หลังดำเนินธุรกิจมา 12 ปี XPENG MOTORS ยังไม่เคยทำกำไร แม้ปี 2025 จะขาดทุนลดลง

เจาะลึกผลประกอบการ XPeng Motors 2025: ปีแห่งจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ สู่กำไรและยุค Physical AI
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2026 XPeng Motors ได้เปิดเผยรายงานผลประกอบการประจำปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2025 ซึ่งถือเป็นปี “Golden Year” ของแบรนด์ที่แสดงให้เห็นถึงการเติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งในแง่ของยอดขาย ประสิทธิภาพการทำกำไร และการวางรากฐานเทคโนโลยีแห่งอนาคต
สรุปความสำเร็จด้านยอดขายและรายได้ (Growth Performance)
ในปี 2025 XPeng สามารถส่งมอบรถยนต์ได้รวมทั้งสิ้น 429,445 คัน ซึ่งเติบโตขึ้นถึง 125.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการขยายตัวของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดมากขึ้น
| หัวข้อ | ปี 2025 (หยวน) | มูลค่า (บาท) * | การเติบโต (YoY) |
|---|---|---|---|
| รายได้รวม | 76.72 พันล้าน | 3.64 แสนล้าน | +87.7% |
| รายได้จากการขายรถ | 68.38 พันล้าน | 3.25 แสนล้าน | +90.8% |
* อัตราแลกเปลี่ยน 1 CNY = 4.752 THB
ประสิทธิภาพการทำกำไร: การบริหารต้นทุนที่เหนือชั้น
สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือ อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 18.9% (เทียบกับ 14.3% ในปี 2024) และในไตรมาสที่ 4 เพียงไตรมาสเดียว ทำสถิติพุ่งสูงถึง 21.3%
- การลดผลขาดทุน: ผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมหาศาลจาก 5.79 พันล้านหยวน หรือ 27,505 ล้านบาท เหลือเพียง 1.14 พันล้านหยวน หรือ 5,415 ล้านบาท
- Non-GAAP Profit: หากพิจารณาผลการดำเนินงานจริงโดยไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษ XPeng ขาดทุนเพียง 460 ล้านหยวน หรือ 2,185 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับจุดคุ้มทุนอย่างมาก และเริ่มมีกำไรสุทธิที่เป็นบวกแล้วในไตรมาสสุดท้าย
โครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายบริการ
XPeng ไม่ได้เน้นเพียงการขายรถ แต่ยังลงทุนอย่างหนักในระบบนิเวศการใช้งานจริง ณ สิ้นปี 2025 บริษัทมีรากฐานที่แข็งแกร่งดังนี้:
- เครือข่ายค้าปลีก: 721 แห่ง ครอบคลุม 255 เมืองทั่วจีน
- สถานีชาร์จ: รวม 3,159 สถานี โดยในจำนวนนี้เป็น Supercharger ถึง 2,108 สถานี ซึ่งช่วยแก้ปัญหาความกังวลเรื่องระยะทางของผู้ใช้รถไฟฟ้าได้โดยตรง
วิสัยทัศน์แห่งอนาคต: จากรถยนต์สู่ “Physical AI”
เหอ เสี่ยวเผิง (CEO) ได้ประกาศทิศทางใหม่ที่ชัดเจนว่า XPeng กำลังเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ไปสู่ผู้นำด้านเทคโนโลยี AI โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ:
- Autonomous Driving L4: ยกระดับจากระบบช่วยขับ L2+ ไปสู่การขับขี่อัตโนมัติระดับ 4 อย่างเต็มรูปแบบ
- Global Expansion: การนำระบบ VLA (Vision-Language-Action) รุ่นที่สองออกสู่ตลาดโลก เพื่อแข่งขันในระดับสากล
- Humanoid Robots: การผลิตหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ขั้นสูงในปริมาณมาก (Mass Production) ซึ่งจะเป็น New S-Curve ของบริษัท
“เรามีเงินสดในมือกว่า 4.76 หมื่นล้านหยวน หรือ 226,189 ล้านบาท ซึ่งเป็นหลักประกันที่มั่นคงว่าเราจะสามารถลงทุนในวิจัยและพัฒนา AI ได้อย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดโลก” – ดร. กู่ หงตี้ รองประธานร่วมกล่าวสรุป
บทวิเคราะห์เพิ่มเติม: การที่ XPeng สามารถทำกำไรขั้นต้นได้สูงกว่า 21% ในไตรมาสสุดท้าย สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการผลิต (Economies of Scale) และอำนาจในการต่อรองกับ Supply Chain ที่ดีขึ้น หากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป ปี 2026 อาจเป็นปีแรกที่ XPeng Motors รายงานผลกำไรสุทธิเป็นบวกตลอดทั้งปี
นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมาจนถึงปัจจุบัน (มีนาคม 2026) XPeng Motors ดำเนินธุรกิจมาแล้วประมาณ 12 ปี โดยที่ยังไม่สามารถทำกำไร “สุทธิ” แบบเต็มปีได้เลย
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ผมสรุปไทม์ไลน์สำคัญและสถานะการเงินให้ดังนี้
ระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ
- ก่อตั้งบริษัท: สิงหาคม 2557 (2014)
- เริ่มส่งมอบรถยนต์คันแรก: ธันวาคม 2561 (2018) — เริ่มมีรายได้จากการขายจริงมาประมาณ 7-8 ปี
- ปัจจุบัน: มีนาคม 2569 (2026) — รวมระยะเวลาตั้งบริษัทมาประมาณ 12 ปี
สถานะกำไร-ขาดทุน (สรุปจากรายงานล่าสุดปี 2025)
ถึงแม้ว่าในภาพรวม “รายปี” จะยังคงขาดทุนอยู่ แต่รายงานวันนี้ (20 มีนาคม 2026) แสดงให้เห็นสัญญาณบวกที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัทครับ:
- ขาดทุนสุทธิปี 2025: ยังคงขาดทุนอยู่ที่ 1.14 พันล้านหยวน (5,417 ล้านบาท)
- จุดเปลี่ยนสำคัญ (Q4 2025): ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 XPeng สามารถทำ “กำไรสุทธิรายไตรมาส” ได้เป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์บริษัท โดยมีกำไรอยู่ที่ 380 ล้านหยวน (1,805 ล้านบาท)
ทำไมถึงยังไม่กำไร (ในภาพรวมรายปี)?
เหตุผลหลักที่บริษัท Tech EV อย่าง XPeng ยังไม่กำไรในช่วง 10 ปีแรก แม้จะมียอดขายถล่มทลาย เป็นเพราะ
- การลงทุน R&D ที่สูงมาก: XPeng เน้นการพัฒนาซอฟต์แวร์ขับขี่อัตโนมัติ (AI) และหุ่นยนต์ด้วยตนเอง ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลต่อเนื่อง
- การขยายโครงสร้างพื้นฐาน: การสร้างสถานีชาร์จ Supercharger กว่า 2,000 แห่ง และโชว์รูมกว่า 700 แห่ง ต้องใช้กระแสเงินสดสูง
- สงครามราคา: การแข่งขันในตลาดรถไฟฟ้าจีนที่รุนแรง ทำให้ Margin ในช่วงแรกถูกบีบ แต่ปัจจุบันอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ของ XPeng เริ่มดีดตัวกลับมาสูงถึง 21.3% แล้วในไตรมาสล่าสุด
สรุปสั้นๆ: XPeng ใช้เวลา 12 ปี ในการฝ่าฟันจนเริ่มแตะ “กำไร” ในระดับไตรมาสได้สำเร็จ และคาดว่าปี 2026 นี้จะเป็นปีแรกที่บริษัทลุ้นทำกำไรสุทธิแบบเต็มปี (Full-year Profit) ครับ
