อนาคตเครื่องยนต์ 2GD-FTV ในประเทศไทย ดีเซล 2.4 ลิตรของ Toyota จะไปต่อหรือถึงเวลาปรับบทบาท?

อนาคตเครื่องยนต์ 2GD-FTV ในประเทศไทย ดีเซล 2.4 ลิตรของ Toyota จะไปต่อหรือถึงเวลาปรับบทบาท?
Spread the love
Advertisement Advertisement

เมื่อพูดถึงเครื่องยนต์ดีเซลของโตโยต้าในปัจจุบัน หลายคนคงนึกถึงรหัส GD Engine โดยเฉพาะ 2GD-FTV ที่กลายเป็นหัวใจหลักของรถกระบะและ SUV โตโยต้าหลายรุ่นในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็น Hilux Revo, Fortuner, Innova (ปัจจุบันถูกทดแทนด้วยเบนซินไฮบริด 2.0) และ ในปี 2023–2024 ยังถูกนำไปใช้กับ Hilux Champ อีกด้วย

จุดเริ่มต้นของ 2GD-FTV

เครื่องยนต์ตระกูล GD ถูกเปิดตัวครั้งแรกในปี 2015 โดยโตโยต้าประกาศว่าจะนำมาแทนเครื่องยนต์ดีเซลตระกูล KD ที่ใช้งานมายาวนาน การเปิดตัวครั้งนั้นถือว่าเป็นการปฏิวัติครั้งใหญ่ เพราะโตโยต้าเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น

  • หัวฉีดคอมมอนเรลแรงดันสูง
  • เทอร์โบแปรผัน (Variable Nozzle Turbo – VN-Turbo)
  • ระบบ intercooler ขนาดใหญ่

สำหรับตลาดไทย เครื่องยนต์ 2GD-FTV ขนาด 2.4 ลิตร ถูกใช้ครั้งแรกใน Toyota Hilux Revo และ Toyota Fortuner รุ่นใหม่ (เจเนอเรชันที่ 2) ที่เปิดตัวในปี 2015 ซึ่งเป็นยุคที่การแข่งขันตลาดปิกอัพกำลังดุเดือด โตโยต้าต้องหาคำตอบใหม่ให้ลูกค้า ทั้งในแง่ประสิทธิภาพ ความทนทาน และความประหยัด

สมรรถนะที่ลงตัว

  • รหัสเครื่องยนต์ : 2GD-FTV ชนิดเครื่องยนต์ : ดีเซล 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ระบบอัดอากาศ : เทอร์โบแปรผัน (Variable Nozzle Turbo) พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ระบบเชื้อเพลิง : หัวฉีดคอมมอนเรล (Common Rail Direct Injection) ความจุกระบอกสูบ : 2,393 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 92.0 × 90.0 มม. อัตราส่วนกำลังอัด : 15.6 : 1 ให้กำลังสูงสุดประมาณ 150 แรงม้า (PS) ที่ 3,400 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดขึ้นอยู่กับเกียร์ที่ใช้
    • เกียร์ธรรมดา : ราว 343 นิวตันเมตร
    • เกียร์อัตโนมัติ : สูงสุดประมาณ 400 นิวตันเมตร

ตัวเลขนี้แม้จะไม่หวือหวาเท่าเครื่อง 1GD-FTV ขนาด 2.8 ลิตร แต่จุดแข็งคือแรงบิดมาไวในรอบต่ำ เหมาะกับการบรรทุก วิ่งในเมือง หรือเดินทางไกลได้สบาย

– เกียร์ธรรมดา : 6 จังหวะ (iMT – intelligent Manual Transmission บางรุ่น)
– เกียร์อัตโนมัติ : 6 จังหวะ Super ECT พร้อม Sequential Shift
– ขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD)
– ขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) พร้อม Part-Time Transfer และ Low Range

ความประหยัดเชื้อเพลิง (โดยประมาณในไทย)

  • วิ่งทางไกล : 14–16 กม./ลิตร
  • วิ่งในเมือง : 10–12 กม./ลิตร
    (ขึ้นอยู่กับรุ่นตัวถัง, น้ำหนักบรรทุก, และรูปแบบการขับขี่)

จุดเด่นทางเทคนิค

– เทอร์โบแปรผันช่วยให้ได้แรงบิดดีตั้งแต่รอบต่ำ
– ระบบ iMT (ในรุ่นเกียร์ธรรมดา) ลดอาการดับเครื่อง และเพิ่มความนุ่มนวล
– ระบบ Stop & Start (บางรุ่น) ช่วยลดการใช้น้ำมันในเมือง

ออกแบบให้เน้น สมดุลระหว่างสมรรถนะและความทนทาน เหมาะกับการใช้งานหนักในไทย

ข้อดีของเครื่องยนต์ 2GD-FTV

– แรงบิดจัดในรอบต่ำ–กลาง เหมาะกับการใช้งานจริงในไทย ทั้งวิ่งในเมืองและวิ่งขึ้นเขา
– ประหยัดน้ำมันกว่าเครื่องรุ่นเก่า เพราะเทคโนโลยีฉีดน้ำมันและเทอร์โบรุ่นใหม่
– อะไหล่และการซ่อมบำรุงหาง่าย ใช้กันแพร่หลาย ทำให้ค่าใช้จ่ายไม่สูงเกินไป
– ทนทานเมื่อดูแลถูกต้อง ถ้าดูแลตามระยะ สามารถใช้งานได้หลายแสนกิโลเมตร
– เป็นที่นิยมในตลาดมือสอง รถที่ใช้เครื่องนี้ยังขายต่อได้ง่าย เพราะคนรู้จักและเชื่อมั่น

ข้อเสียที่ควรระวัง

– เสียงและแรงสั่นยังมีอยู่ แม้จะพัฒนาแล้ว แต่ยังไม่เงียบเท่าคู่แข่งบางค่าย
– เทอร์โบแปรผันอ่อนไหว หากไม่ดูแลหรือใช้งานหนักเกินไป อาจทำให้เสียหายเร็วกว่าปกติ
– หัวฉีดดีเซลไวต่อคุณภาพน้ำมัน น้ำมันไม่สะอาดหรือกรองไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้หัวฉีดตันหรือรั่ว
– แรงม้าไม่สูงมาก เวลาใช้งานบรรทุกหนักหรือแซงระยะไกล ต้องกดคันเร่งเยอะ
– ค่าซ่อมบางรายการสูง เช่น หัวฉีดหรือเทอร์โบ หากเสียหายอาจต้องจ่ายหลักหมื่น

การใช้งานจริงในไทย

  • ใช้ในรุ่น Toyota Hilux Revo (ตั้งแต่ปี 2015 – ปัจจุบัน)
  • ใช้ใน Toyota Fortuner (2015 – ปัจจุบัน บางรุ่นย่อย)
  • ใช้ใน Toyota Innova โฉมก่อน
  • ใช้ใน Hilux Champ (2023 – ปัจจุบัน)

 จุดแข็งของ 2GD-FTV ที่ทำให้ครองตลาดไทย

เครื่องยนต์ 2GD-FTV เปิดตัวครั้งแรกในไทยราวปี 2015 แทนที่ตระกูล KD เดิม จุดเด่นสำคัญคือ

Advertisement Advertisement
  • ดีเซล 4 สูบ 2.4 ลิตร DOHC 16 วาล์ว
  • ระบบหัวฉีด Common-Rail แรงดันสูง
  • เทอร์โบแปรผัน VNT
  • แรงบิดสูงตั้งแต่รอบต่ำ เหมาะกับงานบรรทุก
  • ประหยัดน้ำมันกว่าดีเซล 2.5 รุ่นเก่า

ในบริบทตลาดไทย ซึ่งกระบะ 1 ตันเป็น “รถหลักของครอบครัวและธุรกิจ” ความทนทาน + ความประหยัด + ค่าดูแลรักษาไม่สูง ทำให้ 2GD-FTV เป็นเครื่องยนต์ที่สร้างยอดขายจำนวนมากให้ Toyota

บริบทตลาดไทยที่กำลังเปลี่ยน

เทรนด์พลังงานไฟฟ้า & ไฮบริด

ไทยกำลังผลักดัน EV อย่างจริงจัง ทั้งมาตรการภาษีและการผลิตในประเทศ ขณะที่ผู้ผลิตหลายรายเริ่มพัฒนา Hybrid Pickup / Mild-Hybrid Diesel เพื่อรับมือมาตรฐานไอเสียที่เข้มขึ้น

 มาตรฐานมลพิษ

มาตรฐาน Euro 5 เริ่มมีผลในไทย และในอนาคตอาจขยับสู่ Euro 6 ซึ่งจะเพิ่มต้นทุนระบบบำบัดไอเสีย (DPF / SCR) ให้กับเครื่องยนต์ดีเซล ยิ่งมาตรฐานสูงขึ้น ต้นทุนต่อคันยิ่งเพิ่ม เครื่องยนต์ขนาดกลางอย่าง 2.4 ลิตร อาจถูกกดดันเรื่อง “ความคุ้มค่าทางธุรกิจ”

ทิศทางในไลน์อัป Toyota ไทย

ปัจจุบันไลน์ดีเซล Toyota มี 2 ขนาดหลัก

  • 2GD-FTV (2.4 ลิตร) มีการลดบทบาท ไม่มีให้เลือกใน HILUX TRAVO
  • 1GD-FTV (2.8 ลิตร)

แนวโน้มที่เริ่มเห็นชัดคือ  HILUX TRAVO มีเพียง 2.8 หรือ 1GD ขณะที่ 2.4 ลิตรทำหน้าที่เป็น “รุ่นคุ้มค่า” ในเกรดล่างๆลงมา

ผลกระทบต่อตลาดมือสองไทย

ในฐานะคุณ Peramib ที่ติดตามตลาดรถและสินเชื่อรถเก่า ประเด็นนี้สำคัญมาก:

ระยะสั้น (1–3 ปี)

  • 2GD ยังเป็นเครื่องยนต์หลักของ Revo , HILUX CHAMP และ Fortuner รุ่นล่าง
  • ราคามือสองยังแข็งแรง เพราะความต้องการใช้งานจริงสูง

ระยะกลาง (3–5 ปี)

  • หาก Toyota ปรับไป Hybrid มากขึ้น
  • รุ่นดีเซลล้วน 2.4 อาจเริ่มเข้าสู่เฟส “เครื่องยอดนิยมมือสอง”

ระยะยาว (5 ปี+)

  • 2GD-FTV จะกลายเป็น “คลาสสิกของดีเซลยุคก่อนเปลี่ยนผ่าน”
  • ถูกเก็บไว้ในตลาดมือสองเป็นหลัก
  • ความนิยมอยู่ที่ “ความเรียบง่าย, ค่าใช้จ่ายต่ำ, ความทนทาน”
  • อาจได้เห็นแพ็กเกจโมดิฟาย/รีแมปสำหรับสายโหลดแ

วิเคราะห์เชิงกลยุทธ์

มุมธุรกิจผู้ผลิต

  • ถ้า 2GD ยังขายได้ในตลาดเกิดใหม่ (ASEAN / Africa) การคงสายการผลิตยังคุ้มทุน แต่ถ้าตลาดหลักลดดีเซลลง การลงทุนพัฒนาต่ออาจไม่คุ้มค่า

มุมพลังงาน

  • ระยะยาว โลกจะเดินสู่ EV และ Hybrid มากขึ้นดีเซลจะเหลือบทบาทในงานบรรทุกหนักและพื้นที่ชนบท

2GD-FTV ยังไม่หายไปทันที — แต่มันกำลังเข้าสู่พระราชาแห่ง “ดีเซลยุคสุดท้าย” ก่อนการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตพลังงานใหม่

Full SPEC เครื่องยนต์ 2GD-FTV (Toyota 2.4 GD Diesel)

เครื่องยนต์ 2GD-FTV คือดีเซล 2.4 ลิตรในตระกูล GD ของ Toyota Motor Corporation ใช้ในรถตลาดไทยอย่าง Toyota Hilux Revo และ Toyota Fortuner ต่อไปนี้คือสเปกเชิงเทคนิคแบบละเอียด (สเปกอาจต่างกันเล็กน้อยตามปีรุ่น/ตลาด)

โครงสร้างพื้นฐาน (Engine Architecture)

  • รหัสเครื่องยนต์: 2GD-FTV
  • ประเภท: ดีเซล 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว
  • ปริมาตรกระบอกสูบ: 2,393 ซีซี
  • กระบอกสูบ x ช่วงชัก: 92.0 × 90.0 มม. (Oversquare เล็กน้อย เน้นสมดุลรอบ-แรงบิด)
  • อัตราส่วนกำลังอัด: ประมาณ 15.6 : 1
  • เสื้อสูบ: เหล็กหล่อ (Cast Iron Block)
  • ฝาสูบ: อะลูมิเนียมอัลลอย
  • ระบบวาล์ว: DOHC พร้อม Roller Rocker Arm
  • โซ่ราวลิ้น: Timing Chain (ไม่ใช่สายพาน)

ระบบอัดอากาศ & ไอเสีย

  • เทอร์โบ: Variable Nozzle Turbo (VNT) ควบคุมด้วยไฟฟ้า
  • อินเตอร์คูลเลอร์: Air-to-Air (Front Mounted)
  • EGR: มีระบบหมุนเวียนไอเสียควบคุมด้วยไฟฟ้า
  • DPF (บางตลาด/บางปีรุ่น): มีในรถที่รองรับมาตรฐานสูงขึ้น
  • มาตรฐานไอเสีย: Euro 4 / Euro 5 (ตามปีรุ่นและตลาด)

ระบบเชื้อเพลิง

  • ระบบฉีด: Common-Rail Direct Injection
  • แรงดันรางหัวฉีด: สูงสุดประมาณ 2,500 บาร์ (ขึ้นกับสเปกปี)
  • หัวฉีด: โซลินอยด์แบบหลายจังหวะ (Multi-Injection)
  • ปั๊มแรงดันสูง: Denso HP3/HP4 (ตามปีผลิต)

ตัวเลขมาตรฐานที่พบในไทย

  • กำลังสูงสุด: ประมาณ 150 PS ที่ 3,400 รอบ/นาที
  • แรงบิดสูงสุด (เกียร์อัตโนมัติ 6AT): 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600–2,000 รอบ/นาที
  • แรงบิด (เกียร์ธรรมดา 6MT บางรุ่น): 343–400 นิวตันเมตร แล้วแต่การจูนและปีผลิต

โปรดอกเบี้ย 0% TOYOTA Hilux CHAMP ราคา 519,000 – 615,000 บาท มีแค่ดีเซล 2.4 ลิตร

Advertisement Advertisement

คำนวณค่างวดรถ ผ่อนรถ ดาวน์ ดอกเบี้ยรถใหม่ ดอกเบี้ยรถมือสอง 2568-2569

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้