MAZDA ออสเตรเลีย จะไม่นำ YARIS HYBRID มาแปะโลโก้ MAZDA เหมือนในยุโรป

MAZDA ออสเตรเลีย จะไม่นำ YARIS HYBRID มาแปะโลโก้ MAZDA เหมือนในยุโรป
Spread the love
Advertisement Advertisement

 

Mazda ออสเตรเลียยัน! ไม่เดินตามรอยยุโรป ปฏิเสธการใช้ Toyota Yaris มาแปะตรา Mazda 2 Hybrid

แม้ว่าในปัจจุบัน Mazda Australia อาจจะดูเหมือนตามหลังคู่แข่งอยู่ก้าวหนึ่งในด้านรถยนต์ไฮบริด (Hybrid) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่ผู้บริหารระดับสูงของ Mazda ในแดนจิงโจ้กลับยืนยันชัดเจนว่า “จะไม่ใช้วิธีทางลัด” ด้วยการนำรถ Toyota มาเปลี่ยนโลโก้ (Rebadged) เหมือนที่ทำในตลาดตุรกี ยุโรป หรือสหราชอาณาจักรอย่างแน่นอน

ทำไม Mazda 2 Hybrid (ร่างจำพลอง Yaris) ถึงไม่มาออสเตรเลีย?

Vinesh Bhindi กรรมการผู้จัดการของ Mazda Australia ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อยานยนต์ชื่อดังอย่าง CarExpert ว่า แม้ Mazda จะให้ความสำคัญกับรถยนต์ราคาเข้าถึงง่ายในกลุ่ม Entry-level แต่บริษัทไม่มีแผนที่จะนำ Mazda 2 Hybrid ที่ใช้พื้นฐานจาก Toyota Yaris (แบบที่ขายในยุโรป) เข้ามาทำตลาด

“เราไม่พิจารณาการนำรถไฮบริดของ Toyota ตัวที่จับมือกันในยุโรปเข้ามาครับ เพราะโมเดลนั้นผลิตในยุโรปและออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เฉพาะตลาดนั้นเท่านั้น”
— Vinesh Bhindi กล่าว

ในปัจจุบัน Mazda Europe วางขาย Mazda 2 Hybrid ซึ่งแทบจะถอดแบบมาจาก Toyota Yaris Hybrid ทุกประการ ตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกจนถึงภายใน โดยมีเพียงการเปลี่ยนตราสัญลักษณ์จากสามห่วงมาเป็นโลโก้ Mazda เท่านั้น


ความแตกต่างด้าน “แหล่งผลิต” คือกุญแจสำคัญ

ปัจจัยหลักที่ทำให้ดีลนี้ไม่เกิดขึ้นในออสเตรเลีย (รวมถึงอาจมองไปถึงตลาดในภูมิภาคอื่นที่ใกล้เคียงกัน) คือเรื่องของ Supply Chain และแหล่งผลิต:

  • ตลาดยุโรป: ทั้ง Toyota Yaris และ Mazda 2 Hybrid ผลิตในโรงงานที่ประเทศฝรั่งเศส
  • ตลาดออสเตรเลีย: Toyota Yaris นำเข้าจากญี่ปุ่น ส่วน Mazda 2 รุ่นปัจจุบันผลิตและส่งออกจากประเทศไทย

นอกจากนี้ Mazda 2 Hybrid เวอร์ชั่นยุโรปใช้ขุมพลังเบนซิน 1.5 ลิตร 3 สูบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 85 กิโลวัตต์ (ประมาณ 114 แรงม้า) ส่งกำลังผ่านเกียร์ e-CVT ของ Toyota ซึ่งเคลมอัตราสิ้นเปลืองที่ประหยัดสุดๆ ถึง 3.7 ลิตร/100 กม. (หรือประมาณ 27 กม./ลิตร)

Mazda 2 และ CX-3 รุ่นเดิม “ยังไม่ตาย” แม้อายุจะครบ 12 ปี

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือความยั่งยืนของโมเดลปัจจุบันอย่าง Mazda 2 และ Mazda CX-3 ซึ่งทั้งคู่เปิดตัวโฉมนี้มาตั้งแต่ปี 2014 (นับถึงปัจจุบันคือ 12 ปีแล้ว) แม้จะมีข่าวลือเรื่องการยุติการผลิต แต่ทางผู้บริหารยืนยันว่า:

Advertisement Advertisement

“ทั้ง Mazda 2 และ CX-3 จะยังคงอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของเราในปีนี้ ปีหน้า และปีต่อๆ ไป” เนื่องจากรถทั้งสองรุ่นยังคงผ่านข้อกำหนดมาตรฐานการออกแบบของออสเตรเลีย (ADR) และที่สำคัญคือ โรงงานในประเทศไทยยังคงเดินสายพานการผลิตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Mazda Australia สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้โดยไม่มีปัญหา

อนาคตใหม่กับ Vision X-Compact Concept?

เมื่อปีที่ผ่านมาในงาน Tokyo Motor Show, Mazda ได้เผยโฉมรถต้นแบบ Vision X-Compact ซึ่งเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ด้านงานดีไซน์ยุคถัดไป อย่างไรก็ตาม Manabu Osuga ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดและขายของ Mazda Motor Corporation ระบุว่า:

“ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการหารือว่าเราจะพัฒนา (Successor) ของ Mazda 2 แม้เสียงตอบรับต่อรถต้นแบบจะดีมาก แต่เรายังไม่ได้สรุปว่าจะนำดีไซน์นั้นมาใช้กับเจนเนอเรชั่นถัดไปของ Mazda 2 โดยตรง”

ส่องยอดขายและราคาจำหน่ายในออสเตรเลีย (เทียบเงินบาท)

แม้จะเป็นโมเดลที่ทำตลาดมานาน แต่ยอดขายในปี 2025 ที่ผ่านมาก็ยังถือว่าน่าประทับใจ:

  • Mazda CX-3: มียอดจดทะเบียน 15,429 คัน (เป็นรถรุ่นที่ขายดีอันดับ 2 ของแบรนด์ รองจาก CX-5)
  • Mazda 2: มียอดจดทะเบียน 4,346 คัน

ตารางเปรียบเทียบราคาเริ่มต้น (คำนวณที่ 1 AUD = 23.40 THB):

รุ่นรถ ราคา (ดอลลาร์ออสเตรเลีย) ราคาประมาณการ (บาท)
Mazda 2 (รุ่นเริ่มต้น) $27,290 638,586 บาท
Mazda CX-3 (รุ่นเริ่มต้น) $30,670  717,678 บาท

*หมายเหตุ: ราคานี้ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมแรกเข้าและภาษีอื่นๆ ในออสเตรเลีย

บทสรุป

สำหรับแฟนๆ Mazda ที่รอคอยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อาจจะต้องรอกันอีกสักนิด เพราะดูเหมือนว่า Mazda จะยังคงเลือกแนวทาง “พัฒนาสิ่งที่มีให้ดีที่สุด” (Continuous Update) สำหรับรถรุ่นเริ่มต้น มากกว่าที่จะนำรถจากค่ายพันธมิตรมาแปะตราขาย เพื่อรักษาเอกลักษณ์ DNA ของการขับขี่แบบ Jinba Ittai เอาไว้ให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

Mazda2 Hybrid 2026 ปรับโฉมใหม่ในยุโรป พร้อมการส่งสัญญาณอำลา Mazda2 “เวอร์ชันดั้งเดิม”

carexpert

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้