วิกฤต Volkswagen! จ่อปลดพนักงาน 1 แสนตำแหน่ง จ่อปิด 4 โรงงานหลักในเยอรมนี

วิกฤต Volkswagen! จ่อปลดพนักงาน 1 แสนตำแหน่ง จ่อปิด 4 โรงงานหลักในเยอรมนี
มิวนิก, เยอรมนี — รายงานล่าสุดจาก Manager Magazin ระบุว่า โอลิเวอร์ บลูม (Oliver Blume) ซีอีโอของกลุ่ม Volkswagen (VW) เตรียมประกาศแผนปรับโครงสร้างครั้งประวัติศาสตร์ โดยพิจารณาปรับลดพนักงานทั่วโลกสูงสุดถึง 100,000 ตำแหน่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า พร้อมแผนการปิดโรงงานในประเทศเยอรมนีถึง 4 แห่ง ภายใต้การนำของ อาร์โน อันท์ลิตซ์ (Arno Antlitz) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (CFO)
แผนหั่นงบลงทุนและปรับโครงสร้างองค์กร
ผู้บริหารระดับสูงเตรียมปรับลดงบประมาณการลงทุนรวมตลอด 5 ปีข้างหน้าลงประมาณ 15% เหลือเพียงระดับ 1.3 แสนล้านยูโร (ประมาณ 4.95 ล้านล้านบาท) หรือราว 1.48 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.94 ล้านล้านบาท)
นอกจากนี้ แบรนด์หลักอย่าง Volkswagen และกลุ่มธุรกิจผลิตชิ้นส่วน จะถูกแยกตัวออกจากโครงสร้างเดิมของกลุ่มบริษัท เพื่อจัดตั้งเป็นนิติบุคคลใหม่ที่เป็นอิสระ ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่านี่คือ “การยกเครื่องโครงสร้างบริษัทใหม่ทั้งหมด”
การปิดโรงงานและกำลังการผลิตที่สูญเสีย
Volkswagen วางแผนระยะกลางที่จะยุติการดำเนินงานในโรงงานผลิต 3 แห่ง ได้แก่ ฮันโนเวอร์ (Hanover), ซวิคเกา (Zwickau) และเอ็มเดน (Emden) รวมไปถึงโรงงานของแบรนด์ Audi ในเมืองเนคคาร์ซูลม์ (Neckarsulm) ซึ่งทั้งหมดล้วนตั้งอยู่ในเยอรมนี
โรงงานทั้ง 4 แห่งจะทยอยลดบทบาทลงเมื่อรถยนต์รุ่นที่ผลิตอยู่ในปัจจุบันสิ้นสุดวงจรชีวิต (Life Cycle) การปิดตัวครั้งนี้จะส่งผลให้ เยอรมนีสูญเสียกำลังการผลิตรถยนต์ไปมหาศาลถึง 750,000 คันต่อปี
สัญญาณฉีกข้อตกลงสหภาพแรงงาน
ในปี 2024 Volkswagen เคยให้คำมั่นกับสหภาพแรงงานว่าจะไม่มีการปิดโรงงานใดๆ ตลอดทศวรรษนี้ โดยแลกกับการปรับลดพนักงาน 50,000 ตำแหน่ง แต่ด้วยสถานการณ์ล่าสุด การที่บริษัทเตรียมขยายขอบเขตการเลิกจ้างทะลุ 100,000 ตำแหน่ง สะท้อนชัดเจนว่า VW กำลังหาทางฉีกข้อตกลงเดิม และเตรียมเข้าสู่สภาวะตึงเครียดกับสหภาพแรงงานอีกครั้ง
3 ปัจจัยหลักที่บีบคั้น “ยักษ์ใหญ่เยอรมัน”
- ความไม่แน่นอนด้านนโยบาย: กำแพงภาษีศุลกากรและนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา
- การแข่งขันที่ดุเดือด: การเติบโตแบบก้าวกระโดดของค่ายรถยนต์จากประเทศจีน ที่เข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดทั้งในจีนและยุโรป
- ต้นทุนการเปลี่ยนผ่าน: ค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วในการพัฒนาและวิจัยเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) ท่ามกลางอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ลดต่ำลง

