Nissan กางแผนยุทธศาสตร์ใหม่ การคืนชีพตำนาน Xterra และภารกิจ “โละ” 11 รุ่นทิ้งเพื่อความอยู่รอด
Nissan กางแผนยุทธศาสตร์ใหม่ การคืนชีพตำนาน Xterra และภารกิจ “โละ” 11 รุ่นทิ้งเพื่อความอยู่รอด
เมื่อเร็วๆ นี้ Nissan ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยการประกาศวิสัยทัศน์ระยะยาวภายใต้ชื่อ “Mobility Intelligence for Everyday Life” ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดทิศทางใหม่ของแบรนด์ โดยหัวใจหลักคือการมุ่งเน้นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน แต่ในขณะเดียวกันก็นำความตื่นเต้นในอดีตกลับมาให้แฟนๆ ได้สัมผัสอีกครั้ง
การกลับมาของระดับตำนาน: Xterra, Skyline และขุมพลัง e-Power
ไฮไลท์ที่ทำเอาหลายคนนั่งไม่ติดคือการยืนยันว่า Nissan เตรียมจะปลุกชื่อ Xterra รถ SUV สายลุยในตำนานให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีการวางแผนเปิดตัว Skyline รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นชื่อที่สะท้อนถึง DNA ความสปอร์ตของค่ายมาอย่างยาวนาน
สำหรับตลาดสหรัฐอเมริกา Nissan เตรียมรุกหนักด้วยการนำเทคโนโลยี e-Power ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในระดับโลก มาใส่ใน Nissan Rogue (หรือ X-Trail ในบ้านเรา) รุ่นปรับโฉมใหม่ ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบไม่ต้องชาร์จไฟครั้งแรกในภูมิภาคนี้ เพื่อเป็นทางเลือกสำคัญก่อนเปลี่ยนผ่านสู่ EV เต็มตัว
ยุทธศาสตร์ “ลดเพื่อเพิ่ม”: เตรียมยุติการจำหน่ายรถ 11 รุ่น
ท่ามกลางข่าวดีเรื่องการเปิดตัวรถใหม่ Nissan ก็สร้างความตกใจด้วยแผน “การจัดระเบียบทัพ” ครั้งใหญ่ โดยระบุว่าจะมีการยุติการผลิตรถยนต์อย่างน้อย 11 รุ่น ทั่วโลก แม้ทางค่ายจะยังไม่ได้ระบุรายชื่อรุ่นที่จะถูกตัดออกอย่างเป็นทางการ แต่คำจำกัดความที่ว่า “Low-performing models” หรือรุ่นที่ทำผลงานได้ไม่ดีนัก ก็ทำให้เราพอจะคาดเดาผู้ที่ต้องเตรียมตัวเข้าสู่ “แดนประหาร” ได้ไม่ยาก
เป้าหมายของการตัดใจครั้งนี้คือการลดความซับซ้อนของไลน์ผลิตภัณฑ์ และนำงบประมาณรวมถึงทรัพยากรไปลงทุนในพื้นที่ที่เติบโตได้มากกว่า เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง
รุ่นไหนบ้างที่อยู่ในข่าย “เสี่ยง” ถูกตัดทิ้ง?
เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันในตลาดสหรัฐฯ และตลาดโลก นี่คือตัวเก็งที่อาจไม่ได้ไปต่อ:
- Nissan Altima: แม้จะเป็นซีดานที่เคยได้รับความนิยม แต่ปัจจุบันอายุโมเดลเกือบจะครบ 10 ปีแล้ว ประกอบกับยอดขายที่ร่วงลงถึง 18.1% ในปีที่ผ่านมา (เหลือเพียง 93,268 คัน) หากเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง Chevrolet Malibu ที่ยอดขาย 117,319 คันยังไม่เพียงพอที่จะได้ไปต่อ อนาคตของ Altima จึงแขวนอยู่บนเส้นด้าย
- Nissan Sentra (ตัวแทนที่แข็งแกร่ง): ด้วยการออกแบบใหม่ที่ดูหรูหราเกินราคาเริ่มต้นที่ $22,600 ทำให้ Sentra กลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า จนหลายคนมองว่ามันสามารถทำหน้าที่แทน Altima ได้อย่างไร้รอยต่อ
- Rogue Plug-in Hybrid: รุ่นนี้ถูกมองว่าเป็น “ลูกเมียน้อย” เพราะมันคือการนำโครงสร้างของ Mitsubishi Outlander PHEV มาเปลี่ยนตราสัญลักษณ์ ซึ่งในมุมมองของนักวิเคราะห์มองว่าไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้า Nissan เรียกร้องหาจริงๆ
- Nissan Murano: แม้ยอดขายจะกระโดดขึ้นถึง 121.3% หลังจากปรับโฉม แต่ยอดรวมเพียง 42,747 คันก็ยังถือเป็นตัวเลขที่น้อยมาก แม้จุดเด่นเรื่องกำไรต่อคันจะสูง (เนื่องจากราคาจำหน่ายในรุ่นท็อปสูงเกือบ $50,000) แต่ในระยะยาว Murano อาจถูกเบียดด้วย SUV รุ่นใหม่ๆ ที่ทันสมัยกว่า
ทิศทางในตลาดโลกและการควบรวม
นอกจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแล้ว Nissan ยังเล็งที่จะปรับปรุงไลน์ผลิตภัณฑ์รถตู้ (Van) และรถเล็ก (Kei car) ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในญี่ปุ่นและยุโรป การลดจำนวนรุ่นที่ซ้ำซ้อนกันจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมหาศาล แม้จะเสี่ยงต่อการเสียฐานลูกค้าบางกลุ่มไปบ้างก็ตาม
“คำถามที่สำคัญคือ ในสายตาของคุณ… รถรุ่นไหนของ Nissan ที่คุณคิดว่าควรถูกตัดออกจากบัญชีเป็นอันดับแรก?”
ไม่ว่าผลสรุปจะเป็นอย่างไร แผน “Mobility Intelligence for Everyday Life” คือสัญญาณชัดเจนว่า Nissan กำลังทิ้งอดีตที่เทอะทะ เพื่อก้าวสู่ยุคใหม่ที่เน้นความคล่องตัวและเทคโนโลยีที่เข้าถึงใจผู้ใช้มากกว่าเดิม
Nissan บุก Beijing Auto Show 2026! เปิดตัว NX8 SUV พลังงานใหม่ พร้อมโชว์รถต้นแบบ World Debut 2 รุ่น

