นิสสัน กำลังเพิ่ม Kicks e-POWER เจนใหม่ บุกอเมริกา หลังส่ง Rogue e-Power ใหม่



ก้าวสำคัญของ Nissan ส่ง Rogue e-Power บุกอเมริกา พร้อมท้าชนเจ้าตลาดไฮบริด พร้อมเปิดตัว e-POWER เจนใหม่ ใน Kicks
ในโลกที่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเติบโต แต่ผู้ใช้รถจำนวนมากยังกังวลเรื่องการชาร์จไฟ Nissan ได้ตัดสินใจนำอาวุธลับที่ประสบความสำเร็จมาแล้วทั่วโลกอย่างระบบ e-Power เข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก โดยเริ่มจากรุ่นยอดนิยมอย่าง Nissan Rogue และมีแนวโน้มจะตามมาด้วย Nissan Kicks ในเร็วๆ นี้
e-Power คืออะไร? ทำไมถึงเป็นตัวเปลี่ยนเกม?
เทคโนโลยี e-Power ของ Nissan ไม่ใช่ระบบไฮบริดแบบทั่วไป (Parallel Hybrid) แต่มันคือ “รถยนต์ไฟฟ้าที่เติมน้ำมันได้”
-
หลักการทำงาน: เครื่องยนต์สันดาปจะทำหน้าที่เป็น “เครื่องกำเนิดไฟฟ้า” (Generator) เพื่อปั่นไฟไปเก็บในแบตเตอรี่และส่งต่อให้มอเตอร์ไฟฟ้า
-
การขับเคลื่อน: ล้อจะถูกขับเคลื่อนด้วย มอเตอร์ไฟฟ้า 100% เท่านั้น
-
จุดเด่น: ผู้ขับขี่จะได้สัมผัสอัตราเร่งที่นุ่มนวลและทันใจเหมือนรถ EV แต่ไม่ต้องรอชาร์จไฟ เพียงแค่แวะปั๊มเติมน้ำมันตามปกติ
แม้ระบบนี้จะเดินทางมาถึงเจเนอเรชันที่ 3 และมียอดขายสะสมทั่วโลกกว่า 1.5 ล้านคัน (ทั้งในญี่ปุ่น ยุโรป และไทย) แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ชาวอเมริกันจะได้สัมผัสในรุ่น 2027 Nissan Rogue Hybrid e-Power
Nissan Rogue: หัวหอกผู้นำทัพ
การเลือก Rogue เป็นรุ่นแรกในการเปิดตัว e-Power ในสหรัฐฯ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด เพราะ Rogue เป็นรถ SUV ที่มียอดขายสูงสุดของค่าย การปรับโฉมใหม่ในช่วงปลายปีนี้จะไม่ได้มีดีแค่รูปลักษณ์ แต่คือการยกระดับสมรรถนะให้เทียบเท่าหรือเหนือกว่าคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน
จับตาการมาของ Kicks e-Power: จากรถบ้านสู่ความแรงระดับ 200 แรงม้า
สิ่งที่น่าตื่นเต้นไม่แพ้กันคือคำใบ้จากผู้บริหาร Nissan เกี่ยวกับ Nissan Kicks รุ่นใหม่ที่จะใช้ระบบ e-Power เจเนอเรชันที่ 3 ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับพฤติกรรมการขับขี่ของคนอเมริกันโดยเฉพาะ
หากเราพิจารณาสเปกจาก Nissan Qashqai ในยุโรป ซึ่งคาดว่าจะถูกนำมาใช้กับ Kicks รุ่นใหม่ เราจะเห็นการก้าวกระโดดที่น่าสนใจ:
| คุณสมบัติ | Nissan Kicks 2026 (เครื่องยนต์ปกติ) | Nissan Kicks e-Power (คาดการณ์) |
| เครื่องยนต์ | 2.0 ลิตร 4 สูบ | 1.5 ลิตร 3 สูบ Turbo (ปั่นไฟ) |
| พละกำลัง | 141 แรงม้า | 202 แรงม้า |
| แรงบิด | 190 นิวตันเมตร | 343 นิวตันเมตร |
| ระบบขับเคลื่อน | เครื่องยนต์ขับเคลื่อนล้อ | มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อ 100% |
การอัปเกรดนี้จะทำให้ Kicks กลายเป็นรถคอมแพ็ค SUV ที่มีสมรรถนะโดดเด่นที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดทันที
เป้าหมายคือ “ความประหยัด” เพื่อท้าชน Toyota
นอกเหนือจากเรื่องความแรง โจทย์ใหญ่ของ Nissan คือการดึงลูกค้าที่กำลังมองหาความประหยัดน้ำมัน (Fuel Efficiency) ปัจจุบันคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Toyota Corolla Cross Hybrid ทำตัวเลขความประหยัดรวมได้สูงถึง 42 mpg (ประมาณ 17.8 กม./ลิตร)
ในขณะที่ Kicks รุ่นเครื่องยนต์ปกติทำได้เพียง 31 mpg การเปลี่ยนมาใช้ e-Power จะช่วยปิดช่องว่างนี้ และอาจจะทำตัวเลขได้ใกล้เคียงหรือดีกว่าคู่แข่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในยุคที่ค่าน้ำมันมีความผันผวน
บทสรุป
การเปิดตัว Rogue e-Power และทิศทางของ Kicks e-Power แสดงให้เห็นว่า Nissan กำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคไฟฟ้าด้วยแนวทางที่ยืดหยุ่น (Electrification without limitations) ระบบ e-Power จะเป็นสะพานเชื่อมที่สำคัญสำหรับคนที่อยากได้ฟีลการขับขี่แบบรถไฟฟ้า แต่ยังไม่พร้อมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 100%
กำหนดการเปิดตัวและพร้อมจำหน่าย
- ระบบ e-POWER เจเนอเรชันที่สามจะเปิดตัวครั้งแรกในยุโรปกับ Nissan Qashqai crossover โดยจะเริ่มวางจำหน่ายใน เดือนกันยายน 2025
- จากนั้นจะเปิดตัวในอเมริกาเหนือกับ Rogue เจเนอเรชันถัดไปใน FY26 (ปีงบประมาณ 2569)
- ระบบใหม่นี้ยังจะขับเคลื่อน รถตู้ขนาดใหญ่ Elgrand เจเนอเรชันที่สี่ ในญี่ปุ่นภายใน FY26
- คาดว่าจะมีการเปิดตัวเพิ่มเติม ในรุ่นอื่นๆในแอฟริกาและโอเชียเนียในอีกไม่กี่เดือนหลังจากเปิดตัวในยุโรป
คุณสมบัติและการปรับปรุงที่สำคัญของระบบ e-POWER เจเนอเรชันที่สาม
- ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น ระบบใหม่นี้ให้การประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีที่สุดในกลุ่ม เช่น เมื่อนำมาใช้ใน Qashqai จะมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 4.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) ซึ่งเทียบเท่ากับระยะทางที่วิ่งได้สูงสุดถึง 1200 กิโลเมตร สิ่งนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ เทอร์โบชาร์จ 1.5 ลิตรแบบใหม่ ซึ่งได้รับการปรับให้เหมาะสมสำหรับการผลิตไฟฟ้าที่รอบเครื่องยนต์ต่ำลง เพิ่มประสิทธิภาพเชิงความร้อน
- ลดการปล่อยมลพิษ การปล่อยก๊าซ CO₂ ลดลงอย่างมาก จาก 116 กรัม/กม. เหลือ 102 กรัม/กม. ซึ่งลดลง 12% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
- การขับขี่ที่เงียบขึ้น:Nissan มุ่งเน้นไปที่การลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร โดยมีการปรับปรุงได้มากถึง 5.6dB เมื่อเทียบกับเจเนอเรชันที่สอง มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบและนุ่มนวลเหมือนรถยนต์ไฟฟ้า การทำงานของเครื่องยนต์ยังถูกควบคุมให้น้อยลง โดยมีการควบคุมการผลิตไฟฟ้าอัจฉริยะที่ปรับให้เข้ากับสภาพถนน (เช่น การชาร์จแบตเตอรี่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นบนถนนที่มีเสียงดัง เพื่อปกปิดเสียงเครื่องยนต์)
- การออกแบบที่กะทัดรัดและเบาขึ้น: ระบบใหม่นี้ใช้แนวทาง “5-in-1” ที่รวมมอเตอร์ไฟฟ้า, เครื่องกำเนิดไฟฟ้า, อินเวอร์เตอร์, ตัวลดรอบ, และตัวเพิ่มรอบเข้าด้วยกันในแพ็คเกจที่กะทัดรัดและเบาลง
- ประสบการณ์การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้า: เช่นเดียวกับ e-POWER รุ่นก่อนหน้า มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานเดียวสำหรับล้อ ให้แรงบิดและการเร่งความเร็วทันที เหมือนกับรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เครื่องยนต์เบนซินทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับมอเตอร์และชาร์จแบตเตอรี่ขนาดเล็ก ทำให้ไม่จำเป็นต้องชาร์จจากภายนอก
- กำลังขับเพิ่มขึ้น ระบบใหม่นี้มีกำลังเพิ่มขึ้น โดยมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 151kW (เพิ่มขึ้น 11kW) ใน Qashqai และ 204 PS/330 Nm ในรุ่นอย่าง X-Trail/Rogue
- การทำงานแบบแป้นเดียว (e-Pedal Step) คุณสมบัตินี้ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเร่งและลดความเร็วได้โดยใช้แป้นคันเร่งเพียงอย่างเดียว ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่และลดความเมื่อยล้า
การปรับปรุงหลักของ New e-POWER
- ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่ดีที่สุดในกลุ่ม: ลดลงเหลือ 4.5 ลิตร/100 กม. (WLTP) ทำให้มี พิสัยการเดินทางสูงสุดถึง 1200 กม.
- ลดการปล่อย CO₂ อย่างเห็นได้ชัด: ลดลงจาก 116 กรัม/กม. เหลือ 102 กรัม/กม. (ลดลง 12%)
- ความประณีตระดับ EV: ลดเสียงรบกวนในห้องโดยสารลงสูงสุด 5.6 dB
- สมรรถนะที่ดีขึ้น: เพิ่มกำลัง +13.5 แรงม้า PS ในโหมด Sport กำลังสูงสุดรวม 205 แรงม้า PS
- การบำรุงรักษาคุ้มค่า: ช่วงการเข้ารับบริการขยายจาก 15,000 กม. เป็น 20,000 กม.
รวมภาพคันจริง! ในสหรัฐฯ NEW Nissan Kicks ราคา 697,000 บาท 2.0 ลิตร 141HP FWD/AWD



