ยอดขายแค่ 21 คันในจีน ก.พ. 2026 : ความหวังใหม่ ? แม้ราคาเริ่มเพียง 1.16 ล้านบาท


วิเคราะห์สถานการณ์ Mercedes-Benz CLA EV ยอดขายยุโรปรุ่งโรจน์ แต่ตลาดจีนกลับร่วงหนัก!
รายงานข้อมูลยอดขายล่าสุดเผยให้เห็นถึงสถานการณ์ที่น่าสนใจของ Mercedes-Benz CLA ไฟฟ้าล้วน (EV) รถยนต์ซีดานไฟฟ้าทรงสปอร์ตที่กำลังเผชิญกับ “ความต้อนรับที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง” ระหว่างสองตลาดใหญ่ของโลกอย่างจีนและยุโรปครับ
ยอดขายในจีน ร่วงหนักจนน่าตกใจ
อ้างอิงข้อมูลจากสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน (CPCA) พบว่า ข้อมูลยอดขายรายเดือนของ CLA EV ในประเทศจีนปรากฏให้เห็นเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น และตัวเลขก็สะท้อนถึงความท้าทายอย่างหนัก
- เดือนพฤศจิกายน 2025: ทำยอดขายไปได้ 1,369 คัน
- เดือนกุมภาพันธ์ 2026: ยอดขายทรุดหนัก ร่วงลงมาเหลือเพียง 21 คัน เท่านั้น!
ยอดขายในยุโรป ร้อนแรงและเป็น “หัวหอก” ของแบรนด์
ตรงกันข้ามกับความซบเซาในจีน ตลาดทวีปยุโรปกลับให้การต้อนรับรถรุ่นนี้อย่างล้นหลาม
- ยอดจดทะเบียนสะสม: นับตั้งแต่เริ่มส่งมอบในเดือนสิงหาคม 2025 จนถึงกุมภาพันธ์ 2026 มียอดจดทะเบียนทะลุ 25,500 คัน ไปแล้ว
- ยอดขายเฉลี่ยต่อเดือน: ตั้งแต่เดือนกันยายน 2025 เป็นต้นมา ยอดขายทรงตัวอย่างแข็งแกร่งที่ประมาณ 4,000 คันต่อเดือน
ส่งผลให้ CLA EV ก้าวขึ้นแท่นเป็น “โมเดลหลักที่สร้างยอดขาย” ให้กับกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าของค่ายดาวสามแฉกในภูมิภาคยุโรปเป็นที่เรียบร้อย
ความสำคัญของโมเดล
Mercedes-Benz CLA EV ไม่ใช่แค่รถรุ่นใหม่ธรรมดา แต่คือความหวังสำคัญของแบรนด์ เนื่องจากเป็น รถยนต์รุ่นแรกที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม MMA (Mercedes Modular Architecture) ซึ่งพัฒนามาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ
Ola Källenius ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Mercedes-Benz ถึงกับขนานนามรถรุ่นนี้ว่าเป็น “ผลงานชิ้นเอกในการตอบโต้และเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าของ Mercedes-Benz” ซึ่งต้องแบกรับภารกิจสำคัญตามยุทธศาสตร์หลักของแบรนด์
ราคาจำหน่ายและเทคโนโลยีในตลาดจีน (Pricing & Specs)
ในประเทศจีน CLA EV ถูกส่งลงตลาด 2 รุ่นย่อย โดยเน้นจุดขายด้านระยะทางวิ่งที่ไกลและความชาญฉลาด โดยมีการจับมือกับ Momenta ผู้พัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติชั้นนำ เพื่อพัฒนาระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) ให้ล้ำสมัยยิ่งขึ้น ราคาจำหน่ายมีดังนี้:
- รุ่น CLA 300 L Long Range Edition: ราคาจำหน่ายพิเศษ 249,000 หยวน (ประมาณ 1,165,818 บาท)
- รุ่น CLA 300 L Smart Long Range Edition (รุ่นท็อป): ราคาจำหน่ายพิเศษ 285,600 หยวน (ประมาณ 1,337,179 บาท)
*คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 CNY = 4.682 THB
การออกแบบภายนอกและภายใน (Exterior & Interior Design)
ดีไซน์ภายนอก
- ใช้ภาษาการออกแบบยุคใหม่ของแบรนด์
- กระจังหน้าแบบปิดทึบ (Closed Grille) ประดับด้วยลวดลายดาวสามแฉกแบบนูนต่ำ
- โดดเด่นด้วยชุดไฟ LED แบบเส้นคาดยาว (Star-ring Light Bar) เชื่อมต่อกับไฟหน้าทรงเหลี่ยมหลายมิติ สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็น Mercedes-Benz เจเนอเรชันใหม่
ดีไซน์ภายในห้องโดยสาร
- คอนโซลหน้ามาพร้อมการจัดวาง หน้าจอแบบ 3 จอเรียงติดกัน (Triple-screen layout)
- หน้าจอมาตรวัดดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว
- หน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว
- หน้าจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 14 นิ้ว (หมายเหตุ: รุ่นเริ่มต้นจะไม่มีหน้าจอนี้)
- ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการเจเนอเรชันล่าสุด MB.OS ที่ลื่นไหลและชาญฉลาด
Mercedes-Benz CLA ใหม่ (EV) เปิดพรีเซลส์แล้วในจีน ราคาเริ่มราว 1.18 ล้านบาทไทย!
ในยุคที่โลกกำลังหมุนเข้าสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ค่ายรถหรูอย่าง Mercedes-Benz ก็ไม่พลาดที่จะส่งรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ลงตลาด และล่าสุดก็ถึงคิวของ Mercedes-Benz CLA ใหม่ พลังงานไฟฟ้า 100% ที่เพิ่งเปิดพรีเซลส์ในประเทศจีนไปเมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา
ราคาเปิดพรีเซลส์
- CLA 300 L รุ่นเริ่มต้น ระยะทางไกลพิเศษ → 259,000 หยวน (ประมาณ 1,226,000 บาท)
- CLA 300 L รุ่นท็อป ระยะทางไกลพิเศษ เพิ่มออปชัน → 299,000 หยวน (ประมาณ 1,416,000 บาท)
(คำนวณด้วยอัตรา 1 หยวน = 4.73 บาท)
ราคาที่เปิดมาเรียกได้ว่าค่อนข้าง “เร้าใจ” เพราะถ้าเทียบกับแบรนด์หรูในกลุ่มเดียวกัน CLA ใหม่ถือว่า “คุ้มค่า” อย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อมองที่ออปชันและเทคโนโลยีที่ให้มาแบบจัดเต็ม
สิทธิพิเศษสำหรับผู้จองล่วงหน้า
ลูกค้าที่วางเงินจองเพียง 3,000 หยวน (≈ 14,200 บาท) จะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย รวมมูลค่ากว่า 20,000 หยวน (เกิน 94,000 บาท) เช่น
- ชุดท่องเที่ยวสุดสัปดาห์ มูลค่าราว 32,923 บาท
- ระบบเสียงระดับพรีเมียม Burmester มูลค่า 26,609 บาท
- เลือกระหว่างบัตรชาร์จ Super Charge มูลค่า 22,550 บาท หรือ Wallbox Charger มูลค่า 22,545 บาท
- รวมถึงสิทธิใช้งานแพ็กเกจระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะทั้งในเมืองและทางด่วน
ดีไซน์ภายนอก หรูหราแต่ล้ำอนาคต
- กระจังหน้า (grille) ถูกออกแบบให้มีลวดลายดาว LED กระจายเต็มพื้นผิว — เป็นเอกลักษณ์ที่สื่อถึงตัวตนของ Mercedes — และบางเวอร์ชันอาจมีไฟแบ็คไลต์ซ่อนอยู่ในกระจังหน้า
- ไฟหน้าเป็น LED ที่ดีไซน์เรียวเฉียบ ติดตั้งในแนวที่เชื่อมโยงกับกระจังหน้า ช่วยให้ด้านหน้าดูลื่นไหลเป็นหนึ่งเดียว
- กันชนหน้ามีช่องดักอากาศ (air intakes) แบบเรียบแต่ทรงพลัง มีดีไซน์ที่ช่วยลดแรงต้านอากาศและเสริมลุคสปอร์ต
- รูปทรงตัวถังเป็นสไตล์คูเป้ซีดาน (coupe-like roofline) หลังคาลาดเอียงลงให้ความรู้สึกสปอร์ต พร้อมยังคงความนุ่มนวลไม่กระด้าง
- ประตูด้านข้างอาจใช้ดีไซน์ “ไร้กรอบ” (frameless doors) ที่ช่วยเพิ่มความรู้สึกหรูหรา
- เส้นสายด้านข้าง (character lines) ถูกออกแบบให้ลากยาวจากส่วนหน้าจนถึงส่วนท้าย เพื่อสร้างพลวัตในการรับแสงเงา
- มือจับประตูแบบซ่อนหรือนูนต่ำ (flush or recessed door handles) เพื่อความลู่ลมและเส้นสายที่เรียบเนียน
- ซุ้มล้อมีความมั่นคง โดดเด่น และมักมีขอบที่สื่อถึงความแข็งแรง
- ไฟท้ายเป็น LED ที่เชื่อมต่อกับกันทั้งแนวกว้างของรถ (light bar) ทำให้ด้านท้ายดูกว้างและทันสมัย
- แบบไฟออกแบบให้มีลวดลายดาว / LED แยกเป็นจุด ๆ ในระดับหนึ่ง เพื่อสื่อถึงธีมดาว (star motif) ที่ใช้ในกระจังหน้า
- ฝาท้าย (trunk lid) มีเส้นเรียบ สะอาดตา และไม่มีการตกแต่งที่เกะกะ — หมายเลขทะเบียนมักจะวางที่กันชน
- กันชนหลังมีดีไซน์ diffuser / insert ด้านล่าง (มักเป็นพลาสติกรุ่นสีดำเงา) เพื่อให้ดูสปอร์ตและบาลานซ์กับด้านหน้ารถ
- หลังคาพาโนรามา (panoramic glass roof) — กระจกครอบคลุมด้านบน ช่วยให้รถดูโปร่งและมีความหรู
- กระจกมองข้างติดตั้งบนบานประตู (ไม่ติดเสา A) เพื่อให้ลู่ลมและการมองเห็นดีขึ้น
- เสารอบคัน (A-pillar, B-pillar, C-pillar) ถูกออกแบบให้กลืนกับเส้นสายตัวถัง — เสริมภาพรวมที่เป็นหนึ่งเดียว
- ล้ออัลลอย (alloy wheels) ดีไซน์ใหม่ — มีขอบเงา / ดำสลับ / ดีไซน์ลายที่โดดเด่น เพื่อเสริมบุคลิกภาพให้รถดูหรูแบบสปอร์ต
- ผิวพื้นผิวตัวถัง (body surfaces) ใช้แนวคิด “น้อยแต่มาก” — หลีกเลี่ยงเส้นย้ำที่เยอะเกินไป ให้ผิวนูน-เว้าธรรมชาติรับเงา
มิติและความสบาย
- ขนาดตัวถัง: ยาว 4763 × กว้าง 1836 × สูง 1471 มม.
- ระยะฐานล้อ: 2830 มม. (+40 มม. จากรุ่นมาตรฐาน)
การเพิ่มความยาวฐานล้อทำให้พื้นที่ห้องโดยสารด้านหลังโปร่งขึ้น เบาะนั่งยาวขึ้น 10 มม. → ผู้โดยสารตอนหลังนั่งสบายขึ้นชัดเจน
ห้องโดยสารล้ำสมัย
- Mercedes ยึดแนวคิด “เทคโนโลยี + มินิมัลลิสต์ + ไฟฟ้า” — ภายในถูกออกแบบให้เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อสื่อถึงรถยนต์แห่งยุคใหม่ และให้ความรู้สึก “ล้ำหน้าแต่หรูหรา” พร้อมทั้งมีอารมณ์ “futuristic lounge” มากกว่าจะเป็นห้องโดยสารแบบเดิม ๆ
- แผงหน้าปัดแบบดิจิทัลใช้จอหลายชิ้น (dual / triple display) — มีจอสำหรับผู้ขับขี่ (instrument cluster) และจอ infotainment ขนาดใหญ่ รวมถึงในรุ่นสูงอาจมีจอแยกสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า (passenger display)
- การเชื่อมจอ (screen integration) ถูกทำให้ดูเป็นแผงเดียวต่อเนื่องกับแผงควบคุม (seamless integration) — ขอบจอและเส้นสายบนแผงควบคุมจะกลมกลืน และลดปุ่ม /สวิตช์ให้เหลือน้อยที่สุด
- การออกแบบช่องลมแอร์แบบกังหัน (turbine / jet engine style vents) อยู่บนแผงคอนโซล — ใช้เป็นองค์ประกอบตกแต่งที่มีความโดดเด่นทางสายตา
- ใช้ระบบปฏิบัติการ MB.OS ซึ่งเป็นระบบที่ Mercedes พัฒนาขึ้นเอง และเป็นรุ่นที่ MBUX เข้าสู่ยุคที่ 4 (4th generation)
- ระบบช่วยสั่งการด้วยเสียง (voice assistant) ที่ต่อยอดด้วยเทคโนโลยี AI – มีการบูรณาการกับ ChatGPT, Google Gemini ฯลฯ เพื่อให้การสั่งงาน /โต้ตอบกับรถทำได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น
- รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ over-the-air (OTA) เพื่อเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ ในภายหลัง
- ใช้วัสดุคุณภาพสูง เช่น หนัง / Alcantara / ผ้า /วัสดุสัมผัสนุ่ม (soft-touch) บริเวณจุดสัมผัสหลัก (เช่น แผงประตู, ที่เท้าแขน)
- มีการประดับด้วยวัสดุสีเมทัลลิก / แผ่นตกแต่ง (trim) เพื่อเพิ่มความหรู เช่น ขอบโลหะ / เส้นสายตกแต่งที่ติดตั้งเรียบกับพื้นผิว
- Ambient Lighting / แสงส่องสว่างภายใน (ไฟประดับ) ช่วยสร้างบรรยากาศภายใน พร้อมตัวเลือกหลายโทนสี เพื่อให้ผู้ขับและผู้โดยสารปรับตามอารมณ์ได้
- เบาะนั่งด้านหน้าออกแบบให้รองรับสรีระ (ergonomic) พร้อมฟังก์ชันปรับได้ (อาจมีระบบไฟฟ้า / memory)
- เบาะหลังในรุ่น LWB (long wheelbase) จะได้รับประโยชน์พื้นที่ขา (legroom) ที่มากขึ้น โดยเฉพาะผู้โดยสารด้านหลัง
- หลังคาพาโนรามา (panoramic roof) — มักมีให้ในบางรุ่น เพื่อเพิ่มความโปร่งสบายให้กับห้องโดยสาร
- มีการออกแบบช่องเก็บของในแผงประตู / คอนโซลกลาง / ที่วางแก้วให้ใช้ประโยชน์ได้จริง
- ในรุ่นไฟฟ้า CLA มี “frunk” (front trunk) หรือช่องเก็บของด้านหน้าหลังจากถอดแบตเตอรี่บางส่วนออก ใช้เป็นพื้นที่เก็บของเพิ่ม
- ปุ่มสัมผัส /แผงควบคุมแบบ Haptic (สัมผัส / นิ้วแตะ) แทนปุ่มกายภาพบางจุด
- ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบอัตโนมัติ (dual zone / multi zone climate control)
- ระบบเสียงคุณภาพสูง (อาจมีลำโพงแบรนด์พรีเมียม)
- ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ / จอ HUD /ระบบมองรอบคัน /กล้อง /เซนเซอร์อื่น ๆ อาจฝังในภายในให้ดูเรียบและไม่รบกวนสายตา
พลังงานและสมรรถนะ
พัฒนาบนแพลตฟอร์ม MMA (Mercedes-Benz Modular Architecture) ซึ่งมีจุดเด่นคือ
- สถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V → ชาร์จเร็วขึ้น
- มอเตอร์เดี่ยว กำลังสูงสุด 272 แรงม้า
- แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 89 kWh
- ระยะทางวิ่งสูงสุด 866 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน CLTC)
- ใช้พลังงานเพียง 10.9 kWh ต่อ 100 กม.
- สำหรับการชาร์จ AC (ที่บ้าน / สถานีชาร์จช้า) สเปกระบุว่ารองรับ 11 kW แบบ 3 เฟส
- รุ่น CLA รองรับ DC fast charging สูงสุด 320 kW ช่วงการชาร์จ 10 % → 80 % ใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 18 นาที 19 วินาที
ตัวเลขเหล่านี้ถือว่าทำได้ดีมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน
ระบบช่วยขับ / ผู้ช่วยขับ (Driver Assistance / ADAS)
- MB.DRIVE: เป็นแพ็กเกจระบบช่วยขับที่ Mercedes ใช้กับ CLA รุ่นใหม่ ประกอบด้วยหลายโหมด เช่น DRIVE ASSIST, DRIVE ASSIST PLUS, DRIVE ASSIST PRO, DRIVE PARKING ASSIST, DRIVE PARKING ASSIST 360 2
- ระบบ Adaptive Cruise Control (เช่น DISTRONIC): ควบคุมความเร็วอัตโนมัติและรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้าได้
- Lane-Keeping / Active Lane-Keeping Assist: ช่วยรักษาเลนให้อยู่ตรงกลาง และช่วยเบี่ยงกลับเมื่อมีการเบี่ยงออกจากเลนโดยไม่ได้ตั้งใจ
- Active Steering Assist / Lane Change Assist / Evasive Steering Assist: มีในรุ่นที่มีออปชัน เพื่อช่วยในสถานการณ์ที่ต้องเปลี่ยนเลน หรือเลี่ยงสิ่งกีดขวางอย่างปลอดภัย
- Active Brake Assist / Collision Mitigation / Autonomous Emergency Braking: ระบบตรวจจับการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติหากผู้ขับไม่ตอบสนอง
- Crosswind Assist: ช่วยควบคุมทิศทางและเสถียรภาพเมื่อโดนลมแรงจากด้านข้าง
- Surround View System / กล้องรอบคัน 360°: ช่วยให้มองเห็นรอบคันเวลาจอด / เคลื่อนตัวในพื้นที่แคบ
- PARKTRONIC กับ Active Parking Assist: ช่วยจอดรถ โดยระบบช่วยเลี้ยว / ควบคุมเบรกให้เมื่อจอดเข้าซองหรือออกซองได้ง่ายขึ้น
- Traffic Sign Assist / Speed Limit Assist: ระบบอ่านป้ายจราจร (ป้ายจำกัดความเร็ว) และช่วยเตือน /ปรับความเร็วให้สอดคล้องกับป้ายถ้ามีออปชัน
- Active Emergency Stop Assist: ถ้าผู้ขับหมดสติ ระบบสามารถหยุดรถได้อย่างปลอดภัย (ในบางรุ่น / ออปชัน)
- ระบบตรวจจับผู้ขับ (Driver Monitoring / Attention Assist): ติดตามพฤติกรรมผู้ขับ (เช่น เส้นทางการบังคับพวงมาลัย) หากตรวจพบเหนื่อยล้าเตือนให้พัก
ระบบป้องกัน / ระบบพาสซีฟ (Passive Safety & Supplemental Systems)
- ถุงลมนิรภัยหลายจุด (Front airbags, Side airbags, Curtain airbags) เพื่อป้องกันแรงกระแทกจากหลายทิศทาง
- ถุงลมนิรภัยกลาง (Center Airbag) ระหว่างผู้ขับกับผู้โดยสารด้านหน้า — เป็นครั้งแรกใน сегмент (กลุ่มรถขนาดเล็ก /คอมแพกต์) ที่ Mercedes ทำใน CLA รุ่นใหม่นี้
- โครงสร้างตัวถังเสริมแรง (High-strength steel / โครงสร้างนิรภัย) เพื่อดูดซับแรงกระแทกรอบด้านและลดการแปลงรูป (deformation)
- ระบบ PRE-SAFE®: เมื่อระบบตรวจจับได้ถึงสถานการณ์เสี่ยง จะเตรียมตัวให้ผู้โดยสารอยู่ในสภาพที่ปลอดภัย (เช่น รั้งเข็มขัด, ปรับเบาะ, ปิดหน้าต่าง /หลังคา ฯลฯ)
- ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน (Mercedes-Benz Emergency Call) — เมื่อเกิดอุบัติเหตุ รถสามารถส่งสัญญาณ /โทรแจ้งขอความช่วยเหลือโดยอัตโนมัติ
- ระบบเตือนแรงดันลมยาง (TPMS / Tire Pressure Monitoring) — ตรวจสอบสถานะลมยางอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัย
- ระบบป้องกันการโจรกรรม / สัญญาณเตือน (Anti-theft alarm system) และคุณสมบัติ remote panic / remote alarm









































