มีอะไรใหม่ ? MG4 Electric MY2026 ไมเนอร์เช้นจ์ ปรับภายในใหม่ ยืนยันเปิดตัว 24 มีนาคมนี้ ในประเทศไทย



MG4 Electric MY2026 ไมเนอร์เช้นจ์ ปรับภายในใหม่ทั้งคัน จอ 12.8 นิ้ว กล้อง 360 HD เตรียมเปิดตัวไทย 24 มีนาคม 2026 ในงาน Motor SHOW 2026 รอบสื่อ
MG4 Electric กำลังจะได้ไมเนอร์เชนจ์ครั้งสำคัญในไทย โดยแกนหลักของการปรับครั้งนี้ไม่ได้ไปแตะเส้นสายภายนอกมากนัก แต่เน้น “ลบข้อด้อยด้านประสบการณ์ใช้งานในห้องโดยสาร” ที่เจ้าของ MG4 รุ่นปัจจุบันพูดกันบ่อย ทั้งเรื่องหน้าจอที่เล็ก การตอบสนองที่หน่วง และคุณภาพภาพจากกล้องที่ยังไม่คมเท่าคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน
MG4 (2026) Minorchange จะยกดีไซน์ภายในมาจากรุ่นพี่อย่าง S5 EV และอัปเกรดอุปกรณ์หลายจุด รวมถึงจอกลาง 12.8 นิ้ว และกล้องรอบคัน 360 องศาแบบ HD ซึ่งถ้าข้อมูลนี้มาเต็มตามที่คาด จะทำให้ MG4 กลับมา “ครบเครื่อง” ขึ้นมากในตลาด B-EV ไทยก่อนการมาถึงของ All New MG4 รุ่นเปลี่ยนโฉมใหญ่ในอนาคต
MG4 (2026) Minorchange เปลี่ยนอะไรบ้าง ทำไมรอบนี้ “ต้องจับตา”
ถ้าพูดแบบตรงไปตรงมา MG4 รุ่นปัจจุบัน “ขับดี” เป็นจุดขายหลักอยู่แล้ว โดยเฉพาะการวางโครงสร้างรถ การเซ็ตช่วงล่าง และคาแรกเตอร์การควบคุมที่ให้ความมั่นใจ แต่ในยุคที่คู่แข่งเน้นจอใหญ่ ระบบลื่น กล้องคม และ UI ใช้งานง่าย จุดอ่อนด้านอินโฟเทนเมนต์ของ MG4 ถูกหยิบมาเทียบอยู่เสมอ ไมเนอร์เชนจ์ 2026 จึงเหมือนการ “ปิดงานฝั่งเทคโนโลยีในห้องโดยสาร” ให้สมกับความเป็น EV ที่ขายความทันสมัย
รายงานระบุว่า MG4 (2026) Minorchange จะปรับภายในใหม่ครั้งใหญ่ โดยยกแนวทางดีไซน์จาก MG S5 EV ซึ่งเป็นรุ่นที่ได้รับคำชมเรื่องจอใหญ่ ตำแหน่งคอนโซล และการจัดวางอุปกรณ์ให้ใช้งานสะดวกขึ้น นี่คือประเด็นหลักที่ทำให้ไมเนอร์เชนจ์รอบนี้น่าสนใจมากกว่าการเปลี่ยนรายละเอียดเล็กน้อยทั่วไป
สิ่งที่เปลี่ยนหลัก ๆ
- ตัดชั้นวางสูง ที่เคยเป็นเอกลักษณ์ และทำให้หลายคนรู้สึกเกะกะสายตา
- ย้ายปุ่มเกียร์แบบหมุน ลงมาอยู่ที่คอนโซลกลาง ใกล้แท่นชาร์จมือถือแบบไร้สาย
- อัปเกรดหน้าจอ เรือนไมล์ดิจิทัล จาก 7.0 นิ้ว เป็น 10.25 นิ้ว
- อัปเกรดหน้าจอ อินโฟเทนเมนต์ จาก 10.25 นิ้ว เป็น 12.8 นิ้ว
- เพิ่มแถว สวิตช์/ปุ่มกดจริง ใต้จอ พร้อมปุ่มหมุนที่คาดว่าใช้ควบคุม พัดลม และ ระดับเสียง เพื่อให้ปรับได้เร็วโดยไม่ต้องจิ้มจอ
สรุปรายละเอียดภายในใหม่ MG4 (2026) Minorchange แบตเตอรี่มอเตอร์ไฟฟ้าเดิม
- แดชบอร์ดหน้า ดีไซน์ใหม่
- พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ ท้ายตัด
- คอนโซลกลาง ดีไซน์ใหม่
- ปุ่มหมุนปรับเปลี่ยนเกียร์ (Gear Shift Dial)
- ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger)
- มาตรวัด Full Digital ขนาด 10.25 นิ้ว
- หน้าจอกลาง ขนาด 12.8 นิ้ว
- กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา แบบ HD
- เบาะนั่งหุ้มหนังสลับหนังกลับ Suede Sport Seats
รุ่น 64 kWh Premium (Long Range)
- ระบบขับเคลื่อน: ล้อหลัง (RWD)
- มอเตอร์ไฟฟ้า: ให้กำลังสูงสุด 170 kW (ประมาณ 231 แรงม้า)
- แรงบิดสูงสุด: 350 นิวตัน-เมตร
- แบตเตอรี่: ชนิด LFP (Lithium Iron Phosphate) ความจุ 64 kWh
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (WLTP): 452 กม. (Combined) แปลง NEDC จะประมาณ 540 – 550 กม./ 618 กม. (City)
- การชาร์จ AC: รองรับสูงสุด 11 kW (3-Phase)
- การชาร์จ DC: รองรับสูงสุด 154 kW (ชาร์จ 10-80% ในเวลาประมาณ 26 นาที)
จุดที่ “โดนใจตลาด” มี 3 เรื่องใหญ่
เรื่องแรก จอใหญ่ขึ้นอย่างชัดเจน เพราะจอคือสิ่งที่ลูกค้า EV เห็นทุกวัน และเป็นจุดวัดความทันสมัยของรถในสายตาคนทั่วไป เรื่องที่สอง การย้ายไปใช้เกียร์แบบปุ่มหมุนช่วยลดความรกของคอนโซลและทำให้พื้นที่ใช้งานแถวแท่นชาร์จมือถือจัดระเบียบได้ดีขึ้น เรื่องที่สาม กล้อง 360 แบบ HD คือการตอบโจทย์ตรง ๆ ต่อเสียงบ่น “กล้องไม่ชัด” ที่มักถูกยกไปเทียบกับคู่แข่ง
หากอิงแนวคิด “ยกภายในจาก S5 EV” สิ่งที่ตลาดคาดหวังต่อเนื่องคือ UI ที่ลื่นขึ้น และการจัดเมนูที่เข้าใจง่ายขึ้น เพราะต่อให้จอใหญ่ แต่ถ้าเมนูหน่วงหรือซับซ้อน ก็ยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง โดยหน้าเว็บทางการของ S5 EV เองก็ชูประเด็นหน้าจอดิจิทัล 10.25 นิ้ว และการจัดวางคอนโซลที่เน้นความสะดวกไว้ชัดเจน

ส่องสเปค! NEW MG 4 EV ใหม่ในยุโรป พร้อมระยะวิ่งไกล 545 กม./ชาร์จ WLTP หรือประมาณ 660 กม./ชาร์จ NEDC
https://www.car250.com/mg-s5-ev-2026-2027.html
