เปิดขายจีน 611,000 – 805,000 บาท BYD Seal 06GT EV 520 – 620 กม./ชาร์จ CLTC ใหม่ ชาร์จเร็ว 10-97% 9 นาที

เปิดขายจีน 611,000 – 805,000 บาท BYD Seal 06GT EV 520 – 620 กม./ชาร์จ CLTC ใหม่ ชาร์จเร็ว 10-97% 9 นาที
Spread the love
Advertisement Advertisement

2026 BYD Seal 06GT รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ GT Hatchback ที่เพิ่งเปิดตัวเวอร์ชันอัปเกรดปี 2026 ในประเทศจีน เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา โดยครั้งนี้ BYD จัดเต็มเทคโนโลยี “เรือธง” ลงมาในระดับราคาที่จับต้องง่ายขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มวัยรุ่นและผู้ที่รักการขับขี่โดยเฉพาะ ติดตั้งเบลดแบตเตอรี่เจนที่ 2

ราคาจำหน่ายในประเทศจีน (China Price)

  • 520 Sea Wave: 128,900 RMB (ประมาณ 611,000 บาท)
  • 520 Sea Wave Plus: 139,900 RMB (ประมาณ 663,000 บาท)
  • 620 Heatwave Plus: 153,900 RMB (ประมาณ 730,000 บาท)
  • 620 Heatwave Max: 169,900 RMB (ประมาณ 805,000 บาท)

เทคโนโลยีแกนกลาง (Core Tech) ที่อัปเกรดใหม่

BYD เรียกการอัปเกรดครั้งนี้ว่าเป็นการนำเทคโนโลยีระดับ Flagship มาสู่รถแมส (Tech Down-Market) ประกอบด้วย

  • Second-generation Blade Battery: แบตเตอรี่รุ่นที่ 2 ที่จัดการพลังงานได้ดีขึ้น และทนทานต่อสภาพอากาศหนาวเย็นจัด
  • MW-level Flash Charging: ระบบชาร์จไวพิเศษ ชาร์จจาก 10% ถึง 70% ได้ในเวลาเพียง 5 นาที (หรือ 10-97% ใน 9 นาที)
  • DiSus-C Intelligent Chassis: ระบบควบคุมช่วงล่างอัจฉริยะที่ช่วยปรับความหนืดโช้คอัพแบบเรียลไทม์ เพิ่มความนุ่มนวลและเสถียรภาพในการเข้าโค้ง
  • God’s Eye B Autonomous Driving: ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะที่มาพร้อม Lidar (เป็นออปชันเสริม) รองรับการขับขี่กึ่งอัตโนมัติที่แม่นยำกว่าเดิม

มิติตัวถังและพื้นที่ใช้สอย BYD Seal 06 GT (2026)

  • ความยาวตัวถัง: 4,630 มม.
  • ความกว้างตัวถัง: 1,880 มม.
  • ความสูงตัวถัง: 1,490 มม.
  • ระยะฐานล้อ: 2,820 มม.
  • ความกว้างช่วงล้อ (หน้า/หลัง): 1,625 / 1,630 มม.
  • รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด: 5.55 เมตร
  • ความจุพื้นที่เก็บสัมภาระท้าย (Trunk): 380 ลิตร
  • ความจุพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk): 66 ลิตร
  • น้ำหนักรถเปล่า (Curb Weight):
    • รุ่น 520: 1,750 กิโลกรัม
    • รุ่น 620: 1,880 กิโลกรัม

สมรรถนะมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และการชาร์จ BYD Seal 06 GT (2026)

BYD Seal 06 GT แบ่งขุมพลังออกเป็น 2 ระดับตามความจุแบตเตอรี่ โดยทุกรุ่นใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และมีรายละเอียดดังนี้

รุ่น Standard Range (520 Sea Wave และ 520 Sea Wave Plus)

  • มอเตอร์ไฟฟ้า: ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet Synchronous Motor) ขับเคลื่อนล้อหลัง
  • พละกำลังสูงสุด: 200 kW (ประมาณ 268 แรงม้า)
  • แรงบิดสูงสุด: 230 นิวตัน-เมตร
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 6.9 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด: 200 กม./ชม.
  • ขนาดแบตเตอรี่: 57.54 kWh
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC): 520 กิโลเมตร
  • การชาร์จ AC: รองรับสูงสุด 7 kW
  • การชาร์จ DC (Fast Charge): รองรับเทคโนโลยี BYD Flash Charge (ชาร์จจาก 10% ถึง 97% ภายใน 9 นาที)

รุ่น Extended Range (620 Heat Wave Plus และ 620 Heat Wave Max)

  • มอเตอร์ไฟฟ้า: ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet Synchronous Motor) ขับเคลื่อนล้อหลัง
  • พละกำลังสูงสุด: 240 kW (ประมาณ 321 แรงม้า)
  • แรงบิดสูงสุด: 270 นิวตัน-เมตร
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 6.5 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด: 200 กม./ชม.
  • ขนาดแบตเตอรี่: 69.07 kWh
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC): 620 กิโลเมตร
  • การชาร์จ AC: รองรับสูงสุด 7 kW
  • การชาร์จ DC (Fast Charge): รองรับเทคโนโลยี BYD Flash Charge (ชาร์จจาก 10% ถึง 97% ภายใน 9 นาที)

เทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าอื่นๆ (ติดตั้งในทุกรุ่นย่อย)

  • ประเภทแบตเตอรี่: BYD Blade Battery เจนเนอเรชันที่ 2 (LFP)
  • โครงสร้างตัวถัง: CTB (Cell-to-Body) ผสานแบตเตอรี่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างรถเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและลดน้ำหนัก
  • ระบบควบคุมไฟฟ้า: ใช้โมดูลซิลิคอนคาร์ไบด์ (SiC) 1200V ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายกระแสไฟและลดการสูญเสียพลังงาน
  • ระบบจัดการความร้อน: ปั๊มความร้อน (Heat Pump) เจนเนอเรชันใหม่ ช่วยประหยัดพลังงานเมื่อเปิดแอร์ และระบบอุ่นแบตเตอรี่ด้วยคลื่นพัลส์อัจฉริยะ (Pulse Self-heating)
  • ระบบจ่ายไฟภายนอก (VTOL): รองรับการดึงไฟจากรถไปใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอก ให้กำลังไฟสูงสุดถึง 6 kW

ระบบช่วงล่างและการควบคุมตัวรถ

BYD Seal 06 GT ถูกตั้งค่าช่วงล่างมาเพื่อเน้นทั้งความสปอร์ตและความนุ่มนวล โดยมีการนำเทคโนโลยีขั้นสูงระดับพรีเมียมมาติดตั้งในตัวรถ เพื่อเสริมเสถียรภาพการขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น:

โครงสร้างระบบกันสะเทือน (Suspension)

  • ช่วงล่างด้านหน้า: แบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมจุดยึดลูกหมากคู่ (Double Ball Joint MacPherson Strut) ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการบังคับเลี้ยวและตอบสนองได้รวดเร็วขึ้น
  • ช่วงล่างด้านหลัง: แบบอิสระ มัลติลิงก์ 5 จุด (5-Link Independent Suspension) ให้การยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมและซับแรงสะเทือนได้อย่างนุ่มนวล

 เทคโนโลยีควบคุมช่วงล่างอัจฉริยะ

  • ระบบ DiSus-C (云辇-C): ระบบควบคุมการหน่วงของโช้คอัพแบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ สามารถปรับความหนืดของช่วงล่างได้อัตโนมัติตามสภาพถนนและโหมดการขับขี่
  • ระบบสแกนพื้นผิวถนนล่วงหน้า (Road Preview System): ใช้กล้องและเซนเซอร์อ่านสภาพพื้นผิวถนนด้านหน้า เพื่อสั่งการให้ระบบ DiSus-C ปรับการตั้งค่าช่วงล่างล่วงหน้า ลดแรงกระแทกเมื่อเจอหลุมบ่อ
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพเมื่อยางระเบิดที่ความเร็วสูง: เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงที่ช่วยรักษาการทรงตัวของรถให้ตรงและควบคุมได้ หากเกิดเหตุยางระเบิดกะทันหันขณะวิ่งด้วยความเร็ว

ระบบเบรกและพวงมาลัย

  • ระบบบังคับเลี้ยว: พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า (EPS)
  • เบรกหน้า: ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน (Ventilated Disc)
  • เบรกหลัง: ดิสก์เบรกมาตรฐาน (สำหรับรุ่น 520) / ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน (สำหรับรุ่น 620)
  • เบรกมือ: ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) พร้อมฟังก์ชัน Auto Hold (AVH)

ระบบช่วยเหลือการทรงตัว (Chassis Control Systems)

  • ระบบช่วยเบรกและทรงตัวพื้นฐาน: ESC (ควบคุมเสถียรภาพ), EBD (กระจายแรงเบรก), HBA (ช่วยเบรกไฮดรอลิก) และ VDC (ควบคุมพลศาสตร์ตัวรถ)
  • dTCS (Distributed Traction Control System): ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบกระจายศูนย์ ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าโดยตรง ทำให้ตอบสนองต่อการลื่นไถลได้เร็วกว่าระบบดั้งเดิมถึง 10 เท่า
  • ระบบควบคุมการหยุดรถนุ่มนวล (Comfort Stop): ช่วยลดอาการกระชากหรือหัวทิ่มในจังหวะที่เบรกรถจนหยุดนิ่ง
  • CRBS (Cooperative Regenerative Braking System): ระบบผสานการทำงานระหว่างเบรกจริงและการดึงพลังงานกลับของมอเตอร์ไฟฟ้า (Regen) ให้ทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น
  • BDW (Brake Disc Wiping): ระบบทำความสะอาดจานเบรกอัตโนมัติ ช่วยรีดน้ำออกจากจานเบรกเมื่อขับขี่ลุยฝน

การออกแบบภายนอกและอุปกรณ์มาตรฐาน

การออกแบบภายนอกของ BYD Seal 06 GT มาในสไตล์ตัวถังแฮทช์แบ็ก 5 ประตูที่เน้นความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวตามแนวคิดการออกแบบ Ocean Aesthetics ผสานกับฟังก์ชันทางอากาศพลศาสตร์และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย โดยมีรายละเอียดดังนี้

ดีไซน์รอบคันและอากาศพลศาสตร์

  • กระจังหน้าแบบแอคทีฟ (AGS – Active Grille Shutter): กระจังหน้าสามารถเปิด-ปิดได้อัตโนมัติตามความเร็วและอุณหภูมิ เพื่อลดแรงต้านอากาศและช่วยจัดการความร้อนของระบบ
  • หลังคา: หลังคากระจกพาโนรามิก (Panoramic Canopy) บานใหญ่ที่มาพร้อมม่านบังแดดปรับด้วยไฟฟ้า
  • คาลิปเปอร์เบรก: คาลิปเปอร์เบรกพ่นสีแดง (Red Brake Calipers) ช่วยเสริมลุคสปอร์ตดุดัน
  • พื้นที่เก็บสัมภาระ: มีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) ความจุ 66 ลิตร ปลดล็อกด้วยระบบไฟฟ้า และฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า

ระบบไฟส่องสว่าง (Lighting)

  • ไฟหน้า: ไฟหน้าแบบ LED เต็มระบบ พร้อมฟังก์ชันเปิด-ปิดอัตโนมัติ, ปรับระดับความสูงได้, ไฟส่องสว่างขณะเลี้ยวมุมโค้ง และฟังก์ชันหน่วงเวลาปิดไฟหน้า (Follow Me Home)
  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน: แบบ LED (DRL) ดีไซน์โฉบเฉี่ยว
  • ไฟท้าย: ไฟท้าย LED ดีไซน์เส้นกว้างลากยาวเชื่อมต่อกัน (Through-type LED) ตามยุคสมัย พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED และไฟตัดหมอกหลัง
  • ไฟลูกเล่นอื่นๆ: กระจกมองข้างมาพร้อมไฟเลี้ยวในตัว และมีไฟโปรเจคเตอร์ต้อนรับฉายลงพื้น (Welcome Light) เมื่อปลดล็อกรถ

 ล้อและยาง (แตกต่างตามรุ่นย่อย)

  • รุ่น 520 (Sea Wave / Sea Wave Plus): มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลาย Star (星耀) รัดด้วยยางขนาด 225/50 R18
  • รุ่น 620 (Heat Wave Plus / Heat Wave Max): อัปเกรดเป็นล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ลาย Star Petal หรือลายกลีบดอกไม้ (星芒花瓣) รัดด้วยยางขนาด 235/45 R19

กระจกและอุปกรณ์ภายนอกอื่นๆ

  • กระจกเก็บเสียง: กระจกบังลมหน้าและกระจกหน้าต่างคู่หน้าเป็นแบบลดเสียงรบกวน (Acoustic Glass) ช่วยเพิ่มความเงียบในห้องโดยสาร
  • กระจกส่วนตัว: กระจกหน้าต่างคู่หลัง, กระจกหูช้าง และกระจกบังลมหลัง เป็นแบบส่วนตัวและกันความร้อน (Privacy Glass) จากโรงงาน
  • ระบบปัดน้ำฝน: ที่ปัดน้ำฝนหน้าแบบอัตโนมัติ (Rain Sensor) และมีที่ปัดน้ำฝนกระจกหลังมาให้
  • กระจกมองข้างอัจฉริยะ: ปรับและพับด้วยระบบไฟฟ้า, มีระบบทำความร้อนไล่ฝ้า, พับอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ, ปรับมุมมองลงอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง (Auto-tilt) และมีระบบจดจำตำแหน่ง (Memory Mirror)

การออกแบบภายใน เบาะนั่ง และระบบความบันเทิง

ห้องโดยสารของ BYD Seal 06 GT ได้รับการออกแบบให้ผสานความสปอร์ตเข้ากับเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างลงตัว โดยจัดเต็มทั้งเรื่องหน้าจอ ฟังก์ชันความบันเทิง และสิ่งอำนวยความสะดวกสบายสำหรับทุกที่นั่ง ดังนี้

 การออกแบบภายในและสิ่งอำนวยความสะดวก (Interior Design & Convenience)

  • เลย์เอาต์คอนโซล: คันเกียร์เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ก้านคอพวงมาลัย (Column Shifter) ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยบริเวณคอนโซลกลาง
  • หน้าจอผู้ขับขี่: หน้าจอมาตรวัดแบบ Full LCD ขนาด 10.25 นิ้ว พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า W-HUD ขนาด 12 นิ้ว ทำให้ไม่ต้องละสายตาจากถนน
  • พวงมาลัย: หุ้มหนังแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมแบบสัมผัส (Capacitive) ปรับตำแหน่งได้ 4 ทิศทาง
  • ไฟสร้างบรรยากาศ (Ambient Light): ปรับเปลี่ยนสีได้ถึง 127 สี พร้อมไฟส่องสว่างแบบ LED ครอบคลุมทั้งพื้นที่วางเท้าหน้า, คอนโซลกลาง, กล่องเก็บถุงมือ และไฟอ่านหนังสือ
  • การชาร์จและพอร์ตเชื่อมต่อ: แท่นชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สาย (Wireless Charger) กำลังไฟ 50W ที่ด้านหน้า พร้อมพอร์ต USB (Type-A และ Type-C) สำหรับผู้โดยสารทั้งหน้าและหลัง รวมถึงช่องจ่ายไฟ 12V
  • ตู้เก็บอุณหภูมิ: มีตู้ทำความเย็นและทำความร้อน (Hot/Cold Box) ติดตั้งมาให้ภายในรถ
  • ฟังก์ชันอื่นๆ: กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ, ที่บังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกและไฟส่องสว่าง, ช่องเก็บแว่นตา, และระบบชำระเงินค่าผ่านทาง ETC ในตัว

ระบบเบาะนั่ง (Seating)

  • วัสดุเบาะ: หุ้มด้วยหนังเกรดพรีเมียม (Luxury Leather) สไตล์สปอร์ต
  • เบาะผู้ขับขี่:
    • รุ่น 520: ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
    • รุ่น 620: ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลังไฟฟ้า (Lumbar Support) 4 ทิศทาง
  • เบาะผู้โดยสารหน้า:
    • รุ่น 520: ปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
    • รุ่น 620: ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
  • ฟังก์ชันพิเศษเบาะหน้า: ระบบบันทึกตำแหน่ง (Memory Seat) สำหรับผู้ขับขี่, ระบบอุ่นเบาะ (Heater), และระบบระบายอากาศ (Ventilated) เพื่อความสบายในทุกสภาพอากาศ
  • เบาะผู้โดยสารหลัง: สามารถพับแยกส่วนได้แบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระ

ระบบอินโฟเทนเมนต์อัจฉริยะ (DiLink Smart Cabin)

  • หน้าจอกลาง: จอสัมผัสขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว ที่สามารถหมุนแนวตั้ง-แนวนอนได้อัตโนมัติ (Adaptive Rotating Pad)
  • ระบบปฏิบัติการ: DiLink 100 (รุ่นมาตรฐาน) และ DiLink 150 (รุ่นสูง) รองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายความเร็วสูง 5G และการอัปเดตผ่าน OTA
  • ระบบสั่งการด้วยเสียง AI: รองรับการสั่งงานแบบแยกโซน 4 ตำแหน่ง (Four-zone Voice Interaction) ตอบสนองแม่นยำและลื่นไหล
  • ฟังก์ชันบันเทิงและบริการ: รองรับ BYD Cloud Service, บัญชีผู้ใช้ One ID (จดจำการตั้งค่าส่วนตัว), ระบบนำทาง, การเชื่อมต่อหน้าจอมือถือ (手车互联), และระบบคาราโอเกะในรถแบบไม่ต้องใช้ไมโครโฟน (无麦K歌)
  • ระบบเสียง: ลำโพง 8 ตำแหน่ง (ในรุ่น 520 และ 620 Plus) และอัปเกรดเป็นชุดเครื่องเสียงไฮเอนด์จาก Dynaudio 12 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น 620 Max)

ระบบปรับอากาศ (Climate Control)

  • ระบบแอร์: แอร์อัตโนมัติแบบแยกโซนอุณหภูมิซ้าย-ขวา (Dual-zone) พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • ระบบจัดการพลังงาน: ใช้เทคโนโลยีปั๊มความร้อน (Heat Pump) ที่ช่วยให้แอร์เย็นฉ่ำแต่กินไฟจากแบตเตอรี่น้อยลง
  • ระบบฟอกอากาศ: แผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูง PM2.5 พร้อมเครื่องสร้างประจุไอออนลบ (Ionizer)
  • การสั่งงานระยะไกล: สามารถสั่งเปิดแอร์ล่วงหน้าผ่านสมาร์ทโฟน และมีโหมดฆ่าเชื้อโรคด้วยอุณหภูมิสูงสั่งการจากระยะไกล

ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีการขับขี่

BYD Seal 06 GT ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและเทคโนโลยีการขับขี่ขั้นสูง โดยติดตั้งระบบช่วยเหลืออัจฉริยะและโครงสร้างนิรภัยมาให้อย่างครบครัน ดังนี้:

Advertisement Advertisement

โครงสร้างและระบบความปลอดภัยเชิงรับ (Structure & Passive Safety)

  • โครงสร้างตัวถัง CTB (Cell-to-Body): เทคโนโลยีที่ผสานชุดแบตเตอรี่ Blade Battery ให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างรับน้ำหนักของตัวรถ ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง ทนทานต่อแรงบิด และลดจุดศูนย์ถ่วงลง
  • ถุงลมนิรภัยรอบคัน: จัดเต็มเพื่อการปกป้องสูงสุด ประกอบด้วย:
    • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
    • ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับเบาะนั่งคู่หน้าและคู่หลัง
    • ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างยาวป้องกันทั้งผู้โดยสารตอนหน้าและตอนหลัง
    • ถุงลมนิรภัยระหว่างเบาะหน้า (Front Center Airbag): ป้องกันไม่ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้ากระแทกกันเองเมื่อเกิดการชนด้านข้าง
  • ระบบความปลอดภัยพื้นฐาน: เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ (ปรับความสูงได้), ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง, จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISO-FIX และระบบล็อกประตูอัตโนมัติตามความเร็ว (Speed-sensing Auto Lock)

 ระบบกล้องและการตรวจสอบ (Cameras & Monitoring)

  • กล้องมองภาพรอบคัน: กล้อง 360 องศา ความละเอียดสูง พร้อมฟังก์ชันมองทะลุใต้ท้องรถ (Transparent Panoramic View)
  • ระบบบันทึกภาพ: ติดตั้งกล้องบันทึกภาพหน้ารถ (Dashcam) มาให้จากโรงงาน
  • ระบบรักษาความปลอดภัย: โหมดเฝ้าระวังภัยรอบคัน (Sentry Mode) และฟังก์ชัน Qianliyan (千里眼) ที่ให้ผู้ใช้สามารถดูกล้องรอบรถแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือได้
  • กล้องตรวจสอบผู้ขับขี่: ระบบประเมินความเหนื่อยล้า (Fatigue Monitoring) และระบบเตือนเมื่อผู้ขับขี่เสียสมาธิ (Distraction Monitoring)
  • ระบบแจ้งเตือนลมยาง: TPMS แบบวัดแรงดันตรงและแสดงผลเป็นตัวเลขดิจิทัล
  • ระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน: ปุ่มโทรออกฉุกเฉิน E-Call และระบบติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า I-Call

เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ DiPilot (ADAS)

รถรุ่นนี้มาพร้อมกับเซนเซอร์และชิปประมวลผลอัจฉริยะ โดยแบ่งเป็นระบบ DiPilot 100 (Eye of the Gods C) ในรุ่นมาตรฐาน และ DiPilot 300 (Eye of the Gods B) ที่ใช้เซนเซอร์ LiDAR ในรุ่นสูง

  • ระบบช่วยขับขี่และนำทาง (Driving & Navigation Assist):
    • ระบบช่วยนำทางอัจฉริยะบนทางหลวง (HNOA) และในเมือง (CNOA)
    • ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลนอัจฉริยะ (ICC) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC)
    • ระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติเมื่อเปิดไฟเลี้ยว (ILCA)
    • ระบบจำลองสภาพแวดล้อมการขับขี่บนหน้าจอ (SR – Scene Representation)
    • ระบบอ่านป้ายและเตือนจำกัดความเร็วอัจฉริยะ (ISLC / SLIF / ISA)
  • ระบบความปลอดภัยเชิงรุกและป้องกันการชน (Active Safety):
    • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
    • ระบบเตือนและเบรกเมื่อมีรถตัดหน้า (FCW / FCTA / FCTB)
    • ระบบเตือนและเบรกเมื่อมีรถตัดหลังขณะถอย (RCW / RCTA / RCTB)
    • ระบบเตือนจุดอับสายตา (BSD) และระบบเตือนเมื่อเปิดประตู (DOW)
    • ระบบช่วยหักหลบรถหรือสิ่งกีดขวางที่เข้ามาใกล้ (ELKA – Emergency Lane Keeping Assist)
    • ระบบเตือนความเร็วเกินกำหนดในทางโค้ง (CSW)
  • ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Parking Assist):
    • ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ (APA)
    • ระบบควบคุมการจอดรถระยะไกลผ่านรีโมท (RPA)
    • ระบบช่วยจอดแบบเรียนรู้เส้นทางอัตโนมัติ (AVP – Automated Valet Parking) คืนรถหรือจอดรถให้เองในจุดที่บันทึกไว้

Cr : dongchedi

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้