีขาว หลังคาดำ
  • สีเทา หลังคาดำ

มิติตัวถัง

  • ความยาว 4,135 มม.
  • ความกว้าง 1,850 มม.
  • ความสูง 1,580 มม.
  • ระยะฐานล้อ 2,650 มม.
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น 162 มม.
  • รัศมีวงเลี้ยว 4.95 เมตร
  • น้ำหนักตัวรถ 1,300 กก.
  • ที่เก็บสัมภาระด้านหน้า Frunk 70 ลิตร
  • พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 375 ลิตร
  • เมื่อพับเบาะหลัง เพิ่มเป็น 1,320 ลิตร

มอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่

  • มอเตอร์ไฟฟ้า PMSM 1 ตัว
  • กำลังสูงสุด 85 kW หรือ 116 แรงม้า
  • แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร
  • ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง RWD
  • แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน LFP
  • ความจุแบตเตอรี่ 39.4 kWh
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 11.0 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด 130 กม./ชม.
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด 395 กม./ชาร์จ ตามมาตรฐาน NEDC
  • ระยะทางวิ่ง 325 กม./ชาร์จ ตามมาตรฐาน WLTP

ระบบชาร์จไฟ

  • รองรับหัวชาร์จ AC Type 2 และ DC CCS Combo
  • ชาร์จ AC สูงสุด 6.6 kW
  • ชาร์จ DC Fast Charge สูงสุด 70 kW
  • ชาร์จ DC จาก 30-80% ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
  • ระบบตั้งเวลาชาร์จล่วงหน้า

ช่วงล่าง และล้อ

  • ช่วงล่างหน้า MacPherson Strut
  • ช่วงล่างหลัง Multi-link อิสระ
  • ดิสก์เบรก 4 ล้อ
  • ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว
  • ยางขนาด 205/60 R16
  • พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS
  • โหมดการขับขี่ Eco / Comfort / Sport

อุปกรณ์ภายนอก

  • ไฟหน้า LED Projector
  • ไฟ Daytime Running Light LED
  • ไฟท้าย LED
  • ไฟตัดหมอกหลัง
  • ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ระบบไฟหน้า Follow-me-home
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ IHBC
  • มือเปิดประตูแบบกึ่งซ่อน
  • กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า
  • สปอยเลอร์หลัง
  • เซ็นเซอร์ช่วยจอดด้านหลัง

ภายในห้องโดยสาร

  • หน้าจอมาตรวัดดิจิทัล 8 นิ้ว
  • หน้าจอกลางสัมผัส 14.6 นิ้ว
  • ระบบความบันเทิง Flyme Audio
  • รองรับ Bluetooth
  • รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนผ่าน CorbitLink
  • รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto
  • เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 4G
  • สั่งค้นหาและควบคุมรถผ่านสมาร์ตโฟน
  • ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย
  • ช่อง USB Type-A และ Type-C
  • ช่องชาร์จ USB สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • ลำโพง 6 ตำแหน่ง
  • ไฟ Ambient Light ปรับได้ 256 สี
  • ระบบปรับอากาศดิจิทัล
  • ช่องแอร์ผู้โดยสารตอนหลัง
  • กุญแจ Smart Keyless Entry
  • เบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อม Auto Hold
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง
  • เบาะนั่งหุ้มหนัง
  • เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
  • เบาะผู้โดยสารหน้าปรับมือ 4 ทิศทาง
  • เบาะหลังพับแยก 60:40
  • กระจกหน้าต่าง 4 บาน แบบ One-Touch
  • ภายในมีให้เลือกโทน Skyline White และ Horizon Grey

ระบบความปลอดภัย

  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
  • ระบบเบรก ABS / EBD / BA
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESC
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี G-TCS
  • ระบบช่วยป้องกันการพลิกคว่ำ ARP
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC
  • ระบบเตือนคนเดินถนนขณะใช้ความเร็วต่ำ AVAS
  • ระบบเตือนมุมอับสายตา BSD
  • ระบบเตือนรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน LCA
  • ระบบเตือนรถตัดผ่านขณะถอย RCTA
  • ระบบเตือนการชนด้านหลัง RCW
  • ระบบเตือนก่อนเปิดประตู DOW
  • ระบบเตือนแรงดันลมยาง TPMS
  • จุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX
  • ระบบกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
  • โหมดกล้อง Transparent Chassis
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลน LDW
  • ระบบตรวจจับป้ายจราจร TSI
  • ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ FVD
  • ระบบจ่ายไฟให้เครื่องใช้ภายนอก V2L

การรับประกัน

  • รับประกันตัวรถ 6 ปี หรือ 150,000 กม.
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 150,000 กม.
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
  • ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี
  • Portable Charger
  • พรมปูพื้น

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้