Advertisement

Advertisement

ISUZU ประเทศไทย ลงนามข้อตกลง MOU ยานยนต์ไฟฟ้าฯ เดินหน้าฐานการผลิตกระบะไฟฟ้าในไทย

ISUZU ประเทศไทย ลงนามข้อตกลง MOU ยานยนต์ไฟฟ้าฯ เดินหน้าฐานการผลิตกระบะไฟฟ้าในไทย

Advertisement

Advertisement

ในรูปจากซ้ายไปขวา:

  1. ดร. บัญชร ส่งสัมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 2 กรมสรรพสามิต
  2. ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต
  3. มร. ซาโตชิ ยามางุจิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
  4. มร. ทาคาชิ  ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด

วันที่ 1 มีนาคม 2024 อีซูซุร่วมลงนามข้อตกลง MOU ยานยนต์ไฟฟ้าฯ เดินหน้าตอบรับนโยบายรัฐบาลต่อยอดการเป็นฐานการผลิตรถปิกอัพในไทย

อีซูซุ” ผู้นำตลาดรถยนต์เมืองไทย ตอบรับนโยบายรัฐบาล เดินหน้าร่วมลงนามข้อตกลงการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสำคัญในประเทศไทยและต่อยอดการเป็นฐานการผลิตรถปิกอัพในไทยไปยังตลาดโลก โดยมี มร. ซาโตชิ ยามางุจิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมลงนามกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต

ข่าวก่อนหน้านี้ ISUZU วางแผนลงทุนในประเทศไทย 1.2 แสนล้านเยน หรือประมาณ 28,931 ล้านบาท ในอีก 5 ปีข้างหน้าเพื่อผลิตรถกระบะไฟฟ้าในประเทศไทย โดยจะอัปเดตอุปกรณ์เก่าก่อนเริ่มจำหน่ายในประเทศโดยเร็วที่สุดในปี 2025 นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ รวมถึงนอร์เวย์ด้วย อีซูซุครองตลาดรถกระบะไทย 50% รถกระบะเป็นที่นิยมในประเทศคิดเป็นประมาณ 40% ของยอดขายรถยนต์

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 ตามมติที่ประชุมคณะทำงานพิจารณาโครงการครั้งที่ 44/2566 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้มีการอนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุนรวม 53 โครงการ และ 1 ในโครงการที่ได้รับการอนุมัติคือ โครงการผลิตแบตเตอรี่สำหรับยานพาหนะไฟฟ้า หมวดการลงทุนที่ 3.5.4.1 ของบริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นการอนุมัติครั้ง 2 ของทาง อีซูซุ ในด้านการลงทุนเพื่อผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ต่อจากการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนผลิตยานยนต์ไฟฟ้า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ทาง TDR ยังคาดว่าแผนการขยายโรงงานเพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารวมไปถึงแบตเตอรี่ของทางอีซูซุจะมีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2567 อีกครั้

  • BOI ย่อมาจาก Board of Investment of Thailand หรือ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย โดย BOI จะพิจารณาให้สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนไทยที่ลงทุนในกิจการเป้าหมายที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

ISUZU เตรียมเปิดตัวกระบะไฟฟ้าครั้งแรกในนอร์เวย์ภายในปี 2025 โดยมีฐานการผลิตในประเทศไทย หลังจากเปิดตัวในนอร์เวย์ รถยนต์ไฟฟ้า D-Max จะวางจำหน่ายในประเทศไทย โดยที่ออสเตรเลียอาจเป็นรายต่อไป

Advertisement

Advertisement

ในขณะที่ Isuzu Australia จะไม่แสดงความคิดเห็นว่า กระบะไฟฟ้าจะลงมาจำหน่ายในออสเตรเลียช่วงเวล่ไหน โฆษกของบริษัทบอกกับ Drive สื่อรถยนต์ออสเตรเลียว่า “จะยังคงติดตามความต้องการในท้องถิ่นและประเมินการรับ [ยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็กที่ใช้แบตเตอรี่ไฟฟ้า] และ SUV แนะนำโดยผู้ผลิตรายอื่นในท้องถิ่น และทำงานร่วมกับโรงงานเพื่อจัดหาส่วนผสมผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคชาวออสเตรเลีย”

  • Isuzu ได้เปิดเผยรายละเอียดเล็กน้อยเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า แต่ชื่อ E-Max อาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการช่วยสร้างความแตกต่างให้กับรถรุ่นนี้จากรุ่นพี่ที่ขับเคลื่อนด้วยดีเซล
  • นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่ ISUZU D-MAX จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบตเตอรี่แบบเดียวกับ Isuzu N-Series EV หรือ ELF EV ใหม่ (ยังไม่เผยรายละเอียดเทคนิค) เบื้องต้นจะมีชุดแบตเตอรี่ขนาด 40kWh / 60kWh / 100kWh

สำหรับแบตเตอรี่ ที่จะใช้สำหรับการประกอบยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยนั้น จะไม่มีการนำเข้าจากประเทศในกลุ่มอาเซียนแต่อย่างใด โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ที่ในปัจจุบัน ยังไม่มีการผลิตในระดับ Giga-Scale หรือ Gigawatt hour ต่อปี และมีความเป็นไปได้ที่ทางผู้ผลิตจะใช้แบตเตอรี่ที่มีการผลิต/ประกอบในประเทศเป็นหลัก สำหรับประเทศไทยนั้น ยังถือว่าเป็นประเทศแรกและประเทศเดียวในอาเซียนที่มีกำลังการผลิตแบตเตอรี่รวมตั้งแต่ระดับ Cells ไปจนถึง Pack Assembly สูงในระดับ Giga-Scale แห่งแรกและแห่งเดียวในกลุ่มประเทศอาเซียน

ก่อนหน้านี้ทาง ISUZU ยืนยัน กระบะไฟฟ้ารุ่นใหม่ จะถูกนำเสนอครั้งแรกในยุโรป มีรายงานว่ารถบรรทุกไฟฟ้าจะใช้พื้นฐานจาก ISUZU D-MAX สำหรับการเปิดตัวจะมีขึ้นในปี 2025

รถกระบะไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่จะเป็นรถยนต์ EV รุ่นแรกของ Isuzu ในแง่ของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และจะผลิตในประเทศไทยแม้ว่าการเปิดตัวจะเริ่มจากตลาดยุโรปก็ตาม รายงานล่าสุดโดย ISUZU JAPAN

การยืนยันอย่างเป็นทางการสำหรับ EV มาจาก Shinsuke Minami ประธาน Isuzu และ COO ในระหว่างการเปิดตัวD-Max รุ่นปรับโฉมในกรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มินามิกล่าวว่า “อีซูซุกำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสร้างสังคมที่เป็นกลางทางคาร์บอน ในอนาคต อีซูซุวางแผนผลิตรถกระบะ BEV (รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่) ในประเทศไทย แม้ว่าจะมีการผลิตในประเทศไทย แต่ทาง ISUZU จะตัวกระบะไฟฟ้าในยุโรปก่อน จากนั้นจึงค่อยตรวจสอบการเปิดตัวโดยตอบสนองความต้องการของแต่ละตลาด รวมถึงประเทศไทยด้วย”

แม้ว่าข่าวประชาสัมพันธ์จะไม่ได้กล่าวถึงโมเดลที่กำลังจะมาถึง แต่รายงานจากสื่อญี่ปุ่นระบุว่า มันคือ ISUZU D-MAX เวอร์ชั่นไฟฟ้าล้วนอย่างแน่นอน นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ นี่เป็นเหตุผลที่สมเหตุสมผลเนื่องจากรถกระบะคิดเป็น 40% ของยอดขายอีซูซุทั่วโลก

โปรดทราบว่า Isuzu นำเสนอ LCV ซีรีส์ NRR เวอร์ชันไฟฟ้าเต็มรูปแบบเมื่อต้นปีนี้ โดยประกาศเปิดตัวตลาดในปี 2024 ด้วยชุดแบตเตอรี่ขนาด 20 kWh ที่แตกต่างกัน โซลูชันที่คล้ายกันนี้สามารถนำไปใช้กับปิ๊กอัพได้ ทำให้สามารถใช้เวอร์ชันที่ดัดแปลงเป็นพิเศษของสถาปัตยกรรม Ladder-frame Architecture ปัจจุบันพร้อมการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย

กระบะไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์จากมาจากพื้นฐานของ ISUZU D-MAX ของบริษัท และผลิตในประเทศไทยสำหรับการเปิดตัวในปี 2025 นอกจากนี้ยังพร้อมจำหน่ายในประเทศนอร์เวย์ ที่มีกฎระเบียบด้านการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดมากขึ้น

อีซูซุครองตลาดรถกระบะในประเทศไทยประมาณครึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนมากกว่า 40% ของยอดขายรถยนต์ในประเทศ

ISUZU วางแผนใช้ประเทศไทย เป็นฐานในการผลิต กระบะไฟฟ้าอย่าง ISUZU D-MAX เพื่อส่งขายในยุโรป เบื้องต้น prototype หรือต้นแบบ กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา นอกจากนี้คู่แข่งอย่าง TOYOTA HILUX REVO ที่จะเปิดตัวไฮบริดปีหน้า เราก็อาจเห็น ISUZU D-MAX HYBRID ในเวลาไล่เลี่ยกัน

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ เปิดเผยถึงแผนพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าว่า แม้ว่าอีซูซุได้เปิดตัว Elf EV ที่ญี่ปุ่นเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่การเปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศอื่นๆ ต้องคำนึงถึงความต้องการลูกค้าเป็นหลัก สำหรับการเปิดตัว Elf EV รถบรรทุกไฟฟ้าในไทยอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา

สำหรับ ISUZU D-MAX EV อยู่ในขั้นตอนการพัฒนารถต้นแบบจะประกอบที่ไทย และส่งออกไปขายที่ทวีปยุโรป เนื่องจากเราได้ย้ายฐานการผลิตมาที่ไทยทำให้การที่จะประกอบในประเทศญี่ปุ่นเป็นเรื่องยากมาก ซึ่งเราไม่สามารถระบุระยะเวลาที่ชัดเจนได้ว่า จะดำเนินการเมื่อไรเพราะยังอยู่ในกระบวนการขั้นตอนการพัฒนา

การใช้ประเทศไทย เป็นฐานการผลิต ถามว่าต้องลงทุนเพิ่มหรือไม่ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด หากความต้องการเพิ่ม เราจำเป็นต้องขยายโรงงงาน ส่งผลให้ต้องเพิ่มการลงทุนเพิ่มขึ้น หากชิ้นส่วนกระบะไฟฟ้าคล้ายกับ D-MAX ปัจจุบัน ก็สามารถใช้สายการผลิตเดิมได้ มีเพียงชิ้นส่วนแบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า ที่แตกต่าง และ ต้องเพิ่มสายการผลิตใหม่

https://www.car250.com/isuzu-d-max-2023-2024.html

Carscoop/ Thailand Development Report/nikkei.com

Advertisement

Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้