เปิดราคา ORA 5 EV : 629,000 – 699,000 บาท ไฮบริด 709,000 – 779,000 บาทในไทย

เปิดราคา ORA 5 EV : 629,000 – 699,000 บาท ไฮบริด 709,000 – 779,000 บาทในไทย
Spread the love
Advertisement Advertisement

ORA 5 BRV วิ่งได้ 520 กม. และ HYBRID ประหยัด 22.3 กม.ลิตร โอร่า 5 ใหม่

เจาะลึกสเปก All-NEW GWM ORA 5 เวอร์ชันไทย: ก้าวข้ามขีดจำกัด SUV ยุคใหม่ มีดีทั้ง EV และ HEV

สรุปราคา GWM ORA 5 SUV (เวอร์ชั่นผลิตในประเทศไทย)

ขุมพลัง รุ่นย่อย ราคา (บาท)
EV (ไฟฟ้า 100%) EV Pro 629,000
EV Ultra 699,000
HEV (ไฮบริด 1.5 เทอร์โบ) HEV Pro 709,000
HEV Ultra 779,000

ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการเดินทางไปกับ GWM ORA 5 รถ SUV รุ่นล่าสุดจาก Great Wall Motor ที่สร้างปรากฏการณ์ “Redefine Your New Era” ด้วยการเป็น Next Generation SUV บนแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุดที่รองรับทั้งขุมพลังไฟฟ้า 100% (EV) และไฮบริด (HEV) จัดเต็มด้วยระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.0 และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ฉลาดที่สุดในเซกเมนต์ ก่อนเปิดตัวราคาจำหน่ายในงาน MOTOR SHOW 2026 ที่จะจัดขึ้น 23 มีนาคมนี้

1. รุ่นย่อยและตัวเลือกสี (Variants & Colors)

ขุมพลัง รุ่นย่อย สีภายนอก (Exterior Colors) สีภายใน (Interior Colors)
รุ่นไฟฟ้า (EV) อีวี โปร / อีวี อัลตร้า ขาว (Ivory White), เทา (Mountain Grey), เขียว (Emerald Green), ฟ้า (So Blue) *หลังคาสีดำ Brown Beige (น้ำตาล-เบจ), Dark Grey (ดำ-เทา)
รุ่นไฮบริด (HEV) HEV Pro / HEV Ultra ดำ (Onyx Black), ขาว (Ivory White), เทา (Mountain Grey) Dark Grey (ดำ-เทา)

2. มิติตัวรถ (Dimensions)

  • ความยาว: 4,471 มม.
  • ความกว้าง: 1,833 มม.
  • ความสูง: 1,641 มม.
  • ระยะฐานล้อ: 2,720 มม.
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground Clearance): 175 มม.

3. ขุมพลังและสมรรถนะ (Powertrain & Performance)

หัวข้อ GWM ORA 5 SUV EV GWM ORA 5 SUV HEV
ระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว (FWD) 1.5L Turbo + มอเตอร์ (DHT-HEV)
พละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า 223 แรงม้า (System Output)
แรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร 476 นิวตันเมตร (System Output)
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 7.5 วินาที 7.7 วินาที
ระยะทางสูงสุด 520 กม. (NEDC) 1,000+ กม. ต่อน้ำมัน 1 ถัง (ถังน้ำมัน 55 ลิตร)
อัตราสิ้นเปลือง 23.3 กม./ลิตร (ECO Sticker)

การชาร์จและระบบพลังงาน (เฉพาะรุ่น EV)

  • แบตเตอรี่: LFP Short Blade Battery ความจุ 58.3 kWh
  • DC Fast Charge: รองรับสูงสุด 120 kW (30-80% ใน 20 นาที)
  • AC Charge: รองรับสูงสุด 6.6 kW
  • ระบบ V2L: จ่ายกระแสไฟให้อุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 6 kW

Full SPEC BEV

2 รุ่นแตกต่างยังไง

  • EV Pro : 629,000 บาท
  • EV Ultra : 699,000 บาท

หากพิจารณาส่วนต่างราคา 70,000 บาท ระหว่างรุ่น EV Pro และ EV Ultra ข้อมูลจากแคตตาล็อกแสดงให้เห็นความคุ้มค่าที่เพิ่มขึ้นในด้านเทคโนโลยีและความสะดวกสบาย ดังนี้ครับส่วนต่างที่ได้รับเพิ่มในรุ่น EV Ultra (699,000 บาท)

  • ได้รับหลังคากระจก Panoramic Glass Roof ขนาด 1.65 ตร.ม.
  • ม่านบังแดดไฟฟ้า แ
  • ไฟสร้างบรรยากาศ Galaxy Rhythm Ambient Lights
  • เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบระบายอากาศ (Ventilation)
  • เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางพร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง 3 ตำแหน่ง เบาะผู้โดยสารหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
  • อัปเกรดเป็นลำโพง Amor Acoustics 9 ตำแหน่ง (จากเดิม 6 ตำแหน่ง)
  • ที่ชาร์จไร้สายกำลังไฟสูง 50W
  • ฝาท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้า (Electric Tailgate)
  • กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
  • ความปลอดภัยอัจฉริยะ (ADAS) แบบครบวงจร: เพิ่มระบบตรวจจับมุมอับสายตา (BSD), ระบบเตือนขณะเปิดประตู (DOW), ระบบช่วยเบรกขณะถอยหลัง (RCTB) และระบบช่วยเตือนการชนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง (FCTA/RCW)

ข้อมูลสเปกพื้นฐานที่เหมือนกันทั้ง 2 รุ่น

  • สมรรถนะ: มอเตอร์ไฟฟ้า 150 kW (204 PS) แรงบิด 260 Nm
  • แบตเตอรี่: ความจุ 58.3 kWh รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 520 กม. (NEDC)
  • การชาร์จ: รองรับ DC Fast Charge สูงสุด 120 kW และมีระบบ V2L จ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก
  • เทคโนโลยีหลัก: หน้าจอมัลติมีเดีย 14.6 นิ้ว พร้อมชิป Snapdragon และ Coffee OS 3.0

ด้วยส่วนต่างราคาเพียง 70,000 บาท รุ่น EV Ultra ถือว่าโดดเด่นมากในเรื่องระบบความปลอดภัยที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุรอบคัน ซึ่งไม่มีในรุ่น Pro ครับ

มิติตัวถัง (Car Dimensions)

  • ความยาว: 4,471 มม.
  • ความกว้าง: 1,833 มม.
  • ความสูง: 1,641 มม.
  • ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 2,720 มม.
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground Clearance): 175 มม.
  • ระยะห่างระหว่างล้อ คู่หน้า/คู่หลัง: 1,583 มม. / 1,577 มม.
  • ความจุที่นั่ง: 5 ที่นั่ง

มอเตอร์ไฟฟ้าและสมรรถนะ

  • ประเภทมอเตอร์: มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor
  • กำลังสูงสุด: 150 กิโลวัตต์ หรือ 204 แรงม้า (PS)
  • แรงบิดสูงสุด: 260 นิวตันเมตร (Nm)
  • ระยะทางการขับขี่: สูงสุด 520 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)

แบตเตอรี่และการชาร์จ

  • ความจุแบตเตอรี่: 58.3 kWh
  • ประเภทแบตเตอรี่: ลิเธียมไอออน (Lithium Ion)
  • การชาร์จแบบ AC: รองรับสูงสุด 6.6 kW
  • การชาร์จแบบ DC: รองรับสูงสุด 120 kW (30-80% ใน 20 นาที)

ระบบขับเคลื่อนและฟังก์ชันอื่นๆ

  • ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้า (V2L): ให้กำลังไฟสูงสุด 6,000 วัตต์ (6 kW)
  • โหมดการขับขี่: มีให้เลือก 4 โหมด ได้แก่ Eco, Normal, Sport และ Well Being
  • ระบบช่วยเบรก: ระบบ Regenerative Braking System แบบปรับระดับได้
  • ระบบเสียงเตือน: ระบบ Multi-Sound Pedestrian Warning System เพื่อความปลอดภัยของคนเดินถนน

ระบบกันสะเทือน (Chassis and Suspension System)

  • ระบบพวงมาลัย: พวงมาลัยไฟฟ้า (EPS)
  • ระบบกันสะเทือนหน้า: แบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut Independent)
  • ระบบกันสะเทือนหลัง: แบบอิสระมัลติลิงก์ (Multi-Link Independent)

ระบบเบรก (Brake System)

  • เบรกหน้า: ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน (Ventilated Disc Brakes)
  • เบรกหลัง: ดิสก์เบรก (Disc Brakes)
  • ระบบเบรกมือ: เบรกมือไฟฟ้า (EPB)
  • ระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ: Auto Brake Hold

ล้อและยาง (Tire and Wheel)

  • ขนาดยาง: 225/60 R18
  • ขนาดล้อ: ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว
  • อุปกรณ์เสริม: ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน (Tire Repair Kit)

ข้อมูลการออกแบบภายนอกทั้งหมดของ GWM ORA 5 EV จากเอกสารมีรายละเอียดดังนี้ครับ แนวคิดและการออกแบบ (Design Concept)

  • สไตล์การออกแบบ: เน้นความโฉบเฉี่ยว เส้นสายแนวสปอร์ตที่ทันสมัย (Sleek, sporty lines)
  • ภาพลักษณ์: ถูกนิยามว่าเป็น SUV ที่กล้าจะแตกต่าง (The SUV that dares to be different)
  • กระจังหน้า: มีระบบ Active Grille Shutter ช่วยควบคุมการเปิด-ปิดช่องดักอากาศ

ระบบส่องสว่าง (Lighting System)

  • ไฟหน้า: ไฟหน้า LED อัจฉริยะ (Intelligent LED Headlamp) ดีไซน์หยดน้ำ (Signature LED water droplet design)
  • ฟังก์ชันไฟหน้า: ระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ (Auto On-Off), ไฟส่องสว่างหลังดับเครื่อง (Follow Me Home) และระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ (Auto High-Low Beam)
  • ไฟส่องสว่างกลางวัน: LED Daytime Running Lights
  • ไฟท้าย: ไฟท้าย LED แบบซ่อน (Hidden LED Rear Taillights) ที่ผสานเข้ากับดีไซน์ด้านหลังอย่างลงตัว
  • ไฟเบรก: ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบยกสูง ติดตั้งร่วมกับสปอยเลอร์หลัง

ล้อและอุปกรณ์ภายนอก (Wheels and Exterior Equipment)

  • ล้ออัลลอย: ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลาย Petal-Style แบบแรงเสียดทานต่ำ (Low-drag wheels)
  • ขนาดยาง: 225/60 R18
  • หลังคา: หลังคากระจก Panoramic Glass Roof ขนาด 1.65 ตารางเมตร พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า (เฉพาะรุ่น ULTRA)
  • ราวหลังคา: ติดตั้ง Roof Rails มาให้เป็นมาตรฐาน
  • กระจกมองข้าง: ปรับไฟฟ้า (มีระบบพับอัตโนมัติเมื่อล็อครถในรุ่น ULTRA)
  • ฝาท้าย: แบบแมนนวลในรุ่น PRO และแบบไฟฟ้า (Electric Tailgate) ในรุ่น ULTRA
  • ระบบปัดน้ำฝน: ที่ปัดน้ำฝนหน้าแบบอัตโนมัติ (Rain-Sensing) และที่ปัดน้ำฝนกระจกหลัง

สีตัวถังภายนอก (Exterior Colors)

  • สีขาว: IVORY WHITE
  • สีเทา: MOUNTAIN GREY
  • สีเขียว: EMERALD GREEN
  • สีฟ้าหลังคาดำ: SO BLUE WITH BLACK ROOF

การออกแบบและวัสดุภายใน (Interior Design & Materials)

  • คอนเซปต์การออกแบบ: ดีไซน์แบบ “Dark Gold Contour Design” เน้นเส้นสายที่โค้งมนและหรูหรา
  • วัสดุเบาะนั่ง: หุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ (Leatherette)
  • สีภายใน: มีให้เลือก 2 โทนสี คือ สีน้ำตาล-เบจ (Brown Beige) และสีเทาเข้ม (Dark Grey)
  • พวงมาลัย: แบบมัลติฟังก์ชัน ปรับได้ 4 ทิศทาง
  • ไฟสร้างบรรยากาศ: ระบบ Galaxy Rhythm Ambient Lights ปรับเปลี่ยนสีได้ตามอารมณ์

เบาะนั่ง (Seating)

  • เบาะนั่งคนขับ: ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง (ในรุ่น ULTRA เพิ่มระบบบันทึกตำแหน่ง 3 ตำแหน่ง และระบบระบายอากาศ)
  • เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า: ปรับมือ 4 ทิศทางในรุ่น PRO และปรับไฟฟ้า 4 ทิศทางพร้อมระบบระบายอากาศในรุ่น ULTRA
  • เบาะนั่งตอนหลัง: สามารถพับแยกแบบ 60:40 พร้อมพนักพิงศีรษะตำแหน่งกลาง

ระบบบันเทิงและการเชื่อมต่อ (Infotainment & Connectivity)

Advertisement Advertisement
  • หน้าจอมัลติมีเดีย: หน้าจอสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว
  • หน้าจอแสดงผลการขับขี่: หน้าจอดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว
  • ระบบปฏิบัติการ: Coffee OS 3.0 ประมวลผลด้วยชิป Snapdragon เพื่อความลื่นไหล
  • การเชื่อมต่อไร้สาย: รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto
  • ระบบเสียง: ลำโพง 6 ตำแหน่งในรุ่น PRO และระบบเสียงรอบทิศทาง Amor Acoustics 9 ตำแหน่งในรุ่น ULTRA
  • ระบบสั่งการด้วยเสียง: รองรับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

ความสะดวกสบาย (Convenience Features)

  • ระบบปรับอากาศ: แบบอัตโนมัติ พร้อมกรองอากาศ N95 และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • ช่องเก็บความเย็น: Cooling Box ขนาด 3.2 ลิตร บริเวณคอนโซลกลาง
  • การชาร์จไฟ: ที่ชาร์จไร้สาย (Wireless Charger) กำลังไฟ 50W (รุ่น ULTRA) และพอร์ต USB-A/USB-C ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
  • กระจกมองหลัง: แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ (เฉพาะรุ่น ULTRA)
  • หลังคากระจก: Panoramic Glass Roof ขนาด 1.65 ตร.ม. พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า (เฉพาะรุ่น ULTRA)
  • แอปพลิเคชัน GWM: รองรับการตรวจสอบสถานะรถยนต์ สั่งการล็อก/ปลดล็อกประตู และเปิด-ปิดแอร์จากระยะไกล

ระบบความปลอดภัยมาตรฐาน (Safety & Driver Assistance)

  • ถุงลมนิรภัย: 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า, ด้านข้าง และม่านถุงลม)
  • ระบบเบรก: ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
  • การควบคุมการทรงตัว: ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (TCS)
  • การช่วยขับขี่บนทางลาดชัน: ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)
  • การจอดรถ: เซนเซอร์กะระยะหลัง 4 จุด พร้อมกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา และฟังก์ชันมองทะลุตัวรถ (Body Transparent View)
  • การตรวจสอบยาง: ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง (TPMS)
  • จุดยึดเบาะนั่ง: จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX

ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (Advanced Driver Assistance Systems – ADAS)

  • การควบคุมความเร็ว: ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมการช่วยเข้าโค้งอัจฉริยะ (Intelligent ACC)
  • การป้องกันการชนด้านหน้า: ระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCW) และระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
  • การควบคุมรถในเลน: ระบบช่วยรักษาความปลอดภัยในเลน (LCK), ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKAS)
  • การตรวจจับป้ายจราจร: ระบบช่วยจำแนกป้ายสัญญาณจราจร (TSR) และระบบเตือนความเร็วเกินกำหนด (SLWF)

ระบบความปลอดภัยเพิ่มเติม (เฉพาะรุ่น ULTRA)

  • การเปลี่ยนเลน: ระบบช่วยเปลี่ยนเลน (LCA) และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน (ELK)
  • การตรวจจับมุมอับ: ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (BSD) และระบบเตือนเมื่อมีรถในมุมอับสายตาขณะเปิดประตู (DOW)
  • การป้องกันการชนด้านหลัง: ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) และระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB)
  • การแจ้งเตือนการชน: ระบบช่วยเตือนการชนด้านหลัง (RCW)
  • การป้องกันการชนที่ทางแยก: ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถผ่านในมุมอับสายตาขณะพุ่งออกจากทางแยก (FCTA) และระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถผ่านในมุมอับสายตาขณะพุ่งออกจากทางแยก (FCTB)

 

 

 

GWM THAILAND

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้