OMODA C5 โฉมใหม่ 2026 ปรับปรุงการออกแบบใหม่ยกชุด เตรียมขายรัสเซีย พร้อมลุยตลาด UK ครึ่งหลังปี 2026 ส่วนไทยมีลุ้นเปิดตัวเช่นกัน

ภาพรวม อัปเดต 2026 เน้น “หน้าตาใหม่” แต่ภายในก็เปลี่ยนหนัก

การอัปเดตรอบปี 2026 นี้ถูกโฟกัสไปที่ งานดีไซน์ภายนอก เป็นหลัก แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ ห้องโดยสารที่ปรับใหม่แบบเห็นได้ชัด ทั้งโครงสร้างจอ มุมมองแดชบอร์ด และคอนโซลกลาง ทำให้ Omoda 5 ดู “ใหม่ขึ้น” ในเชิงประสบการณ์ใช้งาน ไม่ใช่แค่เปลี่ยนกันชนหรือไฟหน้า

แบรนด์ Omoda ซึ่งเป็นของบริษัทจีน Chery และถูกสร้างขึ้นเพื่อทำตลาดส่งออก ได้รับการประกาศเปิดตัวครั้งแรกในช่วงฤดูร้อนปี 2022 โดยรุ่นแรกที่เข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในรัสเซียคือครอสโอเวอร์ Omoda C5 ซึ่งเปิดตัวในประเทศดังกล่าวเมื่อเดือนตุลาคมปีเดียวกัน รุ่นสำหรับตลาดท้องถิ่นได้รับการปรับโฉม (ไมเนอร์เชนจ์) ในปี 2024 และอย่างที่เว็บไซต์ Kolesa.ru เคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้ ครอสโอเวอร์รุ่นนี้ได้รับความนิยมพอสมควร โดยตลอดระยะเวลา 3 ปีที่วางจำหน่ายในตลาดรัสเซีย ดีลเลอร์สามารถจำหน่าย C5 ได้ประมาณ 95,500 คัน

ช่วงปลายปี 2025 มีการประกาศว่าจะเปิดตัวครอสโอเวอร์ Omoda C5 รุ่นใหม่สำหรับรัสเซีย โดยในเวลานั้นมีรายงานว่ารถเอสยูวีรุ่นดังกล่าวจะเป็นโมเดลเจเนอเรชันใหม่ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสำนักงานตัวแทนของแบรนด์ในรัสเซียระบุว่า ในปี 2026 แบรนด์มีแผนจะ “นำเสนอการอัปเดตรุ่นขายดีที่สุด — ฟาสต์แบ็กครอสโอเวอร์ Omoda C5”

ทางตัวแทนในรัสเซียยังระบุเพิ่มเติมว่า C5 รุ่นใหม่จะมาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น ในแนวทางเดียวกับ Omoda C7 รุ่นปัจจุบันที่จำหน่ายในตลาดรัสเซีย จากภาพถ่ายที่เผยออกมา ครอสโอเวอร์รุ่นใหม่นี้จะมีด้านหน้าทรงแหลมคล้าย “จมูกฉลาม” ฝากระโปรงหน้าลาดเอียงพร้อมเส้นปั๊มลายใหม่ และจะยกเลิกกระจังหน้าแบบไร้กรอบขนาดใหญ่ที่มีลวดลายทรงเพชร

ตำแหน่งของกระจังหน้าจะถูกแทนที่ด้วยช่องเว้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวในแนวนอนที่ดูเรียบง่าย ขณะที่ด้านล่างติดตั้งช่องรับอากาศขนาดค่อนข้างใหญ่ Omoda C5 จะยังคงมีชุดตกแต่งพลาสติกสีดำรอบคันเหมือนเดิม แต่จะมาพร้อมชุดไฟหน้าใหม่ทั้งหมด โดยส่วนบนที่เรียวยาวและเฉียงคือไฟเดย์ไทม์รันนิงไลต์ ส่วนไฟหน้าหลักจะอยู่ด้านล่าง และถูกรวมเข้าไปในกรอบสามเหลี่ยมบริเวณช่องรับอากาศด้านข้าง

รถในภาพใช้ล้ออัลลอยทูโทน กระจกมองข้างแบบธรรมดาพร้อมฝาครอบสีดำ และมือจับประตูแบบปกติที่พ่นสีเดียวกับตัวรถ ด้านท้ายของ Omoda C5 จะยังคงใช้สปอยเลอร์เดิมที่ติดตั้งอยู่ด้านบนของประตูท้าย รวมถึงไฟท้ายแบบแถบยาวชิ้นเดียว (โมโนไลต์) ที่มีรูปทรงเดิม แต่คาดว่าจะเปลี่ยนลวดลายแสงใหม่เป็นรูปสายฟ้า ซึ่งมีแนวทางเดียวกับ Omoda C7 นอกจากนี้ ส่วนล่างของกันชนหลังก็ได้รับการออกแบบใหม่เช่นกัน

ขณะนี้ยังไม่มีภาพภายในห้องโดยสารของ Omoda C5 รุ่นใหม่ออกมา ทางตัวแทนในรัสเซียระบุว่า อุปกรณ์ภายในจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น พร้อมสัญญาว่าจะมีการปรับปรุงด้านสรีรศาสตร์และระบบอิเล็กทรอนิกส์ รายละเอียดเกี่ยวกับการอัปเกรดภายในจะมีการเปิดเผยเพิ่มเติมในภายหลัง

เดี๋ยว… OMODA C5 เพิ่งอัปเดตไปเมื่อไม่กี่เดือนเองไม่ใช่เหรอ?

ใช่—ใน สิงหาคม 2025 ทาง Omoda UK เพิ่งประกาศแพ็กเกจอัปเดตสำหรับ Omoda 5 ไปแล้วรอบหนึ่ง ซึ่งครั้งนั้นเป็นการปรับด้าน “การขับขี่และระบบส่งกำลัง” มากกว่า เช่น

Advertisement Advertisement
  • ปรับช่วงล่างด้านหน้า เพื่อฟีลลิ่งการขับที่ดีขึ้น
  • ปรับจูนพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) ให้ตอบสนองเป็นธรรมชาติขึ้น
  • รุ่นไฟฟ้า Omoda E5 ได้แบตใหม่ 61kWh
  • เพิ่มชาร์จเร็ว DC จาก 80kW เป็น 130kW
  • รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร ลดกำลังจาก 183 bhp เหลือ 145 bhp เพื่อให้ผ่านเกณฑ์ไอเสีย
  • รุ่นเบนซินได้ “อินทีเรียร์สไตล์เดียวกับ E5” ทั้งวัสดุและจอโค้งขนาดใหญ่

นั่นแปลว่า Omoda 5 ได้ “อัปเกรดสมรรถนะ/ระบบ” ไปแล้วในปี 2025 และในปี 2026 จึงตามมาด้วย อัปเดตงานดีไซน์แบบจริงจัง อีกระลอก

ดีไซน์ภายนอก Omoda 5 (C5) โฉมใหม่ 2026 ลดความต่าง ICE/EV ให้หน้าตาไปทางเดียวกัน

รถที่ถูกพบในงานถูกติดตราเป็น Omoda C5 (ชื่อที่ใช้ในหลายประเทศ) แต่โดยภาพรวมสะท้อนหน้าตาของรุ่นที่คาดว่าจะทำตลาดในสหราชอาณาจักร จุดใหญ่ที่สุดคือแบรนด์เลือก “ลดความแตกต่าง” ระหว่างรุ่นเครื่องยนต์ (ICE) และรุ่นไฟฟ้า (EV) ให้เหมือนกันมากขึ้น จากเดิมที่รุ่นเบนซินจะมี กระจังหน้าลวดลายซับซ้อน แต่โฉมนี้มีการ ตัดดีไซน์กระจังแบบแฟนซีออก เพื่อให้ภาพรวมดูเรียบ คลีน และร่วมภาษาดีไซน์เดียวกับฝั่ง EV

จุดเปลี่ยนสำคัญภายนอก

  • ไฟ DRL/ไฟหน้า “ลายเซ็นสายฟ้า” ได้แรงบันดาลใจจาก Omoda 4 ที่เพิ่งเผยโฉม
  • ล้อดีไซน์ใหม่ เพิ่มทางเลือกความสปอร์ต/โมเดิร์น
  • ย้ายตำแหน่งป้ายทะเบียนด้านท้าย จากกลางฝาท้ายลงไปอยู่กันชนล่าง ช่วยให้ท้ายรถดูสะอาดตา

ในเชิงภาพลักษณ์ นี่คือการ “รีเฟรช” ที่ทำให้ Omoda 5 ดูโตขึ้น เนี้ยบขึ้น และพร้อมรับบทเป็นรุ่นหลักที่ต้องขายได้ในหลายตลาดพร้อมกัน โดยเฉพาะยุโรปที่ดีไซน์และคุณภาพงานประกอบเป็นเรื่องที่ลูกค้าให้ความสำคัญมาก

ภายในโฉมใหม่: เปลี่ยนแนวจาก “จอคู่รวม” สู่จอแนวนอนใหญ่ + คอนโซลกลางใช้งานจริงขึ้น

ถ้าภายนอกคือการทำให้ดูใหม่ ภายในคือการทำให้ “ใช้แล้วรู้สึกใหม่” เพราะมีการเปลี่ยนชุดใหญ่หลายจุด รุ่นก่อนหน้ามีงานออกแบบที่เน้นจอดิจิทัลแบบ “แผงรวม” แต่โฉมใหม่นี้เลือกแนวทางที่โมเดิร์นและเป็นมาตรฐานยุคปัจจุบันมากขึ้น

สิ่งที่เปลี่ยนชัด ๆ ในห้องโดยสาร

  • ยกเลิกหน้าจอแบบ “รวมเรือนไมล์ + จอกลาง” สไตล์เดิม
  • เปลี่ยนเป็น จอแนวนอนขนาดใหญ่ ที่เน้นความลื่นและตอบสนองไวขึ้น
  • เรือนไมล์เปลี่ยนเป็น จอดิจิทัลแบบบาง ช่วยลดความเทอะทะของแดชบอร์ด
  • คอนโซลกลางออกแบบใหม่ จากพื้นผิวดำเงา เป็นพื้นที่เปิดโล่งที่ใช้งานง่ายกว่า
  • เพิ่ม แท่นชาร์จมือถือไร้สาย, ช่องวางแก้วคู่, และ ปุ่มกดจริง เท่าที่จำเป็น
  • เพิ่มฟีล “โอบล้อม” ด้วยการเชื่อมลายตกแต่งแผงประตูเข้ากับแดชบอร์ด
  • เปลี่ยนมือจับประตูด้านในเป็น ก้าน/คันโยกดีไซน์ใหม่

แม้บางคนอาจมองว่าจอแนวนอนใหญ่ “ดูทั่วไป” แต่ข้อดีคือ ภาพลักษณ์ทันสมัย และมักช่วยเรื่อง UX/UI ให้ใช้งานง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อผู้ผลิตให้ความสำคัญกับความลื่นของระบบและการตอบสนองของหน้าจอ

ไฮบริดมาแน่ใน UK Chery เดินเกม Hybrid หนักขึ้น และ Omoda 5 จะได้ใช้ด้วย

อีกประเด็นที่สำคัญมากคือการยืนยันว่า Omoda 5 โฉมอัปเดตจะมีรุ่นไฮบริดสำหรับสหราชอาณาจักร ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของ Chery ที่กำลัง “เอนเอียงไปทางไฮบริด” อย่างจริงจัง เพื่อตอบโจทย์ทั้งลูกค้าที่อยากประหยัดน้ำมัน และตลาดที่ยังไม่พร้อมไป EV 100% ในทันที

คาดว่าเป็น “ไฮบริดไม่ต้องเสียบปลั๊ก” มากกว่า PHEV

แม้ Jaecoo 7 (รถที่ขนาดใกล้เคียงกัน) จะมีระบบปลั๊กอินไฮบริด SHS (Super Hybrid System) แต่ Omoda 5 ใน UK มีแนวโน้มสูงว่าจะเป็น Self-Charging Hybrid (ไฮบริดไม่ต้องเสียบปลั๊ก) โดยรูปแบบที่ถูกพูดถึงมากคือชุดขับเคลื่อน SHS-H ที่มีขายแล้วในบางประเทศ เช่น สเปน

สเปกที่ “มีโอกาส” อิงจากระบบ SHS-H (ต่างประเทศ)

  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร
  • จับคู่ มอเตอร์ไฟฟ้า + แบตเตอรี่ 1.83kWh
  • กำลังรวม 221 bhp
  • 0-62 mph (0-100 km/h) ราว 7.9 วินาที

หมายเหตุ: ตัวแทน UK ยังไม่คอนเฟิร์มสเปกสุดท้าย แต่ทิศทาง “มีไฮบริด” ถือว่าเป็นข้อมูลที่ชัดเจนแล้ว
และมีความเป็นไปได้ว่า Omoda อาจทำ รายละเอียดตกแต่งเฉพาะ ให้รุ่นไฮบริดดูแตกต่างจากเบนซินและไฟฟ้า

กำหนดขายใน UK: คาดครึ่งหลังปี 2026 หลังรุ่นอัปเดตปัจจุบันทำตลาดก่อน

เนื่องจาก Omoda เพิ่งเริ่มทยอยนำ “อัปเดตชุดเดือนสิงหาคม 2025” เข้าสู่ไลน์อัปการขายจริง รุ่นปรับโฉมเต็มรูปแบบนี้จึงน่าจะตามมาเป็นลำดับถัดไป โดยคาดว่าจะเริ่มทำตลาดในสหราชอาณาจักรช่วง ครึ่งหลังปี 2026

ไทม์ไลน์โดยรวมของแบรนด์ใน UK ยังถูกวางให้อยู่ระหว่าง Omoda 7 (ที่ถูกวางให้ชนกลุ่ม Kia Sportage) และ Omoda 4 ที่คาดว่าจะมาปลายปี จึงเท่ากับว่า Omoda กำลังเร่งสร้าง “ไลน์อัปต่อเนื่อง” ให้ตลาดยุโรปแบบถี่และต่อเนื่องมาก

สรุป Omoda 5 2026 คือการรีเฟรชภาพลักษณ์ + รีดีไซน์ห้องโดยสาร และเพิ่มไพ่ “ไฮบริด” ให้เกมยุโรป

ถ้าการอัปเดตเมื่อปี 2025 คือการปรับรถให้ “ขับดีขึ้น” และ “ผ่านมาตรฐาน” มากขึ้น การอัปเดตปี 2026 นี้คือการทำให้ Omoda 5 ดู “ใหม่ขึ้น” ในทุกมิติที่ลูกค้ายุโรปสัมผัสได้ทันที ทั้ง หน้าตาที่เนี้ยบขึ้น, ห้องโดยสารที่ใช้งานจริงขึ้น และการเตรียมเพิ่มทางเลือก ไฮบริด เพื่อขยายฐานลูกค้าที่อยากได้ความประหยัดและความยืดหยุ่นมากกว่า EV เพียว ๆ

หากมีการประกาศสเปก/ราคา/เกรดใน UK อย่างเป็นทางการเมื่อไร โฉมใหม่นี้จะเป็นหนึ่งในรถที่น่าจับตา เพราะเป็นตัวอย่างของ “สปีดการพัฒนา” แบบรถจีนที่ยุโรปเองก็เริ่มต้องปรับตัวตาม