เปิดตัว Honda N-VAN 2026 ปรับโฉมใหม่! ในญี่ปุ่นราคา 314,000 – 476,000 บาท

Honda N-VAN 2026 ปรับโฉมใหม่! เพิ่มความเท่ Nature Style พร้อมขุมพลังเทอร์โบและเทคโนโลยีความปลอดภัยจัดเต็ม ในประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 19 มีนาคม 2026
สรุปราคาจำหน่าย (คำนวณเป็นเงินบาท อัตรา 1 เยน = 0.21 บาท)
ราคาที่แสดงเป็นราคาแนะนำจากผู้ผลิต (MSRP) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 10% ของญี่ปุ่นแล้วครับ [cite: 18, 20]
| รุ่นย่อย / ระบบขับเคลื่อน | ราคา (เยน) | ราคา (บาท) |
|---|---|---|
| เกรด G (FF) | 1,498,200 JPY | 314,622 THB |
| เกรด G (4WD) | 1,643,400 JPY | 345,114 THB |
| เกรด L (FF) | 1,648,900 JPY | 346,269 THB |
| เกรด FUN (FF) | 1,900,800 JPY | 399,168 THB |
| เกรด FUN Turbo (FF) | 2,024,000 JPY | 425,040 THB |
| NATURE STYLE (FF) | 2,000,900 JPY | 420,189 THB |
| NATURE STYLE Turbo (4WD) | 2,269,300 JPY | 476,553 THB |
*หมายเหตุ: สีพิเศษ (Pearl Color) มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 33,000 เยน (ประมาณ 6,930 บาท) และระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งผิดพลาดในเกรด G/L มีค่าธรรมเนียมการตั้งค่า 5,500 เยน (ประมาณ 1,155 บาท)
ใครที่คิดว่ารถบรรทุกขนาดเล็กจะต้องเน้นแค่การใช้งานอย่างเดียวอาจจะต้องคิดใหม่ครับ เพราะล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2026 Honda ได้ประกาศเปิดตัว N-VAN รุ่นปรับปรุงใหม่ ที่ยกระดับจากรถส่งของทั่วไปให้กลายเป็นรถที่ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและไลฟ์สไตล์สายแคมป์ปิ้งได้อย่างลงตัว โดยมีกำหนดการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มีนาคม 2026 นี้ครับ
นวัตกรรม “Double Big Opening” ความสะดวกที่หาตัวจับยาก
จุดเด่นที่ทำให้ N-VAN ครองใจผู้ใช้มาตั้งแต่ปี 2018 คือโครงสร้างแบบ Double Big Opening ซึ่งประกอบด้วย:
- การออกแบบไร้เสากลาง (Center Pillarless): ช่วยให้ช่องเปิดฝั่งผู้โดยสารกว้างขวางเป็นพิเศษ
- ฝาท้ายขนาดใหญ่: เปิดได้กว้างเพื่อการขนย้ายสัมภาระที่สะดวกจากทั้งด้านข้างและด้านหลัง
- ห้องโดยสารอเนกประสงค์: ที่เน้นความราบเรียบของพื้นรถ ช่วยให้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ตามการใช้งานได้หลากหลาย
อัปเกรดเทคโนโลยีความปลอดภัยและภายในให้ทันสมัยกว่าเดิม
ในการปรับปรุงครั้งนี้ Honda ไม่ได้แค่เปลี่ยนสี แต่ยังอัดแน่นเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้น:
- ระบบเซนเซอร์กะระยะจอดด้านหน้า (Front Parking Sensor): ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานทุกรุ่น
- ระบบเบรกหลังการชน (Post-collision Braking System): ช่วยลดความรุนแรงหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
- หน้าจอเรือนไมล์ TFT 7 นิ้ว: แสดงข้อมูลการขับขี่และสถานะของ Honda SENSING ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
- การเชื่อมต่อที่ทันสมัย: ในเกรด FUN มีการเปลี่ยนพอร์ต USB จาก Type-A มาเป็น Type-C เพื่อรองรับอุปกรณ์ยุคใหม่
- ระบบช่วยขับขี่ในรุ่นเริ่มต้น: เกรด G และ L ได้รับระบบปุ่มกดสตาร์ท และระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งผิดพลาด (เฉพาะรุ่น CVT)
เอาใจสายลุยด้วย FUN特別仕様車 NATURE STYLE
ไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวรุ่นพิเศษ NATURE STYLE ที่เน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติ โดยครั้งนี้ได้เพิ่มทางเลือก เครื่องยนต์เทอร์โบ เข้ามา พร้อมสีตัวถังใหม่สุดชิคอย่าง สีเหลือง Autumn Yellow Pearl และ สีเขียว Botanical Green Pearl ที่ให้ลุคผจญภัยแบบเท่ๆ
FULL SPEC
เครื่องยนต์และสมรรถนะแรงบิด
Honda N-VAN ใช้เครื่องยนต์รหัส S07B แบบเบนซิน 3 สูบ แถวเรียง DOHC 12 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 660cc โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ดังนี้ครับ:
- เครื่องยนต์ธรรมดา (NA):เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ DOHC ความจุ 660cc รหัส S07B
- ให้กำลังสูงสุด 53 แรงม้า (PS) ที่ 6,800 รอบต่อนาที
- แรงบิดสูงสุด 64 นิวตันเมตร ที่ 4,800 รอบต่อนาที
- เครื่องยนต์เทอร์โบ (Turbo): เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ DOHC ความจุ 660cc รหัส S07B
- ให้กำลังสูงสุด 64 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที
- แรงบิดสูงถึง 104 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำเพียง 2,600 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลังและระบบขับเคลื่อน
- ระบบเกียร์: มีให้เลือกทั้งแบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่เน้นความนุ่มนวล และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด (6MT) สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมรถด้วยตัวเอง
- ระบบขับเคลื่อน: รองรับทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FF) สำหรับการใช้งานทั่วไป และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) เพื่อเพิ่มการยึดเกาะในสภาพถนนที่หลากหลาย
- รัศมีวงเลี้ยว: แคบสุดเพียง 4.6 – 4.7 เมตร ช่วยให้การขับขี่ในซอยแคบหรือพื้นที่จำกัดทำได้สะดวกมากครับ
อัตราการประหยัดน้ำมัน (มาตรฐาน WLTC)
- รุ่นเครื่องยนต์ธรรมดา (NA): ทำตัวเลขได้สูงสุดที่ 19.2 กม./ลิตร (ในรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า เกียร์ CVT)
- รุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบ: มีอัตราประหยัดอยู่ที่ 18.8 กม./ลิตร (รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า) และ 16.6 กม./ลิตร (รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ)
- รุ่นเกียร์ธรรมดา (6MT): ให้ความประหยัดที่น่าประทับใจที่ 18.8 กม./ลิตร ในรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า
- ถังน้ำมัน: รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า (FF) จุได้ 27 ลิตร ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) จุได้ 25 ลิตร
เจาะลึกช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยว
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Honda N-VAN 2026 ไม่ได้เป็นเพียงรถบรรทุกของทั่วไป แต่ยังให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่มั่นคงและปลอดภัย คือการออกแบบระบบช่วงล่างและเบรกที่รองรับทั้งการใช้งานหนักในวันทำงาน และการเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุดครับ มาดูรายละเอียดทางเทคนิคที่ Honda จัดเต็มมาให้กัน
ระบบกันสะเทือน (Suspension)
- ด้านหน้า: ใช้ระบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut) ซึ่งช่วยให้การตอบสนองของพวงมาลัยแม่นยำและนุ่มนวล
- ด้านหลัง (รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า FF): ใช้ระบบทอร์ชันบีม (Torsion Beam) ที่เน้นความทนทานและประหยัดพื้นที่ เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายให้ราบเรียบที่สุด
- ด้านหลัง (รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 4WD): ใช้ระบบดอดิออน (De Dion) ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยให้ล้อหลังทั้งสองข้างตั้งฉากกับพื้นถนนเสมอ ช่วยเพิ่มการยึดเกาะในเส้นทางที่ท้าทาย
- เหล็กกันโคลง: มีการติดตั้งเหล็กกันโคลง (Stabilizer) มาให้ที่ด้านหน้าเพื่อลดการโคลงของตัวรถขณะเข้าโค้งครับ
ระบบเบรกและยาง (Brakes & Tires)
- เบรกหน้า: ดิสก์เบรกแบบไฮดรอลิก (Hydraulic Disc) เพื่อแรงเบรกที่ฉับไวและระบายความร้อนได้ดี
- เบรกหลัง: ดรัมเบรกแบบ Leading-Trailing ซึ่งเหมาะสำหรับรถบรรทุกเพราะให้แรงเบรกที่คงที่แม้ในขณะที่มีน้ำหนักบรรทุกมาก
- ขนาดยาง: ใช้ยางขนาด 145/80R12 80/78N LT ซึ่งเป็นยางเกรดรถบรรทุกเล็ก (Light Truck) ที่เน้นความทนทานต่อการรับน้ำหนัก
ระบบบังคับเลี้ยว (Steering)
- ระบบพวงมาลัย: แร็คแอนด์พิเนียน พร้อมระบบพาวเวอร์ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า (Electric Power Steering) ช่วยให้พวงมาลัยเบาแรงในความเร็วต่ำ และมั่นคงในความเร็วสูง
- ความคล่องตัว: ด้วยรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 4.6 เมตร (ในรุ่น FF) ทำให้คุณสามารถกลับรถหรือลัดเลาะในซอยแคบได้อย่างมั่นใจครับ
เจาะลึกมิติตัวถัง Honda N-VAN 2026
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Honda N-VAN 2026 โดดเด่นกว่ารถในระดับเดียวกัน คือการออกแบบโครงสร้างตัวถังที่เน้นความคล่องตัวภายใต้มาตรฐานรถ K-Car ของญี่ปุ่น แต่สามารถรีดพื้นที่ใช้สอยภายในออกมาได้สูงสุด โดยมิติตัวถังที่น่าสนใจมีดังนี้
ขนาดภายนอกที่กะทัดรัดและคล่องตัว
- ความยาวตลอดคัน: 3,395 มิลลิเมตร
- ความกว้างตลอดคัน: 1,475 มิลลิเมตร
- ความสูงของตัวรถ: มี 2 ระดับตามระบบขับเคลื่อน โดยรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า (FF) สูง 1,945 มิลลิเมตร และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) จะสูงขึ้นเล็กน้อยเป็น 1,960 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ (Wheelbase): ยาว 2,520 มม.
- ระยะห่างระหว่างล้อ (Tread): อยู่ที่ 1,310 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground Clearance): อยู่ที่ 150 ถึง 155 มิลลิเมตร ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่นย่อยและระบบขับเคลื่อน
พื้นที่ภายในห้องโดยสารและการบรรทุก
- ความยาวภายในห้องบรรทุก: ฝั่งซ้ายยาว 1.510 เมตร และฝั่งขวายาว 1.330 เมตร
- ความกว้างภายใน: 1.235 เมตร
- ความสูงภายใน: สูงถึง 1,365 ถึง 1,390 มิลลิเมตร
- น้ำหนักบรรทุกสูงสุด: รองรับได้ตั้งแต่ 300 ถึง 350 กิโลกรัม (เมื่อนั่ง 2 คน)
- น้ำหนักตัวรถ (Curb Weight): อยู่ระหว่าง 930 ถึง 1,020 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและอุปกรณ์ติดตั้ง
จุดเด่นด้านโครงสร้างตัวถัง “Double Big Opening”
- ประตูท้ายบานใหญ่ (Large Tailgate): ออกแบบให้มีขอบประตูด้านล่างต่ำ ช่วยให้การยกของหนักขึ้น-ลงจากรถทำได้ง่ายและไม่เหนื่อยแรงครับ
- รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด: เพียง 4.6 ถึง 4.7 เมตรเท่านั้น ทำให้การกลับรถในที่แคบเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน
ระบบความปลอดภัย
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Honda N-VAN 2026 โดดเด่นกว่ารถบรรทุกขนาดเล็กทั่วไป คือการไม่ยอมลดละเรื่องความปลอดภัยครับ แม้จะเป็นรถที่เน้นการใช้งานเชิงพาณิชย์ แต่ Honda ได้ติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงมาให้แบบจัดเต็ม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทั้งผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมทาง
Honda SENSING: เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะที่เป็นมาตรฐาน
Honda ได้ติดตั้งระบบสนับสนุนการขับขี่อัจฉริยะ Honda SENSING มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อยของ N-VAN ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังและไม่ประมาท เนื่องจากระบบมีขีดจำกัดในการรับรู้และควบคุมตามสภาพแวดล้อม
การอัปเกรดระบบความปลอดภัยใหม่ในรุ่นปี 2026
เซนเซอร์กะระยะจอดด้านหน้า (Front Parking Sensor): ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานเพื่อช่วยเตือนเมื่อมีวัตถุกีดขวางด้านหน้าขณะจอดรถหรือขับขี่ในที่แคบ
- ระบบเบรกหลังการชน (Post-collision Braking System): ระบบจะช่วยเบรกอัตโนมัติหลังเกิดการชน เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน
- หน้าจอเรือนไมล์ TFT ขนาด 7 นิ้ว: ออกแบบมาให้แสดงสถานะการทำงานของระบบ Honda SENSING และข้อมูลการขับขี่ที่จำเป็นได้อย่างชัดเจนและเข้าใจง่ายกว่าเดิม
ระบบช่วยเหลือพิเศษสำหรับรุ่นเริ่มต้น (G และ L)
- ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งผิดพลาด (Sudden Accelerator Suppression): เพิ่มเข้ามาในเกรด G และ L (เฉพาะรุ่นเกียร์ CVT) เพื่อช่วยยับยั้งการเร่งความเร็วที่รุนแรงเกินไปจากการเหยียบคันเร่งโดยไม่ตั้งใจ
- หมายเหตุการติดตั้ง: ระบบนี้จะถูกปิดไว้จากโรงงาน หากต้องการเปิดใช้งานต้องติดต่อศูนย์บริการเพื่อตั้งค่าเพิ่มเติม โดยมีค่าธรรมเนียมประมาณ 5,500 เยน หรือประมาณ 1,155 บาท (รวมภาษี) ต่อการตั้งค่ากุญแจหนึ่งดอก
ความปลอดภัยเชิงโครงสร้างและระบบควบคุมการทรงตัว
- โครงสร้างตัวถัง G-CON: เทคโนโลยีช่วยควบคุมแรงกระแทกจากการชน เพื่อปกป้องผู้โดยสารภายในห้องโดยสาร
- ระบบ VSA (Vehicle Stability Assist): ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง หรือเมื่อรถเกิดอาการลื่นไถล
- ระบบเบรกประสิทธิภาพสูง: ใช้ดิสก์เบรกไฮดรอลิกที่ล้อหน้า [cite: 125] พร้อมระบบเบรกหลังแบบดรัม (Leading-Trailing) ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการหยุดรถขณะมีน้ำหนักบรรทุกได้อย่างมั่นใจ


