เปิดขายไทย 3,599,000 บาท วิ่งได้ 805 กม./ชาร์จ WLTP : BMW iX3 Neue Klasse

เปิดขายไทย 3,599,000 บาท วิ่งได้ 805 กม./ชาร์จ WLTP : BMW iX3 Neue Klasse
Spread the love
Advertisement Advertisement

เจาะลึกสเปกไทย All NEW BMW iX3 Neue Klasse (NA5) เปิดราคา 3.59 ล้านบาท วิ่งไกล 805 กม. ชาร์จดุ 400kW

เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยรับงาน Motor Show 2026 เป็นที่เรียบร้อย สำหรับ All NEW BMW iX3 50 xDrive M Sport (รหัสตัวถัง NA5) ถือเป็นการพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ของค่ายใบพัดสีฟ้า ด้วยการประเดิมใช้สถาปัตยกรรมยานยนต์ไฟฟ้า 100% ยุคใหม่ “Neue Klasse” เป็นรุ่นแรกในไทย จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800V วิ่งได้ไกลทะลุ 800 กิโลเมตร ในราคาจำหน่าย 3,599,000 บาท (นำเข้า CBU จากฮังการี)

ราคาและรุ่นย่อยที่จำหน่ายในไทย

  • BMW iX3 50 xDrive M Sport (Neue Klasse) : 3,599,000 บาท

*นำเข้าแบบประกอบเสร็จทั้งคัน (CBU) จากโรงงานในเมืองเดเบรเซน ประเทศฮังการี มาพร้อม BSI Standard รับประกันตัวรถ 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และรับประกันแบตเตอรี่ High-voltage 8 ปี หรือ 160,000 กม.

การรับประกันคุณภาพและโปรโมชั่นพิเศษในประเทศไทย (Warranty & Promotions)

สำหรับลูกค้าที่สนใจ All NEW BMW iX3 Neue Klasse (NA5) ทางบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย (BMW Thailand) ได้จัดเตรียมแพ็กเกจการรับประกันคุณภาพตัวรถ แบตเตอรี่ และบริการหลังการขาย เพื่อมอบความอุ่นใจตลอดการใช้งานสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% พร้อมข้อเสนอพิเศษในช่วงเปิดตัว ดังนี้

การรับประกันคุณภาพและแพ็กเกจบำรุงรักษา (BMW BSI & Warranty)

รถรุ่นนี้มาพร้อมกับแพ็กเกจเริ่มต้น BSI Standard สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งครอบคลุมการดูแลอย่างครบวงจร (ผู้ซื้อสามารถเลือกจ่ายเพิ่มเพื่ออัปเกรดเป็นแพ็กเกจ Ultimate ได้)

  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ (Warranty) : นาน 4 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง
  • บริการบำรุงรักษาดูแลตามระยะ (BSI Maintenance) : นาน 4 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง (ครอบคลุมค่าแรงและค่าอะไหล่ที่จำเป็น)
  • การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง (High-voltage Battery Warranty) : รับประกันคุณภาพยาวนานถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (BMW Roadside Assistance) : บริการช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ยาวนานถึง 5 ปีเต็ม

โปรโมชั่นและข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว (Launch Offers)

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถในช่วงแคมเปญเปิดตัว (Motor Show 2026) มักจะมาพร้อมข้อเสนอที่คุ้มค่าสูงสุด ได้แก่:

  • ฟรี! เครื่องชาร์จ BMW Wallbox : แบรนด์ BMW แท้ พร้อมบริการประเมินหน้างานและติดตั้งให้ฟรีถึงบ้าน (ตามมาตรฐานระยะสายไฟที่บริษัทฯ กำหนด)
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 (BMW Protect) : คุ้มครองสูงสุดนาน 1 ปีเต็ม
  • ข้อเสนอทางการเงินพิเศษจาก BMW Financial Services : รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ หรือเลือกใช้โปรแกรมการผ่อนชำระแบบยืดหยุ่น (BMW Freedom Choice) ที่ช่วยให้การออกรถง่ายขึ้น

*หมายเหตุ: รายละเอียดโปรโมชั่นและข้อเสนอทางการเงินอาจมีการเปลี่ยนแปลง แนะนำให้ตรวจสอบเงื่อนไขที่อัปเดตล่าสุดกับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ (Authorized Dealer) ทั่วประเทศอีกครั้ง

ไฮไลต์สำคัญของ BMW iX3 Neue Klasse (NA5)

  • สร้างบนแพลตฟอร์ม Neue Klasse (NCAR) ออกแบบมาเพื่อเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยเฉพาะ
  • ใช้แบตเตอรี่เจเนอเรชันที่ 6 (Gen6 eDrive) แบบทรงกระบอก (Cylindrical-cell) ความจุแพ็กแบตเตอรี่ระดับ 113.4 kWh
  • สถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูง 800V
  • รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 400 kW (ชาร์จ 10-80% ภายใน 21 นาที)
  • ครั้งแรกกับหน้าจอแสดงผล BMW Panoramic Vision ยิงข้อมูลขึ้นกระจกบังลมหน้าเต็มความกว้าง

มิติตัวถัง (Dimensions)

เมื่อเทียบกับ iX3 โฉมก่อนหน้า (G08) ตัวรถในเจเนอเรชัน NA5 มีการปรับสัดส่วนให้ลู่ลมและเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในได้ดีขึ้น ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Cd) เพียง 0.24

  • ความยาว : 4,782 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง : 1,895 มิลลิเมตร
  • ความสูง : 1,635 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ (Wheelbase) : 2,897 มิลลิเมตร
  • ระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance) : 176 มิลลิเมตร
  • พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) : 58 ลิตร
  • พื้นที่เก็บสัมภาระท้าย : 520 – 1,750 ลิตร (เมื่อพับเบาะหลัง)
  • น้ำหนักตัวรถ : 2,360 กิโลกรัม

ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และระบบชาร์จ (Powertrain, Battery & Charging)

BMW iX3 Neue Klasse (NA5) ยกระดับระบบขับเคลื่อนด้วยสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V และเทคโนโลยีแบตเตอรี่เจเนอเรชันที่ 6 (Gen6 eDrive) ที่ให้ทั้งพละกำลังมหาศาลและความจุที่มากขึ้น ตอบโจทย์การเดินทางระยะไกลได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ระบบขับเคลื่อนและมอเตอร์ไฟฟ้า

  • มอเตอร์ไฟฟ้า : มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ (BMW xDrive) ชนิด Externally-Excited Synchronous Motor (EESM) ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่ใช้แร่หายาก (Rare-earth free)
  • พละกำลังสูงสุด : 469 แรงม้า (PS) หรือ 345 กิโลวัตต์ (kW)
  • แรงบิดสูงสุด : 645 นิวตัน-เมตร
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. : 4.9 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด (Top Speed) : 210 กม./ชม. (จำกัดความเร็วด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์)

ขนาดแบตเตอรี่และระยะทาง

  • ประเภทแบตเตอรี่ : Lithium-ion แบบเซลล์ทรงกระบอก (Cylindrical-cell) ความหนาแน่นของพลังงานสูงขึ้น 20%
  • ขนาดความจุแบตเตอรี่ : 113.4 kWh (ความจุที่ใช้งานได้จริง Usable Capacity ประมาณ 108.4 kWh)
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด : 805 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (ทดสอบตามมาตรฐาน WLTP)

ระบบชาร์จไฟฟ้า (AC / DC) และเทคโนโลยีอื่นๆ

  • ชาร์จแบบปกติ กระแสสลับ (AC) : รองรับสูงสุด 22 kW (ชาร์จจาก 0-100% ภายใน 5 ชั่วโมง 30 นาที)
  • ชาร์จเร็ว กระแสตรง (DC Fast Charge) : รองรับสูงสุด 400 kW (ชาร์จจาก 10-80% ภายในเวลาเพียง 21 นาที)
  • การชาร์จแบบเร่งด่วน : เสียบชาร์จ DC เพียง 10 นาที สามารถวิ่งใช้งานต่อได้ระยะทางไกลถึง 372 กิโลเมตร
  • ระบบจ่ายกระแสไฟ (Bidirectional Charging) : รองรับการจ่ายไฟแบบ 2 ทิศทาง ทั้ง V2L (Vehicle-to-Load) สำหรับใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอก, V2H (Vehicle-to-Home) จ่ายไฟกลับเข้าตัวบ้าน และ V2G (Vehicle-to-Grid)

ระบบช่วงล่าง แชสซีส์ และการควบคุม (Suspension & Chassis)

จุดเด่นที่สุดของการเปลี่ยนมาใช้แพลตฟอร์ม Neue Klasse (NCAR) คือการออกแบบโครงสร้างตัวถังให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำลง และกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ตามเอกลักษณ์ของ BMW รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีประมวลผลการขับขี่แบบใหม่มาใช้

  • ระบบช่วงล่างหน้า / หลัง : มาพร้อมระบบกันสะเทือนแบบแปรผันอัจฉริยะ Adaptive M Suspension ปรับความหนืดของโช้คอัพได้แบบ Real-time ตามโหมดการขับขี่และสภาพถนน
  • สมองกลอัจฉริยะ “Heart of Joy” : ครั้งแรกของ BMW ที่รวบรวมเอาการประมวลผลของระบบขับเคลื่อน (Powertrain) และระบบช่วงล่าง (Driving Dynamics) มาไว้ในชิปประมวลผลตัวเดียว (Super-brain) ทำงานได้เร็วกว่าระบบเดิมถึง 10 เท่า ทำให้การจ่ายกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าและการยึดเกาะถนนทำงานสอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ ไร้รอยต่อ
  • ระบบพวงมาลัย : พวงมาลัยไฟฟ้าแปรผันน้ำหนักตามความเร็ว (Variable Sport Steering) ให้ความแม่นยำสูงและตอบสนองฉับไว
  • ระบบเบรก : ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อนทั้ง 4 ล้อ พร้อมชุดเบรก M Sport Brakes (คาลิเปอร์สีน้ำเงิน Dark Blue Metallic)
  • ล้อและยาง : ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาดีไซน์ตามหลักอากาศพลศาสตร์ (M Aerodynamic Wheels) ขนาด 21 นิ้ว พร้อมยางแบบสปอร์ตหน้ากว้างต่างขนาด (Staggered Tires) เพื่อรองรับแรงบิดมหาศาลจากมอเตอร์คู่

การออกแบบภายนอก (Exterior Design & Aerodynamics)

การออกแบบภายนอกของ BMW iX3 Neue Klasse (NA5) เป็นการพลิกโฉมภาษาการดีไซน์ (Design Language) ของ BMW ในยุคใหม่ทั้งหมด โดยเน้นความล้ำสมัย มินิมอล (Minimalist) ลดทอนเส้นสายที่ไม่จำเป็นออกไป แต่ยังคงความสปอร์ตดุดัน และให้ความสำคัญกับหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ขั้นสุดยอด จนทำให้ตัวรถมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Cd) ต่ำเพียง 0.24 ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมมากสำหรับรถสไตล์ SUV

ดีไซน์ด้านหน้า (Front Design)

  • กระจังหน้าไตคู่ดีไซน์ใหม่ : ตีความเอกลักษณ์กระจังหน้าไตคู่ (Kidney Grille) ใหม่ ให้กว้างและผสานเป็นชิ้นเดียวกับชุดไฟหน้าแบบ 3 มิติ พร้อมระบบไฟเรืองแสง BMW Iconic Glow รอบกรอบกระจังหน้า
  • ระบบไฟหน้า : ไฟหน้าอัจฉริยะ Adaptive LED Headlights ดีไซน์โฉบเฉี่ยว พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRL) เส้นสายใหม่ที่ดูดุดันและล้ำอนาคต
  • กันชนหน้า M Sport : ช่องดักอากาศด้านล่างออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยรีดอากาศและระบายความร้อนให้แบตเตอรี่และระบบเบรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดีไซน์ด้านข้าง (Side Profile)

  • มือเปิดประตูเรียบเนียน (Flush Door Handles) : มือจับประตูแบบซ่อนเรียบไปกับตัวถัง (หรือแบบสัมผัส) ช่วยลดแรงต้านลมและเพิ่มความสะอาดตาให้กับเส้นสายด้านข้าง
  • กระจกหน้าต่างและเอกลักษณ์ Hofmeister Kink : ออกแบบกรอบหน้าต่างใหม่ให้โปร่งโล่ง แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์เส้นตวัดมุมกระจกหลัง (Hofmeister Kink) เอาไว้ในรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น
  • ล้อและซุ้มล้อ : ซุ้มล้อตีโป่งกว้างรับกับล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ต M Aerodynamic ขนาด 21 นิ้ว ที่ออกแบบมาเพื่อรีดอากาศโดยเฉพาะ พร้อมคาลิเปอร์เบรก M Sport Brakes สีน้ำเงิน Dark Blue Metallic

ดีไซน์ด้านหลัง (Rear Design)

  • ไฟท้าย 3 มิติ (3D LED Taillights) : ชุดไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ที่ดูลึกมีมิติ ทอดยาวไปถึงด้านข้างตัวรถ ส่องสว่างชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์ในเวลากลางคืน
  • กันชนหลังและดิฟฟิวเซอร์ (Rear Diffuser) : ชุดแต่งสเกิร์ตหลัง M Sport พร้อมแผ่นรีดอากาศใต้ท้องรถ (Diffuser) ขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการลมหมุนวนท้ายรถ ช่วยเพิ่มแรงกด (Downforce) และความนิ่งในการขับขี่ที่ความเร็วสูง
  • หลังคากระจก Panoramic : หลังคากระจกบานใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ห้องโดยสาร (Panoramic Glass Roof) เคลือบสารกันรังสี UV และความร้อน

การออกแบบภายในห้องโดยสาร เบาะนั่ง และระบบบันเทิง (Interior, Seats & Infotainment)

ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของ BMW อย่างแท้จริงกับห้องโดยสารของ iX3 Neue Klasse ที่ใช้ปรัชญาการออกแบบ “Less is More” เน้นความมินิมอลและสะอาดตาที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยการลดปุ่มกดแบบแมนนวล (Physical Buttons) ลงเกือบทั้งหมด แล้วทดแทนด้วยการสั่งการผ่านระบบสัมผัสและเสียง ผสานกับพื้นที่โปร่งโล่งจากแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มีพื้นห้องโดยสารเรียบสนิท

หน้าจอแสดงผลและแผงคอนโซล (Dashboard & Displays)

จุดเด่นที่เรียกเสียงฮือฮาที่สุดของรุ่นนี้คือการยกเลิกหน้าจอเรือนไมล์แบบเดิม และแทนที่ด้วยเทคโนโลยีแสดงผลล้ำยุค

  • BMW Panoramic Vision : ครั้งแรกของโลกกับระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่ที่ฉายแสงลงบนขอบล่างของกระจกบังลมหน้า พาดผ่านเต็มความกว้างจากซ้ายจรดขวา (Full-width HUD) ให้ความคมชัดสูง ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถมองเห็นข้อมูลสำคัญได้โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน
  • หน้าจอควบคุมส่วนกลาง (Central Display) : หน้าจอระบบสัมผัสดีไซน์ล้ำสมัยรูปทรงสี่เหลี่ยมด้านขนาน จัดวางในตำแหน่งที่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้าเข้าถึงได้ง่าย เป็นศูนย์กลางการควบคุมฟังก์ชันทั้งหมดของตัวรถ
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์ใหม่ : พวงมาลัยทรงสปอร์ตแบบท้ายตัด พร้อมปุ่มควบคุมแบบสัมผัส (Haptic Feedback) ที่สามารถใช้ปลายนิ้วเลื่อนสั่งการข้อมูลบน BMW Panoramic Vision ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เบาะนั่งและวัสดุตกแต่ง (Seats & Materials)

การออกแบบที่คำนึงถึงความยั่งยืน (Sustainability) ควบคู่ไปกับความหรูหราสไตล์สปอร์ต

  • เบาะนั่งคู่หน้าสไตล์สปอร์ต : เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ พร้อมระบบจดจำตำแหน่ง (Memory Seat) และรองรับความผ่อนคลายด้วย ระบบนวด (Massage Function)
  • วัสดุรักษ์โลก : ใช้วัสดุตกแต่งภายในที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปราศจากการใช้หนังสัตว์ (Leather-free) และใช้วัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูงในการบุแผงประตูและคอนโซล ให้ผิวสัมผัสที่พรีเมียมและล้ำสมัย
  • ความกว้างขวาง : ระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,897 มม. ทำให้พื้นที่วางขา (Legroom) และพื้นที่เหนือศีรษะ (Headroom) ทั้งด้านหน้าและด้านหลังกว้างขวาง นั่งสบายตลอดการเดินทาง

ระบบความบันเทิงและความสะดวกสบาย (Infotainment & Comfort)

  • ระบบปฏิบัติการ BMW Operating System ล่าสุด : ทำงานรวดเร็วและชาญฉลาดขึ้น รองรับการสั่งการด้วยเสียงผ่าน BMW Intelligent Personal Assistant ที่โต้ตอบได้เป็นธรรมชาติเหมือนคุยกับมนุษย์
  • ไฟสร้างบรรยากาศ (Interactive Ambient Lighting) : ระบบไฟตกแต่งห้องโดยสารที่ไม่ได้แค่ให้ความสวยงาม แต่สามารถตอบสนองโต้ตอบกับการสั่งการ สภาพการขับขี่ และโหมดต่างๆ ของรถได้แบบไดนามิก
  • ระบบปรับอากาศอัจฉริยะ : ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกอิสระ 3 โซน (Front & Rear) ซ่อนช่องแอร์ไว้ในคอนโซลอย่างแนบเนียน พร้อมระบบกรองอากาศ PM 2.5 ชั้นยอด
  • ระบบเครื่องเสียง : ชุดเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ (Surround Sound System) ที่ปรับแต่งมาเพื่ออรรถรสแบบ Cinematic ภายในห้องโดยสาร

ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ (Safety & ADAS)

สำหรับ BMW iX3 Neue Klasse (NA5) ไม่ได้มีดีแค่สมรรถนะการขับขี่ แต่ยังยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการผสานการทำงานของเซนเซอร์ เรดาร์ และกล้องความละเอียดสูงรอบคัน เข้ากับชิปประมวลผลเจเนอเรชันใหม่ที่ทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำกว่าที่เคยมีมา

สมองกลอัจฉริยะ Superbrain of Automated Driving

หัวใจสำคัญของระบบความปลอดภัยในสถาปัตยกรรม Neue Klasse คือคอมพิวเตอร์ประมวลผลกลาง Superbrain ที่ผสานการทำงานของระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) ทั้งหมดเข้าด้วยกัน โดยมีประสิทธิภาพการประมวลผลข้อมูลที่เร็วกว่าระบบเดิมถึง 20 เท่า ทำให้ตัวรถสามารถวิเคราะห์สถานการณ์รอบข้างและตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ในเสี้ยววินาที

ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (Driving Assistant Plus)

แพ็กเกจความปลอดภัยเชิงรุก (Active Safety) ที่ออกแบบมาเพื่อลดความเหนื่อยล้าและป้องกันอุบัติเหตุ ได้แก่:

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control with Stop & Go) : รักษาระยะห่างจากรถคันหน้า พร้อมฟังก์ชันหยุดและออกตัวตามรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ
  • ระบบช่วยควบคุมพวงมาลัยและรักษาช่องทางจราจร (Steering and Lane Control Assistant) : ช่วยประคองพวงมาลัยให้อยู่กึ่งกลางเลนอย่างนุ่มนวล
  • ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Autonomous Emergency Braking – AEB) : ตรวจจับรถยนต์ คนเดินถนน และจักรยาน พร้อมช่วยเบรกอัตโนมัติเมื่อเสี่ยงต่อการชน
  • ระบบเตือนมุมอับสายตาและเตือนขณะเปลี่ยนเลน (Blind Spot Monitoring & Lane Change Warning)
  • ระบบเตือนการจราจรตัดหน้าและด้านหลัง (Front & Rear Cross Traffic Alert)

ระบบช่วยจอดและกล้องรอบทิศทาง (Parking Assistant Plus)

  • ระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ (Parking Assistant) : รองรับทั้งการจอดแบบขนานและเข้าซอง โดยตัวรถจะควบคุมพวงมาลัย คันเร่ง และเบรกให้เอง
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา (Surround View Camera) : แสดงภาพมุมมองแบบ 3 มิติ (3D View) บนหน้าจอส่วนกลาง ช่วยให้กะระยะการจอดในที่แคบได้มั่นใจยิ่งขึ้น
  • ระบบช่วยถอยหลัง (Reversing Assistant) : ตัวรถสามารถจดจำเส้นทางที่ขับเดินหน้าเข้ามา (ระยะสูงสุด 50 เมตร) และสามารถบังคับพวงมาลัยถอยหลังกลับตามเส้นทางเดิมได้โดยอัตโนมัติ มีประโยชน์มากเมื่อขับเข้าไปในซอยตัน

ความปลอดภัยเชิงปกป้องและการปกป้องแบตเตอรี่ (Passive Safety)

  • โครงสร้างตัวถังนิรภัย : แชสซีส์ออกแบบมาเพื่อปกป้องห้องโดยสารและแพ็กแบตเตอรี่จากการชนทุกทิศทาง ใช้เหล็กกล้าทนแรงดึงสูงพิเศษผสานกับอะลูมิเนียม
  • เกราะป้องกันแบตเตอรี่แรงดันสูง : โครงสร้างซับแรงกระแทกบริเวณพื้นรถ ป้องกันความเสียหายต่อเซลล์แบตเตอรี่ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรุนแรง
  • ระบบถุงลมนิรภัยรอบคัน : ปกป้องผู้โดยสารทุกที่นั่ง ครอบคลุมทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย

เทคโนโลยีการขับขี่และระบบควบคุมอัจฉริยะ (Driving Technology & Dynamics)

แม้จะก้าวเข้าสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้า 100% แต่ BMW ยังคงรักษาจิตวิญญาณแห่ง “สุนทรียภาพในการขับขี่” (Sheer Driving Pleasure) เอาไว้อย่างครบถ้วน ใน BMW iX3 Neue Klasse มีการนำเทคโนโลยีการขับขี่แห่งอนาคตมาผสานเข้ากับสมรรถนะของมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงความสปอร์ตและเฉียบคมในทุกเส้นทาง

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ (Electric BMW xDrive)

  • การกระจายแรงบิดฉับไว : ระบบ xDrive ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้า-หลังแบบอิสระ สามารถคำนวณและกระจายแรงบิดไปยังล้อแต่ละข้างได้ภายในเสี้ยววินาที (เร็วกว่าระบบกลไกแบบเดิมหลายเท่า) ช่วยให้การยึดเกาะถนนตอนเข้าโค้ง หรือการออกตัวบนพื้นถนนลื่นทำได้อย่างมั่นใจและไร้รอยต่อ
  • การควบคุมการยึดเกาะถนน (Traction Control) : ประมวลผลโดยตรงจากชิปควบคุมมอเตอร์ (Near-actuator wheel slip limitation) ช่วยแก้อาการล้อหมุนฟรีได้อย่างนุ่มนวลและแม่นยำ

โหมดการขับขี่ (BMW My Modes)

ผู้ขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนบุคลิกของตัวรถให้เข้ากับอารมณ์และสถานการณ์ ผ่านโหมดการขับขี่ที่ผสานการทำงานของระบบขับเคลื่อน ช่วงล่าง พวงมาลัย และไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร (Ambient Light) เข้าไว้ด้วยกัน

  • โหมด Personal : ตั้งค่าการตอบสนองของรถในแบบที่ผู้ขับขี่ต้องการ
  • โหมด Sport : รีดพละกำลังสูงสุดจากมอเตอร์ทั้ง 2 ตัว ปรับพวงมาลัยให้ตึงมือขึ้น และปรับช่วงล่างให้เฟิร์มกระชับเพื่อรองรับการขับขี่ความเร็วสูง
  • โหมด Efficient : ปรับการใช้พลังงานให้คุ้มค่าที่สุด เพื่อยืดระยะทางวิ่ง (Range) ให้ได้ไกลที่สุด

ระบบหน่วงความเร็วและดึงพลังงานกลับอัจฉริยะ (Adaptive Recuperation)

  • ทำงานร่วมกับ AI และเรดาร์ : ตัวรถสามารถปรับระดับการหน่วงความเร็ว (Regenerative Braking) ได้แบบอัตโนมัติ โดยอ้างอิงจากรถคันหน้า สภาพการจราจร และข้อมูลจากระบบนำทาง เช่น เมื่อขับเข้าใกล้ทางแยกหรือมีรถชะลอตัวอยู่ด้านหน้า ระบบจะเพิ่มแรงหน่วงเพื่อดึงพลังงานไฟฟ้ากลับเข้าแบตเตอรี่ให้ทันที แต่ถ้าถนนโล่ง ระบบจะปล่อยให้รถไหลไปได้อย่างลื่นไหล (Coasting)
  • รองรับการขับขี่แบบ One-Pedal Feeling : ควบคุมการเร่งและชะลอความเร็วได้ด้วยแป้นคันเร่งเพียงแป้นเดียวในบางโหมดการขับขี่

ประสบการณ์เสียงการขับขี่ (BMW IconicSounds Electric)

  • แม้ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ แต่ BMW ได้สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจผ่านเสียงสังเคราะห์พิเศษ BMW IconicSounds Electric ที่พัฒนาร่วมกับนักประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ชื่อดังระดับโลกอย่าง Hans Zimmer โดยเสียงจะเปลี่ยนระดับความดุดันไปตามโหมดการขับขี่และการเหยียบคันเร่ง ช่วยเพิ่มอารมณ์สปอร์ตขณะขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

 

Advertisement Advertisement

 

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้