Geely Coolray ICE ขายดีสุดในจีน ราคา 320,000 – 469,000 บาท เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร 181 แรงม้า
Advertisement
Advertisement

ราคาจำหน่าย Geely Coolray (Binyue) ในประเทศจีน 2026
ซีรีส์ Binyue Super Power
ขุมพลังเครื่องยนต์ 1.5L (126 แรงม้า) เน้นความคุ้มค่าและใช้งานในเมือง
- รุ่น Super Power MT (เกียร์ธรรมดา 5MT): ราคา 66,800 CNY | คิดเป็นเงินไทยประมาณ 320,400 บาท
- รุ่น Super Power CVT (เกียร์อัตโนมัติ CVT): ราคา 73,800 CNY | คิดเป็นเงินไทยประมาณ 354,000 บาท
- รุ่น Super Power Max (เกียร์อัตโนมัติ CVT): ราคา 78,800 CNY | คิดเป็นเงินไทยประมาณ 378,000 บาท
ซีรีส์ Binyue L
โมเดลอัปเกรดดีไซน์ใหม่ ขุมพลังเครื่องยนต์ 1.5T Turbo (181 แรงม้า) เกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7DCT
- รุ่น เริ่มต้น ChaoYue (7DCT): ราคา 84,800 CNY | คิดเป็นเงินไทยประมาณ 406,800 บาท
- รุ่น กลาง XingZuan (7DCT): ราคา 89,800 CNY | คิดเป็นเงินไทยประมาณ 430,800 บาท
- รุ่น ท็อปไลน์ XingYao (7DCT): ราคา 96,800 CNY | คิดเป็นเงินไทยประมาณ 464,300 บาท
- รุ่น ตกแต่งสปอร์ต Battle (7DCT): ราคา 97,800 CNY | คิดเป็นเงินไทยประมาณ 469,100 บาท
ขนาดตัวถัง และ สถาปัตยกรรม
- สถาปัตยกรรมแพลตฟอร์ม: BMA (B-segment Modular Architecture) พัฒนาร่วมกับเครือ Volvo
- รูปแบบตัวถัง: SUV ขนาดเล็ก 5 ประตู 5 ที่นั่ง (B-SUV)
- ความยาว : 4,330 – 4,380 มม.
- ความกว้างตัวถัง: 1,800 มม.
- ความสูงตัวถัง: 1,609 มม.
- ระยะฐานล้อ: 2,600 มม.
- ความจุถังน้ำมัน: 45 ลิตร
- พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ: สูงสุด 820 ลิตร (เมื่อปรับพับเบาะนั่งแถวหลังลงแบบ 40:60)
ระบบขับเคลื่อนและสมรรถนะ (2 รูปแบบเครื่องยนต์)
ขุมพลังรุ่น ซีรีส์ Super Power (เครื่องยนต์ไร้ระบบอัดอากาศ)
- ประเภทเครื่องยนต์: เบนซิน 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร (1,499 ซีซี)
- พละกำลังสูงสุด: 126 แรงม้า ที่ 6,300 รอบต่อนาที
- แรงบิดสูงสุด: 152 นิวตันเมตร ที่ 4,000 – 5,000 รอบต่อนาที
- ระบบส่งกำลัง: เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ (5MT) หรือ เกียร์อัตโนมัติ CVT
- ความเร็วสูงสุด: 170 กม./ชม.
- อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย (มาตรฐาน WLTC): ประมาณ 6.89 ลิตร ต่อ 100 กม.
ขุมพลังรุ่น ซีรีส์ Binyue L (เครื่องยนต์เทอร์โบสมรรถนะสูง)
- ประเภทเครื่องยนต์: เบนซิน 4 สูบแถวเรียง Direct Injection พ่วงเทอร์โบชาร์จเจอร์ ขนาด 1.5 ลิตร (1,499 ซีซี)
- พละกำลังสูงสุด: 181 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที
- แรงบิดสูงสุด: 290 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 3,500 รอบต่อนาที
- ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่แบบเปียก 7 จังหวะ (7-Speed Wet DCT)
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: ทำได้ภายใน 7.6 วินาที
- ความเร็วสูงสุด: 200 กม./ชม.
- อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย (มาตรฐาน WLTC): ประหยัดสูงสุดราว 6.35 ลิตร ต่อ 100 กม.
ระบบแชสซีส์ ช่วงล่าง และระบบเบรก
- ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ทั้งสองซีรีส์
- ระบบกันสะเทือนหน้า: แมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง (MacPherson Strut Independent Suspension)
- ระบบกันสะเทือนหลัง: ทอร์ชันบีม คานแข็ง (Torsion Beam Non-Independent Suspension)
- ระบบพวงมาลัย: พาวเวอร์ไฟฟ้าผ่อนแรงตามความเร็วรถ (Electric Power Steering – EPS)
- ระบบเบรกคู่หน้า: ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน (Ventilated Disc) พร้อมคาลิเปอร์สีแดงสปอร์ตในรุ่นท็อป
- ระบบเบรกคู่หลัง: Solid Disc พร้อมระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) และฟังก์ชัน Auto Hold
- ขนาดล้อและยาง: ล้ออัลลอยขนาด 16 หรือ 17 นิ้วในรุ่นประหยัด และขนาด 18 นิ้วลายสปอร์ต (ขนาดยาง 215/55 R18) ในรุ่นท็อปซีรีส์ L
การออกแบบโดยรวม
- กระจังหน้าดีไซน์ใหม่: เปลี่ยนมาใช้กระจังหน้าขนาดใหญ่ที่มีการขยายพอร์ตรับลมด้านล่างให้กว้างขึ้น ช่วยเพิ่มทัศนียภาพให้ตัวรถดูต่ำ มั่นคง และสปอร์ตกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน ด้านในเป็นลวดลายรังผึ้งสีดำเข้ม
- ระบบไฟหน้าอัจฉริยะ: ชุดโคมไฟหน้าแบบ LED ดีไซน์เรียวยาวและคมเฉี่ยว แถบไฟส่องสว่างเวลากลางวันถูกจัดวางไว้ด้านบนของโคม พร้อมระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ
- โลโก้แบรนด์: ใช้โลโก้ Geely สีเงินโมเดิร์นติดตั้งบริเวณกึ่งกลางแผงกระจังหน้าอย่างลงตัว
- หลังคาแบบลอยตัวสีทูโทน: เสาหลังคาและผืนหลังคาตกแต่งด้วยสีดำตัดกับสีตัวถังรถ (Dual-Color Body) สร้างเอฟเฟกต์หลังคาลอยตัวที่ช่วยให้รถดูปราดเปรียว
- เส้นสายข้างตัวรถ: เส้นสายช่วงเอวรถมีความคมชัดและลากเฉียงขึ้นไปทางด้านท้ายรถอย่างทรงพลัง ช่วยเสริมความรู้สึกพร้อมพุ่งทะยาน
- ล้อและระบบเบรก:
- สำหรับรุ่นทั่วไปใช้ล้ออัลลอยทูโทนขนาด 17 นิ้ว ลายไซโคลน
- สำหรับรุ่นซีรีส์ L ขยับขึ้นมาใช้ล้ออัลลอยสีดำสปอร์ตขนาด 18 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 215/55 R18 พร้อมติดตั้งคาลิเปอร์เบรกสีแดงสดจากโรงงานเพื่อเพิ่มอารมณ์สปอร์ต
- ไฟท้ายแบบพาดยาวเต็มความกว้าง: ชุดไฟท้ายแบบ LED สไตล์ทรู-ไทป์ ลากเชื่อมต่อกันจากฝั่งซ้ายไปฝั่งขวาอย่างเป็นเส้นสายเดียวกัน เสริมมิติความกว้างของตัวรถในยามค่ำคืน ตัวอักษรชื่อแบรนด์ถูกย้ายตำแหน่งมาไว้ด้านล่างโคมไฟเพื่อความสะอาดตา
- สปอยเลอร์หลังทรงสปอร์ต: ด้านบนของฝาท้ายติดตั้งสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่เพื่อช่วยเรื่องอากาศพลศาสตร์และแรงกดส่วนท้าย
- ดิฟฟิวเซอร์และท่อไอเสีย: กันชนท้ายออกแบบร่วมกับแผงรีดอากาศหรือดิฟฟิวเซอร์ พร้อมจัดเต็มด้วยปลายท่อไอเสียทรงกลมคู่ แยกออกซ้าย-ขวา รวมทั้งหมด 4 ท่อจริง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของตระกูลนี้
ชุดตกแต่งพิเศษเพิ่มเติมสำหรับรุ่น Battle
-
ชุดแต่งลายคาร์บอนไฟเบอร์รอบคัน: มาพร้อมกันชนหน้า สเกิร์ตข้าง และดิฟฟิวเซอร์ท้ายตกแต่งด้วยวัสดุลายคาร์บอนไฟเบอร์แบบขยายมิติตัวถังให้ดูเตี้ยลงและกว้างขึ้น
Advertisement Advertisement -
สัญลักษณ์พิเศษ: ตกแต่งด้วยสัญลักษณ์สีแดงบริเวณกระจังหน้าเพื่อบ่งบอกความไม่ธรรมดาของตัวรถจากโรงงานครับ
ภายในและเทคโนโลยีห้องโดยสาร
- จอแสดงผลระบบบันเทิง: หน้าจอกลางระบบสัมผัสความละเอียดสูง HD ขนาด 14.6 นิ้ว (ขอบจอบางพิเศษเพียง 7 มม.)
- ระบบปฏิบัติการภายในรถ: Flyme Auto ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลความเร็วสูง E02 รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน การสั่งงานด้วยเสียงต่อเนื่อง และการอัปเดตระบบผ่านระบบไร้สาย (OTA)
- หน้าจอมาตรวัดผู้ขับขี่: จอแสดงผลข้อมูลดิจิทัลแบบ Full LCD ขนาด 8.8 นิ้ว
- ไฟสร้างบรรยากาศ: Ambient Light ปรับแต่งได้ตามใจชอบถึง 72 เฉดสี
- หลังคาซันรูฟ: หลังคากระจกพาโนรามาบานใหญ่ พื้นที่รับแสงกว้าง 0.8 ตารางเมตร ป้องกันความร้อนและรังสี UV
- นวัตกรรมแผงบังแดดคู่หน้า: ดีไซน์แบบโปร่งแสงสไตล์แว่นตากันแดด ช่วยกรองแสงและรังสี UV ในเวลากลางวัน และบล็อกแสงไฟวูบวาบตอนกลางคืนโดยไม่บังทัศนวิสัยของผู้ขับขี่
- เบาะนั่งคู่หน้า: ทรงสปอร์ตหุ้มหนังพรีเมียม เบาะฝั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 6 ทิศทาง พร้อมระบบอุ่นเบาะ
- สิ่งอำนวยความสะดวก: แท่นชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สาย (Wireless Charger), ระบบกุญแจดิจิทัลผ่านบลูทูธมือถือ, ระบบสตาร์ทรถจากระยะไกล (Remote Start), และฝาท้ายเปิด-ปิดอัจฉริยะด้วยไฟฟ้า
ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ (ระดับ L2)
- ระบบกล้องอัจฉริยะ: กล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา (กล้องรอบตัวรถ 360 องศา ผสานการทำงานกับระบบใต้ท้องรถโปร่งแสงอัจฉริยะ)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ: ระบบแปรผันอัจฉริยะทำงานเต็มระบบความเร็ว (Full-Speed Adaptive Cruise Control – ACC) และระบบนำทางอัจฉริยะ (ICC)
- ระบบช่วยประคองรถในช่องทาง: ระบบรักษาตัวรถให้อยู่ในเลน พร้อมระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทางขับขี่ (LKA + LDW)
- ระบบเบรกฉุกเฉิน: ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชันตรวจจับและปกป้องคนเดินถนน (Autonomous Emergency Braking – AEB-P)
- ระบบจดจำและแจ้งเตือน: ระบบอ่านป้ายสัญญาณจราจร (TSR) และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติอัจฉริยะ (IHBC)
- ระบบความปลอดภัยมาตรฐานอื่น ๆ: ถุงลมนิรภัยรอบคัน (คู่หน้า, ด้านข้าง, และม่านถุงลมนิรภัย), ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง (TPMS), และจุดยึดเบาะนั่งเด็กสำหรับครอบครัว ISOFIX




Advertisement
Advertisement

