เปิดราคา 287,000 – 383,000 บาทในญี่ปุ่น MAZDA Flair ใหม่ ประหยัด 25 กม./ลิตร WLTC

มาสด้า ปรับโฉม Mazda Flair ใหม่ เพิ่มความหรู เทคโนโลยีความปลอดภัยจัดเต็ม เคย์คาร์ไฮบริดที่ตอบโจทย์ชีวิตเมือง
ราคา Mazda Flair ใหม่ในญี่ปุ่น
ราคาจำหน่ายแนะนำโดยผู้ผลิต (รวมภาษี) ของ Mazda Flair รุ่นปรับปรุงใหม่ อยู่ที่ 1,455,300 – 1,939,300 เยน หรือ 287,000 – 383,000 บาท
มาสด้า ประเทศญี่ปุ่น ประกาศเปิดตัว Mazda Flair รุ่นปรับปรุงใหม่ อย่างเป็นทางการ พร้อมเริ่มวางจำหน่ายผ่านโชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ โดยการปรับปรุงครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับเคย์คาร์ยอดนิยมทั้งด้าน ดีไซน์ ความปลอดภัย ความสบาย และสมรรถนะการขับขี่ ให้ทันสมัยและตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น
Mazda Flair รุ่นใหม่ ยังคงวางตำแหน่งเป็นรถยนต์ขนาดเล็กระบบไฮบริด ที่เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง ขับขี่ง่าย ประหยัด และมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับเดียวกับรถยนต์ขนาดใหญ่
ดีไซน์ใหม่ ดูกว้าง หรู และทันสมัยกว่าเดิม
การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุดของ Mazda Flair รุ่นปรับปรุง คือ งานออกแบบภายนอก โดยมาสด้าได้ปรับดีไซน์ในหลายจุด เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ให้ดูพรีเมียมขึ้น ได้แก่
- กันชนหน้า–หลัง รูปทรงใหม่
- กระจังหน้าออกแบบใหม่ ให้ดู “กว้าง” และ “หรู” มากขึ้น
การปรับเส้นสายดังกล่าวช่วยให้รถดูมั่นคง ทันสมัย และมีความภูมิฐานมากกว่าเคย์คาร์ทั่วไป เหมาะกับทั้งผู้ใช้วัยทำงานและครอบครัวเล็กในเมือง
ภายในปรับโทนใหม่ เพิ่มความพรีเมียมและใช้งานง่าย
ภายในห้องโดยสารมีการอัปเดตเพื่อให้ดูทันสมัยและเข้ากับสไตล์การใช้งานจริงมากขึ้น โดยมีการเปลี่ยนแปลงหลัก ๆ คือ
- ปรับสีแผงตกแต่งแดชบอร์ด (อินพาเนลเดคคอเรชั่นพาเนล)
- ปรับดีไซน์หน้าปัดมาตรวัดใหม่
ผลลัพธ์คือบรรยากาศโดยรวมดูเรียบหรูขึ้น และอ่านค่าต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ช่วยเพิ่มความสบายใจระหว่างขับขี่ โดยเฉพาะการใช้งานในเมืองที่ต้องตัดสินใจเร็ว
เพิ่มสีตัวถังใหม่ ตอบโจทย์รสนิยมหลากหลาย
Mazda Flair รุ่นใหม่ เพิ่มสีตัวถังใหม่ 2 สี ได้แก่
- Velvet Dark Red Pearl
- Lucent Beige Pearl Metallic
พร้อมยกเลิกสีเดิมบางสี เช่น Urban Brown Pearl Metallic เพื่อปรับไลน์อัปสีให้ทันสมัยและสอดคล้องกับความนิยมของตลาดมากขึ้น
ยกระดับความปลอดภัย ด้วยระบบช่วยขับขั้นสูง
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการปรับปรุงครั้งนี้คือการอัปเกรด ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety) ให้ล้ำหน้าและครอบคลุมสถานการณ์มากขึ้น โดยเฉพาะในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นและจุดตัดถนนจำนวนมาก
Dual Sensor Brake Support II: เบรกป้องกันการชนที่ตรวจจับได้มากขึ้น
Flair รุ่นใหม่ ใช้ระบบเบรกป้องกันการชน Dual Sensor Brake Support II ที่ทำงานด้วยการผสาน
- กล้องเดี่ยว (Monocular Camera)
- เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร (Millimeter-wave Radar)
จุดเด่นคือการขยายขอบเขตการตรวจจับ จากเดิมที่เน้นรถยนต์และคนเดินเท้า เพิ่มเป็น
- รถยนต์
- คนเดินเท้า
- รถจักรยานยนต์
- จักรยาน
และยังรองรับการตรวจจับใน ทางแยก ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่มักเกิดขึ้นในจุดตัดถนนได้มากขึ้น
ระบบช่วยเหลือเพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจ
- ระบบช่วยเบรกความเร็วต่ำ เพิ่มการทำงานขณะรถเดินหน้า จากเดิมที่รองรับเฉพาะการถอยหลัง
- ระบบแจ้งเตือนการออกตัว เพิ่มการแจ้งเตือนเมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยน จากเดิมที่แจ้งเตือนเฉพาะเมื่อรถคันหน้าเริ่มเคลื่อนตัว
- ปรับปรุงและเพิ่มฟังก์ชันใน ระบบเตือน/ควบคุมรถออกนอกเลน และ ระบบอ่านป้ายจราจร
โดยรวมแล้ว ทำให้ Mazda Flair รุ่นใหม่ผ่านเกณฑ์รถช่วยเหลือความปลอดภัยของญี่ปุ่นในระดับสูง รวมถึงการรับรองระบบ PMPD สำหรับลดความเสี่ยงจากการเหยียบคันเร่งผิดพลาด
ขับสบายขึ้น เงียบขึ้น ควบคุมดีขึ้น
มาสด้ายังปรับปรุงด้าน NVH (Noise, Vibration, Harshness) และความรู้สึกการควบคุมรถ เพื่อให้การใช้งานจริง “สบาย” มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีการปรับหลัก ๆ ได้แก่
- เพิ่มความแข็งแรงบริเวณเพลาข้อเหวี่ยง และลดเสียงจากระบบไอดี ทำให้เครื่องยนต์เงียบขึ้น
- ใช้กาวโครงสร้างแบบลดแรงสั่นสะเทือน ช่วยเสริมความแข็งแรงของตัวถัง เพิ่มความเงียบและสมรรถนะ
- ติดตั้งแผ่นปิดใต้เครื่องยนต์แบบดูดซับเสียง ลดเสียงรบกวนจากภายนอก และเพิ่มความเงียบในห้องโดยสาร
- ปรับการควบคุมพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า ให้บังคับเลี้ยวเบา เป็นธรรมชาติ และควบคุมแม่นยำขึ้น
ผลลัพธ์คือ การขับขี่ที่เงียบ นุ่ม และควบคุมง่าย เหมาะกับการใช้งานในเมือง รวมถึงผู้ขับมือใหม่ที่ต้องการรถคันเล็กที่ “ขับแล้วมั่นใจ”
ปรับโครงสร้างรุ่นย่อยใหม่ เลือกง่ายขึ้น ตรงความต้องการมากขึ้น
Mazda Flair รุ่นใหม่ ปรับไลน์อัปรุ่นย่อย โดยยกเลิกรุ่นเดิมบางรุ่น และเพิ่มรุ่นใหม่เพื่อให้ตัวเลือกชัดเจนขึ้น ได้แก่
- ยกเลิกรุ่น HYBRID XG และ HYBRID XT
- เพิ่มรุ่นใหม่ “G”
- รวมทั้งหมด 6 รุ่นย่อย
แนวทางนี้ช่วยให้ลูกค้าเลือกรุ่นได้ง่ายขึ้น และจับคู่กับงบประมาณ/รูปแบบการใช้งานได้ตรงกว่าเดิม
FULL SPEC
ขนาดตัวถัง Mazda Flair (FLAIR MAZDA)
มิติตัวถัง
- ยาว × กว้าง × สูง: 3,395 × 1,475 × 1,650 มม.
- ฐานล้อ: 2,460 มม.
- ระยะต่ำสุดจากพื้น: 130 มม.
ความกว้างช่วงล้อ (Track)
- 2WD: หน้า 1,295 มม. / หลัง 1,300 มม.
- 4WD: หน้า 1,295 มม. / หลัง 1,290 มม.
มิติตห้องโดยสาร
- ยาว × กว้าง × สูง: 2,455 × 1,355 × 1,265 มม.
ช่วงล่าง (Suspension)
- ด้านหน้า: แมคเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut)
- ด้านหลัง: ทอร์ชั่นบีม (Torsion Beam)
โครงสร้างช่วงล่างของ Mazda Flair ถูกออกแบบมาเน้นความนุ่มนวล ประหยัดพื้นที่ และเหมาะกับการใช้งานในเมือง โดยช่วงล่างหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัทช่วยให้ควบคุมทิศทางได้มั่นคง ขณะที่ด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีมช่วยลดน้ำหนักตัวรถและดูแลรักษาง่าย
เครื่องยนต์ และอัตราประหยัดน้ำมัน
เครื่องยนต์
- ประเภทเครื่องยนต์: เบนซิน 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว
- ความจุ: 660 ซีซี
- ระบบวาล์ว: VVT (แปรผันวาล์วไอดี–ไอเสีย)
- ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ CVT
- กำลังสูงสุด: 36 กิโลวัตต์ (49 แรงม้า) ที่ 6,500 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด: 58 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที
- ชนิดน้ำมัน: เบนซินไร้สารตะกั่ว (Regular)
อัตราประหยัดน้ำมัน (มาตรฐาน WLTC)
- เฉลี่ย WLTC: 24.2 กม./ลิตร (2WD)
- ในเมือง (WLTC-L): 20.2 กม./ลิตร
- นอกเมือง (WLTC-M): 26.2 กม./ลิตร
- ทางหลวง (WLTC-H): 25.1 กม./ลิตร
เครื่องยนต์
- ประเภทเครื่องยนต์: เบนซิน 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว
- ความจุ: 660 ซีซี
- ระบบวาล์ว: VVT (แปรผันวาล์วไอดี–ไอเสีย)
- ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ CVT
- กำลังสูงสุด: 36 กิโลวัตต์ (49 แรงม้า) ที่ 6,500 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด: 58 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที
- ชนิดน้ำมัน: เบนซินไร้สารตะกั่ว (Regular)
กำลังระบบ HYBRID (Mild Hybrid)
- ประเภทระบบ: Mild Hybrid (มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเสริมกำลัง)
- กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด: 1.9 กิโลวัตต์ (2.6 แรงม้า)
- รอบมอเตอร์ที่ให้กำลังสูงสุด: 1,500 รอบ/นาที
- แรงบิดมอเตอร์สูงสุด: 40 นิวตัน-เมตร
- รอบที่ให้แรงบิดสูงสุด: 100 รอบ/นาที
- แบตเตอรี่: ลิเธียมไอออน
อัตราประหยัดน้ำมัน (มาตรฐาน WLTC)
- เฉลี่ย WLTC: 25.1 กม./ลิตร (2WD)
- ในเมือง (WLTC-L): 23.0 กม./ลิตร
- นอกเมือง (WLTC-M): 26.7 กม./ลิตร
- ทางหลวง (WLTC-H): 25.1 กม./ลิตร
ภายนอก (Exterior)
- ไฟหน้า: LED พร้อมระบบเปิด–ปิดอัตโนมัติ และปรับระดับไฟหน้า
- ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน: LED Position Lamp
- ไฟท้าย: LED ชุดโคมหลัง พร้อมไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED
- ไฟตัดหมอกหน้า: มี (เฉพาะบางรุ่น)
- กระจกมองข้าง: ปรับและพับด้วยไฟฟ้า สีเดียวกับตัวรถ
- กระจก: กระจกเขียวตัดแสง พร้อม UV Cut / Dark Tinted Glass (ด้านหลัง)
- ที่ปัดน้ำฝน: หน้าแบบปรับจังหวะได้ + หลัง
- เสา B: ตกแต่งสีดำ (Blackout Pillar เฉพาะบางรุ่น)
- กันชนหน้า–หลัง: ดีไซน์แอโรไดนามิก
- สปอยเลอร์หลัง: มี (เฉพาะบางรุ่น)
ล้อและยาง
- ล้อเหล็ก 14 นิ้ว: พร้อมฝาครอบล้อ / ยาง 155/65 R14
- ล้ออัลลอย 15 นิ้ว: พร้อมยาง 165/55 R15 (เฉพาะรุ่นสูง)
สีตัวถัง (ขึ้นกับรุ่นย่อย)
- Pure White Pearl (สีพิเศษ)
- Silky Silver Metallic
- Blueish Black Pearl
- Nocturne Blue Pearl
- Lucent Beige Pearl Metallic (สีพิเศษ)
- Velvet Dark Red Pearl (สีพิเศษ)
ภายในห้องโดยสาร (Interior)
การออกแบบและวัสดุ
- โทนห้องโดยสาร: ดำ / เทา (ขึ้นกับรุ่นย่อย)
- วัสดุเบาะนั่ง: ผ้า Fabric คุณภาพสูง
- พวงมาลัย: ยูรีเทน หรือหุ้มหนัง (เฉพาะรุ่นสูง)
- แผงคอนโซลหน้า: ตกแต่งลาย Piano Black / Graphite Grey (ขึ้นกับรุ่น)
เบาะนั่งและการใช้งาน
- เบาะหน้า: แบบ Bench Seat พร้อมที่พักแขนกลาง
- เบาะคนขับ: ปรับสูง–ต่ำได้ (เฉพาะบางรุ่น)
- ระบบอุ่นเบาะ: เบาะคนขับ (และผู้โดยสารหน้าในรุ่นสูง)
- เบาะหลัง: แยกพับซ้าย–ขวา เลื่อนหน้า–หลัง และเอนได้อิสระ
- รองรับการจัดเบาะแบบ: พับราบเต็มพื้นที่ (Full Flat)
มาตรวัดและการควบคุม
- เรือนไมล์: แบบเรืองแสง พร้อมจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ (MID)
- ปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย: ควบคุมเครื่องเสียงและข้อมูลรถ
- พวงมาลัย: ปรับระดับ (Tilt)
- พวงมาลัยอุ่น: มี (เฉพาะรุ่นสูง)
ระบบปรับอากาศ
- ระบบปรับอากาศ: อัตโนมัติ Full Auto
- ช่องแอร์หลัง: มี (Rear Heater Duct)
- โหมดประหยัดพลังงาน: Eco Cool (เฉพาะบางรุ่น)
ระบบมัลติมีเดียและการเชื่อมต่อ
- หน้าจอ: รองรับการติดตั้งเครื่องเสียง / นำทาง (Audio-less จากโรงงาน)
- ลำโพง: 2–6 ตำแหน่ง (ขึ้นกับรุ่น)
- พอร์ต USB: Type-A / Type-C (เฉพาะบางรุ่น)
พื้นที่เก็บของ
- กล่องเก็บของด้านหน้า (Glove Box)
- ช่องเก็บของใต้เบาะผู้โดยสารหน้า
- ช่องวางแก้วน้ำประตูหน้า–หลัง
- กล่องเก็บของท้ายรถ พร้อมช่องใต้พื้น (Under Box)
- ที่แขวนของและราวแขวนร่มด้านหลัง
ระบบความปลอดภัย (Safety)
โครงสร้างและระบบพื้นฐาน
- โครงสร้างตัวถัง: โครงสร้างนิรภัยน้ำหนักเบา ช่วยดูดซับแรงกระแทก
- ระบบถุงลมนิรภัย: คู่หน้า SRS (คนขับ + ผู้โดยสารหน้า)
- ถุงลมนิรภัยด้านข้างและม่านถุงลม: มีในบางรุ่น
- เข็มขัดนิรภัย: ELR พร้อมระบบดึงกลับอัตโนมัติ และ Pretensioner เบาะหน้า
- จุดยึดเบาะเด็ก: ISOFIX + Top Tether (เบาะหลัง)
ระบบช่วยเบรกและควบคุมการทรงตัว
- ABS: ระบบป้องกันล้อล็อก 4 ล้อ
- EBD: ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์
- BA: ระบบเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ
- ESC / DSC: ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว
- TCS: ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี
- Hill Hold Control: ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
ระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง (Advanced Safety)
- Dual Sensor Brake Support II: ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ตรวจจับรถและคนเดินถนน
- Forward / Reverse Misacceleration Suppression: ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งผิดพลาด (เดินหน้า–ถอยหลัง)
- Low-speed Brake Support: ระบบช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ
- Lane Departure Warning: ระบบเตือนรถออกนอกเลน
- Lane Departure Prevention: ระบบช่วยดึงรถกลับเลน
- Weaving Alert: ระบบเตือนอาการรถส่ายจากความเหนื่อยล้า
- Start Notification: ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถคันหน้าเริ่มเคลื่อนตัว
- Traffic Sign Recognition: ระบบอ่านป้ายจราจร
ระบบช่วยการมองเห็นและจอดรถ
- High Beam Assist: ระบบไฟสูงอัตโนมัติ
- Parking Sensor: เซนเซอร์กะระยะ หน้า–หลัง
- กล้องรอบคัน 360 องศา: มี (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งออปชัน)
ระบบเตือนและความปลอดภัยอื่น ๆ
- ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย
- ระบบเตือนลืมปิดไฟหน้า
- ระบบเตือนประตูปิดไม่สนิท
- ระบบเตือนผู้โดยสารเบาะหลัง (Rear Seat Alert)
- สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกระทันหัน
- ระบบกันขโมย Immobilizer และสัญญาณเตือน Security Alarm
