เอกนัฏฯ สั่งการด่วน! สอบโซลาร์ ลดสเปก-เปลี่ยนยี่ห้อ-ไร้วิศวกรคุมงาน นอกจากนี้ สคบ. เตรียม ลงดาบ! สั่งสอบด่วนกรณีผู้รับเหมาทิ้งงาน-ลดสเปก

ในยุคที่ค่าไฟปรับตัวสูงขึ้น ประชาชนจำนวนมากหันมาให้ความสนใจติดตั้ง “ระบบโซลาร์เซลล์” (Solar Cell) เพื่อหวังลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แต่ในขณะเดียวกันก็มีผู้ประกอบการที่ไม่ได้มาตรฐานฉวยโอกาสหลอกลวงผู้บริโภค ล่าสุดเกิดกรณีฉาวที่มีผู้เสียหายสูญเงินกว่า 500,000 บาทจากการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน จนเกือบนำไปสู่โศกนาฏกรรมไฟไหม้บ้าน
สืบเนื่องจากปัญหาการติดตั้ง “ระบบโซลาร์เซลล์” (Solar Cell) ที่ไม่ได้มาตรฐานจนสร้างความเสียหายและสุ่มเสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชน ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ลงมารับเรื่องร้องเรียนด้วยตนเอง พร้อมสั่งการด่วนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแบบบูรณาการ เร่งแก้ปัญหาและคุ้มครองผู้บริโภคขั้นเด็ดขาด
ผนึกกำลังหน่วยงานรัฐ รับฟังปัญหาจากผู้เสียหายโดยตรง
การเข้ารับเรื่องร้องเรียนในครั้งนี้ นำโดย นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม พร้อมด้วยกลุ่มผู้เสียหาย ซึ่งทางกระทรวงพลังงานได้ระดมผู้บริหารระดับสูงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังและหาทางออกร่วมกันอย่างครบถ้วน นำโดย นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และผู้แทนจาก:
- กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)
- สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
- สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
- สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)

แฉพฤติกรรมผู้รับเหมา ลดสเปก-เปลี่ยนยี่ห้อ-ไร้วิศวกรคุมงาน
จากข้อมูลการร้องเรียนพบว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ระบบโซลาร์เซลล์มีปัญหาในการใช้งานอย่างต่อเนื่อง เกิดจากความมักง่ายและไม่ได้มาตรฐานของผู้ให้บริการติดตั้ง โดยมีพฤติการณ์หลัก ๆ ดังนี้:
- ใช้อุปกรณ์ผิดประเภท: มีการนำอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมกับระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานของบ้านผู้เสียหายมาใช้งาน
- สินค้าไม่ตรงปก: แอบเปลี่ยนยี่ห้อแผงโซลาร์เซลล์หรืออินเวอร์เตอร์ ให้ไม่ตรงกับข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญา
- ละเลยความปลอดภัยสูงสุด: การติดตั้งไม่ได้มาตรฐานทางวิศวกรรม และที่สำคัญคือ “ไม่มีวิศวกรควบคุมงาน” ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงขั้นร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สิน
สั่งการด่วน! ปูพรมตรวจพื้นที่ – เร่งคลอด “มาตรฐานบังคับ”
เพื่อเป็นการระงับเหตุและป้องกันความเสียหายในวงกว้าง รมว.พลังงาน ได้สั่งการเร่งด่วนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ให้ดำเนินการทันที ดังนี้:
- ลงพื้นที่ตรวจสอบหน้างาน: มอบหมายให้ พพ. และ พลังงานจังหวัด ร่วมกับ กฟน. และ กฟภ. ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ติดตั้งของผู้เสียหาย เพื่อประเมินความปลอดภัยทางไฟฟ้าและหาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน
- ยกระดับเป็น “มาตรฐานบังคับ”: สั่งการให้ สมอ. เร่งกำหนดมาตรฐานของแผงโซลาร์เซลล์และสายไฟที่ใช้ในการติดตั้ง โดยผลักดันให้เป็นมาตรฐานบังคับโดยเร็วที่สุด เพื่อสกัดกั้นสินค้าไม่ได้มาตรฐานและลักลอบนำเข้าออกจากท้องตลาด
- ดำเนินคดีถึงที่สุด: มอบหมายให้ สคบ. รับไม้ต่อในการเร่งรัดดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่ถูกร้องเรียน เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษทางกฎหมายและชดเชยค่าเสียหาย
เตรียมเปิด “ศูนย์รับเรื่องออนไลน์” คุ้มครองประชาชน
นอกจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว กระทรวงพลังงานยังเตรียมยกระดับการให้บริการประชาชน โดยรับหน้าที่เป็นตัวกลางเปิด “ช่องทางออนไลน์” เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถแจ้งปัญหาเกี่ยวกับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เข้าถึงง่าย และได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
“ผมรู้สึกเป็นห่วงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายทุกท่าน โดยกระทรวงพลังงานจะเป็นตัวกลางรับเรื่องร้องเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ ให้ประชาชนแจ้งปัญหาโซลาร์เซลล์ได้ง่ายขึ้น และจะเร่งดำเนินการเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายไปมากกว่านี้”
“ทั้งนี้ แม้กระทรวงพลังงานจะเตรียมออกมาตรการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเป้าหมายในการลดการนำเข้าพลังงานของประเทศ แต่สิ่งสำคัญที่ผมต้องขอเน้นย้ำและจะกำกับดูแลอย่างเข้มงวดคือ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์จะต้องใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ผู้ประกอบการจะต้องมีความชำนาญ มีความรับผิดชอบ และต้องมีวิศวกรควบคุมการติดตั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้งานและเกิดความปลอดภัยสูงสุดกับประชาชนทั่วประเทศ”
— นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
สคบ. ลงดาบ! สั่งสอบด่วนกรณีผู้รับเหมาทิ้งงาน-ลดสเปก
น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงกระแสข่าวที่สร้างความกังวลให้กับประชาชน กรณีผู้ให้บริการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้อุปกรณ์เกิดการละลาย มีกลิ่นเหม็นไหม้ เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย และที่สำคัญคือไม่สามารถลดค่าไฟได้จริงตามที่โฆษณาไว้ สร้างความเสียหายรวมกว่า 500,000 บาท
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มีการสั่งการด่วนไปยัง นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. ให้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมปูพรมตรวจการแสดงฉลากสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น แผงเซลล์แสงอาทิตย์ เครื่องแปลงไฟ (Inverter) และแบตเตอรี่ ที่วางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วประเทศ
เจาะลึกพฤติการณ์อันตราย แปลงระบบไฟฟ้า-ใช้สายไฟผิดประเภท
จากการตรวจสอบกรณีร้องเรียนที่เกิดขึ้น พบพฤติการณ์ที่เข้าข่ายหลอกลวงและเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริโภค ได้แก่:
- การลดสเปกวัสดุ: มีการนำ “สายไฟอลูมิเนียม” มาใช้ทดแทน “สายไฟทองแดง” ซึ่งผิดหลักวิศวกรรมสำหรับการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ที่ต้องการความเสถียร ทำให้เกิดความร้อนสะสมจนอุปกรณ์ละลาย
- การดัดแปลงระบบไฟฟ้าโดยพลการ: ผู้รับเหมาได้ดัดแปลงระบบไฟจาก 3 เฟส ให้กลายเป็น 1 เฟส ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าไม่คงที่ เกิดอาการไฟตก ไฟดับบ่อยครั้ง
- ความไม่โปร่งใสในสัญญา: ใช้ช่องทางออนไลน์ในการเสนอราคาและปิดการขาย โดยในสัญญาไม่มีการระบุรายละเอียดคุณสมบัติ หรือยี่ห้อของอุปกรณ์อย่างชัดเจน ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถตรวจสอบมาตรฐานก่อนการติดตั้งได้
ปัจจุบัน ความคืบหน้าของคดีนี้ ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เป็นคดีอาญาที่ 743/2568 ณ สถานีตำรวจนครบาลท่าพระ โดยพนักงานสอบสวนได้ทำการสรุปสำนวนคดีและส่งตัวผู้ต้องหาให้กับพนักงานอัยการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ยกระดับกฎหมาย คุมเข้ม “สัญญา” และ “ฉลากสินค้า”
อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างระบบโซลาร์เซลล์ ถือเป็น “สินค้าควบคุมฉลาก” ตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องแสดงฉลากให้ครบถ้วนและถูกต้องตามความเป็นจริง หากฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด ดังนี้
- กรณีผู้จำหน่าย: มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- กรณีผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า: มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาในระยะยาว สคบ. เตรียมพิจารณายกระดับให้ธุรกิจรับจ้างติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ เป็น “ธุรกิจที่ควบคุมสัญญา” และกำหนดให้อุปกรณ์โซลาร์เซลล์เป็น “สินค้าควบคุมฉลาก” เป็นการเฉพาะ พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมอ., กฟน., กฟภ., กกพ., สภาวิศวกร และสภาองค์กรของผู้บริโภค เพื่อสร้างตาข่ายความปลอดภัยให้กับประชาชน
ข้อแนะนำก่อนตัดสินใจติดตั้งโซลาร์เซลล์ (Checklist สกัดการถูกหลอก)
น.ส.ศุภมาส ได้ฝากความห่วงใยและข้อเตือนใจถึงพี่น้องประชาชนที่กำลังวางแผนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบดังนี้:
- ตรวจสอบฉลากและมาตรฐาน: อุปกรณ์ทุกชิ้นต้องมีฉลากที่ระบุชื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า แหล่งกำเนิดอย่างชัดเจน และต้องมองหา เครื่องหมาย มอก. บนตัวอุปกรณ์เสมอ
- อย่าหลงเชื่อ “ของถูกผิดปกติ”: ระมัดระวังการโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ที่เสนอราคาต่ำกว่ามาตรฐานตลาดมากเกินไป หรือไม่มีเอกสารรับรองบริษัทที่น่าเชื่อถือ
- ระบุสเปกในสัญญาให้ชัดเจน: ก่อนเซ็นสัญญาจ้าง ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการระบุยี่ห้อ รุ่น และขนาดกำลังไฟของแผงโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์อย่างละเอียด
- เก็บเอกสารไว้เป็นหลักฐาน: ควรเก็บรักษาสัญญาจ้าง ใบเสร็จรับเงิน และรูปถ่ายการพูดคุยผ่านแชทไว้ทั้งหมด เพื่อใช้เรียกร้องสิทธิหากเกิดปัญหาในภายหลัง
📢 ช่องทางการร้องเรียน:
หากผู้บริโภคท่านใดประสบปัญหาจากการซื้อสินค้าหรือใช้บริการที่ไม่เป็นธรรม สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่:
• สายด่วน สคบ.: โทร 1166
• แอปพลิเคชัน: OCPB Connect
• เว็บไซต์: www.ocpb.go.th
• ศูนย์ดำรงธรรม: ทุกจังหวัดทั่วประเทศ
