1 เดือนจอง 10,000 คันในญี่ปุ่น MAZDA CX-5 ใหม่ ราคา 693,000 บาท e-SKYACTIV G 2.5 ประหยัด 15.2 กม./ลิตร WLTC

1 เดือนจอง 10,000 คันในญี่ปุ่น MAZDA CX-5 ใหม่ ราคา 693,000 บาท e-SKYACTIV G 2.5 ประหยัด 15.2 กม./ลิตร WLTC
Spread the love
Advertisement Advertisement

มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประกาศยอดจอง MAZDA CX-5 ใหม่ ทะลุ 10,000 คันในญี่ปุ่น ภายใน 1 เดือน

มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (มาสด้า) ประกาศยอดสั่งจองรถยนต์ครอสโอเวอร์เอสยูวีรุ่นใหม่ MAZDA CX-5 ที่เปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2026 โดยล่าสุด ณ วันที่ 21 มิถุนายน มียอดสั่งจองทะลุ 10,000 คันเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าเป้าหมายยอดขายรายเดือนที่ตั้งไว้ 2,000 คันถึง 5 เท่า

MAZDA CX-5 เกรด “L”

แนวคิดการพัฒนาและจุดเด่นของรุ่นใหม่

MAZDA CX-5 รุ่นใหม่นี้ ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “New Generation Emotional Daily Comfort” โดยมุ่งเน้นตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าแต่ละบุคคลอย่างจริงจัง นอกเหนือจากการสืบทอดและยกระดับจุดเด่นจากรุ่นก่อนหน้าแล้ว ยังได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมในหลายมิติ ได้แก่:

  • การติดตั้งหน้าจอแสดงผลคอนโซลกลางแบบสัมผัสขนาดใหญ่
  • การผสมผสานสัดส่วนตัวถังที่ดูสปอร์ตเข้ากับห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบาย
  • มอบสมรรถนะการขับขี่ที่คล่องตัว
  • ยกระดับระบบความปลอดภัยให้ล้ำหน้ายิ่งขึ้น

เป้าหมายสำคัญคือการเป็นรถยนต์ที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้า ตั้งแต่การใช้งานในชีวิตประจำวันไปจนถึงการเดินทางพักผ่อน

เสียงตอบรับจากลูกค้า

กลุ่มลูกค้าที่ให้ความสนใจมีตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงผู้สูงอายุ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านอรรถประโยชน์การใช้งาน (Utility) โดยมีความคิดเห็นหลักๆ ดังนี้:

  • “พื้นที่เบาะหลังกว้างขวางและสะดวกสบายมากขึ้น”

  • “สามารถรองรับการปรับพื้นที่เพื่อการนอนในรถ (Car Camping) ได้”

  • “ช่องเปิดประตูที่กว้างขึ้น ช่วยให้ยกคาร์ซีทขึ้นและลงได้ง่ายดายยิ่งขึ้น”

  • “หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่พร้อมระบบ HMI (Human-Machine Interface) รุ่นล่าสุด ช่วยให้เวลาที่ใช้ในรถมีความสะดวกสบายและเติมเต็มมากยิ่งขึ้น”

สัดส่วนยอดสั่งจอง (ข้อมูล ณ วันที่ 21 มิถุนายน 2026)

สัดส่วนตามเกรดรุ่น:

  • เกรดท็อป “L” : 65%

  • เกรดกลาง “G” : 32%

  • เกรดเริ่มต้น “S” : 3%

การตกแต่งภายในยอดนิยม: ห้องโดยสารสีแทนแนวสปอร์ต (Sports Tan) ที่ให้ความรู้สึกคลาสสิกแต่แฝงด้วยความทันสมัยได้รับความนิยมอย่างมาก โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40% ของยอดจองในเกรด “L”

สีตัวถังยอดนิยม: สีพิเศษ Rhodium White Premium Metallic ได้รับความนิยมสูงสุด โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 25% ของยอดจองทั้งหมด

ปรัชญาขององค์กร มาสด้าจะยังคงยึดมั่นในปรัชญา “การมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง” (Human-Centric) เพื่อพัฒนา “ความสุขในการขับขี่” (Joy of Driving) อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังที่จะสร้างสรรค์ประสบการณ์การเดินทางที่น่าประทับใจในชีวิตประจำวัน และส่งมอบ “ความสุขในการใช้ชีวิต” (Joy of Living) ให้กับลูกค้าทุกคนต่อไป

เผยโฉม All-New MAZDA CX-5 เจเนอเรชันที่ 3 อย่างเป็นทางการ ยกระดับความสปอร์ต ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ในประเทศญี่ปุ่น

มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (Mazda Motor Corporation) สร้างความฮือฮาให้กับวงการยานยนต์อีกครั้ง ด้วยการประกาศเปิดตัวและวางจำหน่ายรถยนต์ครอสโอเวอร์เอสยูวียอดฮิต “MAZDA CX-5” (มาสด้า ซีเอ็กซ์-ไฟว์) เจเนอเรชันที่ 3 อย่างเป็นทางการผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศญี่ปุ่น

ย้อนกลับไปในปี 2012 MAZDA CX-5 ถือเป็นรถยนต์รุ่นปฐมฤกษ์ที่ถ่ายทอดปรัชญาการออกแบบ “KODO Design – SOUL of MOTION” (จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว) และ เทคโนโลยี SKYACTIV ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนกวาดยอดขายสะสมทั่วโลกไปแล้วกว่า 5 ล้านคัน สำหรับการกลับมาในครั้งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนโฉมแบบ Full Model Change ในรอบ 9 ปี ที่จัดเต็มทั้งดีไซน์ สมรรถนะ และเทคโนโลยีอัจฉริยะแบบก้าวกระโดด

ข้อมูลราคาและการวางจำหน่าย

All-New MAZDA CX-5 เปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นด้วยราคาที่สามารถจับต้องได้ พร้อมตัวเลือกเกรดที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:

  • ราคาจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น: 3,300,000 – 4,471,500 เยน (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • ราคาประเมินเมื่อเทียบเป็นเงินบาท: ประมาณ 693,000 – 939,015 บาท
    (หมายเหตุ: คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 เยน = 0.21 บาท โดยราคานี้ยังไม่รวมโครงสร้างภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิตของประเทศไทย)
  • เป้าหมายยอดขายในญี่ปุ่น: 2,000 คันต่อเดือน

สำหรับแฟนๆ ชาวไทย คงต้องอดใจรอกันอีกสักนิดว่าทาง มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จะมีการประกาศนำเข้ามาทำตลาดในช่วงเวลาใด แต่รับรองได้เลยว่า All-New MAZDA CX-5 รุ่นนี้ จะเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์เอสยูวีอย่างแน่นอน!


แนวคิดการพัฒนา “New Generation Emotional Daily Comfort”

CX-5 เจเนอเรชันที่ 3 ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิดที่มุ่งเน้น “ความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันที่เข้าถึงอารมณ์ยุคใหม่” โดยทีมวิศวกรได้ศึกษาและลงลึกถึงความต้องการของลูกค้า เพื่อให้รถคันนี้เป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์แบบ สิ่งที่ได้รับการอัปเกรดอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่:

  • การนำแพลตฟอร์มสถาปัตยกรรมอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ MAZDA E/E ARCHITECTURE+ มาใช้เป็นครั้งแรก
  • ระบบหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาดใหญ่จุใจ 15.6 นิ้ว และ 12.9 นิ้ว (ตามรุ่นย่อย)
  • ก้าวล้ำด้วยระบบปฏิบัติการที่รองรับ Google Built-in เป็นครั้งแรกของมาสด้า

“CX-5 รุ่นใหม่นี้ ได้รับการพัฒนาและขัดเกลาโดยมุ่งตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่อยากจะไปที่ไหนสักแห่ง อยากท้าทายสิ่งใหม่ๆ หรืออยากเห็นทิวทัศน์ใหม่ๆ กับใครสักคน รถคันนี้จะช่วยขยายโลกแห่งความสนุกในชีวิตประจำวันให้กว้างขึ้น”

— มร. มาซาฮิโระ โมโร่ (Masahiro Moro) ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น


ไฮไลท์สำคัญของ All-New MAZDA CX-5

ดีไซน์สปอร์ต ผสานพื้นที่กว้างขวาง (Sporty Styling & Comfortable Package)

ภายใต้คอนเซปต์ “Wearable Gear” รถคันนี้ถูกออกแบบให้เป็นเอสยูวีสำหรับคนเมืองที่ดูทรงพลังและเข้ากันได้กับทุกสถานการณ์:

  • ภายนอก (Exterior): กระจังหน้าถูกออกแบบให้กว้างขึ้น รับกับฝากระโปรงหน้าที่ยกสูงขึ้น เพิ่มความดุดัน ส่วนด้านหลังเน้นความเรียบหรู ลดเส้นสายที่ไม่จำเป็นลง พร้อมโลโก้ตัวอักษร MAZDA แบบใหม่ และยังมีสีตัวถังใหม่ล่าสุด “Navy Blue Mica” ให้เลือกสะกดทุกสายตา
  • ภายใน (Interior) และพื้นที่ใช้สอย: ขยายระยะฐานล้อเพิ่มขึ้นถึง 115 มม. ทำให้พื้นที่วางขาและเหนือศีรษะของผู้โดยสารตอนหลังกว้างขวางเป็นพิเศษ พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุถึง 466 ลิตร สามารถใส่ถุงกอล์ฟหรือกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ได้ถึง 4 ใบ พร้อมลดระดับความสูงของขอบท้ายรถลง 18 มม. เพื่อการยกของที่ง่ายดายยิ่งขึ้น
  • ความเหนือระดับ: มาพร้อมหลังคาพาโนรามิกซันรูฟขนาดใหญ่ (875 x 1,021 มม.) และระบบไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light 7 สีบริเวณแผงประตู

สมรรถนะขุมพลังแห่งอนาคต (Powertrain & Jinba-Ittai)

มาสด้ายังคงเอกลักษณ์ Jinba-Ittai (การขับขี่ที่ผสานเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถ) แต่ยกระดับความนุ่มนวลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม:

  • ติดตั้งขุมพลังใหม่ e-SKYACTIV G2.5 เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร ทำงานร่วมกับระบบไมลด์ไฮบริด “M Hybrid” ช่วยให้การออกตัวนุ่มนวลและประหยัดน้ำมันขั้นสุด
  • เป็นรถยนต์มาสด้ารุ่นแรกในญี่ปุ่นที่รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงทางเลือก E10
  • ช่วงล่างได้รับการวิเคราะห์และพัฒนาแบบ Model-Based ควบคู่กับการใช้ Brake Limited Slip Differential ช่วยเพิ่มความเสถียรบนถนนลื่นและมอบความนุ่มนวลในการโดยสารสูงสุด

เทคโนโลยีความปลอดภัยไร้รอยต่อ (MAZDA PROACTIVE SAFETY)

ความปลอดภัยของทุกคนบนท้องถนนคือหัวใจหลักของมาสด้า:

  • เทคโนโลยี i-ACTIVSENSE เวอร์ชันล่าสุด มาพร้อมระบบ Proactive Driving Assist ที่ช่วยประเมินและชะลอความเร็วให้ล่วงหน้าเมื่อผู้ขับขี่ถอนคันเร่ง
  • ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา ที่ล้ำหน้ายิ่งขึ้นด้วยฟังก์ชัน See-through View (มองทะลุตัวรถ) ช่วยให้การจอดรถหรือขับในซอยแคบเป็นเรื่องง่ายดาย
  • อัปเกรดหน้าจอแสดงผลบนกระจกบังลมหน้า (Active Driving Display) ให้สว่าง คมชัด และอ่านข้อมูลได้รวดเร็วทันใจกว่าที่เคย

FULL SPEC

รุ่นย่อยและระบบขับเคลื่อน

  • รุ่นย่อยที่มีจำหน่าย ได้แก่ S, G และ L
  • ระบบขับเคลื่อนมีให้เลือกทั้งแบบ 2WD (ล้อหน้า) และ 4WD
  • ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด (6EC-AT / SKYACTIV-DRIVE)

มิติขนาดตัวถังและน้ำหนัก

  • ความยาว: 4,690 มม.
  • ความกว้าง: 1,860 มม.
  • ความสูง: 1,695 มม.
  • มิติภายในห้องโดยสาร (ยาว x กว้าง x สูง): 1,890 x 1,592 x 1,299 มม.
  • ความสูงห้องโดยสารสำหรับรุ่นที่ติดตั้งหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ: 1,267 มม.
  • ระยะฐานล้อ: 2,815 มม.
  • ระยะห่างล้อหน้า: 1,605 มม.
  • ระยะห่างล้อหลัง: 1,625 มม.
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น: 205 มม.
  • ความจุผู้โดยสาร: 5 ที่นั่ง
  • น้ำหนักตัวรถรวม: 1,640 – 1,740 กก. (น้ำหนักจะเพิ่มเป็น 1,670 – 1,770 กก. ในรุ่นที่มีหลังคาซันรูฟ)
  • รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด: 5.6 เมตร

เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า

  • รหัสเครื่องยนต์: PY-VPH (e-SKYACTIV G 2.5)
  • ประเภทเครื่องยนต์: เบนซิน 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ
    • ระบบจ่ายน้ำมัน: ฉีดตรงเข้าห้องเผาไหม้ (DI)
    • ปริมาตรกระบอกสูบ: 2.488 ลิตร
    • กระบอกสูบ x ช่วงชัก: 89.0 x 100.0 มม.
    • อัตราส่วนกำลังอัด: 13.0:1
    • พละกำลังสูงสุด (เครื่องยนต์): 131 กิโลวัตต์ หรือ 178 แรงม้า ที่ 6,000-6,200 รอบต่อนาที
    • แรงบิดสูงสุด (เครื่องยนต์): 237 นิวตัน-เมตร ที่ 3,800-4,000 รอบต่อนาที
  • ชนิดน้ำมันเชื้อเพลิง: เบนซินไร้สารตะกั่ว
  • ความจุถังน้ำมัน: 56 ลิตร (รุ่น 2WD) และ 58 ลิตร (รุ่น 4WD)
  • รหัสมอเตอร์ไฟฟ้า: MK
  • ประเภทมอเตอร์: มอเตอร์ซิงโครนัสกระแสสลับ
    • พละกำลังสูงสุด (มอเตอร์): 4 กิโลวัตต์ หรือ 6.5 แรงม้า ที่ 1,000 รอบต่อนาที
    • แรงบิดสูงสุด (มอเตอร์): 60.5 นิวตัน-เมตร ที่ 100 รอบต่อนาที
  • แบตเตอรี่ขับเคลื่อน: ลิเธียมไอออน ความจุ 10 Ah

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (มาตรฐาน WLTC)

ระบบขับเคลื่อน 2WD (ล้อหน้า)

  • อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยรวม (WLTC): 15.2 กม./ลิตร
  • โหมดขับขี่ในเมือง (WLTC-L): 11.7 กม./ลิตร
  • โหมดขับขี่นอกเมือง (WLTC-M): 15.5 กม./ลิตร
  • โหมดขับขี่บนทางด่วน (WLTC-H): 17.2 กม./ลิตร

ระบบขับเคลื่อน 4WD

  • อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยรวม (WLTC): 14.2 กม./ลิตร
  • โหมดขับขี่ในเมือง (WLTC-L): 10.9 กม./ลิตร
  • โหมดขับขี่นอกเมือง (WLTC-M): 14.4 กม./ลิตร
  • โหมดขับขี่บนทางด่วน (WLTC-H): 16.2 กม./ลิตร

ระบบแชสซีและกลไก

Advertisement Advertisement
  • ระบบกันสะเทือนหน้า: แม็คเฟอร์สันสตรัท
  • ระบบกันสะเทือนหลัง: มัลติลิงค์
  • ระบบเบรกหน้า: ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน
  • ระบบเบรกหลัง: ดิสก์เบรก
  • ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus)
  • ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ i-stop
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) พร้อมระบบ Auto Hold
  • ระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control)
  • ระบบเลือกโหมดการขับขี่ Mi-Drive พร้อมโหมด Sport (ทุกรุ่น) และโหมด Off-Road (เฉพาะรุ่น 4WD)

ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันและเชิงปกป้อง

  • ถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า, ด้านข้างคู่หน้า, ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมบริเวณหัวเข่าผู้ขับขี่
  • ระบบป้องกันล้อล็อก (4W-ABS), ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบช่วยเบรก
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (DSC) และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TCS)
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HLA)
  • สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน (ESS)
  • ระบบช่วยบรรเทาความเสียหายจากการชนทุติยภูมิ
  • ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง และระบบเตือนผู้โดยสารตอนหลัง
  • ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (HBC) และไฟหน้า LED อัจฉริยะ (ALH)
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา พร้อมฟังก์ชันมองทะลุตัวรถ (See-through view)
  • เซ็นเซอร์กะระยะจอดด้านหน้าและด้านหลัง (ตรงกลางและมุมกันชน)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (BSM) พร้อมฟังก์ชันเตือนขณะลงจากรถและเตือนขณะเลี้ยว
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (MRCC) พร้อมฟังก์ชันอ่านป้ายจราจร
  • ระบบช่วยหยุดรถเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน (CTS) พร้อมฟังก์ชันรองรับการปล่อยมือขณะรถติด และระบบช่วยเปลี่ยนเลน
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LAS) และระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน
  • ระบบช่วยเตือนรถข้ามผ่านด้านหน้า (FCTA) และด้านหลัง (RCTA)
  • ระบบช่วยเบรกอัจฉริยะ (SBS) รองรับการตรวจจับรถด้านหน้า, ด้านหลัง, คนเดินถนน, วัตถุขณะถอยจอด และการหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุบริเวณทางแยก
  • ระบบเตือนเมื่อผู้ขับขี่เหนื่อยล้า (DAA) และระบบตรวจสอบพฤติกรรมผู้ขับขี่ (Driver Monitoring)
  • ระบบช่วยเหลือเมื่อผู้ขับขี่เกิดเหตุฉุกเฉิน (DEA)

การออกแบบภายนอกและทัศนวิสัย

  • ไฟหน้า LED พร้อมระบบปรับระดับความสูง-ต่ำอัตโนมัติ
  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRL) และไฟหน้า-ไฟท้ายพร้อมไฟ Signature LED
  • กระจกหน้าต่างป้องกันรังสี UV รอบคัน พร้อมกระจกหน้าแบบลดเสียงรบกวน
  • กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบไล่ฝ้า และไฟเลี้ยว LED
  • กระจกมองหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติแบบไร้กรอบ
  • ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติด้านหน้าพร้อมเซ็นเซอร์วัดน้ำฝน และที่ปัดน้ำฝนด้านหลัง
  • ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า (Power Liftgate) พร้อมฟังก์ชันแฮนด์ฟรี
  • หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ
  • การตกแต่งภายนอกด้วยชิ้นส่วนสีดำเปียโนแบล็กและพลาสติกสีดำด้าน (ตามรุ่นย่อย)
  • ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 225/65R17 (รุ่น S)
  • ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 225/55R19 (รุ่น G และ L)

อุปกรณ์ภายในและสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ระบบไฟส่องสว่างภายในแบบ LED ทั้งหมด รวมถึงไฟห้องโดยสาร, ไฟอ่านแผนที่, ไฟห้องเก็บสัมภาระ และไฟตกแต่งแผงประตู (Ambient Light)
  • หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า (Active Driving Display) แบบสี
  • หน้าจอมาตรวัดความเร็วแบบดิจิตอลเต็มรูปแบบขนาด 10.25 นิ้ว
  • หน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 12.9 นิ้ว (รุ่น S, G) และขนาด 15.6 นิ้ว (รุ่น L)
  • พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง พร้อมสวิตช์ควบคุมและระบบอุ่นพวงมาลัย
  • ระบบเข้าออกรถอัจฉริยะ (Advanced Keyless Entry) พร้อมกุญแจ 2 ดอก และปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์

เบาะนั่ง

  • เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง (Memory Seat)
  • เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
  • ระบบอุ่นเบาะสำหรับผู้โดยสารคู่หน้าและผู้โดยสารตอนหลัง
  • ระบบระบายอากาศสำหรับเบาะนั่งคู่หน้า
  • เบาะหลังพับได้แบบ 4:2:4 พร้อมพนักพิงปรับเอนได้ และที่วางแขนกลางพร้อมที่วางแก้วน้ำ
    • รุ่น S: วัสดุเบาะผ้า สีดำ
    • รุ่น G: วัสดุเบาะหนังสังเคราะห์ (Leganu) สีดำ หรือ สีขาวบริสุทธิ์ทูโทน
    • รุ่น L: วัสดุเบาะหนังแท้ สีแทนสปอร์ต (Sports Tan)

ระบบปรับอากาศ เครื่องเสียง และการเชื่อมต่อ

  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • ระบบอินโฟเทนเมนต์รองรับ Google ภายในตัวรถ
  • รองรับระบบ Bluetooth, Apple CarPlay และ Android Auto (พร้อมฟังก์ชันเชื่อมต่อไร้สาย)
  • ช่องเชื่อมต่อ USB Type-C ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง และด้านหลัง 2 ตำแหน่ง
  • แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Qi)
  • ช่องจ่ายไฟ 12V บริเวณคอนโซลหน้าและห้องเก็บสัมภาระ
  • ระบบเสียง Mazda Harmonic Acoustics ลำโพง 8 ตำแหน่ง
  • ระบบเสียง Bose (AUDIOPILOT3 + Centerpoint2) ลำโพง 12 ตำแหน่ง

สีตัวถังภายนอก

  • สีดำ Jet Black Mica
  • สีเทา Polymetal Gray Metallic
  • สีเทา Aero Gray Metallic
  • สีน้ำเงิน Navy Blue Mica
  • สีแดง Soul Red Crystal Metallic
  • สีเทา Machine Gray Premium Metallic
  • สีขาว Rhodium White Premium Metallic

ราคาจำหน่าย (ประเทศญี่ปุ่น)

  • รุ่น 2WD: เริ่มต้น 3,300,000 – 4,070,000 เยน

    • คิดเป็นเงินไทย: ประมาณ 693,000 – 854,700 บาท

  • รุ่น 4WD: เริ่มต้น 3,536,500 – 4,306,500 เยน

    • คิดเป็นเงินไทย: ประมาณ 742,665 – 904,365 บาท

  • ออปชันเสริม แพ็กเกจ EX Package: ราคา 227,700 เยน

    • คิดเป็นเงินไทย: ประมาณ 47,817 บาท

  • ออปชันเสริม หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ: ราคา 121,000 เยน

    • คิดเป็นเงินไทย: ประมาณ 25,410 บาท

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้