Xpeng P7+ เริ่มส่งมอบในฝรั่งเศส เคาะราคาเริ่มต้นที่ 1.74 ล้านบาท ผลิตในยุโรปเพื่อตลาดยุโรป 455-530 กม./ชาร์จ WLTP
Xpeng P7+ เริ่มส่งมอบในฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ เคาะราคาเริ่มต้นที่ 1.74 ล้านบาท ผลิตในยุโรปเพื่อตลาดยุโรป
Xpeng P7+ รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ลิฟต์แบ็ก (Liftback) รุ่นล่าสุด ได้เริ่มต้นส่งมอบอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศฝรั่งเศส โดยเปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้นที่ 45,990 ยูโร (ประมาณ 1,748,539 บาท หรือ 53,470 ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งความพิเศษของการส่งมอบรถคันแรกนี้ ได้รับเกียรติจาก Brian Gu รองประธานกรรมการและประธานของ Xpeng เดินทางมาส่งมอบกุญแจรถให้กับลูกค้าด้วยตนเองที่กรุงปารีส โดยรถรุ่นนี้จะถูกประกอบขึ้นที่โรงงานในเมืองกราซ (Graz) ประเทศออสเตรีย
Dr. Brian Gu ได้แบ่งปันเรื่องราวผ่านช่องทางออนไลน์ว่า เขาได้เดินทางไปเยือนโชว์รูม Xpeng ในกรุงปารีสเพื่อพูดคุยกับพันธมิตรทางธุรกิจ และร่วมเฉลิมฉลองการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า Xpeng P7+ คันแรกให้แก่ลูกค้าในฝรั่งเศส พร้อมทั้งเผยภาพถ่ายในขณะที่เขากำลังส่งมอบกุญแจรถให้กับเจ้าของรถคนแรก นอกจากนี้เขายังระบุเพิ่มเติมว่า Xpeng สามารถสร้างสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (Record Sales Month) ได้ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
ฐานการผลิตในยุโรป และรุ่นย่อยที่วางจำหน่าย
เพื่อตอบสนองต่อตลาดยุโรป Xpeng P7+ จึงถูกนำเข้ามาประกอบที่โรงงานของ Magna Steyr ในเมืองกราซ ประเทศออสเตรีย โดยได้เสร็จสิ้นการทดสอบการผลิต (Trial Production) ไปเมื่อเดือนมกราคม 2026 ที่ผ่านมา สำหรับการวางจำหน่ายในประเทศฝรั่งเศส จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย (Trim levels) ดังนี้:
- RWD Standard Range: ราคาเริ่มต้น 45,990 ยูโร (ประมาณ 1,748,539 บาท / 53,570 ดอลลาร์สหรัฐ)
- RWD Long Range: ราคา 49,990 ยูโร (ประมาณ 1,900,619 บาท / 58,120 ดอลลาร์สหรัฐ)
- AWD Performance (รุ่นท็อป): ราคา 53,990 ยูโร (ประมาณ 2,052,699 บาท / 62,770 ดอลลาร์สหรัฐ)
เจาะลึกสเปก ขนาดตัวถัง และสมรรถนะของแต่ละรุ่น
Xpeng P7+ เป็นรถยนต์ลิฟต์แบ็กขนาดใหญ่ โดยมีมิติตัวถังอยู่ที่ ยาว 5,071 มม. / กว้าง 1,937 มม. / สูง 1,512 มม. โดยแต่ละรุ่นย่อยมีรายละเอียดและสมรรถนะที่แตกต่างกันดังนี้:
-
- รุ่น RWD Standard Range
มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 180 kW (241 แรงม้า) จับคู่กับแบตเตอรี่ขนาด 61.7 kWh มอบระยะทางการวิ่งสูงสุด 455 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) และสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 6.9 วินาที
- รุ่น RWD Standard Range
-
- รุ่น RWD Long Range
อัปเกรดความแรงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลังที่ให้กำลังเพิ่มขึ้นเป็น 230 kW (308 แรงม้า) พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 74.9 kWh ทำระยะทางการวิ่งได้ไกลถึง 530 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) และทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 6.2 วินาที
- รุ่น RWD Long Range
- รุ่น AWD Performance (รุ่นท็อปสุด)
ขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้พละกำลังรวมสูงสุดถึง 370 kW (496 แรงม้า) โดยใช้แบตเตอรี่ขนาดเดียวกับรุ่นลองเรนจ์ที่ 74.9 kWh มอบระยะทางการวิ่งที่ 500 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) และทรงพลังด้วยอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาสั้นๆ เพียง 4.3 วินาทีเท่านั้น *(หมายเหตุ: รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD นี้ ไม่มีวางจำหน่ายในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่)*
เปรียบเทียบสถานการณ์ในตลาดประเทศจีน
เมื่อหันกลับไปมองตลาดในประเทศจีน (Domestic Market) ค่าตัวของ Xpeng P7+ รุ่นไฟฟ้าล้วน (BEV) จะมีราคาอยู่ที่ 186,800 – 208,800 หยวน (ประมาณ 27,620 – 30,875 ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งถือว่ามีราคาที่ย่อมเยากว่าในยุโรปพอสมควร นอกจากนี้ในตลาดจีนยังมีรุ่นขยายระยะทางด้วยเครื่องยนต์หรือ EREV (Extended Range Electric Vehicle) ให้เลือกเพิ่มเติมอีกด้วย
ข้อมูลจาก China EV DataTracker ระบุว่า Xpeng ได้ส่งมอบรถ P7+ ทรงลิฟต์แบ็กในประเทศจีนไปแล้วจำนวน 12,758 คัน ในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2026 อย่างไรก็ตาม ยอดขายในประเทศจีนเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลงและลดลงเมื่อเทียบเป็นรายปี (Year-Over-Year) มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 เป็นต้นมา ถึงกระนั้น รถรุ่นนี้ก็ประสบความสำเร็จในแง่การผลิต โดย Xpeng P7+ คันที่ 100,000 ได้สไลด์ออกจากสายพานการผลิตในประเทศจีนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อเดือนมกราคม 2026 ที่ผ่านมา
FULL SPEC ในประเทศจีนแบบเดียวกับฝรั่งเศส แต่ไม่มีรุ่น EREV
XPENG เริ่มส่งมอบ P7+ รุ่นปรับปรุงใหม่ สู่ตลาดต่างประเทศ ประเดิมยุโรปก่อน พร้อมขยายเครือข่ายทั่วโลก
XPENG เดินหน้ากลยุทธ์ Global Expansion อย่างจริงจัง ล่าสุดประกาศเริ่มส่งมอบรถยนต์ซีดานไฟฟ้า Xpeng P7+ รุ่นปรับปรุงใหม่ ไปยังตลาดต่างประเทศในปริมาณมาก โดยยุโรปเป็นภูมิภาคแรกที่ได้รับการส่งมอบ หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา
เริ่มส่งมอบต่างประเทศ หลังเปิดตัวในจีนปลายปี 2024
XPENG เปิดตัว P7+ ครั้งแรกในประเทศจีนเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2024 โดยในช่วงแรกมีเฉพาะเวอร์ชัน รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) เท่านั้น ก่อนจะขยายไลน์อัปในรุ่นปรับปรุงใหม่สำหรับปี 2026 ซึ่งรวมถึงทั้ง BEV และ EREV (Extended-Range EV)
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา XPENG ได้ประกาศผ่าน Weibo ว่า ได้เริ่มจัดส่ง Xpeng P7+ รุ่นปี 2026 ไปยังตลาดต่างประเทศแล้วใน “ระดับการผลิตจำนวนมาก” สะท้อนถึงความพร้อมด้านกำลังการผลิตและซัพพลายเชนสำหรับตลาดโลก
เปิดตัวยุโรปอย่างเป็นทางการ ตั้งเป้าขาย 36 ประเทศ
P7+ รุ่นปรับปรุงใหม่ เปิดตัวในตลาดยุโรปเมื่อวันที่ 9 มกราคม โดย XPENG ระบุว่า รถรุ่นนี้จะถูกวางจำหน่ายใน 36 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ครอบคลุมทั้งยุโรป เอเชีย และตลาดเกิดใหม่บางส่วน
ที่น่าสนใจคือ ในวันเดียวกัน XPENG ยังประกาศว่า P7+ มียอดการผลิตสะสมครบ 100,000 คัน หลังจากเปิดตัวได้เพียง 14 เดือน นับเป็นหนึ่งในโมเดลซีดานไฟฟ้าที่เติบโตเร็วที่สุดของบริษัท
ผลิตในยุโรป เสริมภาพลักษณ์แบรนด์ระดับสากล
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ XPENG P7+ มีการผลิตในยุโรป โดยบริษัทเปิดเผยเมื่อวันที่ 5 มกราคม ว่า P7+ รุ่นปี 2026 ได้ผ่านการผลิตทดลอง (Trial Production) ที่ โรงงานเมืองกราซ ประเทศออสเตรีย เป็นที่เรียบร้อย
การผลิตในยุโรปช่วยให้ XPENG
- ลดความเสี่ยงด้านภาษีนำเข้า
- เพิ่มความยืดหยุ่นด้านโลจิสติกส์
- เสริมความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคยุโรป
ทั้งรุ่น BEV และ EREV ของ P7+ รุ่นปรับปรุงใหม่ มีราคาเริ่มต้นในจีนที่ 186,800 หยวน ถือว่าแข่งขันได้ในกลุ่มซีดานไฟฟ้าขนาดกลาง-ใหญ่
ยอดส่งมอบเดือนมกราคมลดลง แต่เป้าหมายทั้งปียังเติบโต
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า XPENG ส่งมอบรถยนต์ 20,011 คันในเดือนมกราคม
-
ลดลง 34.07% เมื่อเทียบกับปีก่อน
-
ลดลง 46.65% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนฤดูกาลและจังหวะเปลี่ยนรุ่นผลิตภัณฑ์ มากกว่าจะเป็นสัญญาณเชิงโครงสร้าง
ตั้งเป้าขาย 550,000–600,000 คันในปีนี้
รายงานจากสื่อจีน 36Kr ระบุว่า XPENG ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ไว้ที่ 550,000–600,000 คัน หรือเติบโตประมาณ 28%–40% จากยอดขาย 429,400 คันในปี 2025
ปัจจุบัน XPENG
-
มีเครือข่ายการขายมากกว่า 1,000 สาขา
-
ดำเนินธุรกิจในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก
การเร่งส่งมอบ P7+ รุ่นปรับปรุงใหม่ ควบคู่กับการผลิตในยุโรป ถือเป็นหมากสำคัญในการยกระดับ XPENG จาก “แบรนด์ EV จีน” สู่ “ผู้เล่นระดับโลก” อย่างเต็มตัว








XPeng P7+ 2026 เปิดตัวจีน! อัปเกรดใหญ่ 104 รายการ มีทั้งไฟฟ้าล้วน 800V/5C และรุ่น EREV วิ่งรวม 1,550 กม. พร้อมบุก 36 ประเทศทั่วโลก ลุ้นไทยเช่นกัน
วันที่เผยแพร่: 8 มกราคม 2569 (อ้างอิงข้อมูลทางการในจีน)
ราคา XPeng P7+ 2026 (จีน) พร้อมแปลงเป็นเงินบาท
ราคาเปิดตัวจีนอยู่ที่ 186,800–198,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทย (อัตรา 1 หยวน = 4.759 บาท) ประมาณ 888,000 –946,000 บาท (เป็นการแปลงค่าเงินเท่านั้น ยังไม่รวมภาษี/โครงสร้างราคาตลาดไทย)
- EREV 增程 1550 Max 科技版: 186,800 หยวน ≈ 888,000 บาท
- EREV 增程 1550 Max 旗舰版: 198,800 หยวน ≈ 946,000 บาท
- BEV 纯电 615 Max 旗舰版: 186,800 หยวน ≈ 888,000 บาท
- BEV 纯电 725 Max 旗舰版: 198,800 หยวน ≈ 946,000 บาท
จุดเด่นรุ่นไฟฟ้าล้วน: 800V ทั้งคัน + แบต 5C ชาร์จไว วิ่งไกลสุด 725 กม.
รุ่น BEV ของ XPeng P7+ 2026 ชูแพลตฟอร์ม 800V แบบ SiC เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่น พร้อมแบตเตอรี่ 5C Supercharging AI ที่เน้น “ชาร์จไวใช้งานจริง”
- ระยะทางสูงสุด (CLTC): 725 กม.
- ชาร์จ 10 นาที เพิ่มระยะทางได้ราว 420 กม. (เคลมจากผู้ผลิต)
- ชาร์จ 10–80% ใช้เวลาประมาณ 12 นาที (เคลมจากผู้ผลิต)
ภาพรวมจึงชัดเจนว่า P7+ ตั้งใจยกระดับ “ความสบายใจเวลาใช้งาน” ด้วยสปีดการชาร์จและความพร้อมของสถาปัตยกรรมไฟฟ้าสมัยใหม่เป็นหลัก
จุดเด่นรุ่น EREV วิ่งไฟฟ้า 430 กม. วิ่งรวม 1,550 กม.
ฝั่ง EREV ตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการระยะทางไกลและความยืดหยุ่นสูง โดยเคลมว่า
- วิ่งไฟฟ้าล้วน (CLTC): 430 กม.
- วิ่งรวม (CLTC): 1,550 กม.
- แบตเตอรี่: 49.2 kWh
- ชาร์จ 10 นาที เพิ่มระยะทางได้ราว 277 กม. (เคลมจากผู้ผลิต)
ด้านระบบขับเคลื่อน รุ่น EREV ใช้เครื่องยนต์ 1.5T ทำหน้าที่ปั่นไฟ กำลังสูงสุด 110 kW ทำงานร่วมกับมอเตอร์ขับเคลื่อนกำลังสูงสุด 180 kW
ดีไซน์ใหม่ทั้งหน้า-ท้าย: ไฟหน้า “Star Wing” ยาว 1,730 มม. + ไฟท้าย Lightbar รุ่นใหม่
ด้านงานออกแบบ P7+ 2026 ปรับภาพลักษณ์ให้ “คมและแข็งแรง” ขึ้น โดยด้านหน้าเปลี่ยนเป็นไฟแบบ แถบยาวเอกลักษณ์ Star Wing ความยาว 1,730 มม. รองรับ 2 โหมด (สว่างสูง/ไฟหรี่)
กันชนหน้าเพิ่มระบบ AGS Active Grille Shutter แบบ 2 ชั้น พร้อมช่องลมด้านข้างที่เปิด-ปิดอัตโนมัติ เพื่อบริหารอุณหภูมิการทำงานอย่างเหมาะสม และยังมีสีตัวถังใหม่ Star Mirror Blue
ด้านข้างยังคงเส้นสาย Fastback สปอร์ตจัดเต็ม พร้อมล้อ 20 นิ้ว ยาง Michelin 255/45 R20 ส่วนด้านท้ายใช้แนวคิด หลังคาลอย + สปอยเลอร์คู่ และไฟท้ายแบบ Lightbar รุ่นใหม่ รวมไฟเบรก ไฟเลี้ยว ไฟตำแหน่ง และไฟสถานะระบบช่วยขับขี่ไว้ในชุดเดียว
มิติตัวรถ (จีน) ยาว 5,071 มม. ฐานล้อ 3,000 มม.
- ยาว 5,071 มม.
- กว้าง 1,937 มม.
- สูง 1,512 มม.
- ฐานล้อ 3,000 มม.
ด้วยขนาดระดับนี้ P7+ ถูกวางเป็นซีดานพลังงานใหม่ไซส์กลาง-ใหญ่ที่เน้นทั้งพื้นที่ใช้สอยและภาพลักษณ์สปอร์ตแบบพรีเมียม
ห้องโดยสารอัปเกรด: HUD 29 นิ้ว + ไฟ Ambient 256 สี + กล่องเก็บของตั้งรหัส
ภายในเพิ่มสีใหม่ 2 โทน ได้แก่ Soft Purple และ Morning Mist Blue พร้อมของอัปเกรดสำคัญ เช่น
- มาตรวัด 8.8 นิ้ว
- HUD 29 นิ้ว
- ช่องแอร์ซ่อน เพิ่มความเรียบร้อย
- ไฟ Ambient แบบ “Starfall” 256 สี
- แท่นชาร์จไร้สายหุ้มวัสดุสัมผัสพรีเมียม
- เพดาน Micro Fiber
- กล่องเก็บของแบบ ใส่รหัสอิเล็กทรอนิกส์
ด้านพื้นที่ใช้สอย ระบุพื้นที่ผู้โดยสารแถวหน้า 956 มม. และแถวหลัง 994 มม. พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระ 725 ลิตร และขยายได้สูงสุด 2,221 ลิตร
ระบบจัดการความร้อน X-HP 3.5 + Heat Pump มาตรฐาน เน้นวิ่งหน้าหนาวไม่ดรอป
P7+ 2026 ใส่ระบบ X-HP 3.5 Intelligent Thermal Management และให้ Heat Pump เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยผู้ผลิตระบุว่า
- ฤดูหนาว ระยะทางเพิ่มขึ้นราว 15%
- ฤดูใบไม้ผลิ/ใบไม้ร่วง ลดการใช้พลังงานแอร์ 30–50%
ซอฟต์แวร์ใหม่: Tianji AIOS 6.0 + VLA Gen2 + VLM เน้น “Active Service”
อีกแกนหลักของรุ่นปี 2026 คือซอฟต์แวร์ โดยรถที่เปิดตัววันนี้ติดตั้ง Tianji AIOS 6.0 ตั้งแต่โรงงาน พร้อมแนวคิด UI ใหม่ “驭光” และฟีเจอร์ด้านการนำทาง/การรับรู้สภาพแวดล้อมแบบยกระดับ
ระบบนำทางถูกอัปเกรดเป็น 3D Lane-level SR และมีฟังก์ชันการรับรู้ล่วงหน้า เช่น แจ้งเตือนความผิดปกติบนถนน แจ้งเตือนกล้องจับความเร็ว ระยะห่างรถคันหน้า และสถานะสัญญาณไฟจราจร เพื่อให้คนขับ “รู้ก่อน” และวางแผนได้เร็วขึ้น
นอกจากนี้ XPeng ยังผลักดันแนวคิด VLM ซึ่งเป็น AI ที่ทำหน้าที่ “เข้าใจโลก” และเป็นประตูหลักของ OS รุ่นถัดไป ทำให้ห้องโดยสารก้าวสู่ยุค Active Service ไม่ใช่ระบบที่รอคำสั่งอย่างเดียว โดยระบุถึงความสามารถด้าน การรับรู้-จดจำ-คิด-ทำ-สื่อสาร รวมถึงมาตรฐานความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวด
ฝั่งระบบช่วยขับขี่/การประมวลผล มีการจัดไลน์รุ่นย่อยใหม่ เช่น Max จะได้ชิป Turing 1 ตัว (750 TOPS) ส่วนรุ่นระดับ Ultra จะเพิ่มจำนวนชิป เพื่อรองรับ VLA Gen2 และ VLM แบบเต็มระบบ
คู่แข่งในตลาด: BYD Han, Chery Fengyun A9L, Lynk & Co 10 EM-P
หากมองตำแหน่งทางการตลาด XPeng P7+ อยู่ในสนามที่แข่งขันหนักมาก คู่แข่งที่ถูกยกขึ้นมาเทียบ ได้แก่ BYD Han, Chery Fengyun A9L และ Lynk & Co 10 EM-P ซึ่งแต่ละรุ่นมีบุคลิกต่างกัน
- XPeng P7+: สปอร์ต + เทคโนโลยีอัจฉริยะเป็นแกนหลัก
- BYD Han: สมดุล ใช้งานได้ทั้งครอบครัว/ธุรกิจ
- Fengyun A9L: แนวคิด “หรูแบบเข้าถึงได้”
- Lynk & Co 10 EM-P: เน้นความแตกต่างและฟีลการขับแบบสปอร์ต
สรุป P7+ 2026 จะชนะเกม “สมาร์ตเป็นมาตรฐาน” ได้หรือไม่?
XPeng P7+ 2026 ลงสนามด้วยสูตรที่ชัดเจน: ชาร์จไว + ระยะทางสูง + ซอฟต์แวร์/AI ที่ยกระดับประสบการณ์จริง โดยเฉพาะการดัน AIOS 6.0, VLA Gen2 และ VLM เพื่อสร้าง “ความต่าง” ในยุคที่คำว่า “สมาร์ต” เริ่มกลายเป็นของพื้นฐาน
สุดท้าย ความสำเร็จของ P7+ จะขึ้นอยู่กับว่า XPeng จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกได้แค่ไหนว่า “สมาร์ตกว่า” ไม่ใช่แค่ “สมาร์ตพอๆ กัน” และกลยุทธ์ราคานี้จะพารถไปยืนตำแหน่งที่คุ้มค่าที่สุดในกลุ่มได้หรือไม่
ก่อนหน้านี้วันที่ 29 ธันวาคม Xpeng ประกาศรายละเอียดสำคัญของ Xpeng P7+ รุ่นปี 2026 ว่าจะทำตลาดทั้งแบบ BEV (ไฟฟ้าล้วน) และ EREV (ขยายระยะทางด้วยเครื่องยนต์ปั่นไฟ) พร้อมระบุว่ามีการอัปเกรดรวม 104 รายการ และเป็นการ “ปรับโฉม/ออกแบบใหม่ทั้งคัน” (complete redesign) รวมถึงการวางตำแหน่งเป็น โมเดลระดับโลก ที่เตรียมเปิดตัวใน 36 ประเทศ งานนี้ไทยมีลุ้นแน่นอน
P7+ และ G7 รุ่นใหม่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการใน วันที่ 8 มกราคม 2026 รุ่นใหม่มีให้เลือกทั้งแบบไฟฟ้าล้วนและแบบ ขยายระยะทางรุ่นไฟฟ้าล้วนมาพร้อมแพลตฟอร์ม 800V และแบตเตอรี่ AI ซูเปอร์ชาร์จ 5C เป็นมาตรฐาน โดยมีระยะทางวิ่งสูงสุดแบบ CLTC 725 กม. ส่วนรุ่นขยายระยะทางมีระยะทางวิ่งแบบไฟฟ้าล้วน CLTC 430 กม. และระยะทางรวม 1550 กม. สำหรับ G7 รุ่นขยายระยะทาง มีระยะทางวิ่งแบบไฟฟ้าล้วน 430 กม. และระยะทางรวมสูงสุด 1704 กม.
XPENG จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแล้วใน จีน + ต่างประเทศรวมกว่า 40 ประเทศ โดยตลาดหลักแบ่งเป็น
-
จีน (ตลาดหลัก)
-
เอเชีย: ไทย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, กัมพูชา (และเตรียมขยายเพิ่ม)
-
ยุโรป: นอร์เวย์, สวีเดน, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, สเปน, โปรตุเกส, UK และอีกหลายประเทศในยุโรป
-
ตะวันออกกลาง / แอฟริกา: เริ่มทำตลาดบางประเทศ
เป้าหมาย: ขยายเป็น ประมาณ 60 ประเทศทั่วโลก ในระยะใกล้
XPENG P7+ EREV


XPENG P7 EV











