เปิดราคา 1.17 ล้านบาทในสหรัฐฯ TOYOTA C-HR EV ใหม่ 467 กม./ชาร์จ EPA ประมาณ 580–590 กม./ชาร์จ NEDC

เปิดราคา 1.17 ล้านบาทในสหรัฐฯ TOYOTA C-HR EV ใหม่ 467 กม./ชาร์จ EPA ประมาณ 580–590 กม./ชาร์จ NEDC
Spread the love
Advertisement Advertisement

 

Toyota ยืนยันอย่างเงียบ ๆ ว่า C-HR รุ่นใหม่ปี 2026 จะมีราคาเริ่มต้นที่ 37,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ยังไม่รวมค่าขนส่งปลายทาง 1,450 ดอลลาร์) ซึ่งทำให้ครอสโอเวอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่นี้ แพงกว่ารุ่น bZ ที่มีขนาดใหญ่กว่าอยู่ 2,100 ดอลลาร์

สำหรับรุ่นท็อป C-HR XSE จะมีราคา 39,000 ดอลลาร์ โดยจุดเด่นคือ ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว สี Gun Metal ภายในห้องโดยสารได้รับการอัปเกรดด้วย เบาะ SofTex และหนังสังเคราะห์ผสมหนังกลับ ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางทั้งฝั่งผู้ขับและผู้โดยสาร พร้อม ฟังก์ชันบันทึกตำแหน่งเบาะผู้ขับ เสริมด้วยระบบช่วยขับขี่ ได้แก่ Traffic Jam Assist, Lane Change Assist และ กล้องมองรอบคัน Panoramic View Monitor

แม้โตโยต้าจะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด แต่ก่อนหน้านี้ได้ระบุถึงออปชันบางรายการ เช่น สีตัวถังทูโทน และ หลังคากระจกพาโนรามิก

ราคา Toyota C-HR 2026 (สหรัฐอเมริกา)

รุ่นย่อย ราคา (MSRP)
C-HR SE 37,000 ดอลลาร์ หรือ 1.17 ล้านบาท
C-HR XSE 39,000 ดอลลาร์ หรือ 1.23 ล้านบาท

หมายเหตุ: ราคายังไม่รวมค่าขนส่งปลายทาง 1,450 ดอลลาร์

Toyota C-HR 2026 (USA) – รถยนต์ไฟฟ้า 100%

ระบบขับเคลื่อน (Powertrain)

  • ประเภทรถ: รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV)
  • มอเตอร์ไฟฟ้า: มอเตอร์คู่ หน้า + หลัง
  • ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า (AWD)
  • กำลังสูงสุดรวม: ประมาณ 338 แรงม้า
  • อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม.: ประมาณ 5.0 วินาที
  • ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติแบบ Single-Speed สำหรับรถไฟฟ้า

แบตเตอรี่ & การชาร์จ

  • ประเภทแบตเตอรี่: ลิเธียม-ไอออน (Lithium-ion)
  • ความจุแบตเตอรี่: ประมาณ 74.7 kWh
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด (มาตรฐาน EPA): ประมาณ 290 ไมล์ (≈ 467 กม.) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
    • ระยะทางโดยประมาณ (NEDC) ≈ 580–590 กม./ชาร์จ
  • การชาร์จไฟ

    • DC Fast Charge รองรับสูงสุด 150 kW → ชาร์จ 10–80% ประมาณ 30 นาที
    • รองรับหัวชาร์จ NACS (มาตรฐาน Tesla) → ใช้งาน Tesla Supercharger ได้ในสหรัฐฯ
    • AC ชาร์จบ้าน / Wallbox

ขนาดตัวถัง C-HR+ EV

  • ความยาว: 4,520 มม.
  • ความกว้าง: 1,870 มม.
  • ความสูง: 1,620 มม.
  • ระยะฐานล้อ: 2,750 มม.

ช่วงล่าง & ล้อ

  • ระบบกันสะเทือนหน้า: อิสระ MacPherson Strut
  • ระบบกันสะเทือนหลัง: Multi-Link
  • ล้ออัลลอย:

    • ขนาดมาตรฐาน 19 นิ้ว
    • รุ่นสูงอาจได้ล้อ 20 นิ้ว
  • ระบบเบรก:

    • ดิสก์เบรก 4 ล้อ
    • ระบบชาร์จไฟกลับขณะเบรก (Regenerative Braking)
    • ปรับระดับ Regen ได้ด้วยแป้น Paddle หลังพวงมาลัย
  • ความจุสัมภาระด้านท้าย (หลังเบาะหลัง): ประมาณ 720 ลิตร
  • เบาะหลังพับได้แบบ 60:40

การออกแบบภายนอก  Toyota C-HR 2026 

Toyota C-HR 2026 เวอร์ชันจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยวและสปอร์ตในสไตล์ Futuristic Urban SUV ที่ผสมผสานทั้งความทันสมัย เทคโนโลยี และเอกลักษณ์ตัวถังอันโดดเด่นเพื่อแข่งขันในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า compact SUV โดยรวมมีรายละเอียดดังนี้:

Advertisement Advertisement
  • คาแรกเตอร์ “สปอร์ต + พลวัต” เส้นสายตัวถังลู่ลม มีมุมเอียงเฉียบที่ฝากระโปรงหน้าและด้านท้าย ช่วยให้รถดูเคลื่อนไหวแม้จอดนิ่ง
  • ซุ้มล้อใหญ่ กรอบซุ้มล้อทึบและหนาขึ้น มอบความรู้สึกทรงพลังและมั่นคง
  • เส้นไหลลม (Aerodynamic) เส้นสายด้านข้างลากยาวต่อเนื่องจากไฟหน้าไปจนท้าย ช่วยลดแรงต้านอากาศ และเพิ่มประสิทธิภาพอัตราสิ้นเปลืองพลังงาน
  • ไฟหน้า LED ทรงคมชัด ไฟหน้าแบบ LED คู่สปอร์ต วางตำแหน่งต่ำกว่าปกติ เพิ่มมุมมองการมองเห็นในเมืองและนอกเมือง
  • กระจังหน้า (Grille) ปิดทึบ เนื่องจากเป็น EV ไม่ต้องใช้ช่องดักอากาศขนาดใหญ่ จึงออกแบบเป็นแผงปิดเรียบพร้อมรายละเอียดคิวบ์โครเมียม
  • กันชนหน้าเน้นกันลม มีช่องดึงอากาศเล็กและครีบทำให้ลู่ลมมากขึ้น
  • ประตูแบบไร้เสา (Hidden Door Handles) มือจับประตูแบบซ่อนเรียบไปกับตัวถัง เสริมภาพลักษณ์ทันสมัยและลดแรงต้านลม
  • เส้นเอวสูง เส้นเอวลากสูง ทำให้ตัวรถดูแน่นและปราดเปรียว
  • หลังคาลาดเอียงแบบ Coupe-SUV แม้จะเป็น SUV แต่เส้นหลังคาลาดเอียงแบบคูเป้เล็ก เพิ่มความหรูและสปอร์ต
  • ไฟท้าย LED แบบแถบ ไฟท้าย LED ต่อกันทั้งสองด้านเป็นแถบยาว เพิ่มความกว้างและความล้ำ
  • สปอยเลอร์หลังทรงสปอร์ต ให้ลักษณะรถที่มั่นคงและควบคุมอากาศได้ดีขึ้น
  • กันชนหลังออกแบบลู่ลม เสริมรายละเอียดกระจังลมและช่องดักอากาศเทียมเพื่อความสมดุล
  • เส้นขอบกระจกโครเมียม/ดำ Gloss ให้ความรู้สึกพรีเมียมและโค้งรับกับรูปทรง
  • ล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษ ล้อขนาด 19–20 นิ้ว แบบลวดลายไดนามิก ช่วยเสริมบุคลิกที่สปอร์ตและหรู
  • แพ็คเกจสีตัวถังหลายเฉด มีทั้งสีเมทัลลิค, ทูโทนหลังคาดำ และสีพิเศษจำกัดรุ่น

ห้องโดยสาร & เทคโนโลยี

แนวคิดการออกแบบ

  • Driver-Centric Cockpit: แดชบอร์ดและคอนโซลกลางเอียงเข้าหาผู้ขับ ใช้งานง่าย มองเห็นชัด ลดการละสายตาจากถนน
  • Modern Minimal + Premium: เส้นสายเรียบคม วัสดุหลายเลเยอร์ ให้ภาพลักษณ์ล้ำสมัยแต่ไม่ซับซ้อน
  • EV-Oriented Layout: พื้นที่คอนโซลโปร่ง เก็บของได้มากขึ้นจากการไม่มีชุดเกียร์แบบเดิม

วัสดุและงานตกแต่ง

  • พื้นที่สัมผัสหลักใช้ วัสดุนุ่ม (Soft-touch) พร้อมตะเข็บเย็บละเอียด
  • ตกแต่งโทน ดำ / เทา / ทูโทน ตามรุ่นย่อย เพิ่มอารมณ์สปอร์ต-พรีเมียม
  • แผงประตูออกแบบเป็นชั้น เพิ่มมิติและความแน่นของห้องโดยสาร

เบาะนั่งและความสบาย

  • เบาะคนขับปรับไฟฟ้าแบบ 8 ทิศทาง (8-way power-adjustable)
  • เบาะคู่หน้าออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ รองรับลำตัวและช่วงหลัง
  • ปรับไฟฟ้า (บางรุ่น) พร้อม ระบบอุ่นเบาะหน้า
  • เบาะหลังพับ 60:40 เพิ่มความยืดหยุ่นในการบรรทุก
  • พื้นที่วางขา/ศีรษะเหมาะกับการใช้งานจริงในคลาส Compact SUV

เทคโนโลยีภายใน

  • หน้าจอกลางสัมผัส 14 นิ้ว Toyota Multimedia รุ่นล่าสุด
  • รองรับ Apple CarPlay / Android Auto แบบไร้สาย
  • มาตรวัดดิจิทัลเต็มรูปแบบ แสดงข้อมูลการขับขี่และพลังงาน EV ชัดเจน
  • Head-Up Display (HUD) ในรุ่น/ออปชัน ช่วยอ่านข้อมูลโดยไม่ต้องละสายตา
  • แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย (Dual Wireless Charger)
  • ระบบเสียง JBL® Premium (บางรุ่น)
  • Streaming เพลง ผ่าน Bluetooth/CarPlay/Android Auto
  • ระบบสั่งงานด้วย เสียงอัจฉริยะ ของ Toyota
  • คอนโซลกลางมี ช่องเก็บของขนาดใหญ่ และที่วางแก้วหลายตำแหน่ง
  • พอร์ต USB-C หน้า-หลัง และช่องจ่ายไฟ 12V
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องแอร์ผู้โดยสารหลัง
  • ประตูท้ายไฟฟ้า เพิ่มความสะดวกในการใช้งานประจำวัน

ระบบความปลอดภัยมาตรฐาน (Toyota Safety Sense 3.0)

Toyota ใช้ชุดระบบความปลอดภัยและช่วยขับขั้นสูง Toyota Safety Sense 3.0 (TSS 3.0) ซึ่งเป็นเซ็ตฟีเจอร์มาตรฐานในทุกรุ่นของ C-HR 2026:

ระบบช่วยขับและช่วยควบคุม

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control) คงความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ พร้อมปรับเบรก/เร่งให้ราบรื่นตามสภาพจราจร
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน (Lane Centering Assist) ช่วยด้วยพวงมาลัยเพื่อให้รถอยู่กลางเลนอย่างต่อเนื่อง

⚠️ ระบบเตือนและเบรกฉุกเฉิน

  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า พร้อมเบรกอัตโนมัติ (Pre-Collision System with Automatic Emergency Braking) ตรวจจับรถยนต์ คนเดินถนน หรือจักรยานและช่วยเบรกเมื่อตรวจพบภัยคุกคาม
  • ระบบเตือนออกนอกเลน และช่วยพวงมาลัยกลับเลน (Lane Departure Alert with Steering Assist) แจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว พร้อมช่วยพวงมาลัยให้กลับเข้าลู่
  • ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Monitor) แจ้งเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดที่คนขับมองไม่เห็น
  • ระบบเตือนรถขณะถอยออกจากจุดจอด (Rear Cross Traffic Alert) ตรวจจับรถที่วิ่งตัดผ่านด้านหลังเมื่อถอยจอด
  • ระบบช่วยอ่านป้ายจราจร (Road Sign Assist) แสดงข้อมูลป้ายจราจรบนหน้าจอเพื่อช่วยให้คนขับไม่พลาด
  • ระบบไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams) สลับไฟสูง–ไฟต่ำให้เองเมื่อเจอรถสวนหรือถนนมืด

เทคโนโลยีช่วยขับ (Advanced Driving Assistance)

Toyota C-HR 2026 ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้การขับปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ:

 ระบบเรดาร์และเซนเซอร์

  • ระบบเรดาร์หน้าและหลังช่วยตรวจจับวัตถุทั้งเคลื่อนที่และนิ่ง
  • กล้องรอบคันช่วยประเมินพื้นที่รอบรถทันที

กล้องมองภาพ

  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง (360° Bird’s-Eye View Camera) ช่วยมองภาพรอบรถเหมือนมองจากบนฟ้า (เฉพาะรุ่น/อ็อปชั่น)
  • กล้องหลังแสดงภาพบนจอเมนู ช่วยเวลาถอยจอดหรือเข้าช่องจอดแคบ

ระบบแจ้งเตือนอื่นๆ

  • ระบบเตือนถอยชนด้านหลัง
  • ระบบเตือนเปิดประตูชนรถด้านหลัง
  • ระบบเตือนคนเดินถนนในมุมอับ
  • Safety Connect (บริการฉุกเฉินแบบเชื่อมต่อ)

ระบบความปลอดภัยเชิงโครงสร้าง

Toyota C-HR 2026 ใช้แพลตฟอร์มโครงสร้างตัวถังที่ออกแบบใหม่ โดยมี:

  • เหล็กกันกระแทก High-Strength Steel ช่วยกระจายแรงเมื่อเกิดการชนให้น้อยลง
  • โครงสร้างตัวถังเสริมจุดรับแรงชนด้านหน้า–ด้านข้าง ช่วยปกป้องผู้โดยสารยามเกิดอุบัติเหตุ

 ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยอื่นๆ

  • ระบบล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อรถเคลื่อนที่
  • สัญญาณเตือนโจรกรรม / Alarm
  • ระบบกุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ท (Smart Key & Push Start)
  • ถุงลมนิรภัยรอบคัน

    • ถุงลมคู่หน้า
    • ถุงลมด้านข้าง
    • ถุงลมนิรภัยม่าน
    • ถุงลมเข่าคนขับ

 

 

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้