วิ่งได้กว่า 1.8 ล้านกม. แม้ชาร์จเร็ว CATL เปิดตัว แบตเตอรี่ 5C ชาร์จกว่า 3,000 รอบ

วิ่งได้กว่า 1.8 ล้านกม. แม้ชาร์จเร็ว CATL เปิดตัว แบตเตอรี่ 5C ชาร์จกว่า 3,000 รอบ
Spread the love
Advertisement Advertisement

CATL เผยแบตเตอรี่ 5C เจเนอเรชันใหม่ ชาร์จเร็วในอากาศร้อน 60°C ยังเหลือ 80% หลัง 1,400 รอบ ที่ 20°C อยู่ได้ถึง 3,000 รอบ

ประเด็นสำคัญ: CATL ระบุว่าแบตเตอรี่ชาร์จเร็วระดับ 5C รุ่นใหม่ของบริษัท “ไม่ได้แลกอายุการใช้งานกับความเร็วชาร์จ” โดยยกข้อมูลทดสอบทั้งในสภาวะร้อนจัด 60°C และสภาวะใกล้เคียงการใช้งานที่เหมาะสม 20°C ซึ่งยังคงความจุได้ 80% แม้ผ่านรอบชาร์จ-คายจำนวนมาก

สรุปตัวเลขที่ CATL อ้างอิง: 60°C 1,400 รอบ / 20°C 3,000 รอบ (ยัง 80% Capacity)

ตามรายงานจากสื่อต่างประเทศ CATL เปิดเผยข้อมูลแบตเตอรี่ 5C รุ่นใหม่ว่า

  • ทดสอบในอุณหภูมิ 60°C ผ่าน 1,400 รอบ (ชาร์จ-คายเต็มรอบ) ความจุยังคง 80%
  • ทดสอบในอุณหภูมิ 20°C ผ่าน 3,000 รอบ ความจุยังคงอย่างน้อย 80%

CATL ยังยกตัวอย่างการ “แปลงรอบการชาร์จเป็นระยะทางสะสม” โดยสมมติว่า 1 รอบให้ระยะทางทฤษฎี 600 กม. จะเทียบได้กับการใช้งานรวมราว 840,000 กม. ในกรณี 1,400 รอบ และราว 1,800,000 กม. ในกรณี 3,000 รอบ

เงื่อนไขทดสอบ (อ้างอิงจาก CATL) รอบชาร์จ-คาย คงเหลือ ระยะทางสะสม (เมื่อสมมติ 600 กม./รอบ) ข้อสังเกต
อุณหภูมิสูง 60°C 1,400 รอบ 80% 840,000 กม. เน้นความทนทานในอากาศร้อนจัดระดับ “หน้าร้อนดูไบ”
อุณหภูมิ 20°C (ใกล้อุดมคติ) 3,000 รอบ ≥80% 1,800,000 กม. ชี้ว่าอายุแบตอาจ “ยืนยาวกว่าตัวรถ” ในบางกรณี

หมายเหตุ: ตัวเลขระยะทางเป็น “การคูณเชิงทฤษฎี” เพื่อให้เห็นภาพ ไม่ได้แปลว่ารถคันหนึ่งจะวิ่งได้จริงตามนั้นเสมอไป (พฤติกรรมขับ, โหลดรถ, สภาพถนน, อุณหภูมิจริง, ช่วง SOC ที่ใช้งาน ฯลฯ ล้วนมีผล)

5C คืออะไร? ทำไม “ชาร์จเร็ว” มักถูกมองว่าเสี่ยงทำให้แบตเสื่อม

C-rate คืออัตราการชาร์จเทียบกับความจุแบตเตอรี่โดยนิยามเชิงวิศวกรรมแบบง่าย ๆ:

  • 1C = ชาร์จเต็มโดยประมาณใน 1 ชั่วโมง (ในอุดมคติ)
  • 2C = ชาร์จเต็มโดยประมาณใน 0.5 ชั่วโมง
  • 5C = ชาร์จเต็มโดยประมาณใน 0.2 ชั่วโมง หรือราว 12 นาที (ในอุดมคติ)

ในโลกความจริง การชาร์จไม่ได้ “คงกำลังสูงตลอดเส้น” เพราะระบบจะลดกำลังเมื่อ SOC สูงขึ้นเพื่อความปลอดภัยและควบคุมความร้อน ดังนั้นคำว่า 5C มักหมายถึง “ความสามารถรองรับกำลังชาร์จระดับสูง” ในช่วงหนึ่งของกราฟการชาร์จ มากกว่าชาร์จ 0–100% ที่ 5C ตลอดเวลา

เหตุผลที่ชาร์จเร็วถูกกังวลเรื่องอายุแบต เพราะกระแสสูงและความร้อนมีโอกาสเร่งกระบวนการเสื่อม เช่น การเติบโตของชั้นฟิล์มผิวอิเล็กโทรด (SEI) การเสื่อมสภาพโครงสร้าง และความไม่สม่ำเสมอของเซลล์ในแพ็ก เมื่อสะสมไปนาน ๆ จะทำให้ความจุลดลงและความต้านทานภายในสูงขึ้น

Advertisement Advertisement

CATL บอกว่าแก้ปัญหาอย่างไร: 3 แกนหลัก “วัสดุ + เคมี + การจัดการความร้อน/สมดุลแพ็ก”

1) เคลือบขั้วบวกให้ “แน่นและสม่ำเสมอ” ลดการแก่ตัว

CATL ระบุว่าปรับปรุงโครงสร้าง/ความสม่ำเสมอของชั้นเคลือบอิเล็กโทรดเพื่อชะลอการเสื่อมจากการใช้งานรอบสูง โดยแนวคิดคือทำให้เส้นทางไอออนและอิเล็กตรอนมีประสิทธิภาพ ลดจุดร้อน ลดความไม่สม่ำเสมอระหว่างบริเวณต่าง ๆ ของแผ่นอิเล็กโทรด

2) “สารเติมแต่งแบบซ่อมแซม” ในอิเล็กโทรไลต์ ลดการสูญเสียลิเธียม

แนวทางคือใช้อิเล็กโทรไลต์ที่มีสารเติมแต่งเพื่อช่วย “ฟื้นฟู/ซ่อมแซม” ความเสียหายระดับจุลภาค เช่น รอยแตกเล็ก ๆ และช่วยคงความเสถียรของชั้นปกป้องผิว ลดการสูญเสียลิเธียมที่ใช้งานได้ (loss of lithium inventory) ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวการหลักที่ทำให้ความจุลดลงตามเวลา

3) เคลือบผิวแผ่นกั้นด้วย “สารตอบสนองต่ออุณหภูมิ” + อัปเกรด BMS คุมความร้อนแบบเฉพาะจุด

CATL กล่าวว่าได้พ่น/เคลือบสารที่ตอบสนองต่ออุณหภูมิบนผิว separator เพื่อช่วยยืดอายุโดยรวม และยังอัปเกรด BMS ให้จัดการอุณหภูมิ “เชิงพื้นที่” ได้ละเอียดขึ้น กล่าวคือหากโซนใดของแพ็กเริ่มร้อน ระบบสามารถส่งน้ำยาหล่อเย็นไปยังตำแหน่งนั้นได้อย่างแม่นยำ เพื่อลดความเครียดความร้อนและยืดอายุแพ็ก

ใจความสำคัญ: หากทำให้ “ความร้อนและความไม่สม่ำเสมอ” ลดลงได้จริง การชาร์จเร็วก็มีโอกาสไม่เร่งการเสื่อมอย่างที่เคยกังวล โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนที่แบตต้องทำงานหนัก

ความหมายต่อผู้ใช้รถ EV ในไทย: “อากาศร้อน + ชาร์จเร็ว” อาจใช้งานได้สบายใจขึ้น

ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงและความร้อนสะสมบนพื้นผิวถนน/ที่จอดรถเป็นเรื่องปกติ ทำให้ “การจัดการความร้อนของแบต” เป็นตัวแปรสำคัญในชีวิตจริง หากแนวคิดการคุมความร้อนเฉพาะจุดและการออกแบบวัสดุ/เคมีตามที่ CATL อธิบายทำได้ตามที่กล่าวอ้าง จะสะท้อนเป็นประโยชน์เชิงผู้ใช้ เช่น

  • ชาร์จเร็วได้บ่อยขึ้นโดยไม่ต้องกังวลการเสื่อม “เร็วผิดปกติ”
  • การใช้รถทางไกลที่ต้องพึ่ง DC Fast Charge อาจคาดการณ์ต้นทุนระยะยาวได้ดีขึ้น
  • แพ็กแบตมีโอกาสรักษาสมดุลและความสม่ำเสมอระหว่างเซลล์ได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ควรแยก “ผลทดสอบในห้องทดลอง/เงื่อนไขควบคุม” ออกจาก “พฤติกรรมผู้ใช้จริง” เช่น การชาร์จค้าง 100% บ่อย ๆ การปล่อยแบตต่ำมากเป็นประจำ การจอดตากแดดนาน ๆ หรือการใช้กำลังสูงต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการเสื่อมของแบต

ยังมีคำถามคาใจ จะเริ่มผลิตเมื่อไร? และจะลงรถรุ่นไหนก่อน?

ตามรายงาน CATL ยังไม่ได้เปิดเผยกำหนดการ เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ (mass production) ของแบตเตอรี่ 5C รุ่นใหม่นี้ และยังไม่ระบุว่าจะเริ่มใช้งานกับรถรุ่นใดหรือโครงการใดเป็นลำดับแรก

ดังนั้นในระยะสั้น สิ่งที่ควรติดตามคือ:

  • สเปกจริงเมื่อเข้าสู่การผลิต (ชนิดเคมี, ความหนาแน่นพลังงาน, น้ำหนัก, ขีดจำกัดกำลังชาร์จที่ทำได้ “ต่อเนื่อง”)
  • เงื่อนไขการรับประกันแบตของแบรนด์รถที่นำไปใช้
  • การรองรับหัวชาร์จและโครงสร้างไฟฟ้าของสถานีชาร์จ (แรงดัน/กระแส/การจัดการความร้อนของหัวชาร์จ)

บทสรุป ชาร์จเร็วไม่จำเป็นต้องแลกอายุแบต—ถ้าวัสดุ เคมี และการคุมความร้อน “ไปให้สุด”

ข้อมูลที่ CATL เปิดเผยสะท้อนทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรม EV: การพัฒนาแบตเตอรี่ไม่ได้แข่งกันแค่ “ชาร์จเร็วขึ้น” แต่ต้องทำให้ “ชาร์จเร็วแล้วยังทน” โดยเฉพาะในประเทศอากาศร้อน หากตัวเลข 1,400 รอบที่ 60°C และ 3,000 รอบที่ 20°C สามารถสะท้อนสู่การใช้งานจริงได้ใกล้เคียง ก็จะเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้รถ EV น่าใช้และน่าถือครองในระยะยาวมากขึ้น

carnewschina

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้