NISSAN เผยผลประกอบการปี 2025 : ขาดทุุน 106,620 ล้านบาท ขายรถรวม 3.15 ล้านคัน


Nissan เผยผลประกอบการปี 2025 รุกแผน Re:Nissan เต็มสูบ เตรียมพลิกฟื้นทำกำไรในปี 2026
โยโกฮามา, ญี่ปุ่น – บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ประกาศผลประกอบการประจำปีงบประมาณ 2025 (สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2026) ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ท้าทาย ทั้งจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ภาษีนำเข้า และความผันผวนของตลาดในแต่ละภูมิภาค อย่างไรก็ตาม นิสสันยังคงเดินหน้าตามแผน “Re:Nissan” อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรากฐานธุรกิจให้แข็งแกร่งและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน
สรุปภาพรวมผลประกอบการปีงบประมาณ 2025
ในปีที่ผ่านมา นิสสันสามารถทำกำไรจากการดำเนินงานได้เป็นบวก แม้จะเผชิญกับปัจจัยลบหลายด้าน โดยมีรายละเอียดตัวเลขที่สำคัญดังนี้:
- รายได้รวม: 12.0 ล้านล้านเยน (ประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท)
- กำไรจากการดำเนินงาน: 5.8 หมื่นล้านเยน (ประมาณ 1.16 หมื่นล้านบาท) คิดเป็นอัตรากำไร 0.5%
- ยอดขายทั่วโลก: 3.15 ล้านคัน
- รายได้สุทธิ: ยังคงติดลบอยู่ที่ 5.33 แสนล้านเยน (ขาดทุนประมาณ 1.06 แสนล้านบาท)
- สภาพคล่องรวม: นิสสันยังคงรักษาสภาพคล่องไว้ได้สูงถึง 3.6 ล้านล้านเยน (ประมาณ 7.2 แสนล้านบาท) เพื่อรองรับความไม่แน่นอนในอนาคต
*หมายเหตุ: คำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 1 เยน = 0.20 บาท
สรุปยอดขาดทุนสุทธิของ Nissan
ปีงบประมาณ 2025 (ล่าสุด)
- ขาดทุนสุทธิ 533.1 พันล้านเยน
- คิดเป็นเงินไทยประมาณ 106,620 ล้านบาท (1.06 แสนล้านบาท)
ปีงบประมาณ 2024 (ปีก่อนหน้า):
- ขาดทุนสุทธิ 670.9 พันล้านเยน
- คิดเป็นเงินไทยประมาณ 134,180 ล้านบาท (1.34 แสนล้านบาท)
ความเปลี่ยนแปลง: แม้จะยังอยู่ในสถานะขาดทุน แต่ Nissan มียอดขาดทุน “ลดลง” ถึง 137.8 พันล้านเยน (ประมาณ 27,560 ล้านบาท) เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นสัญญาณของการฟื้นตัวที่ดีขึ้นภายใต้แผนปฏิรูปธุรกิจครับ
สัญญาณบวก กระแสเงินสดเริ่มฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง
แม้กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ตลอดทั้งปีจะติดลบอยู่ที่ 4.8 แสนล้านเยน (9.6 หมื่นล้านบาท) แต่พบว่าใน ไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 ผลงานปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยกระแสเงินสดพลิกกลับมาเป็นบวกถึง 1.12 แสนล้านเยน (2.24 หมื่นล้านบาท) สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น
ก้าวต่อไปของแผน “Re:Nissan”
นิสสันได้ประกาศความคืบหน้าของแผนปฏิรูปองค์กร โดยมุ่งเน้น 3 ด้านหลัก:
- การลดต้นทุน: บรรลุเป้าหมายการลดต้นทุนไปแล้วกว่า 5 แสนล้านเยน โดยเป็นการลดต้นทุนคงที่ 2 แสนล้านเยน และต้นทุนผันแปรอีก 5.5 หมื่นล้านเยน
- การปรับโครงสร้างการผลิต: ประกาศแผนควบรวมฐานการผลิตทั่วโลกจาก 17 แห่ง เหลือ 10 แห่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการใน 7 แห่ง
- นวัตกรรมและการวิจัย (R&D): สามารถลดต้นทุนด้านวิศวกรรมต่อชั่วโมงลงได้ถึง 18% โดยไม่กระทบต่อคุณภาพของโครงการพัฒนา
มุมมองสู่อนาคต: เป้าหมายปีงบประมาณ 2026
สำหรับปีงบประมาณ 2026 นิสสันตั้งเป้าหมายที่จะเปลี่ยนผ่านจากช่วงการสร้างรากฐาน สู่ช่วงเวลาแห่งการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยคาดการณ์ตัวเลขไว้ดังนี้:
- รายได้สุทธิคาดการณ์: 13.0 ล้านล้านเยน (ประมาณ 2.6 ล้านล้านบาท)
- กำไรจากการดำเนินงานเป้าหมาย: 2.0 แสนล้านเยน (ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท)
- รายได้สุทธิ (กำไร): 2 หมื่นล้านเยน (ประมาณ 4 พันล้านบาท)
ด้วยเป้าหมายที่ท้าทายนี้ นิสสันตัดสินใจ งดจ่ายเงินปันผล สำหรับปีงบประมาณ 2026 เพื่อนำกระแสเงินสดไปลงทุนในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจตามแผนงาน
“ปี 2025 คือปีแห่งการลงมือทำอย่างจริงจังภายใต้แผน Re:Nissan เราเห็นความคืบหน้าที่ชัดเจนในตัวเลขทางการเงิน และวันนี้เราก้าวพ้นช่วงการฟื้นตัวเข้าสู่เฟสของการเติบโตแล้ว”
— Ivan Espinosa, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) นิสสัน
ความคืบหน้าของยุทธศาสตร์ Re:Nissan
หัวใจสำคัญของปีนี้คือการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรตามแผน 3 เสาหลัก:
A. การลดต้นทุนและปรับขนาดองค์กร
- ลดต้นทุนคงที่ได้มากกว่า 200,000 ล้านเยน
- ปรับลดกำลังการผลิตทั่วโลก โดยมีแผนลดจำนวนโรงงานจาก 17 แห่ง เหลือ 10 แห่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตต่อโรงงานให้สูงขึ้น
- ลดระยะเวลาในการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่เหลือเพียง 30 เดือน
B. ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งอนาคต
นิสสันเตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์แต่ละตลาด เช่น:
- N7: รถยนต์รุ่นใหม่สำหรับตลาดจีนเพื่อชิงส่วนแบ่ง NEV
- Micra EV: รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่จะบุกตลาดเมืองในยุโรป
- Rogue e-POWER: เตรียมบุกตลาดสหรัฐฯ เพื่อตอบรับความต้องการรถยนต์ไฮบริด
C. การสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่ง
นิสสันไม่ได้เดินหน้าเพียงลำพัง แต่ได้ร่วมมือกับยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยี เช่น:
- Huawei: ร่วมพัฒนา Intelligent Cockpit สำหรับตลาดจีน
- Wayve & Uber: พัฒนาระบบ Robotaxi หรือรถแท็กซี่ไร้คนขับ เริ่มต้นที่โตเกียว
4. ทิศทางในปี 2026: มุ่งสู่การเติบโตที่ยั่งยืน
เป้าหมายในปีงบประมาณ 2026 ของนิสสันคือการกลับมาทำกำไรสุทธิให้เป็นบวก โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 3.3 ล้านคัน และคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานไว้ที่ 200,000 ล้านเยน
ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ “Mobility Intelligence for Everyday Life” นิสสันมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาผสานเข้ากับการขับเคลื่อน เพื่อให้รถยนต์เป็นมากกว่าแค่พาหนะ แต่เป็นส่วนหนึ่งที่ยกระดับชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก

