เปิดขายจีน 1.37 ล้านบาท Audi E7X EV 705 กม./ชาร์จ CLTC


เปิดตัว Audi E7X เอสยูวีไฟฟ้าหรู พลัง 680 แรงม้า พร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติ L3 ในราคาเริ่มต้น 1.37 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา Audi ได้ประกาศเปิดตัวและเริ่มเปิดจองล่วงหน้า (Pre-sale) สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ล่าสุด Audi E7X อย่างเป็นทางการ โดยเคาะราคาจำหน่ายล่วงหน้าอยู่ที่ 289,800 – 379,800 หยวน (หรือประมาณ 1,371,914 – 1,797,973 บาท) พร้อมอัดฉีดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ที่จองในช่วงนี้ ด้วยสิทธิ์ขยายมูลค่าเงินจอง 5,000 หยวน (ประมาณ 23,670 บาท) และสิทธิพิเศษการเปลี่ยนรถใหม่มูลค่าสูงสุด 12,000 หยวน (ประมาณ 56,808 บาท)
สรุปราคาจำหน่ายล่วงหน้า (Pre-sale) แยกตามรุ่นย่อย
- รุ่น Pioneer : 289,800 หยวน (ประมาณ 1,371,914 บาท)
- รุ่น Pioneer Pro : 319,800 หยวน (ประมาณ 1,513,933 บาท)
- รุ่น Pioneer quattro / Intelligent Navigation : 349,800 หยวน (ประมาณ 1,655,953 บาท)
- รุ่น Flagship quattro 379,800 หยวน (ประมาณ 1,797,973 บาท)
Audi E7X ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถยนต์ SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง-ใหญ่ (Mid-to-large SUV) ที่รวบรวมเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดของค่าย ทั้งช่วงล่างระดับสนามแข่ง อัตราเร่งที่เร้าใจ และระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะที่พัฒนาร่วมกับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี
ดีไซน์ภายนอก ล้ำสมัยด้วยเอกลักษณ์แห่งแสงไฟ
Audi E7X สานต่อภาษาการออกแบบจาก Audi E5 Sportback โดดเด่นด้วยชุดไฟหน้า “Star Halo” และโลโก้ AUDI แบบเรืองแสง เพิ่มความล้ำสมัยและเอกลักษณ์ที่มองเห็นได้ชัดเจนแต่ไกล
- ระบบไฟอัจฉริยะ: ติดตั้งไฟหน้า DLP Pixel ที่ทำงานร่วมกับเรดาร์ของตัวรถ เพื่อคำนวณและแสดงผล “แถบคำเตือนแบบโปรเกรสซีฟ” บนพื้นถนน รวมถึงรองรับเอฟเฟกต์พรมแสง (Light Carpet) ได้ถึง 8 รูปแบบ
- อากาศพลศาสตร์: กระจังหน้าแบบ Active Grille ปรับเปิด-ปิดอัตโนมัติ เพื่อลดแรงต้านอากาศและช่วยระบายความร้อนให้ระบบขับเคลื่อน
- เทคโนโลยีรอบคัน: ติดตั้งเซนเซอร์ LiDAR บนหลังคา, กระจกมองข้างแบบดิจิทัล (Electronic Side Mirrors) และมือจับประตูแบบซ่อน เพื่อความลื่นไหลของดีไซน์และประสิทธิภาพสูงสุด
มิติตัวถัง Audi E7X (2026)
- ความยาวตัวรถ: 5,049 มิลลิเมตร
- ความกว้าง: 1,997 มิลลิเมตร
- ความสูง: 1,710 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 3,060 มิลลิเมตร
- รัศมีวงเลี้ยว: 5.14 เมตร (แคบเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับขนาดตัวรถ ด้วยระบบเลี้ยวล้อหลัง 14 องศา)
- การออกแบบโครงสร้าง: ใช้ตัวถังแบบ Wide-body ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์และการทรงตัวในความเร็วสูง
เมื่อเปรียบเทียบขนาดตัวถัง 5,049 มม. และฐานล้อที่ยาวถึง 3,060 มม. ทำให้ Audi E7X มีพื้นที่วางขา (Legroom) และพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางระดับพรีเมียม รองรับการติดตั้งเบาะแบบ Zero Gravity และตู้เย็นขนาดใหญ่ได้อย่างลงตัว
ห้องโดยสาร Digital Cockpit สัมผัสความบันเทิงระดับ 4K
ภายในของ Audi E7X เน้นความหรูหราควบคู่ไปกับเทคโนโลยี Digital Experience ที่เปลี่ยนห้องโดยสารให้กลายเป็นพื้นที่อัจฉริยะ
- หน้าจอพาโนรามา 59 นิ้ว: หน้าจอความละเอียด 4K ยาวต่อเนื่องจากฝั่งคนขับไปยังฝั่งผู้โดยสาร ประกอบด้วยมาตรวัดดิจิทัล, จอกลาง และจอความบันเทิงฝั่งผู้โดยสาร พร้อมจอแสดงผลกระจกข้างดิจิทัลที่ติดตั้งบริเวณขอบจออย่างแนบเนียน
- ระบบปฏิบัติการ AUDI OS: รองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน AI “Doubao” (จาก ByteDance) และผู้ช่วยเสมือน Virtual Assistant 2.0 เพื่อการโต้ตอบที่เป็นธรรมชาติ
- ความสบายเหนือระดับ: มีให้เลือกทั้งแบบ 4 ที่นั่ง (เบาะหลัง Zero Gravity พร้อมจอควบคุมกลางและหลังคาดาว) และ 5 ที่นั่ง (เบาะแบบ Aviation พร้อมที่รองขา) โดยทุกรุ่นผ่านการรับรองมาตรฐานสุขภาพระดับแม่และเด็ก
สมรรถนะรุ่นย่อย
รุ่น Pioneer
เป็นรุ่นพื้นฐานที่ให้สเปกแบตเตอรี่มาในระดับสูง พร้อมเทคโนโลยีการขับขี่พื้นฐานที่ครบครัน
- ราคา: 289,800 หยวน (ประมาณ 1,371,914 บาท)
- ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
- พละกำลัง: 300 kW (402 แรงม้า) / แรงบิด 500 นิวตันเมตร
- แบตเตอรี่: 100 kWh (Ternary Lithium)
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC): 705 กม.
- ไฮไลต์: หน้าจอพาโนรามา 59 นิ้ว, ระบบชาร์จ 900V, ช่วงล่างถุงลมแบบ Cloud Terrace เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
รุ่น Pioneer Pro
รุ่นที่ขยับความพรีเมียมขึ้นมาด้วยการเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสาร และล้อที่มีดีไซน์เฉพาะตัว
- ราคา: 319,800 หยวน (ประมาณ 1,513,933 บาท)
- ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
- พละกำลัง: 300 kW (402 แรงม้า) / แรงบิด 500 นิวตันเมตร
- แบตเตอรี่: 100 kWh (Ternary Lithium)
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC): 691 กม.
- กำลังไฟสูงสุด (Peak Power): รองรับสูงสุด 400 kW (เทคโนโลยีแบตเตอรี่ระดับ 4C)
- ระยะเวลาการชาร์จ 10% – 80%: ใช้เวลาเพียง 13.3 นาที
- ประสิทธิภาพการชาร์จด่วน: การชาร์จเพียง 10 นาที สามารถเพิ่มระยะทางการวิ่งได้สูงสุดถึง 429 กิโลเมตร (ในรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่ 109 kWh)
- กำลังไฟสูงสุด: รองรับสูงสุด 11 kW
- หัวชาร์จ: มาตรฐาน Type 2 (สำหรับเวอร์ชันที่จำหน่ายทั่วไป) หรือมาตรฐาน GB/T (สำหรับเวอร์ชันในประเทศจีน)
- ระยะเวลาการชาร์จ: จาก 0% จนถึง 100% จะใช้เวลาประมาณ 9 – 10 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาดความจุแบตเตอรี่ 100 kWh หรือ 109 kWh)
- ไฮไลต์: อัปเกรดระบบเครื่องเสียง BOSE Performance Series, กระจกมองข้างดิจิทัล, และฟังก์ชันเบาะนวดสำหรับผู้ขับขี่
รุ่น Pioneer quattro
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเร็วและฟีลการขับขี่ที่มั่นใจด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออันเป็นตำนานของ Audi
- ราคา: 349,800 หยวน (ประมาณ 1,655,953 บาท)
- ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD – quattro)
- พละกำลัง: 500 kW (680 แรงม้า) / แรงบิด 800 นิวตันเมตร
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 3.9 วินาที
- แบตเตอรี่: 100 kWh (Ternary Lithium)
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC): 635 กม.
- กำลังไฟสูงสุด (Peak Power): รองรับสูงสุด 400 kW (เทคโนโลยีแบตเตอรี่ระดับ 4C)
- ระยะเวลาการชาร์จ 10% – 80%: ใช้เวลาเพียง 13.3 นาที
- ประสิทธิภาพการชาร์จด่วน: การชาร์จเพียง 10 นาที สามารถเพิ่มระยะทางการวิ่งได้สูงสุดถึง 429 กิโลเมตร (ในรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่ 109 kWh)
- กำลังไฟสูงสุด: รองรับสูงสุด 11 kW
- หัวชาร์จ: มาตรฐาน Type 2 (สำหรับเวอร์ชันที่จำหน่ายทั่วไป) หรือมาตรฐาน GB/T (สำหรับเวอร์ชันในประเทศจีน)
- ระยะเวลาการชาร์จ: จาก 0% จนถึง 100% จะใช้เวลาประมาณ 9 – 10 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาดความจุแบตเตอรี่ 100 kWh หรือ 109 kWh)
- ไฮไลต์: ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ, เบรก Brembo และช่วงล่างปรับจูนแบบสปอร์ต
Pioneer Intelligent Navigation
เน้นการเดินทางไกลด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่สุดในตระกูล พร้อมระบบช่วยขับขี่ระดับสูงสุด
- ราคา: 349,800 หยวน (ประมาณ 1,655,953 บาท)
- ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
- พละกำลัง: 300 kW (402 แรงม้า) / แรงบิด 500 นิวตันเมตร
- แบตเตอรี่: 109 kWh (Ternary Lithium)
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC): 751 กม.
- กำลังไฟสูงสุด (Peak Power): รองรับสูงสุด 400 kW (เทคโนโลยีแบตเตอรี่ระดับ 4C)
- ระยะเวลาการชาร์จ 10% – 80%: ใช้เวลาเพียง 13.3 นาที
- ประสิทธิภาพการชาร์จด่วน: การชาร์จเพียง 10 นาที สามารถเพิ่มระยะทางการวิ่งได้สูงสุดถึง 429 กิโลเมตร (ในรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่ 109 kWh)
- กำลังไฟสูงสุด: รองรับสูงสุด 11 kW
- หัวชาร์จ: มาตรฐาน Type 2 (สำหรับเวอร์ชันที่จำหน่ายทั่วไป) หรือมาตรฐาน GB/T (สำหรับเวอร์ชันในประเทศจีน)
- ระยะเวลาการชาร์จ: จาก 0% จนถึง 100% จะใช้เวลาประมาณ 9 – 10 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาดความจุแบตเตอรี่ 100 kWh หรือ 109 kWh)
- ไฮไลต์: ติดตั้งเซนเซอร์ LiDAR เต็มระบบ, รองรับ Momenta L3 Navigation บนทางหลวงและในเมือง
รุ่น Flagship quattro
รวบรวมทุกเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของ Audi E7X ไว้ในรุ่นเดียว ทั้งความแรงระดับซูเปอร์คาร์และความหรูระดับเฟิร์สคลาส
- ราคา: 379,800 หยวน (ประมาณ 1,797,973 บาท)
- ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD – quattro)
- พละกำลัง: 500 kW (680 แรงม้า) / แรงบิด 800 นิวตันเมตร
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 3.9 วินาที
- แบตเตอรี่: 109 kWh (Ternary Lithium)
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC): 660 กม.
- กำลังไฟสูงสุด (Peak Power): รองรับสูงสุด 400 kW (เทคโนโลยีแบตเตอรี่ระดับ 4C)
- ระยะเวลาการชาร์จ 10% – 80%: ใช้เวลาเพียง 13.3 นาที
- ประสิทธิภาพการชาร์จด่วน: การชาร์จเพียง 10 นาที สามารถเพิ่มระยะทางการวิ่งได้สูงสุดถึง 429 กิโลเมตร (ในรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่ 109 kWh)
- กำลังไฟสูงสุด: รองรับสูงสุด 11 kW
- หัวชาร์จ: มาตรฐาน Type 2 (สำหรับเวอร์ชันที่จำหน่ายทั่วไป) หรือมาตรฐาน GB/T (สำหรับเวอร์ชันในประเทศจีน)
- ระยะเวลาการชาร์จ: จาก 0% จนถึง 100% จะใช้เวลาประมาณ 9 – 10 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาดความจุแบตเตอรี่ 100 kWh หรือ 109 kWh)
- ไฮไลต์: ห้องโดยสารแบบ 4 ที่นั่งสุดหรู, เบาะหลัง Zero Gravity, ตู้เย็นในรถ, และหน้าจอกลางตอนหลังแบบ Mini LED
เทคโนโลยีช่วยขับขี่ระดับ L3 ครั้งแรกของแบรนด์
ไฮไลต์สำคัญคือการติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติที่พัฒนาโดย Momenta ซึ่งใช้โมเดลการเรียนรู้แบบ R7 (Reinforcement Learning) ทำให้ Audi E7X เป็นรถรุ่นแรกที่รองรับเทคโนโลยี “L3 Autonomous Driving” ในสถานการณ์ที่กำหนด
ระบบนี้สามารถจัดการกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนได้เอง เช่น การขับผ่านด่านเก็บเงินอัตโนมัติ (ETC) หรือการหลบหลีกสิ่งกีดขวางในตรอกที่แคบเป็นพิเศษได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย
การเปิดตัว Audi E7X ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของ Audi ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่แข่งขันสูง โดยการผสานวิศวกรรมเยอรมันเข้ากับนวัตกรรมดิจิทัลระดับโลก เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด SUV ไฟฟ้าหรูในยุคปัจจุบัน



