เปิดตัว GAC HYPTEC S600 ในจีนราคา 1 ล้านบาท วิ่งได้ 660 กม./ชาร์จ CLTC 800V


เปิดตัว Hyper S600 เอสยูวีคูเป้หรูคันใหม่ เริ่มเปิดจองล่วงหน้าในจีน เคาะราคาพิเศษเริ่มต้นราว 9.06 แสนบาท!
เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2026 Hyper S600 แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในเครือ GAC ได้ประกาศเปิดตัวและเปิดจองล่วงหน้า (Pre-sale) อย่างเป็นทางการ โดยในรอบนี้ส่งลุยตลาดพร้อมกันทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ทั้งในระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วน (BEV) และระบบขยายระยะทาง (EREV) เคาะราคาจำหน่ายล่วงหน้าอยู่ระหว่าง 209,900 – 229,900 หยวน (ประมาณ 1,006,890 – 1,102,830 บาท) พร้อมจัดหนักด้วยราคาข้อเสนอพิเศษจำกัดเวลา (Limited-time Equity Price) เริ่มต้นเพียง 188,900 – 208,900 หยวน (ประมาณ 906,150 – 1,002,090 บาท) เท่านั้น
Hyper S600 ถูกวางตำแหน่งให้อยู่ในกลุ่ม SUV ขนาดกลาง-ใหญ่ (Mid-to-Large SUV) ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวถังสไตล์สปอร์ตคูเป้ (Coupe SUV) ภายในห้องโดยสารจัดเต็มความหรูหราด้วยเบาะนั่งระบบ Zero-Gravity สำหรับผู้โดยสารตอนหน้า และห้องโดยสารอัจฉริยะ ADiGO 6.0 ติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ GAC Xingling ADiGO GSD เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย
สำหรับผู้ที่สั่งจองในช่วงนี้ จะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย อาทิ สิทธิ์ส่วนลดเงินสด, สิทธิ์ช่วยชำระเมื่อนำรถเก่ามาแลกคันใหม่ (Trade-in), สิทธิพิเศษสำหรับเพื่อนพ้องชาว GAC, สิทธิ์อัปเกรดออปชันฟรี, สิทธิ์การเข้าถึงระบบขับขี่อัจฉริยะ, แพ็กเกจชาร์จพลังงานฟรี, ฟรีดาต้าอินเทอร์เน็ตบนรถ, พิธีส่งมอบรถสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และแพ็กเกจดูแลหลังการขายอย่างไร้กังวล
รายละเอียดราคาและรุ่นย่อย Hyper S600
คำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ 1 CNY = 4.797 THB (ตัวเลขกลมโดยประมาณ)
- รุ่น Pure Electric 660 Max (ไฟฟ้าล้วน)
ราคาจองล่วงหน้า: 209,900 หยวน (ประมาณ 1,006,890 บาท)
ราคาพิเศษจำกัดเวลา: 188,900 หยวน (ประมาณ 906,150 บาท) - รุ่น Pure Electric 660 Max+ (ไฟฟ้าล้วน)
ราคาจองล่วงหน้า: 219,900 หยวน (ประมาณ 1,054,860 บาท)
ราคาพิเศษจำกัดเวลา: 198,900 หยวน (ประมาณ 954,120 บาท) - รุ่น EREV 230 Max (ขยายระยะทาง)
ราคาจองล่วงหน้า: 209,900 หยวน (ประมาณ 1,006,890 บาท)
ราคาพิเศษจำกัดเวลา: 188,900 หยวน (ประมาณ 906,150 บาท) - รุ่น EREV 215 4WD Ultra+ (ขยายระยะทาง ขับเคลื่อน 4 ล้อ)
ราคาจองล่วงหน้า: 229,900 หยวน (ประมาณ 1,102,830 บาท)
ราคาพิเศษจำกัดเวลา: 208,900 หยวน (ประมาณ 1,002,090 บาท)
ดีไซน์ภายนอก ปรัชญาแห่งขุนเขาและท้องทะเล อากาศพลศาสตร์เหนือชั้น
Hyper S600 ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Shanhai Coupe SUV” (山海轿跑SUV) ที่ผสมผสานความแกร่งของภูเขาและความพริ้วไหวของมหาสมุทร ด้านหน้าติดตั้งไฟหน้าแบบแยกส่วนดีไซน์ดุดัน โดยมีไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRL) ที่ดีไซน์ออกมาเป็นรูปตัวอักษร “H” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ เสริมความล้ำสมัยด้วยกระจังหน้าแบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ (Active Intake Grille) และช่องดักอากาศคู่ที่ช่วยทั้งเรื่องความสวยงามและเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์
ตัวรถมีสีสันภายนอกให้เลือกจุใจถึง 7 สี ได้แก่ สีดำ Night Shadow Black, สีเงิน Liquid Titanium Silver, สีขาว Polar White, สีม่วง Agate Purple, สีแดง Jubilee Red, สีเทา Ice Rock Gray และสีเขียว Deep Sea Green
เมื่อมองจากด้านข้าง ตัวรถมาในทรงหมอบคลานแบบสปอร์ต ด้านหน้าต่ำด้านหลังสูง เส้นสายช่วงสะโพก (Rear Quarter) ด้านหลังดูมีมิติและทรงพลัง ผสานกับชุดแต่งกันชนท้ายแบบไวด์บอดี้รอบคัน ทำให้ตัวรถดูแข็งแกร่งและสปอร์ตเต็มขั้น ตัวรถได้รับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์มากถึง 14 จุดทั่วคัน รวมถึงสปอยเลอร์หลัง นอกจากนี้ยังติดตั้งคาลิปเปอร์เบรกหน้าแบบยึดอยู่กับที่ (Fixed Calipers) แบบ 2 พ็อตเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการหยุดรถ
มิติตัวถังของ Hyper S600
- ความยาว 5,015 มม.
- ความกว้าง 1,933 มม.
- ความสูง 1,700 มม.
- ระยะฐานล้อ 2,936 มม.
- ห้องเก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุมาตรฐาน 500 ลิตร สามารถพับเบาะเพื่อขยายพื้นที่ได้สูงสุดถึง 1,292 ลิตร
ส่วนท้ายของรถติดตั้งไฟท้ายอัจฉริยะ ISD Intelligent Interactive Taillights ยาวพาดยาวเต็มความกว้าง ดีไซน์ฐานไฟท้ายเป็นรูปตัว “H” พร้อมฝังไฟสัญญาณอัจฉริยะสีฟ้าล้ำสมัยไว้ข้างในอย่างลงตัว ภายในชุดไฟประกอบด้วยแถงเมทริกซ์ส่องสว่างรูปหัวลูกศร 836 จุด สามารถตั้งค่าและปรับเปลี่ยนการแสดงผลลัพธ์ของไฟ (Light Language) เพื่อตอบสนองในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน โดยสามารถอัปเดตผ่านระบบ OTA ได้ถึง 9 รูปแบบ ช่วยสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวและแสดงอารมณ์ของผู้ขับขี่ผ่านไฟท้ายได้อย่างดีเยี่ยม
ห้องโดยสารระดับเฟิร์สคลาส เทคโนโลยีจัดเต็มและความสะดวกสบายขั้นสุด
ภายในห้องโดยสารรองรับการสั่งงานด้วยระบบ ADiGO 6.0 Intelligent Cockpit โดยมีสีสันการตกแต่งภายในให้เลือก 3 สไตล์ คือ สีส้ม Danxia Dawn, สีดำ Ebony Flowing Shadow และสีเบจ Dune Sparkle จัดเต็มความล้ำสมัยด้วยหน้าจอคอนโซลกลางขนาดใหญ่ยักษ์ 17.3 นิ้ว ทำงานร่วมกับชิปประมวลผลระดับท็อป Qualcomm Snapdragon 8295P และยังมีหน้าจอแสดงผลสะท้อนกระจกหน้ารถระบบ AR-HUD ขนาดใหญ่ถึง 27 นิ้ว ให้การตอบสนองที่ลื่นไหลและสั่งการได้อย่างสะดวกง่ายดาย ทั่วทั้งคันมีช่องเก็บของรวมกว่า 25 จุด พร้อมหลังคากระจก Panoramic Sunroof ขนาดใหญ่ที่ให้ความโปร่งสบายและหรูหรา
ห้องโดยสารส่วนใหญ่ถูกหุ้มด้วยวัสดุผิวสัมผัสนุ่ม (Soft-touch) ตัวเบาะเป็นหนัง Nappa แท้ที่มาพร้อมระบบระบายอากาศ ระบบทำความร้อน และระบบนวด โดยไฮไลต์เด็ดอยู่ที่:
- เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า: เป็นเบาะ “Queen Seat” แบบไร้แรงโน้มถ่วง (Zero-Gravity) พร้อมระบบนวดจุดสำคัญถึง 18 จุด
- เบาะนั่งแถวหลัง: สามารถเอนนอนได้สูงสุดถึง 143 องศา มาพร้อมที่รองขาปรับไฟฟ้า และโต๊ะอเนกประสงค์แบบพับได้
- ระบบความบันเทิงและสิ่งอำนวยความสะดวก: ติดตั้งระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม ADiGO SOUND พร้อมลำโพง 22 ตำแหน่ง และตู้เย็นทำความเย็น/ความร้อน บริเวณที่วางแขนขนาด 6.5 ลิตร
ระบบขับขี่อัจฉริยะความปลอดภัยสูง
Hyper S600 ติดตั้งระบบความปลอดภัยและระบบขับขี่อัจฉริยะมาให้แบบไม่กั๊ก โดยทุกรุ่นย่อยจะมาพร้อมกับ เซนเซอร์ LiDAR และอุปกรณ์ตรวจจับรวม 27 ตัว ขับเคลื่อนด้วยระบบขับขี่อัจฉริยะ Momenta R7 และระบบโมเดลปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่ (Large Language Model) ใน ADiGO 6.0 มอบความสามารถในการขับขี่อัตโนมัติขั้นสูง (High-level Driving Assistance) ที่ครอบคลุมทั้งการใช้งานในเมือง ทางด่วน และสถานการณ์ที่ซับซ้อนอื่น ๆ เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขุมพลังและช่วงล่าง เลือกได้ทั้ง EV และ EREV พร้อมช่วงล่างถุงลมแบบห้องคู่
Hyper S600 ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มด้วยขุมพลัง 2 รูปแบบ:
1. รุ่นไฟฟ้าล้วน (Pure Electric)
- พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้า AEP 3.0 ล่าสุด
- รองรับสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้าสูง 800V High-Voltage Fast Charging
- ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ให้กำลังสูงสุด 339 แรงม้า PS
- ระยะทางการวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จเต็มทำได้ถึง 660 กม. (มาตรฐาน CLTC)
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 6.5 วินาที
2. รุ่นขยายระยะทาง (EREV)
- ติดตั้งเครื่องยนต์ปั่นไฟ (Range Extender) ขนาด 1.5T ที่พัฒนาขึ้นเองโดย GAC ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า PS อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันในช่วงที่แบตเตอรี่ต่ำ ประหยัดสุดขีดเพียง 16.9 กม./ลิตร
- รุ่นมอเตอร์เดี่ยวขับหลัง: กำลังสูงสุด 312 แรงม้า PS สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 230 กม. และมีระยะทางขับขี่รวมสูงสุด (Comprehensive Range) ถึง 1,260 กม.
- รุ่นมอเตอร์คู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 503 แรงม้า PS ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.3 วินาที แบตเตอรี่ความจุ 36 kWh วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 215 กม. และระยะทางขับขี่รวมสูงสุด 1,200 กม.
ระบบช่วงล่างระดับเวิลด์คลาส
ตัวรถใช้ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone) และด้านหลังแบบอิสระมัลติลิงก์ 5 ลิงก์ (5-Link Independent Suspension) ยิ่งไปกว่านั้นในบางรุ่นย่อยจะได้รับการติดตั้ง ระบบช่วงล่างถุงลมแบบห้องคู่ (Dual-chamber Air Suspension) ผสานระบบควบคุมโช้คอัพแปรผันอัจฉริยะ (SDC Variable Damping Suspension) ที่สามารถปรับระดับความสูง-ต่ำของตัวรถขึ้นและลงได้ฝั่งละ 50 มิลลิเมตร (รวมระยะปรับ 100 มม.) เพื่อมอบทั้งความสปอร์ตในการควบคุมที่เฉียบคมและความนุ่มนวลสูงสุดในทุกสภาพถนน


