TOYOTA ไม่ตัดความเป็นไปได้ในการเพิ่ม HILUX HEV ไฮบริดใหม่ ในอนาคต เน้นประหยัดมากขึ้น

TOYOTA ไม่ตัดความเป็นไปได้ในการเพิ่ม HILUX HEV ไฮบริดใหม่ ในอนาคต เน้นประหยัดมากขึ้น
Spread the love
Advertisement Advertisement

โตโยต้า ออสเตรเลีย เผยทิศทางอนาคต Toyota HiLux โอกาสของรุ่นไฮบริด, และไฮโดรเจน

จอห์น ปาปาส (John Pappas) ผู้บริหารระดับสูงของโตโยต้า ออสเตรเลีย เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของ Toyota HiLux รถยนต์ที่มียอดขายสูงเป็นอันดับสองของประเทศ โดยระบุว่าทางค่ายยังไม่ได้ปิดประตูหรือปฏิเสธความเป็นไปได้ในการนำเสนอขุมพลังไฮบริด (Hybrid) สำหรับรถกระบะยอดฮิตรุ่นนี้เสียทีเดียว

“หากมีระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่พร้อมและเหมาะสมกับตลาดของเรา เราจะนำมาพิจารณาอย่างแน่นอน”

— จอห์น ปาปาส ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ WhichCar by Wheels

เงื่อนไขสำคัญ: ต้องตอบโจทย์ “เครื่องมือทำมาหากิน”

แม้ผู้บริหารจะเปิดกว้างสำหรับเทคโนโลยีไฮบริด แต่ปาปาสได้เน้นย้ำถึงจุดยืนที่สำคัญว่า การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่จะเกิดขึ้นกับขุมพลังของรถรุ่นนี้ จะต้องตอบสนองความต้องการและสามารถรับรองความคาดหวังของลูกค้ากลุ่มหลักได้จริง

ขยายความ: ตลาดรถกระบะในออสเตรเลียมีลักษณะเฉพาะตัวสูง ลูกค้าส่วนใหญ่ของ HiLux คือกลุ่มลูกค้าฟลีท (Fleet) องค์กรธุรกิจ, หน่วยงานรัฐบาล, และผู้ประกอบอาชีพช่างฝีมือ (Tradies) ที่ต้องอาศัยรถยนต์ในการประกอบอาชีพ (ABN holders) รถกระบะเหล่านี้ต้องรองรับการใช้งานหนัก ทั้งการบรรทุกสัมภาระเต็มพิกัด และการลากจูง (Towing) ในสภาพเส้นทางที่สมบุกสมบัน

“ในขณะนี้ เรายังไม่มีตัวเลือกขุมพลังไฮบริดสำหรับ HiLux ในออสเตรเลีย และจนกว่าเราจะมีเทคโนโลยีที่สามารถส่งมอบสมรรถนะการใช้งานได้เทียบเท่ากับเครื่องมือทำมาหากินในปัจจุบัน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อนั้นเราจึงจะพิจารณานำเข้ามา” ปาปาส กล่าวเสริม


และมีความเป็นไปได้หาก Toyota ตัดสินใจนำขุมพลัง i-FORCE MAX (เครื่องยนต์ 2.4 Turbo Hybrid แบบเดียวกับ Tacoma ในอเมริกา) หรือระบบ Diesel Hybrid เต็มรูปแบบ (ดีเซลไฮบริดจะมีต้นทุนที่สูงและการดูแลที่แพงกว่าเบนซิน อาจไม่คุ้มในการลงทุนในอนาคต และตลาดดีเซลเริ่มคับแคบมากขึ้นเรื่อยๆในอนาคต) มาลงใน Hilux ตัวเลขความประหยัดจะขยับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

  • อัตราสิ้นเปลืองคาดการณ์: อาจทำได้สูงถึง 16 – 18 กม./ลิตร * ความประหยัด: หากเทียบกับ Innova Zenix (HEV) ที่ทำได้ประมาณ 21 กม./ลิตร แต่ด้วยน้ำหนักตัวรถและโครงสร้างแบบ Body-on-frame ของ Hilux ตัวเลข 16-18 กม./ลิตร ถือว่าสมเหตุสมผลและประหยัดกว่าดีเซลเดิมถึง 20 – 30%

    Advertisement Advertisement

เดินหน้าสู่ยุคพลังงานสะอาดด้วย BEV และ Hydrogen FCEV

แม้กระบะไฮบริดอาจจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ แต่โตโยต้าได้แสดงความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน (De-carbonisation) ด้วยแผนการขยายไลน์อัปของ HiLux ไปสู่เทคโนโลยีแห่งอนาคต ที่เจาะจงกลุ่มเป้าหมายเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ ได้แก่:

  • รถกระบะไฟฟ้าล้วน (BEV HiLux) ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการประเมินและตั้งเป้าเจาะกลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่เส้นทางการใช้งานเอื้ออำนวยต่อการชาร์จไฟฟ้า
  • รถกระบะพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen FCEV) โตโยต้าตั้งเป้าที่จะเปิดตัว HiLux ขุมพลังไฮโดรเจนภายในปี 2028 โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าฟลีทระดับองค์กร ซึ่งไฮโดรเจนมีข้อได้เปรียบในเรื่องการเติมเชื้อเพลิงที่รวดเร็วและรองรับระยะทางวิ่งที่ไกลกว่าแบตเตอรี่ทั่วไป

ความท้าทายจากคู่แข่ง และความน่าเชื่อถือของเครื่องยนต์ดีเซล

เมื่อถูกตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ในการนำ HiLux รุ่นปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เข้ามาทำตลาด เพื่อรับมือกับกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้นของคู่แข่งหน้าใหม่อย่าง BYD Shark 6 (กระบะ PHEV จากจีน) ปาปาสให้ความเห็นว่า โตโยต้า ออสเตรเลีย มีการประเมินทางเลือกของขุมพลังอยู่ตลอดเวลา โดยทำงานร่วมกับทีมวิศวกรของบริษัทแม่ (TMC – Toyota Motor Corporation) อย่างใกล้ชิด

“เรายังไม่มีแผนการใดๆ ที่จะประกาศในวันนี้… แต่สิ่งที่เราตระหนักดีคือ สำหรับลักษณะงานหนักที่ต้องลุยไปในพื้นที่ชนบทและห่างไกลของออสเตรเลีย ณ เวลานี้ ‘HiLux เครื่องยนต์ดีเซล’ คือรถยนต์ที่เหมาะสมและพึ่งพาได้มากที่สุด”

ขยายความ: พื้นที่ชนบทของออสเตรเลีย (Outback) มีระยะทางระหว่างจุดพักที่ไกลมาก และโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จไฟฟ้ายังไม่ครอบคลุม เครื่องยนต์ดีเซลจึงยังคงเป็น “หัวใจหลัก” ที่มอบความอึด ทนทาน และความน่าเชื่อถือสูงสุดในการเดินทางและการทำงานหนัก

อวสานเครื่องยนต์เบนซินใน HiLux

ควบคู่ไปกับการมองหาพลังงานทางเลือกใหม่ โตโยต้าได้ปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์ครั้งสำคัญ โดยได้ ยกเลิกการจัดจำหน่าย HiLux รุ่นเครื่องยนต์เบนซินทั้งหมด ไปพร้อมกับการเปิดตัวเจเนอเรชันที่ 9 เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทำให้ไลน์อัปใหม่ทั้งหมดขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลล้วน

สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.7 ลิตร รุ่นสุดท้ายนั้น ถูกติดตั้งอยู่ในรุ่นเริ่มต้นอย่าง HiLux Workmate เจเนอเรชันที่ 8 ซึ่งได้ถูกยุติบทบาทการผลิตไปแล้วในรุ่นปี 2024 โดยรถยนต์สต็อกสุดท้ายที่เหลืออยู่จะถูกทยอยส่งมอบและจำหน่ายหมดภายในปี 2025 ถือเป็นการปิดตำนานกระบะเครื่องยนต์เบนซินของโตโยต้าในตลาดออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ

เบนซิน 2.4 Hybrid i-FORCE MAX และ Twin-Turbo V6 ขุมพลังแห่งโตโยต้า ในกระบะ และ SUV

whichcar

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้