GWM ORA 5 EV ราคา 649,000 – 719,000 บาท วิ่งได้ 520 กม./ชาร์จ NEDC ฟรี ประกันชั้นหนึ่ง 2 ปี




FULL SPEC GWM ORA 5 EV 2026 ราคา 649,000 – 719,000 บาท มอเตอร์ 204 แรงม้า วิ่งไกล 520 กม. NEDC พร้อมเทียบอุปกรณ์ PRO และ ULTRA
GWM ORA 5 EV รถยนต์ SUV พลังงานไฟฟ้า 100% เปิดจำหน่ายในประเทศไทยด้วยราคาเริ่มต้น 649,000 บาท หลังปรับราคาเพิ่มขึ้น 20,000 บาท โดยมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 204 แรงม้า แบตเตอรี่ LFP ความจุ 58.3 kWh รองรับระยะทางขับขี่สูงสุด 520 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC และระบบชาร์จเร็ว DC สูงสุด 120 kW
จุดเด่นของ ORA 5 EV นอกจากสมรรถนะและระยะทางขับขี่แล้ว ยังรวมถึงระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.0 หน้าจอสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS และช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระ Multi-Link โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย
ราคา GWM ORA 5 EV ประเทศไทย
- GWM ORA 5 EV PRO ราคา 649,000 บาท
- GWM ORA 5 EV ULTRA ราคา 719,000 บาท
ส่วนต่างราคาระหว่างสองรุ่นอยู่ที่ 70,000 บาท โดยทั้งสองรุ่นใช้มอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ ระบบขับเคลื่อน และโครงสร้างช่วงล่างแบบเดียวกัน ความแตกต่างหลักอยู่ที่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยเพิ่มเติม
สมรรถนะและระบบขับเคลื่อน
- ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า FWD
- มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวด้านหน้า
- ชนิดมอเตอร์ Permanent Magnet Synchronous Motor
- กำลังสูงสุด 150 kW หรือ 204 PS
- แรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร
- อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. 7.5 วินาที
- ระยะทางขับขี่สูงสุด 520 กม./ชาร์จ ตามมาตรฐาน NEDC
- โหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal, Sport และ Well Being
- ระบบชะลอความเร็วพร้อมนำพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ Regenerative Braking ปรับระดับได้
- ระบบเสียงเตือนคนเดินถนน Multi-Sound Pedestrian Warning System
แบตเตอรี่และระบบชาร์จไฟฟ้า
- แบตเตอรี่ Lithium Iron Phosphate (LFP)
- เทคโนโลยี Short Blade Battery
- ความจุแบตเตอรี่ 58.3 kWh
- ระยะทางขับขี่ 520 กม. NEDC
- รองรับการชาร์จ AC สูงสุด 6.6 kW
- รองรับการชาร์จ DC Fast Charging สูงสุด 120 kW
- ระยะเวลาชาร์จ DC จาก 30–80% ประมาณ 20 นาที ตามข้อมูลผู้ผลิต
- ระบบจ่ายไฟให้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอก V2L
- กำลังจ่ายไฟ V2L สูงสุด 6,000 วัตต์ หรือ 6 kW
หมายเหตุ: ระยะทางขับขี่ 520 กม. เป็นตัวเลขตามมาตรฐาน NEDC ระยะทางใช้งานจริงขึ้นอยู่กับความเร็ว สภาพถนน อุณหภูมิ การใช้เครื่องปรับอากาศ และรูปแบบการขับขี่
ขนาดตัวถัง
- ความยาว 4,471 มม.
- ความกว้าง 1,833 มม.
- ความสูง 1,641 มม.
- ระยะฐานล้อ 2,720 มม.
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 175 มม.
- ระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้า 1,583 มม.
- ระยะห่างระหว่างล้อคู่หลัง 1,577 มม.
- ห้องโดยสารรองรับ 5 ที่นั่ง
ORA 5 EV มีระยะฐานล้อ 2,720 มม. ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ช่วยกำหนดพื้นที่ห้องโดยสารและการจัดวางเบาะนั่ง โดยตัวรถถูกออกแบบให้เป็น SUV สำหรับการใช้งานในเมืองและการเดินทางระหว่างจังหวัด
ระบบช่วงล่างและพวงมาลัย
- ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า Electric Power Steering (EPS)
- ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระ MacPherson Strut
- ระบบกันสะเทือนหลังแบบอิสระ Multi-Link
- ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า
การเลือกใช้ช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระ Multi-Link เป็นหนึ่งในจุดเด่นด้านวิศวกรรมของ ORA 5 EV ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมการเคลื่อนตัวของล้อแต่ละข้างได้อย่างอิสระมากกว่าช่วงล่างแบบคานบิด อย่างไรก็ตาม ความนุ่มนวลและการควบคุมจริงยังขึ้นอยู่กับการปรับจูนช่วงล่าง ยาง และน้ำหนักตัวรถร่วมด้วย
ระบบเบรก
- ระบบเบรกหน้าดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน Ventilated Disc
- ระบบเบรกหลังดิสก์เบรก
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า Electric Parking Brake (EPB)
- ระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ Auto Brake Hold
- ระบบป้องกันล้อล็อก ABS
- ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ EBD
ล้อและยาง
- ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว
- ล้อดีไซน์ Petal-Style เน้นการลดแรงต้านอากาศ
- ขนาดยาง 225/60 R18
- ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน Tire Repair Kit
การออกแบบภายนอก
GWM ORA 5 EV ใช้แนวทางการออกแบบที่ผสมผสานเส้นสายโค้งมนกับสัดส่วนของรถ SUV โดยเน้นเอกลักษณ์ของไฟหน้าทรงหยดน้ำ และการออกแบบไฟท้ายให้กลมกลืนกับตัวถัง
อุปกรณ์ภายนอกประกอบด้วย
- ไฟหน้า LED อัจฉริยะ Intelligent LED Headlamp
- ไฟหน้าดีไซน์หยดน้ำ Signature LED Water Droplet
- ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
- ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ
- ระบบไฟส่องสว่างหลังดับเครื่อง Follow Me Home
- ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED Daytime Running Lights
- ไฟท้าย LED แบบซ่อน Hidden LED Rear Taillights
- ไฟเบรกดวงที่สามบริเวณสปอยเลอร์หลัง
- ระบบ Active Grille Shutter เปิด-ปิดช่องดักอากาศอัตโนมัติ
- ราวหลังคา Roof Rails
- กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า
- ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าอัตโนมัติ Rain-Sensing
- ที่ปัดน้ำฝนกระจกหลัง
อุปกรณ์ภายนอกเพิ่มเติมเฉพาะรุ่น EV ULTRA
- หลังคากระจก Panoramic Glass Roof ขนาด 1.65 ตารางเมตร
- ม่านบังแดดหลังคาปรับด้วยไฟฟ้า
- ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า Electric Tailgate
- กระจกมองข้างพับอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ
การออกแบบภายในห้องโดยสาร
ORA 5 EV ออกแบบห้องโดยสารภายใต้แนวคิด Dark Gold Contour Design เน้นเส้นสายโค้งมนและการตกแต่งร่วมสมัย พร้อมจัดวางหน้าจอแสดงผลและอุปกรณ์ควบคุมไว้บริเวณคอนโซลหน้า
- ห้องโดยสาร 5 ที่นั่ง
- เบาะนั่งหุ้มวัสดุหนังสังเคราะห์ Leatherette
- พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน
- พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง
- เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
- เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับมือ 4 ทิศทางในรุ่น PRO
- เบาะนั่งตอนหลังพับแยกแบบ 60:40
- พนักพิงศีรษะสำหรับผู้โดยสารตำแหน่งกลางด้านหลัง
อุปกรณ์เบาะนั่งเพิ่มเติมเฉพาะรุ่น EV ULTRA
- เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมบันทึกตำแหน่ง 3 ตำแหน่ง
- เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
- ระบบระบายอากาศเบาะนั่งคู่หน้า Ventilated Seats
- ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร Galaxy Rhythm Ambient Lights
ระบบหน้าจอและความบันเทิง
- หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว
- หน้าจอสัมผัสส่วนกลางขนาด 14.6 นิ้ว
- ระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.0
- หน่วยประมวลผล Snapdragon
- รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย
- รองรับ Android Auto แบบไร้สาย
- ระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย
- ระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาอังกฤษ
- ระบบเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน
- พอร์ตเชื่อมต่อ USB-A และ USB-C สำหรับผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลัง
ระบบเครื่องเสียง EV PRO
- ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง
ระบบเครื่องเสียง EV ULTRA
- ระบบเครื่องเสียง Amor Acoustics
- ลำโพงทั้งหมด 9 ตำแหน่ง
ระบบปรับอากาศและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
- ระบบกรองอากาศ N95
- ช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง
- ช่องเก็บความเย็น Cooling Box ขนาด 3.2 ลิตร
- ระบบเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน GWM
- ตรวจสอบสถานะรถยนต์ผ่านแอปพลิเคชัน
- สั่งล็อกและปลดล็อกประตูจากระยะไกล
- สั่งเปิด-ปิดเครื่องปรับอากาศจากระยะไกล
อุปกรณ์เพิ่มเติมเฉพาะ EV ULTRA
- ระบบชาร์จสมาร์ตโฟนไร้สาย Wireless Charger กำลังไฟ 50W
- กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
- ระบบไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร
- ระบบระบายอากาศเบาะนั่งคู่หน้า
- ฝาท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้า
- หลังคากระจกพร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า
ระบบความปลอดภัยพื้นฐาน
- ถุงลมนิรภัยทั้งหมด 6 ตำแหน่ง
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
- ถุงลมนิรภัยด้านข้างคู่หน้า
- ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง
- ระบบป้องกันล้อล็อก ABS
- ระบบกระจายแรงเบรก EBD
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS
- ระบบควบคุมการลื่นไถล
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA
- ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC
- ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง TPMS
- จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX
- เซนเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด
- กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
- ระบบแสดงภาพมองทะลุตัวรถ Body Transparent View
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS
GWM ORA 5 EV ติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ โดยแบ่งอุปกรณ์เป็นระบบหลักและระบบเพิ่มเติมสำหรับรุ่น ULTRA
ระบบช่วยขับขี่หลัก
- Intelligent ACC – ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชันช่วยเข้าโค้งอัจฉริยะ
- FCW – ระบบเตือนการชนด้านหน้า
- AEB – ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
- LCK – ระบบช่วยรักษาความปลอดภัยในเลน
- LDW – ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องจราจร
- LKAS – ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร
- TSR – ระบบช่วยตรวจจับและจดจำป้ายจราจร
- SLWF – ระบบเตือนเมื่อใช้ความเร็วเกินกำหนด
ระบบ ADAS เพิ่มเติมเฉพาะรุ่น EV ULTRA
- LCA – ระบบช่วยเปลี่ยนเลน
- ELK – ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในสถานการณ์ฉุกเฉิน
- BSD – ระบบตรวจจับและเตือนจุดอับสายตา
- DOW – ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในมุมอับขณะเปิดประตู
- RCTA – ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านด้านหลังขณะถอย
- RCTB – ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านด้านหลังขณะถอย
- RCW – ระบบเตือนการชนด้านหลัง
- FCTA – ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านด้านหน้าบริเวณทางแยก
- FCTB – ระบบช่วยเบรกเมื่อมีความเสี่ยงชนรถที่เคลื่อนผ่านด้านหน้าบริเวณทางแยก
ระบบเหล่านี้เป็นเทคโนโลยีช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ไม่ใช่ระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ ผู้ขับขี่ยังคงต้องควบคุมรถและรับผิดชอบต่อการขับขี่ตลอดเวลา
รุ่น EV PRO และ EV ULTRA ต่างกันอย่างไร?
GWM ORA 5 EV PRO ราคา 649,000 บาท
รุ่นเริ่มต้นได้ระบบขับเคลื่อนและแบตเตอรี่เช่นเดียวกับรุ่น ULTRA โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้า 204 แรงม้า แบตเตอรี่ 58.3 kWh วิ่งได้ 520 กม. NEDC ช่วงล่างหลัง Multi-Link หน้าจอขนาด 14.6 นิ้ว และระบบช่วยเหลือการขับขี่หลัก
GWM ORA 5 EV ULTRA ราคา 719,000 บาท
จ่ายเพิ่มจากรุ่น PRO จำนวน 70,000 บาท ได้รับอุปกรณ์เพิ่มเติมที่สำคัญ ได้แก่
- หลังคากระจก Panoramic Glass Roof ขนาด 1.65 ตารางเมตร
- ม่านบังแดดไฟฟ้า
- ฝาท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้า
- เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบระบายอากาศ
- เบาะนั่งคนขับพร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง
- เบาะนั่งผู้โดยสารหน้าปรับไฟฟ้า
- ไฟสร้างบรรยากาศ Galaxy Rhythm
- ระบบเครื่องเสียง Amor Acoustics 9 ลำโพง
- ระบบชาร์จสมาร์ตโฟนไร้สาย 50W
- กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
- กระจกมองข้างพับอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ
- ระบบตรวจจับมุมอับสายตา BSD
- ระบบเตือนเปิดประตู DOW
- ระบบช่วยเบรกขณะถอยหลัง RCTB
- ระบบเตือนการชนด้านหลัง RCW
- ระบบช่วยตรวจจับและเบรกบริเวณทางแยก FCTA/FCTB
- ระบบช่วยเปลี่ยนเลน LCA และระบบช่วยรักษาเลนในภาวะฉุกเฉิน ELK
ส่วนต่าง 70,000 บาท จึงไม่ได้เพิ่มกำลังมอเตอร์หรือความจุแบตเตอรี่ แต่เพิ่มอุปกรณ์ความสะดวกสบายและระบบความปลอดภัยรอบคันเป็นหลัก
สีตัวถังภายนอก
GWM ORA 5 EV มีสีตัวถังให้เลือก 4 สี
- IVORY WHITE – สีขาว
- MOUNTAIN GREY – สีเทา
- EMERALD GREEN – สีเขียว
- SO BLUE WITH BLACK ROOF – สีฟ้าพร้อมหลังคาสีดำ
สีภายในห้องโดยสาร
- Brown Beige – สีน้ำตาล-เบจ
- Dark Grey – สีเทาเข้ม
การจับคู่สีภายนอกและสีภายในขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและตัวเลือกที่บริษัทกำหนด
โปรโมชัน GWM ORA 5 EV ล่าสุด พฤศจิกายน 2569
สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 13 ธันวาคม 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 มีรายการส่งเสริมการขายดังนี้
- ฟรี ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 นาน 2 ปี มูลค่าสูงสุด 50,000 บาท
- ฟรี GWM Home Charger พร้อมติดตั้ง มูลค่าสูงสุด 25,000 บาท
- ฟรี ฟิล์มกรองแสง 3M CM Plus มูลค่าสูงสุด 8,500 บาท
สิทธิประโยชน์เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัท รวมถึงรายละเอียดการติดตั้งและความคุ้มครองของกรมธรรม์
การรับประกัน
- รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
- รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูงสำหรับรุ่น EV นาน 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร
ทั้งนี้ ให้ยึดเงื่อนไขการรับประกันและข้อยกเว้นตามเอกสารของผู้ผลิต
สรุป GWM ORA 5 EV 2026
GWM ORA 5 EV เป็นรถ SUV ไฟฟ้าที่มาพร้อมมอเตอร์ 204 แรงม้า แบตเตอรี่ LFP ขนาด 58.3 kWh ระยะทางขับขี่สูงสุด 520 กม. NEDC และรองรับชาร์จเร็ว DC 120 kW จุดเด่นทางวิศวกรรมคือช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระ Multi-Link ขณะที่เทคโนโลยีภายในประกอบด้วย Coffee OS 3.0 หน้าจอขนาด 14.6 นิ้ว และระบบ ADAS
สำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะพื้นฐานและระยะทางขับขี่เท่ากับรุ่นสูงสุด EV PRO ราคา 649,000 บาท เป็นรุ่นที่ควรพิจารณา ส่วน EV ULTRA ราคา 719,000 บาท เหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับระบบความปลอดภัยรอบคัน เบาะระบายอากาศ หลังคากระจก และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพิ่มเติม
ด้วยส่วนต่างราคา 70,000 บาท การเลือกระหว่างสองรุ่นจึงขึ้นอยู่กับความต้องการใช้อุปกรณ์เหล่านี้มากกว่าความแตกต่างด้านสมรรถนะ เพราะทั้งสองรุ่นใช้ระบบขับเคลื่อนและแบตเตอรี่ชุดเดียวกัน
สรุปรวมตลอด 10 ปี / 150,000 กม. ประมาณ 23,392.19 บาท รวม VAT 7%








