เปิดราคาเริ่ม 562,000 บาทในอินโดฯ TOYOTA Veloz ไฮบริด โตโยต้า เวลอซ MPV 7 ที่นั่ง ขุมพลังเดียว ยาริส ครอส ประหยัดกว่า 28.9 กม./ลิตร


Toyota เปิดตัว New Veloz Hybrid EV ครั้งแรกในโลก พร้อมเดินหน้าผลิต EV ในอินโดนีเซียเต็มกำลัง
PT Toyota Astra Motor (TAM) เตรียมนำเสนอโมเดลใหม่ล่าสุดจากไลน์อัปของบริษัทในงาน GAIKINDO Jakarta Auto Week (GJAW) 2025 ซึ่งจัดขึ้นที่ ICE BSD เมืองตังเกอรัง ระหว่างวันที่ 21–30 พฤศจิกายนนี้ งานมหกรรมยานยนต์ประจำปีของอินโดนีเซียถือเป็นเวทีสำคัญที่บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ใช้ในการโชว์นวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุดต่อสาธารณชนและผู้เล่นในอุตสาหกรรมยานยนต์
ไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัว New Veloz Hybrid EV World Premiere ครั้งแรกของโลก พร้อมการเริ่มขาย New bZ4X Battery EV และ New Urban Cruiser Battery EV แบบประกอบท้องถิ่น ซึ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Toyota ในการทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้นในราคาที่จับต้องได้กว่าเดิม
การผลิตท้องถิ่น กุญแจสู่การเข้าถึงผู้บริโภคที่แท้จริง
Hiroyuki Ueda, President Director ของ TAM ระบุบนเวทีเปิดงานว่า Toyota ตั้งใจให้เทคโนโลยีรักษ์โลกสามารถเข้าถึงคนจำนวนมากที่สุด ไม่ใช่จำกัดเฉพาะกลุ่มบน ๆ ของตลาดเท่านั้น
เขาอธิบายว่า อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความหลากหลายทั้งด้านความต้องการและกำลังซื้อ การนำเสนอผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบ ตั้งแต่ไฮบริด, BEV ไปจนถึงรถสันดาปที่มีประสิทธิภาพสูง คือหนทางที่ Toyota เชื่อว่าจะตอบโจทย์ผู้ใช้ชาวอินโดนีเซียได้ดีที่สุด
นโยบาย “Toyota Ada Untuk Indonesia” จึงไม่ใช่แค่สโลแกน แต่เป็นกลยุทธ์ที่ยึดมั่นในการผลิตในประเทศให้มากที่สุด ลดต้นทุนการนำเข้า และสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ช่วยเพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมยานยนต์อินโดนีเซียโดยรวม
New Veloz Hybrid EV MPV แห่งยุคใหม่สำหรับครอบครัวอินโดนีเซีย
Toyota Veloz คือหนึ่งใน MPV ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในอินโดนีเซียมาอย่างยาวนาน ด้วยภาพลักษณ์ที่เหมาะกับครอบครัว ฟังก์ชันครบ และราคาที่เข้าถึงง่าย การมาของ รุ่น Hybrid EV จึงถือเป็นก้าวย่างสำคัญในเซกเมนต์รถครอบครัวที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนี้

Toyota Veloz Hybrid EV 2026 เปิดราคาอินโดนีเซีย เริ่มต้น 303 ล้านรูเปียห์
Toyota อินโดนีเซียเปิดตัว Veloz Hybrid EV รุ่นปี 2026 อย่างเป็นทางการ เสริมไลน์อัพ MPV 7 ที่นั่งด้วยขุมพลังไฮบริด เน้นความประหยัดและความคุ้มค่าในราคาที่จับต้องได้ง่ายในตลาดอาเซียน เครื่องยนต์ยกมาจาก YARIS CROSS HYBRID และ ATIV HYBRID
ราคาจำหน่าย Veloz HYBRID OTR อินโดนีเซีย
- รุ่นเริ่มต้น V HEV เปิดราคาประมาณ Rp 308 ล้าน หรือประมาณ 562,000 บาท
- รุ่น Q HEV อยู่ในช่วงประมาณ Rp 325 ล้าน หรือประมาณ 603,000 บาท
- รุ่นตกแต่งพิเศษ Modellista ขยับไปที่ประมาณ Rp 350 ล้าน หรือประมาณ 649,000 บาท
- รุ่นสูงสุด Q HEV TSS Modellista อยู่ราว Rp 385ล้าน หรือประมาณ 714,000 บาท
ขนาดตัวถัง
- ความยาวรวม (Overall Length): 4,512 มม.
- ความกว้างรวม (Overall Width): 1,780 มม.
- ความสูงรวม (Overall Height): 1,700 มม.
- ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 2,750 มม.
- ระยะช่วงล้อหน้า (Front Tread): 1,515 มม.
- ระยะช่วงล้อหลัง (Rear Tread): 1,510 มม.
ข้อมูลเครื่องยนต์ของ Toyota Veloz Hybrid
- เครื่องยนต์รหัส 2NR-VEX แบบเบนซิน 4 สูบเรียง 16 วาล์ว DOHC พร้อมระบบ Dual VVT-i ความจุ 1,496 ซีซี
- กำลังสูงสุดจากเครื่องยนต์ 91 แรงม้า (PS) ที่ 5,500 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุดเครื่องยนต์ 121 นิวตันเมตร ที่ 4,000–4,800 รอบ/นาที
- มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 80 แรงม้า (PS)
- แรงบิดสูงสุดมอเตอร์ไฟฟ้า 141 นิวตันเมตร
- กำลังรวมทั้งระบบ (Maximum System Output) อยู่ที่ 111 แรงม้า (PS)
- ระบบส่งกำลังเป็น เกียร์อัตโนมัติ CVT
- มาตรฐานไอเสีย EURO 4
- ระบบจ่ายเชื้อเพลิง Electronic Fuel Injection (EFI)
- ประเภทเชื้อเพลิง เบนซิน
- ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 43 ลิตร
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 28.9 กม./ลิตร *จากผลการทดสอบของ Media GridO ด้วยเส้นทางในเมือง ที่ความเร็วเฉลี่ย 22 กม./ชม. ระยะทาง 50 กม. โดยใช้โหมด Eco Driving
ช่วงล่าง / แชสซี (Chassis)
- ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนล้อหน้า (FF / FWD) ขับ 2 ล้อ
- รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด: 5.2 เมตร
- ระบบพวงมาลัย: พวงมาลัยไฟฟ้า (Electric Power Steering: EPS)
- คอพวงมาลัย: ปรับได้แบบ Tilt & Telescopic (ปรับขึ้น-ลง และยืด-หด)
- ช่วงล่างหน้า: MacPherson Strut
- ช่วงล่างหลัง: Torsion Beam
- เบรกหน้า: ดิสก์เบรก 16 นิ้ว
- เบรกหลัง: ดิสก์เบรก พร้อมเบรกมือไฟฟ้า (EPB)
- ระบบช่วยเบรก: ABS + EBD + BA
- เบรกมือ: แบบไฟฟ้า พร้อม Auto Brake Hold
- ล้อ/ยาง: 205/50 R17 ล้ออัลลอย 17 นิ้ว สีดำ
ภาพรวมดีไซน์ภายนอก
Toyota Veloz Hybrid EV มีบุคลิก ทันสมัย สปอร์ต และโปร่งกว้าง เน้นเส้นสายที่ลื่นไหลจากด้านหน้าไปจนท้ายรถ เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการ MPV ที่ดูไม่เทอะทะ พร้อมความรู้สึกพรีเมียมแต่ยังใช้งานจริงได้ทุกวัน โดยรวมคือ “ความเป็นรถครอบครัวยุคใหม่ที่ดูโฉบเฉี่ยว”
ดีไซน์ด้านหน้า (Front Design)
- กระจังหน้าใหม่ (New Front Grille) ดีไซน์สปอร์ต
- ไฟหน้าใหม่ (New Headlamp) โฉบเฉี่ยวทันสมัย
- กรอบไฟตัดหมอกใหม่ (New Foglamp Bezel)
- กันชนล่างหน้าใหม่ (New Front Underguard) เพิ่มมิติความบึกบึน
ดีไซน์ด้านข้าง (Side Profile)
- กระจกมองข้างสีดำใหม่ (New Black Outer Mirror Cover)
- มือจับประตูสีดำใหม่ (New Black Door Handle)
- หลังคาทูโทนใหม่ (New Two Tone Roof)
- ล้ออัลลอยสีดำขนาด 17 นิ้ว (New 17″ Black Alloy Wheel)
- คิ้วขยายซุ้มล้อและคิ้วข้างตัวถังใหม่ (New Over Fender & Side Body Molding)
- คิ้วโครเมียมสีเข้ม (New Dark Chrome Ornament)
- ครีบฉลามสีดำ (New Black Shark Fin)
- คิ้วกันสาดข้าง (Side Visor)
ดีไซน์ด้านหลัง (Rear Design)
- ไฟท้ายดีไซน์ Progressive พร้อมไฟ LED เต็มฝาท้าย (Full Backdoor LED)
- กันชนล่างหลังใหม่ (New Rear Underguard)
- สัญลักษณ์ HEV ใหม่ (New Emblem HEV)
ฟังก์ชันเสริมความสะดวก
-
กระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติ พร้อมไฟส่องพื้นดีไซน์ใหม่ (Auto Retractable Mirror with New Foot Lamp)
ภาพรวมฟีเจอร์ภายในทั้งหมด
รถรุ่นนี้มาพร้อมการยกระดับห้องโดยสารให้ พรีเมียม สะดวกสบาย และทันสมัยมากขึ้น ครอบคลุมทั้งดีไซน์ ความบันเทิง และเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก ดังนี้
ดีไซน์และบรรยากาศภายใน
- แดชบอร์ดโทนสีดำใหม่ ดีไซน์เรียบหรู
- เบาะนั่งวัสดุสีดำดีไซน์ใหม่
- ห้องโดยสารกว้าง เงียบ พร้อมโหมด Long Sofa ปรับเบาะยืดหยุ่น
- ที่วางแขนประตู Soft Pad (เฉพาะ Q Hybrid EV Modellista)
ระบบความบันเทิงและจอแสดงผล
- หน้าจอ Head Unit 10 นิ้ว พร้อมเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน (เฉพาะ Q Hybrid EV)
- รองรับ OTT Streaming, Web Browser และระบบ Top Up
- Rear Seat Entertainment (เฉพาะ Q Hybrid EV Modellista)
- หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ Digital TFT
เทคโนโลยีและความสะดวกสบาย
- Wireless Charger รองรับมาตรฐาน Qi
- Electric Parking Brake พร้อม Brake Hold
- พวงมาลัยหุ้มหนัง ปรับ Tilt & Telescopic พร้อมสวิตช์ควบคุม
- Push Start Button
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ (Auto A/C)
สรุประบบความปลอดภัยและช่วยเหลือการขับขี่
รถรุ่นนี้มาพร้อมชุดเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง โดยเฉพาะในรุ่น Q Hybrid EV Modellista TSS ที่ติดตั้งระบบช่วยขับขี่ครบครันระดับ ADAS พร้อมระบบพื้นฐานที่มีในทุกรุ่น ดังนี้
ระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง (เฉพาะ Q Hybrid EV Modellista TSS)
- Adaptive Cruise Control (ACC) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ตรวจจับรถด้านหน้าและรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับทางไกล
- Pre-Collision Warning & Pre-Collision Braking ระบบเตือนและช่วยเบรกอัตโนมัติเมื่อมีความเสี่ยงชนด้านหน้า ใช้กล้องและเรดาร์ตรวจจับเพื่อลดโอกาสและความรุนแรงของอุบัติเหตุ
- Lane Departure Warning & Lane Departure Prevention เตือนเมื่อรถออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ พร้อมช่วยควบคุมพวงมาลัยให้อยู่ในช่องทาง
- Rear Cross Traffic Alert (RCTA) เตือนเมื่อมีรถตัดผ่านด้านหลังขณะถอยหลัง ลดความเสี่ยงการชนในลานจอด
- Front Departure Alert แจ้งเตือนเมื่อรถคันหน้าขยับตัวในสภาพจราจรติดขัด
- Pedal Misoperation Control ช่วยลดความเสี่ยงการพุ่งชนด้านหน้า กรณีเหยียบคันเร่งผิดพลาด
- 6 ถุงลมนิรภัย คู่หน้า + ด้านข้าง + ม่านถุงลม เพิ่มความปลอดภัยรอบด้าน
- Blind Spot Monitoring (BSM) ระบบเตือนจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน
ระบบกล้องและความปลอดภัยเสริม
-
All Round View Camera (ใหม่) กล้องมองรอบคัน เพิ่มความมั่นใจในการจอดและขับในพื้นที่จำกัด (มีใน Q Hybrid EV ทุกรุ่นย่อย)
ระบบความปลอดภัยมาตรฐาน (มีในทุกรุ่น)
- Vehicle Stability Control (VSC) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว
- Hill Start Assist (HSA) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
-
ABS + EBD + BA
- ABS ป้องกันล้อล็อก
- EBD กระจายแรงเบรกอัตโนมัติ
- BA เสริมแรงเบรกในสถานการณ์ฉุกเฉิน






