การกลับมาของราชา! Nissan แย้มสเปก GT-R R36 แชสซีส์ใหม่ หัวใจ VR38 Hybrid แรงทะลุ 800 ม้า เปิดตัวปี 2030

การกลับมาของราชา! Nissan แย้มสเปก GT-R R36 แชสซีส์ใหม่ หัวใจ VR38 Hybrid แรงทะลุ 800 ม้า เปิดตัวปี 2030
Spread the love
Advertisement Advertisement

การกลับมาของราชา! Nissan แย้มสเปก GT-R R36 แชสซีส์ใหม่ หัวใจ VR38 Hybrid แรงทะลุ 800 ม้า

หลังจากที่แฟนๆ ทั่วโลกต่างเฝ้ารอคอยเจนเนอเรชันถัดไปของ “Godzilla” มาอย่างยาวนาน จนหลายคนเริ่มถอดใจเพราะ Nissan ยังคงลากการผลิต R35 ออกไปเรื่อยๆ แต่ล่าสุดในงาน New York Auto Show ข่าวดีที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อผู้บริหารระดับสูงของ Nissan ออกมายืนยันว่า R36 กำลังอยู่ในการพัฒนา และมันจะเป็นรถที่ “ใหม่หมดจด” อย่างแท้จริงครับ


แชสซีส์ใหม่หมด (All-New Chassis)

พอนซ์ แพนดิคุธิรา (Ponz Pandikuthira) รองประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายวางแผนของ Nissan อเมริกาเหนือ เปิดเผยว่า GT-R R36 จะไม่ใช่การนำโครงสร้างเดิมมาปรับปรุงใหม่ (ไม่ใช่ R35.5) แต่จะใช้แชสซีส์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมดเพื่อให้รองรับสมรรถนะยุคใหม่และความต้องการที่เปลี่ยนไปของตลาดโลก

ทำไมยังต้องเป็นเครื่องยนต์ VR38?

หนึ่งในประเด็นที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือการเลือกใช้เครื่องยนต์ VR38 V6 Twin-turbo ขนาด $3.8\text{-liter}$ ต่อไป โดยคุณพอนซ์ให้เหตุผลที่น่าสนใจว่า:

“หากเราจะใช้ระบบขับเคลื่อนไฮบริด บล็อกเครื่องยนต์ VR38 นั้นยอดเยี่ยมมากอยู่แล้ว เราจะทิ้งมันไปทำไม? แต่สิ่งที่จะเปลี่ยนไปคือ ‘ส่วนบน’ ของเครื่องยนต์ เราอาจต้องออกแบบฝาสูบใหม่ ลูกสูบใหม่ และระบบการเผาไหม้ใหม่ทั้งหมดเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย”

ขุมพลัง VR38 ได้สร้างตำนานและมีกลุ่มแฟนคลับที่เหนียวแน่น (Cult Following) ไม่แพ้เครื่องยนต์ RB26 ในอดีต เนื่องจากความทนทานและการรองรับการโมดิฟายที่ทำได้อย่างมหาศาลครับ

ระบบไฮบริด ทางรอดเดียวสู่การขายทั่วโลก

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ R36 ต้องเข้าสู่ยุค Electrification คือมาตรฐานไอเสียที่เข้มงวดขึ้นในหลายภูมิภาค หาก Nissan ต้องการให้ GT-R ยังคงวางจำหน่ายได้ทั่วโลก การเพิ่มระบบไฟฟ้าเข้ามาช่วยจึงเป็นเรื่องจำเป็น:

Advertisement Advertisement
  • พละกำลังมหาศาล: การผสานพลังระหว่าง VR38 ที่ปรับปรุงใหม่กับมอเตอร์ไฟฟ้า อาจทำให้ R36 มีกำลังรวมสูงกว่า $800\text{ hp}$ ได้อย่างไม่ยากเย็น
  • การตอบสนอง: มอเตอร์ไฟฟ้าจะเข้ามาช่วยลบจุดอ่อนเรื่อง Turbo Lag ทำให้การออกตัวและการเร่งแซงฉับไวขึ้นกว่าเดิม
  • มาตรฐานไอเสีย: ช่วยให้รถผ่านเกณฑ์ที่เข้มงวดในตลาดยุโรปและอเมริกาได้

Timeline เราจะได้เห็น Godzilla ตัวใหม่เมื่อไหร่?

ข่าวดีคือเราไม่ต้องรอกันไปจนถึงปี 2035 เพราะแผนงานเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ:

  • ปี 2028: Nissan คาดว่าจะมีการประกาศข้อมูลที่ “เป็นรูปธรรมและชัดเจน” เกี่ยวกับตัวรถ
  • ก่อนปี 2030: ตัวรถมีกำหนดการที่จะเปิดตัวและวางจำหน่ายจริงก่อนจะสิ้นสุดทศวรรษนี้

บทสรุปจากมุมมองของผม: การที่ Nissan เลือกทางสายกลางโดยการเก็บเครื่องยนต์ V6 ในตำนานไว้แล้วเสริมด้วยเทคโนโลยีไฮบริด ถือเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดมากครับ เพราะนอกจากจะรักษาฐานแฟนคลับเดิมที่รักในเสียงและอารมณ์ของเครื่องยนต์สันดาปไว้ได้แล้ว ยังได้สมรรถนะที่ก้าวกระโดดขึ้นไปสู้กับ Supercar ยุคใหม่ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ เตรียมล้างตารอดูการกลับมาทวงบัลลังก์ของ Godzilla ได้เลย!

Timeline การเลิกจำหน่าย Nissan GT-R (R35) ปัจจุบัน

  • ตุลาคม 2024: ยุติการผลิตสำหรับตลาด สหรัฐอเมริกา โดยมีการส่งท้ายด้วยรุ่นพิเศษอย่าง Takumi Edition และ Skyline Edition
  • กุมภาพันธ์ – มีนาคม 2025: Nissan ประเทศ ญี่ปุ่น (ตลาดสุดท้ายที่ยังเปิดรับจอง) ประกาศหยุดรับออร์เดอร์อย่างเป็นทางการหลังจากโควตาการผลิตเต็ม
  • สิงหาคม 2025: เป็นจุดสิ้นสุดอย่างแท้จริง โดย Nissan ได้ ยุติสายการผลิต (End of Production) ทั่วโลก ณ โรงงานโทชิกิ ประเทศญี่ปุ่น
  • คันสุดท้ายของโลก: รถคันสุดท้ายที่ออกจากสายการผลิตคือรุ่น T-Spec สีม่วง Midnight Purple ซึ่งถูกส่งมอบในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2025 ปิดฉากการทำตลาดที่ยาวนานกว่า 18 ปี (ตั้งแต่ปี 2007)

Carscoop

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้