เปิดขายไทย 579,900 – 699,900 บาท MG4 Electric MY2026 ไมเนอร์เช้นจ์ เน้นปรับภายในห้องโดยสาร

เปิดขายไทย 579,900 – 699,900 บาท MG4 Electric MY2026 ไมเนอร์เช้นจ์ เน้นปรับภายในห้องโดยสาร
Spread the love
Advertisement Advertisement

MG4 Electric MY2026 ไมเนอร์เช้นจ์ ปรับภายในใหม่ทั้งคัน จอ 12.8 นิ้ว กล้อง 360 HD เปิดตัวไทย 24 มีนาคม 2026 ในงาน Motor SHOW 2026 รอบสื่อ

สรุปราคาจำหน่าย (ประกอบไทย)

  • รุ่น D Standard: 579,900 บาท

  • รุ่น X Long Range: 699,900 บาท

ไฮไลต์: การทำราคาลงมาเริ่มต้นไม่ถึง 6 แสนบาท ในขณะที่ได้แบตเตอรี่และระยะทางวิ่งที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นการท้าชนคู่แข่งในกลุ่ม EV Compact Hatchback อย่างรุนแรง

Lifetime Warranty: รับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่ ตลอดอายุการใช้งาน (ไม่จำกัดระยะทาง) ซึ่งถือเป็นหมัดเด็ดในการสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้ EV

มิติตัวถัง (Dimensions)

  • ความยาวตัวรถ: 4,287 มม.
  • ความกว้าง: 1,836 มม.
  • ความสูง: 1,516 มม.
  • ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 2,705 มม. (ถือว่ายาวมากเมื่อเทียบกับความยาวรถ ช่วยให้ห้องโดยสารกว้างขวาง)
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground Clearance): 150 มม.

ตารางเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

หัวข้อ รุ่นเดิม (Pre-Facelift) รุ่นใหม่ MY2026 (Minorchange)
แบตเตอรี่ (รุ่น D) 49 kWh 50 kWh (CATL)
ระยะทางวิ่ง (รุ่น D) 423 km (NEDC) 450 km (NEDC)
การชาร์จ DC (รุ่น D) 88 kW 120 kW (เร็วขึ้นชัดเจน)
พละกำลัง (รุ่น X) 170 hp / 250 Nm 245 hp / 350 Nm
หน้าจอกลาง 10.25 นิ้ว 12.8 นิ้ว HD
Apple CarPlay แบบเสียบสาย Wireless (ไร้สาย)

การอัปเกรดขุมพลังและสมรรถนะ (Performance)

  • รุ่น D Standard:

    • แบตเตอรี่อึดขึ้น: เพิ่มจาก 49 เป็น 50 kWh (ใช้เซลล์จาก CATL)

    • วิ่งไกลขึ้น: ระยะทางเพิ่มจาก 423 เป็น 450 กม. (NEDC)

    • ชาร์จไวขึ้น: รองรับ DC Fast Charge สูงสุดเพิ่มจาก 88 เป็น 120 kW

  • รุ่น X Long Range:

    • แรงขึ้น: มอเตอร์ไฟฟ้าเพิ่มพละกำลังจาก 170 เป็น 245 แรงม้า

    • แรงบิดสูงขึ้น: จาก 250 เป็น 350 นิวตันเมตร

    • แบตเตอรี่ใหม่: เปลี่ยนเป็นแบบ LFP 62.2 kWh (จาก CATL)

งานดีไซน์และอุปกรณ์ภายนอก (Exterior)

  • ล้อใหม่: รุ่น X ได้ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่

  • เบรกเด่นขึ้น: เพิ่ม คาลิปเปอร์เบรกสีส้ม ในรุ่น X เพิ่มความสปอร์ต

  • สีใหม่: เปิดตัวสีเขียว IRIS CYAN เป็นสีโปรโมทใหม่

การเปลี่ยนแปลงภายใน (Major Interior Change)

ถือเป็นไฮไลต์ของรุ่นนี้ เพราะยกดีไซน์มาจากรุ่นพี่อย่าง MG S5 EV:

  • หน้าจอใหญ่ขึ้น: จอกลางเปลี่ยนจาก 10.25 เป็น 12.8 นิ้ว HD และมาตรวัด Digital เพิ่มเป็น 10.25 นิ้ว

  • คอนโซลและแดชบอร์ดใหม่: ปรับดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ดูทันสมัยและใช้วัสดุที่ดีขึ้น

  • ฟีเจอร์เพื่อความสบาย: * เพิ่ม ช่องแอร์หลัง และ ที่วางแขนเบาะหลัง (สิ่งที่รุ่นเดิมโดนบ่นบ่อยที่สุด)

    • เพิ่ม ระบบระบายอากาศเบาะหน้า (Ventilation Seats)

    • Wireless Apple CarPlay / Android Auto (ไม่ต้องใช้สายแล้ว)

    • ที่ชาร์จไร้สาย Wireless Charger แรงขึ้นเป็น 15W (รุ่น X)

 การรับประกัน (Warranty)

  • Lifetime Warranty: รับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่ ตลอดอายุการใช้งาน (ไม่จำกัดระยะทาง) ซึ่งถือเป็นหมัดเด็ดในการสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้ EV

FULL SPEC

มิติตัวถัง (Dimensions)

  • ความยาว x ความกว้าง x ความสูง: 4,287 x 1,836 x 1,516 มม.
  • ระยะฐานล้อ: 2,705 มม.
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground Clearance): 117 มม.
  • ขนาดล้อและยาง: รุ่น Standard Range และ Long Range (D) ใช้ล้ออัลลอย 17 นิ้ว (215/50 R17) ส่วนรุ่น V และ XPOWER ใช้ล้อ 18 นิ้ว (235/45 R18)

สมรรถนะมอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Motor Performance)

  • ประเภทมอเตอร์: มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor
  • รุ่น Standard Range (D/X): ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร
  • รุ่น Long Range (V/D+): ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า (หรือสูงสุด 231 แรงม้าในรุ่นอัปเกรดปี 2026) แรงบิดสูงสุด 250-350 นิวตัน-เมตร
  • รุ่น XPOWER (AWD): มอเตอร์คู่ให้กำลังสูงสุด 435 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: รุ่นปกติทำได้ใน 7.5 – 7.7 วินาที ส่วนรุ่น XPOWER ทำได้ใน 3.8 วินาที

การชาร์จและแบตเตอรี่ (Charging & Battery)

  • ความจุแบตเตอรี่: รุ่น Standard Range 49 kWh และรุ่น Long Range / XPOWER 64 kWh
  • การชาร์จกระแสสลับ (AC): รองรับสูงสุด 6.6 kW ถึง 11 kW (3-Phase) ใช้เวลาชาร์จ 0-100% ประมาณ 8.5 – 9.75 ชั่วโมง
  • การชาร์จกระแสตรง (DC Fast Charge):
    • รุ่น Standard Range รองรับสูงสุด 88 kW (10-80% ใน 35 นาที)
    • รุ่น Long Range รองรับสูงสุด 140 – 154 kW (10-80% ใน 26 นาที)
  • เทคโนโลยีแบตเตอรี่: RUBIK’s Cube Battery ที่เน้นการระบายความร้อนและมาตรฐานความปลอดภัย IP67

ข้อมูลเทคนิคและอุปกรณ์อื่นๆ (Other Specifications)

Advertisement Advertisement
  • ระบบจ่ายกระแสไฟ V2L: รองรับการจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกสูงสุด 2.2 kW
  • โครงสร้างตัวถัง: Nebula Pure Electric Platform พร้อมการกระจายน้ำหนักหน้า-หลังแบบ 50:50
  • ระบบช่วงล่าง: ด้านหน้าแม็คเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบอิสระ 5-Link
  • หน้าจอภายใน (2026): หน้าจอมาตรวัดดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว และหน้าจอสัมผัสกลางขนาด 12.8 นิ้ว
  • ระบบพวงมาลัย: Dual Pinion ควบคุมด้วยไฟฟ้า (DP-EPS) เพื่อความแม่นยำสูง

ระบบช่วงล่างและแพลตฟอร์ม (Suspension & Platform)

  • แพลตฟอร์ม: Nebula Pure Electric Platform ที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ โดยวางแบตเตอรี่ไว้ที่โครงสร้างส่วนล่าง
  • การกระจายน้ำหนัก: กระจายน้ำหนักหน้า-หลังแบบสมมาตร 50:50 พร้อมจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ช่วยให้รถเกาะถนนและเข้าโค้งได้มั่นใจ
  • ช่วงล่างหน้า: อิสระแมคเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut)
  • ช่วงล่างหลัง: อิสระ 5-Link (5-Link Suspension) ซึ่งช่วยซับแรงกระแทกและรักษาสมดุลได้ดีกว่าระบบคานบิดทั่วไป
  • การปรับแต่ง: ช่วงล่างแบบ Euro Tuning Suspension ที่เน้นความหนึบและการตอบสนองที่ฉับไวตามสไตล์รถยุโรป

ระบบบังคับเลี้ยวและเบรก (Steering & Braking)

  • ระบบพวงมาลัย: Dual Pinion ควบคุมด้วยไฟฟ้า (DP-EPS) ช่วยให้การบังคับเลี้ยวแม่นยำและตอบสนองได้รวดเร็ว
  • ระบบเบรกหน้า: ดิสก์เบรก พร้อมช่องระบายความร้อน
  • ระบบเบรกหลัง: ดิสก์เบรก
  • จุดเด่นเพิ่มเติม: ในรุ่น X Long Range จะมาพร้อมคาลิปเปอร์เบรก (ดีไซน์สปอร์ต) และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน

ขนาดล้อและยาง (Wheels & Tyres)

  • รุ่น D Standard Range: ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมฝาครอบ Aero Wheel Cover และยางขนาด 215/50 R17
  • รุ่น X Long Range: ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว และยางขนาด 235/45 R18

การออกแบบภายนอก (Exterior Design)

  • แนวคิดการออกแบบ: มาในสไตล์ Energetic Agile Design ที่เน้นความโฉบเฉี่ยวและคล่องตัว
  • ไฟหน้า: แบบ LED พร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน: Daytime Running Lights แบบ LED
  • ไฟท้ายและไฟเบรก: ไฟท้ายและไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED (ในรุ่น X Long Range จะเพิ่มไฟ Position ตกแต่งเป็นพิเศษ)
  • สปอยเลอร์หลัง: ดีไซน์แบบ Twin Aero Wing ที่ช่วยทั้งความสวยงามและประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์
  • กระจกมองข้าง: พับและปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวในตัว
  • ระบบไล่ฝ้า: ติดตั้งระบบไล่ฝ้ากระจกหลังมาให้เป็นมาตรฐาน

ล้อและยาง (Wheels & Tyres)

  • รุ่น D Standard Range: ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว มาพร้อมฝาครอบล้อแบบ Aero Wheel Cover เพื่อช่วยลดแรงต้านอากาศ (ยางขนาด 215/50 R17)
  • รุ่น X Long Range: ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว (ยางขนาด 235/45 R18)

นี่คือรายละเอียดการออกแบบภายในห้องโดยสาร เบาะนั่ง ระบบความบันเทิง และสิ่งอำนวยความสะดวกของ MG4 Electric (รุ่น D และ X) ตามข้อมูลที่คุณให้มาครับ:

การออกแบบภายในและวัสดุ (Interior Design & Materials)

  • สีภายใน: ตกแต่งด้วยโทนสีดำทั้งสองรุ่น
  • วัสดุตกแต่ง: มีการใช้วัสดุผิวสัมผัสนุ่ม (Soft touch) ในการตกแต่งห้องโดยสาร
  • พวงมาลัย: หุ้มหนัง ปรับได้ 4 ทิศทาง พร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชันควบคุมเครื่องเสียงและรับ-วางสายโทรศัพท์

เบาะนั่ง (Seating)

  • วัสดุหุ้มเบาะ: หนังสังเคราะห์ดีไซน์สปอร์ต
  • เบาะนั่งคนขับ: ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง (เป็นมาตรฐานทั้งสองรุ่น)
  • เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า:
    • รุ่น D: ปรับแมนนวล 4 ทิศทาง
    • รุ่น X: ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบเป่าลมเย็น (Ventilated Seat)
  • เบาะนั่งด้านหลัง: พนักพิงพับได้แบบ 60:40 พร้อมที่วางแขนและที่วางแก้วน้ำ

ระบบความบันเทิงและการเชื่อมต่อ (Infotainment & Connectivity)

  • หน้าจอสัมผัส: หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว
  • หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ: หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว (Digital Multi-Function Display)
  • ระบบเสียง:
    • รุ่น D: ลำโพง 4 ตำแหน่ง
    • รุ่น X: ลำโพง 6 ตำแหน่ง
  • การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน: รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
  • ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ: ระบบ i-SMART (มีให้เฉพาะในรุ่น X Long Range)

สิ่งอำนวยความสะดวก (Convenience)

  • ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ: Intelligent Smart Access (สตาร์ทรถได้ทันทีเมื่อเหยียบเบรก)
  • ระบบชาร์จไฟ:
    • ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) มีให้เฉพาะรุ่น X
    • ระบบจ่ายกระแสไฟ V2L (Vehicle to Load) สำหรับจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก
  • ระบบปรับอากาศ: แบบอัตโนมัติ พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • กระจกไฟฟ้า: แบบ One Touch Up-Down ทั้ง 4 บาน

นี่คือข้อมูลสรุปของระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีการขับขี่ของ MG4 Electric ตามสเปกที่คุณให้มาครับ:

ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันและช่วยเหลือ (Active Safety & Driver Assistance)

  • ระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง: มีระบบ Advanced Synchronized Protection System ครอบคลุมการใช้งานรอบด้าน
  • ระบบควบคุมความเร็ว: ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ (TJA)
  • ระบบช่วยเบรกและเตือนการชน: ระบบช่วยเตือนการชน (FCW) และระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ (AEB)
  • ระบบช่วยควบคุมเลน: ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA / LDP / LDW) และระบบช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลนฉุกเฉิน (ELK)
  • ระบบเตือนมุมอับสายตา: ระบบช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากมุมอับสายตา ได้แก่ LCA / BSD / RCTA / DOW / RCW
  • ระบบไฟส่องสว่าง: ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (IHC)
  • ระบบตรวจสอบความปลอดภัย: ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง (TPMS) และระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ (DMS)

ระบบควบคุมการขับขี่และเบรก (Stability & Braking Systems)

  • ระบบเบรกพื้นฐาน: ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบเสริมแรงเบรก (EBA)
  • ระบบช่วยการทรงตัว: ระบบควบคุมการทรงตัว (SCS) และระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง (CBC)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี: ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (TCS)
  • ระบบช่วยบนทางลาดชัน: ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (HSA)
  • ระบบหยุดรถอัจฉริยะ: เบรกมือไฟฟ้า (EPB) พร้อมระบบป้องกันการไหลของรถ (AVH)

ระบบความปลอดภัยเชิงปกป้องและทัศนวิสัย (Passive Safety & Visibility)

  • ถุงลมนิรภัย: ติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยมาให้ครบถ้วน
  • จุดยึดเบาะเด็ก: จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX
  • กล้องมองภาพ:
    • รุ่น D: กล้องมองหลัง
    • รุ่น X: กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ (3D Around View Monitor)
  • เซ็นเซอร์กะระยะ: สัญญาณเตือนระยะถอยหลังติดตั้งเป็นมาตรฐาน

เทคโนโลยีการขับขี่ (Driving Technology)

  • โครงสร้างตัวถัง: Nebula Pure Electric Platform ที่ออกแบบมาเพื่อรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ โดยกระจายน้ำหนักหน้า-หลังแบบ 50:50
  • ระบบพวงมาลัย: Dual Pinion ควบคุมด้วยไฟฟ้า (DP-EPS) ช่วยให้การบังคับเลี้ยวแม่นยำและคล่องตัว
  • ระบบช่วงล่าง: ด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบอิสระ 5 ลิงก์ (5-Link) เพื่อประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม

 


ส่องสเปค! NEW MG 4 EV ใหม่ในยุโรป พร้อมระยะวิ่งไกล 545 กม./ชาร์จ WLTP หรือประมาณ 660 กม./ชาร์จ NEDC

https://www.car250.com/mg-s5-ev-2026-2027.htmlAutocar
Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้