Toyota Yaris Cross ไมเนอร์เชนจ์ญี่ปุ่น (ประกาศ 20 ก.พ.) เพิ่มจอ 10.5 นิ้ว + สีใหม่ “Urban Rock” เริ่มขาย 3 มี.ค.
โตโยต้า ประกาศปรับปรุงบางส่วน (Minor Change) ให้กับ Toyota Yaris Cross ในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ และเตรียมเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 3 มีนาคม โดยไฮไลต์หลักคือการเพิ่มอุปกรณ์ยอดนิยมให้รุ่นหลัก ๆ พร้อมอัปเดตสีตัวถังและรายละเอียดตกแต่งภายนอกให้ดูเข้มขึ้น
ไฮไลต์การปรับปรุง Toyota Yaris Cross ใหม่
- เพิ่มจอ 10.5 นิ้ว Display Audio (รองรับ Connected Navigation) Plus เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น Z / Z “Adventure” / G
- สเปกอากาศหนาว (Cold Area Spec) ติดตั้งเป็นมาตรฐานในรุ่น 4WD (รุ่น 2WD เป็นออปชันจากโรงงาน)
- เพิ่มสีตัวถังใหม่ “Urban Rock” ครอบคลุม ทุกเกรด
- ปรับดีเทลภายนอก กระจกมองข้าง และ เสาอากาศครีบฉลาม (Shark Fin) เป็นงานตกแต่ง สีดำ ใน ทุกเกรด
อัปเกรดจอใหญ่ 10.5 นิ้ว: รุ่นไหนได้เป็นมาตรฐาน?
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของไมเนอร์เชนจ์รอบนี้ คือการเพิ่ม 10.5-inch Display Audio (Connected Navi) Plus ให้กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่นยอดนิยมช่วงกลาง–บน ได้แก่ Z, Z “Adventure” และ G ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์ใช้งานระบบอินโฟเทนเมนต์ให้ทันสมัยขึ้นอย่างชัดเจน
สเปกอากาศหนาว: 4WD ได้มาตรฐาน, 2WD เป็นออปชัน
โตโยต้าปรับให้ รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ได้รับ Cold Area Specification เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพื่อรองรับสภาพอากาศหนาวและการใช้งานในพื้นที่อุณหภูมิต่ำ ส่วน รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) ยังสามารถเลือกติดตั้งได้ในรูปแบบ ออปชันจากโรงงาน
สีใหม่ “Urban Rock” และงานตกแต่งสีดำทั้งคันในทุกเกรด
เพื่อเพิ่มความสดใหม่ด้านภาพลักษณ์ โตโยต้าเพิ่มสีใหม่ Urban Rock ให้เลือกใน ทุกเกรด พร้อมปรับโทนความเข้มของรายละเอียดภายนอก โดยระบุว่า กระจกมองข้าง และ เสาอากาศแบบครีบฉลาม จะถูกตกแต่งเป็น สีดำ ในทุกเกรดเช่นกัน ทำให้ภาพรวมดูสปอร์ตและพรีเมียมขึ้น
รุ่นพิเศษ Z “URBANO” เพิ่มทูโทนใหม่ Black × Urban Rock
สำหรับ รุ่นพิเศษ Z “URBANO” โตโยต้าปรับรายละเอียดให้สอดคล้องกับการอัปเดตของรุ่นพื้นฐาน (Z) และเพิ่มตัวเลือกสีตัวถังแบบทูโทนใหม่ ได้แก่ Black × Urban Rock (โทนหลังคาดำจับคู่กับสี Urban Rock) เพื่อเสริมความโดดเด่นและความแตกต่างของรุ่นพิเศษให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
สรุป ไมเนอร์เชนจ์ครั้งนี้ “เพิ่มของที่คนใช้จริง” และทำให้รุ่นบนคุ้มขึ้น
ภาพรวมการปรับปรุงของ Toyota Yaris Cross รอบนี้ เน้นไปที่การเพิ่มอุปกรณ์ที่ผู้ใช้ต้องการจริง โดยเฉพาะ จอ 10.5 นิ้ว และการจัดสเปกให้เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่อากาศหนาวสำหรับรุ่น 4WD ควบคู่กับการเพิ่มสีใหม่และดีเทลตกแต่งสีดำในทุกเกรด ทำให้รถดูใหม่ขึ้นทั้ง “ฟังก์ชัน” และ “ภาพลักษณ์” พร้อมเริ่มขายในญี่ปุ่นวันที่ 3 มีนาคม
ราคาทุกรุ่น Toyota Yaris Cross (ญี่ปุ่น — บาทประมาณ)
รุ่นเริ่มต้น / พื้นฐาน
- X เบนซิน 2WD: 2,046,000 ¥ ≈ 409,200 บาท
- X เบนซิน 4WD: 2,277,000 ¥ ≈ 455,400 บาท
- Hybrid X 2WD: 2,433,200 ¥ ≈ 486,640 บาท
- Hybrid X E-Four: 2,664,200 ¥ ≈ 532,840 บาท
เกรดกลาง G
- G เบนซิน 2WD: 2,172,500 ¥ ≈ 434,500 บาท
- G เบนซิน 4WD: 2,403,500 ¥ ≈ 480,700 บาท
- Hybrid G 2WD: 2,546,500 ¥ ≈ 509,300 บาท
- Hybrid G E-Four: 2,777,500 ¥ ≈ 555,500 บาท
เกรดสูง Z
- Z เบนซิน 2WD: 2,513,500 ¥ ≈ 502,700 บาท
- Z เบนซิน 4WD: 2,744,500 ¥ ≈ 548,900 บาท
- Hybrid Z 2WD: 2,887,500 ¥ ≈ 577,500 บาท
- Hybrid Z E-Four: 3,118,500 ¥ ≈ 623,700 บาท
Z “Adventure”
- Z Adventure เบนซิน 2WD: 2,629,000 ¥ ≈ 525,800 บาท
- Z Adventure เบนซิน 4WD: 2,860,000 ¥ ≈ 572,000 บาท
- Z Adventure Hybrid 2WD: 3,003,000 ¥ ≈ 600,600 บาท
- Z Adventure Hybrid E-Four: 3,234,000 ¥ ≈ 646,800 บาท
Z “URBANO” (รุ่นพิเศษพรีเมียม)
- Z Urbano เบนซิน 2WD: 2,623,500 ¥ ≈ 524,700 บาท
- Z Urbano เบนซิน 4WD: 2,854,500 ¥ ≈ 570,900 บาท
- Z Urbano Hybrid 2WD: 2,997,500 ¥ ≈ 599,500 บาท
- Z Urbano Hybrid E-Four: 3,228,500 ¥ ≈ 645,700 บาท
เกรด Sport
- GR SPORT เบนซิน 2WD: 2,648,800 ¥ ≈ 529,760 บาท
- GR SPORT Hybrid 2WD: 3,031,600 ¥ ≈ 606,320 บาท
โครงสร้างแพลตฟอร์ม
- พัฒนาบนสถาปัตยกรรม TNGA-B (Compact Platform)
- เน้นจุดศูนย์ถ่วงต่ำ + โครงสร้างตัวถังแข็งแรง
- บาลานซ์ระหว่างความนุ่มสบายและความมั่นคงที่ความเร็วสูง
ระบบกันสะเทือน (Suspension)
ด้านหน้า (ทุกรุ่น)
- MacPherson Strut + คอยล์สปริง
- เซ็ตอัพเน้นความคล่องตัวในเมือง และลดอาการหน้าทิ่มขณะเบรก
ด้านหลัง (แยกตามระบบขับเคลื่อน)
1) รุ่น 2WD (ขับหน้า)
- Torsion Beam + คอยล์สปริง
- ข้อดี: โครงสร้างเรียบง่าย น้ำหนักเบา ประหยัดพื้นที่
- คาแรกเตอร์: ขับในเมืองนุ่มพอเหมาะ เกาะถนนดีในความเร็วใช้งานทั่วไป
2) รุ่น 4WD (เบนซิน)
- ด้านหลังเปลี่ยนเป็น Double Wishbone (2-Link)
- รองรับเพลาขับหลังและเพิ่มเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง
- คาแรกเตอร์: แน่นกว่า 2WD ชัดเจนในโค้งความเร็วกลาง-สูง
3) รุ่น Hybrid E-Four (AWD ไฟฟ้า)
- ด้านหลังใช้ Double Wishbone เช่นเดียวกับ 4WD
- รองรับมอเตอร์ไฟฟ้าหลัง + เพิ่มการยึดเกาะในทางลื่น
- คาแรกเตอร์: มั่นใจขึ้นบนพื้นผิวเปียก/หิมะ (ตลาดญี่ปุ่น)
ระบบเบรก (Brake System)
- ด้านหน้า: ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน (Ventilated Disc)
- ด้านหลัง: ดิสก์เบรก
- ไฮบริด: ระบบเบรกแบบผสาน Hydraulic + Regenerative (ชาร์จไฟกลับขณะชะลอ)
- เบนซิน: ระบบไฮดรอลิกปกติ
ความสูงใต้ท้องรถ (Ground Clearance)
- ความสูงใต้ท้องรถ: 170 มม. เพียงพอสำหรับทางลูกระนาด/ถนนต่างจังหวัดระดับหนึ่ง
- เส้นสายตัวถังเน้นความ คม ชัด มีมิติ สะท้อนความแข็งแรงแบบ SUV
- ซุ้มล้อโป่ง (Fender Cladding) ช่วยเพิ่มความลุย
- ระยะความสูงใต้ท้องรถ 170 มม. ให้บุคลิก SUV ชัดเจน
- สัดส่วนตัวถัง: ยาว 4,180 มม. / กว้าง 1,765 มม. / สูง 1,590 มม.
- กระจังหน้าทรง Trapezoidal ขนาดใหญ่
- ลายภายในแตกต่างตามเกรด (Z / Z Adventure จะดูสปอร์ตมากกว่า)
- กันชนหน้าดีไซน์แยกชั้น เพิ่มมิติแนวนอน
- เส้น Shoulder Line พาดยาวตลอดคัน เพิ่มความสปอร์ต
- หลังคาออกแบบให้ดู Floating Roof (บางสีทูโทน)
- ซุ้มล้อขนาดใหญ่ รองรับล้อสูงสุด 18 นิ้ว
ชุดไฟหน้า-ท้าย
- Projector Full LED Headlamps
- ไฟ Daytime Running Light (DRL) แบบ LED
- ระบบ Adaptive High Beam (บางเกรด)
- ไฟท้ายแบบ Full LED Horizontal Line พาดยาว
- ลายไฟ Light Signature เชื่อมซ้าย-ขวา
- กันชนท้ายทรงหนา สื่อถึงความแข็งแรง
ล้อและยาง
- 18 นิ้ว (215/50R18) – ในรุ่น Z / Z Adventure
- 16 นิ้ว (205/65R16) – ในรุ่น G / X / U
โทนสีตัวถัง
- มีตัวเลือกสีทูโทน (หลังคาดำตัดสีตัวถัง)
- สีเด่น เช่น Urban Rock, Massive Grey, Black Mica ฯลฯ
- บางเกรดมีธีมตกแต่งเฉพาะ เช่น “Adventure” ที่ให้โทนเข้มและลุยมากขึ้น
แนวคิดการออกแบบ (Design Concept)
- จัดวางคอนโซลแบบ Horizontal Layout เพิ่มความรู้สึกกว้าง
- เน้นตำแหน่งอุปกรณ์ให้อยู่ในระยะสายตาผู้ขับ
- เส้นสายเรียบง่าย แต่มีมิติด้วยวัสดุต่างพื้นผิว
- ให้บรรยากาศ SUV มากกว่าแฮทช์แบ็กทั่วไป
ห้องคนขับ (Cockpit Design)
หน้าจอและมาตรวัด
- มาตรวัดดิจิทัล + จอ MID แบบ TFT (บางเกรด)
- หน้าจอกลาง 10.5 นิ้ว Display Audio (Z / Z Adventure / G)
- รองรับ Connected Navigation (T-Connect)
- มี Head-Up Display (บางเกรด)
พวงมาลัย
- พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน
- มีปุ่มควบคุมจอ, เครื่องเสียง และระบบช่วยขับ
- บางเกรดมี Steering Heater
ดีไซน์คอนโซลกลาง (Center Console)
- ดีไซน์เรียบ พร้อมช่องเก็บของหลายตำแหน่ง
- มี Wireless Charging (บางรุ่น)
- USB Type-C และ HDMI
- เบรกมือไฟฟ้า + Auto Brake Hold (บางเกรด)
วัสดุและโทนสีภายใน
- โทนสีดำ / Saddle Tan (บางเกรด)
- เบาะผ้าคุณภาพสูง หรือหนังสังเคราะห์ (ขึ้นกับเกรด)
- เดินตะเข็บและวัสดุตกแต่งเพิ่มความพรีเมียมในรุ่น Z / Z Adventure
รุ่น Adventure จะมีธีมสี Saddle Tan ช่วยเพิ่มบรรยากาศอบอุ่นและดูแตกต่างจากรุ่นมาตรฐาน
พื้นที่โดยสาร (Space & Practicality)
- ห้องโดยสาร 5 ที่นั่ง
- พื้นที่วางขากว้างพอสำหรับ B-SUV
- เบาะหลังพับได้แบบ 4:2:4 (บางเกรด)
- พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถกว้าง รองรับไลฟ์สไตล์ SUV
Toyota Safety Sense (TSS)
- Pre-Collision System (PCS) : ระบบเตือนและช่วยเบรกก่อนการชน (ตรวจจับรถ/คนเดินถนน/จักรยาน)
- Lane Tracing Assist (LTA) : ช่วยประคองรถให้อยู่ในเลน
- Lane Departure Alert (LDA) : เตือนเมื่อรถออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ
- Dynamic Radar Cruise Control (DRCC) : ครูซคอนโทรลแปรผันตามรถคันหน้า
- Automatic High Beam (AHB) : ปรับไฟสูง–ต่ำอัตโนมัติ
- Road Sign Assist (RSA) : อ่านป้ายจราจรและแสดงผลบนหน้าจอ
ระบบช่วยขับขี่เพิ่มเติม (Advanced Driver Assist)
- Blind Spot Monitor (BSM) : เตือนรถในจุดอับสายตา
- Rear Cross Traffic Alert (RCTA) : เตือนรถขณะถอยหลังออกจากช่องจอด
- Parking Support Brake : ระบบช่วยเบรกขณะจอด
- Panoramic View Monitor : กล้องมองรอบคัน 360 องศา (บางเกรด)
โครงสร้างตัวถังนิรภัย
- โครงสร้างแพลตฟอร์ม TNGA-B เพิ่มความแข็งแรงตัวถัง
- ออกแบบโครงสร้างดูดซับแรงกระแทก
- กระจายแรงชนเพื่อปกป้องห้องโดยสาร
ระบบเบรกและเสถียรภาพ
- ABS + EBD + BA
- Vehicle Stability Control (VSC)
- Traction Control (TRC)
- Hill-start Assist Control (HAC)
- Downhill Assist Control (บางรุ่น AWD)
ถุงลมนิรภัย
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
- ถุงลมนิรภัยด้านข้าง
- ม่านถุงลมนิรภัยรอบคัน
- บางตลาดรวมถุงลมนิรภัยหัวเข่า
เทคโนโลยีการขับขี่ในรุ่น Hybrid E-Four
- ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อไฟฟ้า (E-Four)
- ควบคุมแรงบิดล้อหลังอัตโนมัติ
- เพิ่มการยึดเกาะในพื้นผิวลื่น เช่น ฝนหรือหิมะ (ตลาดญี่ปุ่น)